ทุกๆ คนที่เข้าออกเมืองหุยฉือจะต้องผ่านจุดตรวจ หากถังเหล่ยผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองได้ เขาก็สามารถออกจากเมืองได้เช่นกัน
หลังจากเปลี่ยนชุดเป็เสื้อผ้าธรรมดาๆ แล้วแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคน หวังจะผ่านเมืองหุยฉือไปให้ได้
“นายท่าน ท่านบอกว่าผู้ต้องสงสัยมีอายุน้อยไม่ใช่หรือ? เหตุใดเราต้องตรวจชายวัยกลางคนและคนชราด้วย?”
ที่ทางเข้าประตูเมืองมีทหารกลุ่มหนึ่งกำลังสอบปากคำผู้สัญจรไปมา ในเวลาเดียวกันที่ด่านตรวจก็มีกลุ่มชายสวมชุดเกราะสีเงินยืนอยู่ด้านข้าง ถังเหล่ยก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเ่าั้คือยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
“เ้าไม่คิดว่าเขาจะปลอมตัวบ้างเลยหรือ? การสังหารถังเหล่ยจะทำให้เราอยู่สบายไปตลอดชาติ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดผ่านไปง่ายๆ”
ชายผู้หนึ่งกล่าวออกมาอย่างมุ่งมั่น ชายผู้นี้พยายามทำตามคำสั่งของตี้เลี่ยอย่างเคร่งครัด เขาผู้นี้มีนามว่าเจิ้งซิง เขาคือองครักษ์จากจวนของตี้เลี่ย
“รับทราบ”
ทหารที่อยู่ด้านหน้าผงกหัวตอบรับอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กวาดสายตาไปมองผู้คนจำนวนมากที่สัญจรไปมา
“ออกมา!”
ทันใดนั้นชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ถูกเรียกออกมา ชายหนุ่มผู้นี้มีอายุใกล้เคียงกับถังเหล่ย
“เ้าเป็ใคร? มาจากไหน? เป็ผู้ฝึกตนระดับใด?” ทหารสี่นายล้อมชายหนุ่มและกล่าวถามทันที
“ข้า…ข้าไม่ใช่ผู้ฝึกตน ข้าไม่มีิญญายุทธ์ โปรดไว้ชีวิต!” ชายหนุ่มกล่าวอย่างสั่นเทา เขาหวาดกลัวจนต้องร้องขอชีวิต
จากนั้นทหารก็ได้ตรวจสอบชายหนุ่มผู้นี้และััได้ว่าเขาไม่สามารถปลุกิญญายุทธ์ในร่างได้ด้วยซ้ำ แน่นอนว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาตามหา
“เ้าทำให้ข้าเสียเวลา!”
เจิ้งซิงถ่มน้ำลายลงบนพื้น ในเวลานี้เขา้าตัวถังเหล่ยเป็อย่างมาก ความจริงแล้วสิ่งที่เขา้าก็คือรางวัลจากตี้เลี่ย
ถังเหล่ยพยายามก้มศีรษะลง ในขณะนี้เขากำลังเดินเข้าใกล้ด่านตรวจ
“เ้า…จงแสดงตัวออกมา!” เสียงะโของยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง
ถังเหล่ยเงยหน้าขึ้นและพบว่าทหารระดับยอดยุทธ์กำลังจ้องมองเขาอยู่ แม้ว่าท่าทีของถังเหล่ยยังยังคงสงบนิ่ง แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ควบคุมพลังปราณในร่างกายให้พร้อมใช้งานแล้ว
ถังเหล่ยรู้ดีว่าโอกาสที่เขาจะถูกจับกุมนั้นมีมาก ดังนั้นเขาจึงต้องระวังตัวเอาไว้ตลอดเวลา สิ่งที่ถังเหล่ยกังวลก็คือผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้นเป็ผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์ ส่วนทหารระดับต่ำที่เหลือนั้นเขาไม่ได้สนใจ
เจิ้งซิงยังคงนิ่งนอนใจ เขายังไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญหน้ากับถังเหล่ยผู้แข็งแกร่ง
ระยะห่างระหว่างถังเหล่ยและเจิ้งซิงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทันทีที่เขาเข้ามาในระยะเขาก็ได้รวบรวมพลังปราณภายในร่างและกำลังจะโจมตีออกไป จู่ๆ เสียงหัวเราะก็ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มทหาร
“ฮ่าๆ เ้าหลานชาย!”
เสียงหัวเราะขัดขวางการเคลื่อนไหวของถังเหล่ยทันที แน่นอนว่าเสียงหัวเราะดังกล่าวได้ช่วยชีวิตของเจิ้งซิงเอาไว้
ทั้งสองคนหันหน้าไปพร้อมๆ กัน จากนั้นก็เห็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีม่วงเดินผ่านประตูเมืองเข้ามา ชายผู้นั้นมองไปยังถังเหล่ยด้วยรอยยิ้มราวกับว่ารู้จักกันมานานหลายสิบปี อีกด้านหนึ่งถังเลยมั่นใจว่าไม่เคยพบเจอกับชายหนุ่มผู้นี้มาก่อน
ในเวลานี้ถังเหล่ยไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะชายวัยกลางคนผู้นี้ก็เป็ยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งเช่นกัน และพลังยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้นำกลุ่มทหารที่ยืนอยู่กับเขา แน่นอนว่าเขาไม่สามารถลงมือสังหารยอดยุทธ์ทั้งสองได้ในกระบวนท่าเดียว
มาดูกันว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน?
