ยังไม่ทันเข้าสู่ค่ำคืน ทั่วทั้งค่ายโจรก็เริ่มบรรยากาศรื่นเริง
คืนนี้ด้านนอกมีงานเลี้ยงหมูป่า เพื่อคืนเข้าห้องหอนี้ ตอนที่กินหมูป่าย่างกัน เจี่ยต้าหลงถึงขั้นสั่งไตแพะมาหลายตัวเพื่อบำรุงร่างกายให้ตนเอง
เพื่อโฉมงามผู้นี้ เขาอดทนมานานเหลือเกิน! วันนี้ต้องตักตวงให้เต็มที่!
คนด้านนอกดื่มสุราแกล้มเนื้อกัน กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกของเสิ่นม่าน นางแอบกลืนน้ำลาย ท้องร้องโครกครากอยู่หลายครั้ง
หิวจัง!
นางไม่ได้กินอะไรเลย แกล้งสลบั้แ่เที่ยงจนถึงตอนนี้
แม้ว่าอาหารในค่ายโจรจะไม่อร่อยเท่าที่ตนทำ แต่ก็ยังพอยาไส้ได้ น่าเสียดายนัก กระทั่งน้ำแกงหัวไชเท้าซี่โครงหมูชามนั้นเมื่อตอนเที่ยง นางก็ไม่ได้ดื่มแม้แต่คำเดียว ไม่กินข้าวแล้วจะมีแรงอัดคนได้อย่างไร?
นางถอนหายใจและพลิกตัวแกล้งหลับต่อ
ผ่านไปอีกราวยี่สิบนาที ในที่สุดประตูห้องก็มีเสียงตื่นเต้นของเจี่ยต้าหลงดังขึ้น
“เปิดประตูให้ข้า! พวกเ้าเฝ้าข้างนอกให้ดี! คืนนี้เป็คืนเข้าหอของข้า แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ห้ามเข้ามารบกวน ได้ยินหรือไม่?”
ลูกน้องสองคนตอบรับและเปิดประตูออก บนเตียงนั้น หญิงสาวที่ศีรษะถูกผ้าแดงคลุมไว้ ขณะนี้กำลังนอนอยู่นิ่งๆ เหมือนหลับสนิท
เจี่ยต้าหลงเช็ดริมฝีปากหนาที่มันเลื่อมและปีนขึ้นเตียง จากนั้นดอมดมหญิงสาวที่นอนนิ่ง
ตัวหอมจริง!
เขาพลิกผ้าคลุมศีรษะออกอย่างทนรอไม่ไหว ภายใต้ผ้าคลุมศีรษะ หญิงสาวกำลังมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและกะพริบตาปริบๆ
เจี่ยต้าหลง “…” ตาฝาดไปหรือ?
ฤทธิ์ยาสามารถทำให้นางหลับจนถึงรุ่งเช้าไม่ใช่หรือ? แต่หญิงสาวผู้นี้กลับฉีกฟันขาวยิ้มแย้ม รอยยิ้มสดใสเบิกบานและยังค่อยๆ ลุกขึ้นเอามือชันคาง
“้าข้าหรือ?”
ในที่สุดเจี่ยต้าหลงก็รู้ถึงความผิดปกติ ขณะกำลังจะลุกขึ้นหนีก็ถูกเสิ่นม่านกระชากลงบนเตียง
“ปึง!”
เสียงดังขึ้น ศีรษะของเจี่ยต้าหลงโขกกับขอบเตียง
“โอ๊ย”
ชายกลางคนยังไม่ทันแหกปากสุดเสียง พลันถูกเสิ่นม่านยื่นนิ้ววางทาบริมฝีปาก
นางเขยิบเข้าใกล้ ใช้น้ำเสียงอ่อนหวานเย้ายวน “ตายจริง ข้าก็แค่หยอกเล่น คืนนี้เป็คืนเข้าหอของท่านไม่ใช่หรือ?” พูดจบ นางก็ขยิบตาให้อย่างยั่วยวน
ลูกน้องด้านนอกได้ยินเสียงผิดปกติในห้องจึงร้องถาม “พี่ใหญ่! ท่านไม่เป็ไรนะ?”
เสียงหยาบกระด้างสองเสียงทำลายบรรยากาศยิ่งนัก เจี่ยต้าหลงตวาด “ข้าจะเป็อะไรได้? ไสหัวไป!”
