ไม่นานหลงเหยียนก็ย้ายเข้าไปอาศัยในห้องพักระดับสูงซึ่งมีนามว่าตำหนักเซียวเหยาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ตำหนักเซียวเหยามีหอพักขนาดใหญ่ทุกๆ ห้าก้าว และมีหอคอยตั้งอยู่แทบทุกๆ สิบก้าวเลยก็ว่าได้ รอบด้านรายล้อมไปด้วยโถงทางเดิน ดูยิ่งใหญ่และงดงามยิ่งนัก
ไม่นานหลงเหยียนใช้ข้อมูลในป้ายประจำตัวตามหาห้องพักแห่งหนึ่งจนเจอ มันเป็เรือนที่มีขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่ง เรือนแห่งนี้มีการตกแต่งที่หรูหรา งดงาม และโอ่อ่าเป็อย่างมาก รอบด้านเต็มไปด้วยของตกแต่งราคาแพง ทั้งยังมีรูปแกะสลักที่ยิ่งใหญ่ตั้งประดับอยู่เป็จำนวนมาก นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีบ่อน้ำและศาลาไม้สำหรับพักผ่อน ห้วงอากาศอัดแน่นไปด้วยธาตุพลังที่อบอุ่นและเข้มข้น ซึ่งนั่นยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้แลดูพิเศษมากยิ่งขึ้น
หลงเหยียนนึกชื่นชมในใจ สมแล้วที่เป็ตระกูลอู่ตี้ แม้จะเป็ศิษย์ในตระกูลชั้นนอก ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับสถานที่ฝึกพลังของศิษย์ในตระกูลเป็อย่างมาก สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้หลงเหยียนรู้สึกประหลาดใจและดีใจไปในขณะเดียวกัน
“หรือว่าต่อไป ข้าจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่ไปตลอด?” ที่พักอาศัยเช่นนี้ ยกระดับฐานะของเขาขึ้นไปได้อีกขั้นเลยก็ว่าได้
ทว่าในตอนที่หลงเหยียนเตรียมจะก้าวเข้าไปในเรือน อยู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากเรือนหลังข้างๆ นั่นเป็เรือนที่ดูดีไม่ต่างกันแห่งหนึ่ง เพราะความสงสัย หลงเหยียนจึงตัดสินใจเดินไปที่นั่นอย่างระมัดระวัง
กลิ่นหอมละมุนระลอกหนึ่งดึงดูดให้หลงเหยียนเดินหน้าต่อไป
เมื่อคิดว่าที่นี่มีศิษย์สาวที่มีพลังแข็งแกร่งอาศัยอยู่ด้วย หลงเหยียนก็ประกายรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา อย่างไรเสียตอนนี้หลงหลิงก็ไม่อยู่ ลองไปดูสักหน่อยดีกว่าว่าสตรีนางนั้นคือใคร
“เอ๋... ไม่ได้ปิดประตูหรือนี่?” หลงเหยียนดันประตูให้เปิดเบาๆ ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ห้องพักตรงหน้า ในขณะเดียวกัน เสียงหัวเราะดังกล่าวก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ว่าจะฟังอย่างไรหลงเหยียนก็รู้สึกว่ามันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน
ไม่นาน เมื่อหลงเหยียนค่อยๆ แง้มประตูออกอย่างเงียบงัน เขาก็ได้พบกับสตรีวัยเยาว์คนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บนร่างกายของนางยังมีรอยฝ่ามือที่หลงเหยียนทิ้งเอาไว้เมื่อครั้งก่อนประทับอยู่เลย
“ว้าว! แม่เ้า ที่แท้ก็เป็นางนั่นเอง ดูสัดส่วนนี่สิ” สรีระตรงหน้าทำให้หลงเหยียนคอแห้งขึ้นมาทันที คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนที่พักอยู่ที่นี่จะเป็เว่ยเชียนมู่ เมื่อคิดว่านางมีความสัมพันธ์เป็ลูกพี่ลูกน้องของตน หลงเหยียนจึงเตรียมจะเดินจากไป ทว่าหางตาก็เหลือบไปเห็นร่างของเทียนหลางเสียก่อน
เขา... เขากำลังถือผ้าขนหนูอยู่อย่างนั้นหรือ ภาพที่เห็นทำให้หลงเหยียนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“นี่มันอะไรกัน? พวกเ้าทั้งสองคน? แย่แล้ว รีบหนีก่อนดีกว่า!”
หลงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบหมุนตัวเตรียมจะหนีไปทันที น่าเสียดายที่ปลายเท้ามีหินตั้งอยู่หนึ่งก้อน แม้หินก้อนนั้นจะไม่ใหญ่ กลับทำให้หลงเหยียนที่ตกอยู่ในอาการตื่นเต้นลื่นล้มหน้าคะมำทันที
“โอ๊ย!” หลงเหยียนส่งเสียงขึ้นอย่างลืมตัว
อีกด้านหนึ่ง มีเสียงอุทานดังออกมาจากห้องนอน จากนั้นก็เป็เสียงที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของเทียนหลาง
“นั่นใคร?”
