'หวังว่าคงจะไม่เป็อย่างที่ข้าคาดเดาไว้' ไป๋เฉินลอบบ่นภายในใจ
"อะแฮ่มๆ เช่นนั้นแม่นางหลิงซู ข้าขอตัวก่อน" ไป๋เฉินโบกสะบัดข้อมือเบาๆ
"ช้าก่อน" แต่ไม่ทันที่หลิงซูจะกล่าวจบ ร่างของไป๋เฉินกลับหายลับไปยังตรอกซอยแคบด้วยความเร็วดุจดั่งเงา
แม้นนางจะรีบเร่งไล่ตามไปยังทิศทางเดียวกัน แต่นางก็มิอาจััได้ถึงไป๋เฉินอีกต่อไป
หลิงซูทอดถอนหายใจอย่างขมขื่น การแสดงออกทางสีหน้าของนางแลดูเสียดายไม่น้อย
ั์ตาสีแดงอันน่าหลงใหลและเย็นะเืของไป๋เฉินตราตรึงในส่วนลึกของจิตใจของนางอย่างมิอาจลบเลือน ราวกับว่าร่างนั้นมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกอ่อนโยนภายในใจ
เมื่อฟังจากน้ำเสียงแล้ว ร่างสีดำคงจะเป็ชายหนุ่มที่อายุไม่เกิน 25 ปีเป็แน่
นางตัดสินใจเอื้อมมือเข้าสู่อาภรณ์ก่อนที่ยันต์สีทองจะปรากฏขึ้น นางสะบัดข้อมือบีบอัดปราณเข้าสู่ยันต์ก่อนที่ยันต์จะส่องแสงสว่างเจิดจ้า
ในทวีปเทียนหลาง ยันต์สื่อสารนับว่าเป็สิ่งเลอค่าที่หายากที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุด นอกเสียจากบุคคลสำคัญระดับเทียบเคียงกับเ้าเมืองแล้ว คงจะไม่มีผู้ใดถือครองยันต์สื่อสารได้
ยันต์สื่อสารเป็สิ่งประดิษฐ์ที่สามารถใช้งานได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น นั่นเป็สิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าหลิงซูผู้นี้ต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา
จู่ๆเสียงทุ้มลึกของชายผู้หนึ่งดังขึ้นจากยันต์สื่อสารที่ส่องสว่างวาบ "หลิงซู มีธุระอันใด? เหตุใดเ้าจึงใช้ยันต์สื่อสารในการติดต่อมาหาข้า?"
เมื่อได้ยินเสียงนั้นหลิงซูรีบกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง "ท่านพ่อ ส่งกองกำลังมายังเมืองเทียนหยุนและถล่มตระกูลหยางให้ข้าที"
เสียงที่เปล่งจากยันต์เปี่ยมไปด้วยความสงสัย "เกิดอะไรขึ้น? ตระกูลหยางทำอะไรกับเ้า?"
"มันเคลื่อนทัพทหารมาทำลายกองโจรมายาของข้าจนราบเป็หน้ากลอง สมาชิกนับร้อยหลงเหลือเพียงแค่ไม่ถึง 50 คนเท่านั้น..." หลิงซูฟ้องแก่ชายที่ตอบผ่านยันต์สื่อสารด้วยสีหน้าเกลียดชัง ก่อนจะเล่าเหตุการณ์และเื่ราวทุกสิ่งอย่างให้แก่ชายผู้นั้นอย่างละเอียด
เมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดเสียงนั้นตอบกลับด้วยสุ้มเสียงเ็า "มันบุกเข้ามาเข่นฆ่าคนของพวกเ้าโดยไร้เหตุผลเช่นนั้นหรือ?"
"ถูกต้อง เป้าหมายของมันคือการสังหารเท่านั้น และข้าเองก็ไม่ทราบแรงจูงใจของตระกูลหยางเช่นกัน" หลิงซูกล่าวด้วยสีหน้าสับสนไม่น้อย เมื่อนางออกมาจากคฤหาสน์และเห็นฉากที่มีหลายคนล้มตาย นางก็มิได้กล่าวถึงเหตุผลและจุดประสงค์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่ครึ่งคำ
ไม่นานเสียงจากยันต์ก็กล่าวถามอีกครา "แล้วองครักษ์ทั้งห้าอยู่ที่ไหน?"