ลูกน้องสบตากัน: พี่ใหญ่ดุดันยิ่งนัก
เสิ่นม่านกวาดตามองเงาคนนอกหน้าต่าง นางเอานิ้วเล่นปอยผม ขบริมฝีปากล่างและทอดมองเจี่ยต้าหลงด้วยสายตาเปี่ยมปรารถนา
“บนโลกมนุษย์จะมีโอกาสอันล้ำค่าสักกี่ครั้ง? ยังไม่รีบเข้ามาไขว่คว้าโอกาสไว้ให้แน่นอีก?”
แหวะ อยากจะอ้วก
ไม่ได้ ต้องอดทนไว้!
เจี่ยต้าหลงจ้องนางตาค้างอยู่พักหนึ่ง จนเืกำเดาอุ่นไหลออกมาจากรูจมูก เขายื่นมือขึ้นัั เืกำเดาไหลแล้ว
คืนนี้คงบำรุงเกินไปหน่อย
แต่ก็ดี โฉมงามอยู่บนเตียงทั้งคน หากเขาไม่แสดงความองอาจ แล้วจะได้ชื่อว่าเป็บุรุษอีกหรือ?!
เจี่ยต้าหลงเืพลุ่งพล่าน! เขาไม่สนใจสิ่งใดอีก รีบถอดเสื้อผ้าอย่างทนรอไม่ไหว จากนั้นกระโจนขึ้นเตียง
เสิ่นม่านมองเขาอย่างอ่อนโยน รอจนอีกฝ่ายถอดเหลือแค่ผ้าเตี่ยว นางก็เปลี่ยนสีหน้าทันใด จากนั้นล้วงเชือกป่านเส้นหนาเท่าหัวแม่โป้งที่อยู่ใต้หมอนออกมา
เจี่ยต้าหลงรู้ตัวว่าติดกับเสียแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ะโเรียกคนมาช่วย เสิ่นม่านก็หักขาเตียงออกมาฟาดจนเขาล้มลง
นางมองดูร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันเป็ชั้นๆ เสิ่นม่านไร้ความรู้สึก ถือเสียว่าตนกำลังมัดหนอนแมลง
นางมัดเขาอย่างคล่องแคล่วว่องไว เหลือเพียงผ้าเตี่ยวชิ้นเดียวเพื่อปิดอวัยวะส่วนสำคัญไว้ จากนั้นผูกด้วยเงื่อนตาย
หนอนแมลงตัวหนึ่งกำลังขดตัวงอราวกับกุ้งต้ม
ย่ามันสิ
จะเสียเวลาแสดงละครทำไมให้มากความ ไม่สู้ใช้ขาเตียงฟาดทีเดียวก็จบแล้ว!
เสิ่นม่านคอแห้งกระหายน้ำเหลือเกิน นางรินน้ำบนโต๊ะมาดื่มจนหายอยาก
โชคดีที่มีผลไม้แห้งวางอยู่บนโต๊ะ เสิ่นม่านฉีกอักษรคำว่ามงคลบนถาดผลไม้แห้งอย่างไร้เยื่อใย แล้วหยิบวอลนัตบนถาดมากินจนหมดเกลี้ยงเพื่อประทังความหิว
อืม ไม่อิ่ม ยังไม่พอ!
เสิ่นม่านยกน้ำขึ้นมาสาดใส่หน้าเจี่ยต้าหลงอย่างไม่ลังเล
เจี่ยต้าหลงฟื้นขึ้นมา เขาสะลึมสะลืออยู่นานกว่าจะมองเห็นคนตรงหน้าได้ชัดเจน ฉับพลันนั้นดวงตาก็ลุกเป็ไฟ
“อื้อๆๆ !!!”
เสิ่นม่านตบกะโหลกเขาทีหนึ่งและขู่เสียงเบา “ทำตัวดีๆ! ขืนะโอีกมารดาจะฟาดให้หัวแบะ!”
เสิ่นม่านหยิบขาเตียงขึ้นมาควงเล่นในมือ ก่อนจะฉีกปากเผยรอยยิ้มชวนขนลุก “คืนนี้ยังอีกยาวนาน เราจะเล่นกันอย่างไรดี?”
เจี่ยต้าหลง “!” เขาไม่ควรยั่วโมโหหญิงบ้าคนนี้จริงๆ!