ร่างของเขาเป็ดั่งลมพายุที่พุ่งออกมาจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว หลงเหยียนคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมาเจอกับเื่เช่นนี้ หากถูกสองคนนั้นจับได้ เขาอาจจะต้องข้อหาว่าเป็โจรขโมยก็ได้
หลงเหยียนรีบขับเคลื่อนวิชาฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ แล้วหนีจากไปก่อนที่เทียนหลางจะออกมาจากประตูห้องเสียอีก
หลงเหยียนไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าเทียนหลางจะจำตนได้นั่นเอง
วินาทีนั้น หลงเหยียนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าเสียอีก แม้จะกลับมาถึงที่ห้องพักของตนแล้ว ทว่าหลงเหยียนก็ยังไม่หายใ เขาใช้เวลาสงบอารมณ์อยู่นาน จนเมื่อมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว ถึงถอนหายใจหนักๆ ออกมาอย่างโล่งอก
“สองคนนั้นอาบน้ำร่วมกันหรือนี่ ฮ่าฮ่า เว่ยเชียนมู่ ตัวข้าคิดว่าเ้าเป็เด็กสาวที่ใสซื่อคนหนึ่งมาโดยตลอด คิดไม่ถึงว่าเ้าผ่านการเป็ ‘ผู้หญิงที่แท้จริง’ มาแล้ว ต่อไป มีตัวข้าคอยอยู่ข้างกาย พวกเ้าต้องไม่รู้สึกเหงาอย่างแน่นอน”
เมื่อคิดถึงท่าทางร้อนรนของเทียนหลางเมื่อครู่ หลงเหยียนก็อารมณ์ดีเป็อย่างมาก พวกเขาทำเื่บัดสีกันที่นี่เชียวหรือ หากเื่นี้ไปถึงหูท่านตงจวินละก็ แบบนั้นต้องน่าสนุกแน่
หลงเหยียนไม่มั่นใจว่าเมื่อครู่เทียนหลางจะมองเห็นตนชัดเจนหรือไม่ อย่างไรก็ช่างมารดามันเถิด เพราะตัวข้าก็ได้เห็นฉากเด็ดๆ มาแล้ว ทว่าเมื่อคิดถึงเสี่ยวหลิงของตน หลงเหยียนก็รู้สึกเ็ปปานถูกเข็มทิ่มแทงใจเช่นนั้น
ทั้งที่ข้างกายมีสตรีรูปร่างงดงามอยู่ด้วยแท้ๆ กลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แค่คิด หลงเหยียนก็ทรมานใจแล้ว
เมื่อมาคิดถึงแผ่นหลังเปลือยเปล่ากับบั้นท้ายเรียบเนียนที่ได้เห็นเมื่อครู่ หลงเหยียนก็รู้สึกชื่นใจไม่หาย คิดไม่ถึงว่าร่างกายของเว่ยเชียนมู่จะเจริญเติบโตได้เร็วแบบนี้ ไม่รู้ว่าทิวทัศน์เบื้องหน้าของนางจะเป็อย่างไรบ้าง
...
เสี่ยวหลิงกับพรรคพวกสอบถามหลิงเทียนอวี่จนตามมาถึงที่พักแห่งใหม่ของหลงเหยียนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าหลงเหยียนก็ไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะด้วยระดับพลังของหลงหลิงและเ้าสิงโตน้อย ที่นี่ไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกเขาอย่างแน่นอน
แค่คิดว่าต่อไปตนสามารถไปไหนมาไหนในสำนักตงฟางกับทั้งสองได้อย่างผ่าเผยและถูกต้อง อีกทั้งตนในตอนนี้ยังมีผู้ปกครองสำนักตงจวินคอยหนุนหลังอยู่อีก หลงเหยียนก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวสิ่งใดอีกต่อไป
พอกลับไปถึงที่ห้องของตน หลงเหยียนก็เริ่มฝึกยุทธ์เพื่อเพิ่มความมั่นคงแก่ระดับพลังในตอนนี้ทันที ท่านตาบอกว่ารายชื่อของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าคัดเลือกสำหรับการเป็ศิษย์แห่งตระกูลชั้นในออกมาแล้ว ตอนนี้หลงเหยียนมีคุณสมบัติครบทุกข้อ ที่เหลือก็แค่พัฒนาพลังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงทางนี้เขาถึงจะเข้าไปเป็ศิษย์ของตระกูลชั้นในได้
เพราะแบบนี้ หลงเหยียนจึงเร่งมือ รีบผสานสายฟ้าเข้ากับร่างกายให้ได้มากยิ่งขึ้น
เขานั่งขัดสมาธิ ครั้งก่อนหลงเหยียนผสานสายฟ้าเข้ากับร่างกายได้ถึงสิบเจ็ดสายแล้ว และบัดนี้เขาก็เริ่มท่องคาถาอัญเชิญกายสายฟ้าในใจเงียบๆ
“สายฟ้าแห่งโลกา แปรผันมาเนิ่นนาน ทวยเทพแดนพิภพ ล้วนด้วยสายฟ้า ทั่ว์เทพทั้งปวง ไม่อาจหวนพลังสายฟ้า องค์ประกอบแห่งโลกา คือสายฟ้าที่อยู่ทุกแห่งหน สังหารเทพกำจัดมาร ไร้เทียมทานมิเกรงผู้ใด เคลื่อนพลังจากในสู่นอก บรรลุรอดย่อมแกร่งเทียมเทพ...”