หลิงซูเอ่ยตอบอย่างเรียบง่าย "แม้นจะมีบางคนาเ็ แต่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ หลังจากนี้ข้าจะค่อยๆไปตามหาพวกเขาทีละคน"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงชายในยันต์สื่อสารกล่าวอย่างหมดหนทาง "ในเมื่อหยางลั่วกล้าจะลงมือกับเ้า ให้เ้ารออยู่ที่นั่นอีกสองวัน ข้าจะส่งลุงสามของเ้าไปสืบหาเื่ราวและจัดการเื่นี้ให้"
"ท่านพ่อ ลุงสามจะสามารถเอาชนะหยางลั่วได้งั้นหรือ?" หลิงซูกล่าวถามอย่างไม่แน่ใจ
เสียงนั้นกล่าวตอบอย่างไร้กังวล "ไม่จำเป็ต้องกังวล ข้าจะให้ผู้ติดตามอีกสองคนตามลุงสองของเ้าไป แต่ข้าเพียงแค่สั่งสอนหยางลั่วเล็กน้อยเท่านั้น มิอาจสังหารมันหรือทำลายตระกูลหยางได้"
แต่หลิงซูกลับย่นคิ้วลงอย่างไม่พอใจ "เหตุใดจึงเป็เช่นนั้น? มันสังหารคนของข้าไปมากมายจนกองโจรมายาล่มสลายไป หากมิได้ท่านผู้นั้นช่วยข้าไว้ เกรงว่าข้าเองคงจะไม่รอดชีวิตมาพูดคุยกับท่านอย่างตอนนี้เป็แน่"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากยันต์สื่อสารอย่างหมดหนทาง "เื่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลไป๋ เพราะฉะนั้นขอให้เ้าเข้าใจ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลิงซูกลับเงียบงันไป แม้นนางจะไม่พอใจเพียงใด แต่นางกลับมิได้กล่าวในหัวข้อนี้อีกต่อไป
จู่ๆนั้นหลิงซูก็กล่าวบางอย่างขึ้น "ท่านพ่อ ข้ามีเื่อยากจะร้องขอจากท่าน"
"หืม? มีอะไร?" เสียงนั้นเอ่ยถามอีกคราอย่างฉงน
"ข้า้าแต่งงาน" หลิงซูกล่าวด้วยเสียงแ่ราวกับผายลมยุง สีหน้าของนางเป็รอยแดงจางๆอย่างขวยเขิน
"พู้ว!" เสียงพ่นชาดังออกมายันต์สื่อสาร ตามมาด้วยเสียงสำลักราวกับเป็วัณโรค
"หลิงซูเ้ากำลังพูดบ้าอะไรอยู่!?" เสียงชายผู้นั้นสบถอย่างหนัก "ข้าเคยจะให้เ้าหมั้นหมายหลายครั้งหลายครา แต่เ้าไม่เคยสนใจบุรุษใดแม้แต่ผู้เดียว แล้วครานี้มันเกิดอะไรขึ้น!?"
หลิงซูกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานฉาบอยู่บนใบหน้าที่งามหยด "แต่ท่านพ่อ คนผู้นั้นแข็งแกร่งมาก เขาสามารถช่วยข้าจากเงื้อมมือของหยางลั่วได้ ซ้ำยังเป็บุคคลที่ลึกลับที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่มีความมั่นใจที่จะชนะเขาได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสียงของชายผู้นั้นกลับเต็มไปด้วยความสับสน "โอ้? แล้วคนผู้นั้นที่เ้ากล่าวถึงคือใครและที่มีมาอย่างไร?"
"ขะ-ข้าไม่รู้เื่ราวของเขาแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาก็ไม่เห็น ชื่อแซ่ของเขาข้าก็ไม่ทราบ..." หลิงซูกล่าวด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ
"พู้ว!" เสียงพ่นชาดังขึ้นอีกครั้งจากยันต์สื่อสาร ครานี้เสียงนั้นสำลักจนชาขึ้นจมูกอย่างรุนแรง
"แล้วเ้าจะแต่งงานกับบุคคลที่ไม่รู้จักงั้นรึ!? หลิงซูเ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร!?" เสียงคำรามดังขึ้นจากยันต์สื่อสาร
หลิงซูยังคงดื้อรั้นและไม่ยอมงอ "แต่ท่านพ่อ หากข้าได้เจอะเจอเขาอีกครั้ง ข้าสามารถจดจำเขาได้อย่างแน่นอน คนผู้นั้นเป็บุคคลที่มีจิตสังหารแก่กล้าอย่างยิ่ง ดีไม่ดีจิตสังหารของเขาแข็งแกร่งและหนาแน่นยิ่งกว่าท่านหลายเท่า"
"หืม? มีบุคคลเช่นนั้นอยู่ในเมืองเทียนหยุนั้แ่เมื่อใด?" ครานี้น้ำเสียงนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็สับสน
"เมื่อฟังจากลักษณะแล้ว ภายในเมืองเทียนหยุนคงจะไม่มีผู้ใดที่มีจิตสังหารมากกว่าข้าเป็แน่ แต่ยกเว้นเพียงแค่ผู้เดียวคือไป๋หนานเทียน"
หลิงซูเองก็พยักหน้าเห็นด้วย "ข้าเองก็เช่นกัน แต่ข้าคาดเดาว่าเขาอาจจะมิใช่บุคคลของเมืองเทียนหยุนก็เป็ได้"
นางได้กองโจรมายามาสองปี แน่นอนว่าเครือข่ายและข้อมูลของนางนั้นมีแทบจะทุกบุคคลในเมืองเทียนหยุน แต่คนผู้นั้นไม่ตรงกับคุณลักษณะของผู้ใดในข้อมูลที่นางมีอยู่
เสียงจากยันต์สื่อสารกล่าวอย่างหมดหนทาง "เื่นี้ค่อยพูดคุยกันหลังจากลุงสามของเ้าไปถึงที่นั่น หากเ้า้าเช่นนั้นก็แค่ตามหาคนผู้นั้น ข้าจะให้ลุงของเ้าเป็คนตัดสินใจเื่นี้เอง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลิงซูถามด้วยรอยยิ้มกว้าง "ท่านพ่อจะไม่ห้ามปรามข้าหรือ?"