“เ้ายังอยากเล่นอย่างไรอีก?” เสียงของชายหนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเหนือศีรษะ
เสิ่นม่านเงยหน้าขึ้น หนิงโม่ร่อนตัวลงมา แขนเสื้อสีดำสะบัดเบาๆ หากไม่ใช่เพราะแปลงโฉม เดาว่าคงมีมาดของเทพเซียนอยู่ไม่น้อย
ชายหนุ่มเพียงแค่กวาดตามองเจี่ยต้าหลงที่ร่างเปลือยเปล่าจนเหลือเพียงผ้าเตี่ยว ตอนนี้เหมือนหนอนหนึ่งตัว
เขาหยิบผ้าปูโต๊ะบนโต๊ะมาและโยนไปทางศีรษะของเสิ่นม่าน ซึ่งคลุมศีรษะของนางไว้พอดี
“คนยกให้ข้า เ้าเลิกดูได้แล้ว ระวังเป็ตากุ้งยิง”
เสิ่นม่าน “…”
นางพลิกผ้าคลุมโต๊ะออก หนิงโม่กำลังเตรียมจะใช้ขาโต๊ะฟาดใส่เจี่ยต้าหลง
เสิ่นม่านกระซิบเสียงค่อย “จึ๊ ลงมือโหดจริงๆ”
หนิงโม่กลอกตาใส่นาง คนเด็ดขาดไม่พูดเยอะ เสียงฟาดวัตถุหนักดังขึ้น ใครบางคนก็หมดสติราวกับตายอีกครั้ง
ชายหนุ่มสำรวจดูว่าเชือกมัดไว้แ่าหรือไม่ ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “อีกเดี๋ยวตอนที่สู้กัน เ้าหาโอกาสหนีออกไปเอง ข้าจะไปรวมกับจางหงอี้ คงไม่มีเวลาดูแลเ้า”
เสิ่นม่านดวงตาเป็ประกาย ท่าทางเหมือนกลัวว่าโลกใบนี้ยังวุ่นวายไม่พอ “พวกเ้าจะเคลื่อนไหวคืนนี้หรือ?”
หนิงโม่ตอบ “อืม ทำไม เ้าตื่นเต้นดีใจมากเลยหรือ?”
จะไม่ตื่นเต้นดีใจได้หรือ? เสิ่นม่านช่วยเขาออกกลอุบาย “เอาเช่นนี้ จับโจรก็ต้องจับหัวหน้าก่อน ข้าจะช่วยพวกเ้าจับพวกตัวหัวหน้าเอง พวกเ้าก็จะได้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้นไม่น้อย!”
“เ้าดูแลตนเองให้ดีเถิด” หนิงโม่ปั้นสีหน้าบึ้งตึงและจริงจัง
“เื่อันตรายเ่าั้ไม่ต้องให้เ้าทำ สิ่งที่เ้าทำได้คือไปหลบซ่อนตัวให้ไกลๆ จะได้เลี่ยงการาเ็”
อืม… ห่วงเกินไปหน่อยหรือเปล่า? นางดูอ่อนแอบอบบางขนาดนั้นเลยหรือ?
เสิ่นม่านยังไม่ทันได้ถามกลับ หนิงโม่ก็เอ่ยต่อ “นอกจากนี้ ต่อไปห้ามเอะอะก็คิดจะต่อยตี เดี๋ยวจะเป็ตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กๆ”
พูดมากจริงๆ เสิ่นม่านมองเขาอย่างจริงจังและเอ่ยถามเสียงค่อย “่นี้เ้าเป็อะไรกันแน่?”
หนิงโม่ “?”
นางขยับเข้าใกล้เขาและเสียงเบากว่าเดิม “อยู่ๆ ก็พูดมากเช่นนี้ พูดมากกว่าพ่อข้าเสียอีก”
หนิงโม่จุกในทรวงเล็กน้อย เหตุใดจึงมีความรู้สึกเหมือนสั่งสอนบุตรสาวเอาแต่ใจอย่างไรอย่างนั้น
เขาแบกเจี่ยต้าหลงที่ไม่มีสติขึ้นอย่างอารมณ์เสีย
“มีภัยก็ใช้เครื่องส่งสัญญาณ ไปล่ะ!” พูดจบ เขาก็เหาะขึ้นบนคานใต้หลังคาและใช้ช่องว่างระหว่างหลังคากับถ้ำเพื่อปีนออกไป
เสิ่นม่านรอจนพวกเขาจากไป ถึงเพิ่งตระหนักขึ้นได้… ข้างนอกมีแต่คนเต็มไปหมด แล้วนางจะหนีอย่างไร?
ให้มุดท่อปัสสาวะหรือ?
บ้าจริง!
เหตุใดเขาถึงไม่ส่งนางออกไปก่อน!
-----