ตอนนี้ หลงเหยียนมีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง เขามีพลังิญญาที่หนาแน่น มีพลังแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็หลายเท่าตัว หลังผสานเป็หนึ่งกับสายฟ้าระลอกที่ยี่สิบห้าได้อย่างง่ายดาย หลงเหยียนก็รับรู้ได้ถึงห้วงอากาศรอบกายอย่างชัดเจน พายุแห่งสายฟ้าไม่ได้ปรากฏขึ้นที่รอบกายอีกต่อไป ทว่ามันปรากฏขึ้นในรูปแบบของม่านแสงเหนือศีรษะหลงเหยียนต่างหาก ร่างกายของหลงเหยียนในตอนนี้ก็เป็เหมือนสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่คอยดึงดูดพลังจากห้วงพิภพเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
พลังทั้งหลายในห้วงพิภพถูกดูดเข้ามาเติมเต็มร่างกายของเขา ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมาก ทั้งกายเนื้อและพลังภายในล้วนได้รับการเลื่อนระดับไปอีกขั้น
หลงเหยียนเชื่อว่าหากพบกับเทียนหลางอีกครั้ง เขาต้องเอาชนะอีกฝ่ายอย่างขาดลอยได้แน่นอน ทว่าในขณะเดียวกันเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้เทียนหลางเลื่อนพลังขึ้นมาอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็พลังระดับเดียวกับผู้นำแห่งสำนักมารนั่นเอง ในตอนนั้น หลงเหยียนต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีต่อสู้อย่างสุดความสามารถทีเดียว กว่าจะสังหารผู้นำแห่งสำนักมารได้
สองวันต่อมา ในที่สุดหลงเหยียนก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขากำหมัดแน่น พลันพลังสายฟ้าก็ปะทุออกมาจากกำปั้น จึงทำให้เขารับรู้ได้ว่า หากเพียงตนเหวี่ยงมือออกไปเบาๆ ก็สามารถเผาให้โต๊ะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลม้วยมอดลงทันที
“เอาล่ะ ยามนี้ข้าผสานเป็หนึ่งกับสายฟ้าสามสิบระลอกแล้ว หากเ้าสิงโตน้อยเห็นความก้าวหน้าที่น่าภูมิใจนี้ละก็ เขาต้องประหลาดใจมากแน่ เ้าสิงโตน้อยล่ะ? ทำไมเ้าสิงโตน้อยกับเสี่ยวหลิงยังไม่กลับมาอีก ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องออกไปดูเสียหน่อย”
หลงเหยียนเดินออกมาที่สวนด้านนอกและเปิดประตูออก กลับพบว่าที่เบื้องหน้าของหลงหลิงกับเ้าสิงโตน้อยมีเว่ยเชียนมู่และเทียนหลางยืนอยู่ด้วย พวกเขาทั้งสองฝ่ายกำลังโต้เถียงกันอยู่ ทั้งยังมีทีท่าว่าอาจจะต่อสู้กันเมื่อใดก็ได้อย่างไรอย่างนั้น
หลงเหยียนรู้นิสัยของหลงหลิงดี หากเว่ยเชียนมู่ทำให้นางโมโหเข้าต้องแย่แน่ หลงเหยียนกลัวว่าเื่นี้จะกลายเป็เื่ใหญ่จึงพุ่งเข้าไปยืนกั้นทั้งสองฝ่ายเอาไว้
เว่ยเชียนมู่กับเทียนหลางมีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นหลงเหยียน
“หลงเหยียน? ที่แท้ก็เป็เ้านั่นเอง พวกเขาเป็เพื่อนของเ้าหรือ? บังอาจนัก ถึงได้กล้าขวางทางข้าเช่นนี้” อีกด้านหนึ่ง ขณะที่เว่ยเชียนมู่กำลังพูดอยู่ เทียนหลางที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มองสำรวจหลงเหยียนั้แ่หัวจรดเท้า
“คิดไม่ถึงว่าเ้าจะก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงแล้ว ช่างมีพร์ล้ำเลิศเสียจริง อย่างไรเสียเ้าเองก็คงจะคิดไม่ถึงเหมือนกันสินะว่าข้าเองก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำแล้วเช่นกัน ครั้งก่อนเ้าหยามเกียรติข้าเอาไว้ ดังนั้น ข้าจะฆ่าเ้าอย่างแน่นอน เพียงแค่ยังไม่ใช่ในตอนนี้เท่านั้น ข้าจะสังหารเ้าต่อหน้าผู้ใหญ่ทุกคน ทำให้เ้ารู้ว่ายอดฝีมือที่แท้จริงเป็อย่างไรกันแน่”
--------------------