"เ้าก็อายุใกล้จะ 25 ปีแล้ว มันคงถึงเวลาแล้วที่เ้าจะได้ออกเรือนและคลอดหลานให้ข้าได้เลี้ยงเสียที" เสียงของบุรุษดังขึ้นในลักษณะหยอกล้อ
หลิงซูหน้าแดงอย่างเหนียมอาย นางอดไม่ได้ที่จะก่นด่า "ท่านพ่อ ท่านพูดบ้าอะไร?"
เสียงจากยันต์หัวเราะดั่งลั่นอย่างสนุกสนาน "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เอาล่ะ อีกสองวันลุงสามของเ้าจะไปถึงที่นั่น ระหว่างนี้เ้าควรตามหาองครักษ์ทั้งห้าของเ้าเสียก่อน"
"ตกลง" หลังจากนั้นหลิงซูสะบัดข้อมือเพรียวบาง ยันต์สีทองนั้นกลับสลายกลายเป็ขี้เถ้าลอยตามสายลม
นางมองไปยังทิศทางตะวันออกด้วยด้วยแววตาที่หลงทางอยู่ในภวังค์ "เมื่อใดข้าจะได้เจอะเจอเขาอีกครั้ง..."
.
.
.
หลังจากการหลบหนีเตลิดเปิดเปิงของกองโจรมายา ตระกูลหยางทั้งหมดที่เหลือได้เข้ายึดครองคฤหาสน์และสมบัติที่มีอยู่จนสิ้น แต่น่าแปลกที่สมบัติของกองโจรกลับไม่มีหยกสีม่วงที่พวกเขากำลังตามหาแม้เพียงเม็ดเดียว แต่กลับมีสมบัติอื่นๆอีกมากมายที่มีมูลค่าน้อยกว่าเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้หยางลั่วฉงนใจและฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ พลันหันไปถามแก่หยางเหวินโจวข้างกายด้วยสีหน้าไม่สู้ดี "เหวินโจว เป็ไปได้ไหมว่ากองโจรมายาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกตระกูลหยางของข้า?"
เมื่อลองคิดดูอย่างรอบคอบแล้ว คงจะเป็ไปไม่ได้ที่จะไม่เจอะเจอหยกสีม่วงแม้แต่ชิ้นเดียวภายในเวลาที่ไล่เลี่ยกันไม่นานนัก และพวกเขาสามารถบอกได้ว่าไม่มีผู้ใดในกองโจรมายานำหยกสีม่วงติดตัวแม้แต่ผู้เดียว
ซ้ำแล้วหลังจากที่พวกเขามาถึงก็ได้เปิดฉากสังหารกองโจรมายาโดยที่มิได้มีการเสวนาใดๆ และกองโจรมายาก็อยู่ในสภาวะไร้การป้องกันใดๆซึ่งไม่สมเหตุสมผลหลังจากที่ขโมยหยกสีม่วงของพวกเขาไป
เมื่อคิดถึงความเป็ไปได้นี้ หยางเหวินโจวโพล่งออกมาด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวจนเปลี่ยนเป็สีเขียว "เป็ไปได้ไหมว่ากองโจรมายาเป็เพียงแพะรับบาปเท่านั้น?"
"อะไร!?" หยางลั่วอุทานอย่างตกตะลึง มันเองก็ไม่เคยคิดในแง่มุมนี้มาก่อน เพราะั้แ่แรกเริ่มเป็ตัวมันเองที่เปิดฉากสังหารโดยไม่มีการพูดการจาใดๆ
"หากเป็การลักลอบขโมยหยกสีม่วงจากฝีมือของกองโจรมายา เหตุใดพวกมันจึงได้ทิ้งผ้าตราสัญลักษณ์ของพวกมันไว้เพื่อระบุตัวตนที่แน่ชัดถึงเพียงนี้?"
"แต่ชายสวมหน้ากากไหมที่สังหารหยางเฉินก็อยู่ในกลุ่มของกองโจรมายาและเข่นฆ่าทหารของพวกเราไปกว่าครึ่ง แล้วหยกสีม่วงทั้งหมดพวกนั้นไปอยู่ที่ใดกันแน่?"
"ภายในเวลาที่น้อยนิดคงจะเป็ไปไม่ได้ที่กองโจรจะส่งใครบางคนเคลื่อนย้ายสมบัติไปเพียงแค่หยกสีม่วงเพียงอย่างเดียว หากพวกมันตระหนักว่าพวกเราจะเปิดฉากจู่โจมในเวลาต่อมา พวกมันควรจะนำสมบัติทั้งหมดติดตัวเคลื่อนย้ายไปด้วยมิใช่หรอกหรือ?"
คำถามนับพันวนเวียนในหัวของทั้งสองจนมึนตึ้บ ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ช่างไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