ชายวัยกลางคนเดินไปที่ถังเหล่ยและตบบนไหล่ของเขาอย่างสนิทสนม
“ท่านผู้นำเจิ้ง นี่คือหลานชายของข้า ท่านไม่จำเป็ต้องสอบปากคำ” ชายสวมชุดสีม่วงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านเ้าเมืองเหอ ท่านรู้หรือไม่ว่านี่คือคำสั่งของอ๋องเลี่ย?” เจิ้งซิงกล่าวอย่างเ็า
“ข้าไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของอ๋องเลี่ย!” เ้าเมืองเหอกล่าวโดยไม่แยแส จากนั้นเ้าเมืองเหอก็พาถังเหล่ยเดินจากไป
ถังเหล่ยเดินตามเ้าเมืองเหอไปทันที แต่เขายังคงระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะเขากับเ้าเมืองเหอผู้นี้ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน แม้ว่าเ้าเมืองเหอผู้นี้จะเป็คนของตี้เหยียน แต่ก็ไม่แน่ว่าเขาจะซื่อสัตย์กับตี้เหยียน
“คุณชายถังไม่ต้องกังวลข้าเป็คนของอ๋องเหยียน ข้าถูกส่งมาเพื่อช่วยเหลือท่าน” ท่านเหอกล่าวเสียงต่ำ
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็ข้า?” ถังเหล่ยกล่าวถามทันที เขารู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าท่านเหอผู้นี้รู้ได้อย่างไรว่าคือเขา
ท่านเหอไม่ได้กล่าวอะไร แต่มอบม้วนภาพม้วนหนึ่งให้กับถังเหล่ย
“คุณชายถัง้าไปที่ใด ข้าจะรายงานต่ออ๋องเหยียนเพื่อให้คุณชายเดินทางออกจากจักรวรรดิของเราอย่างปลอดภัย” ท่านเหอยังคงถามถังเหล่ยอย่างเร่งรีบ
“ูเาจู่หุน!” ถังเหล่ยกล่าวอย่างแ่เบา ในนั้นเสียงของเจิ้งซิงก็ดังมาจากด้านหลังของพวกเขา
“ท่านเหอหลานชายของท่านช่างคล้ายกับผู้ต้องสงสัย ข้าขอตรวจสอบเขาหน่อย” เจิ้งซิงกล่าวอย่างไม่แยแส
“ไม่ว่าท่านเจิ้งซิง้าสิ่งใดย่อมได้” ท่านเหอกล่าวกับเจิ้งซิง จากนั้นเขาหันกลับมาแล้วบอกให้ถังเหล่ยหนีเข้าไปในเมืองทันที
ทันทีที่ถังเหล่ยได้ยินสิ่งที่ท่านเหอกล่าว เขาจึงควบคุมพลังปราณไปที่ขาทั้งสองข้าง และพุ่งออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“หยุดเขา!” เจิ้งซิงออกคำสั่งทันทีเมื่อเขาเห็นถังเหล่ยกำลังวิ่งหนีเข้าไปในเมือง
“อย่าขยับ!”
ท่านเหอะโพร้อมกับโบกมือสั่งให้ทหารเ่าั้หยุดอยู่กับที่ ทหารเหล่านี้ล้วนเป็ทหารของเมืองหุยฉือแห่งนี้ แน่นอนว่าพวกเขาเชื่อฟังคำสั่งของท่านเหอ!
“ตามข้ามา อย่าปล่อยให้เขาหลบหนีไปได้!” เจิ้งซิงยังคงออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด แต่ในขณะนี้ถังเหล่ยได้วิ่งออกไปไกลจากจุดตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
“รนหาที่ตาย หากชายคนนั้นคือหลานของเ้าจริงๆ เหตุใดเขาจะต้องหลบหนี?”
เจิ้งซิงกล่าวอย่างเ็า แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าชายผู้นั้นคือถังเหล่ยจริงๆ หรือไม่ แต่สถานการณ์ในขณะนี้ก็ทำให้เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้
“ข้าจะรู้ได้อยางไร? ข้ากับหลานชายไม่ได้พบหน้ากันหลายปีแล้ว บางทีข้าอาจจะจำคนผิดก็เป็ได้ ขอบคุณท่านผู้นำเจิ้งที่ทำงานอย่างหนัก หากไม่มีอะไรข้าขอตัวกลับไปพักผ่อน!”
ท่านเหอกล่าวอย่างเ็า เพราะคำสั่งของตี้เหยียนคือให้เขาช่วยถังเหล่ยอย่างลับๆ แต่การกระทำของเขาได้ทำให้คนของตี้เลี่ยสงสัยเป็อย่างมาก
“เ้า!”
เจิ้งซิงกล่าวด้วยความโกรธ หากถังเหล่ยสามารถหนีไปได้เขาจะต้องถูกตี้เลี่ยลงโทษอย่างแน่นอน!
ในขณะนี้เจิ้งซิงทำได้เพียงวิ่งไล่ตามถังเหล่ยไปเท่านั้น ซึ่งท่านเหอก็ไม่ได้หยุดเขาเหมือนก่อนหน้าแล้ว สิ่งที่ท่านเหอต้องทำในเวลานี้คือรายงานข่าวให้ตี้เหยียนทราบโดยเร็วที่สุด!
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยก็พยายามมองหาประตูทางออกเมืองที่เหมาะสมที่สุด ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า จากนั้นบนท้องฟ้าก็มีดอกไม้สีแดงเพลิงกำลังเบ่งบานอย่างบ้าคลั่ง ในเวลาเดียวกันเหล่าทหารจำนวนมากก็พากันวิ่งเข้ามาปิดล้อมเมืองหุยฉืออย่างรวดเร็ว
เมื่อถังเหล่ยััได้ถึงการเปลี่ยนแปลง เขาจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกครั้ง หากเขาไม่สามารถหนีออกจากเมืองหุยฉือได้ทันเวลาเขาจะต้องตกที่นั่งลำบากอย่างแน่นอน
……
