ฝ่ามือทั้งสองข้างของเนี่ยเทียนหันเข้าหากัน เขารวบรวมพลังจิต พลังิญญา และพลังเืเนื้อ มีตัวเองเป็จุดศูนย์กลาง เริ่มขยายสนามแม่เหล็กบิดเบือนยุ่งเหยิงออกไป
ระหว่างมือทั้งสองข้างของเขาเกิดเป็คลื่นผิดปกติระลอกหนึ่งก่อนเป็อันดับแรก
พอคลื่นนั้นเกิดขึ้นก็แผ่ออกไปรอบด้านอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นน้ำ
“เอ๊ะ!”
เจิ้งปินที่ห่างจากเขาไปเล็กน้อยหน้าเปลี่ยนสี ััได้ถึงความผิดปกติทันที
“หนึ่งเมตร สองเมตร...”
เนี่ยเทียนคำนวณอยู่ในใจ กะระยะขอบเขตที่สนามแม่เหล็กปกคลุมอย่างแม่นยำ
เวลานี้เขาสังเกตเห็นว่าถึงแม้เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้จะอยู่ห่างจากเขา ทว่ากลับยังอยู่ในระยะห้าเมตร
เขาขมวดคิ้วน้อยๆ ใช้สายตาบอกเป็นัยให้เจิ้งปินออกห่างไปอีกนิด
หลังจากเจิ้งปินเห็นสายตาของเขาจึงรีบถอยกรูดอย่างไม่ลังเลทันที
ใบหน้าของเจิ้งปินเผยความเคร่งขรึมออกมา
อันที่จริงไม่จำเป็ต้องให้เนี่ยเทียนบอก เจิ้งปินที่ััได้ว่าท่าไม่ดีก็เป็ฝ่ายถอยห่างด้วยตัวเองแล้ว
เพราะว่าเมื่อสนามแม่เหล็กบิดเบือนยุ่งเหยิงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออก... ยังไม่ทันได้ปกคลุมมาถึงจุดที่เจิ้งปินอยู่ เขาก็อกสั่นขวัญหาย ััได้ถึงลางร้ายด้วยสัญชาตญาณของตัวเอง
เมื่อสนามแม่เหล็กเกิดขึ้น เจิ้งปินเองก็ปลดปล่อยกระแสจิตหนึ่งกลุ่มออกไปหมายจะสังเกตความมหัศจรรย์ด้านในสนามแม่เหล็ก
ทว่าพอกระแสจิตของเขาไหลเข้าไปในสนามแม่เหล็กนั้น เจิ้งปินก็ปวดหัวแปล๊บ
จิติญญาของเขาคล้ายถูกบีบเคล้น ในสมองพร่าเลือนมึนงงไปหมด
ความรู้สึกเช่นนั้นทำให้เขาหวาดกลัว ดังนั้นหลังจากที่เนี่ยเทียนส่งสายตาบอกเป็นัย เขาจึงถอยห่างออกไปทันที
หลังจากอยู่ห่างจากเนี่ยเทียนประมาณสิบเมตร ดวงตาเปล่งประกายของเขาก็จ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน
ทว่าคราวนี้เขากลับไม่กล้าปลดปล่อยกระแสจิตออกไปอีก ไม่กล้าสืบหาความมหัศจรรย์ของสนามแม่เหล็กนั้นอีกแล้ว
“ห้าเมตร!”
ไม่นานสนามแม่เหล็กที่สร้างขึ้นจากพลังจิต พลังิญญา และพลังเืเนื้อที่มีเนี่ยเทียนเป็จุดศูนย์กลางก็ปกคลุมไปทั่วรัศมีห้าเมตร
นี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเนี่ยเทียน
หาก้า เขายังสามารถเพิ่มพลังจิตเข้าไปให้สนามแม่เหล็กนั้นทอดยาวไปได้ถึงสิบเมตร!
ทว่าหากทำเช่นนั้นพลังจิตของเขาก็จะสูญสิ้น รอจนเจี่ยเผิงแห่งอาณาจักรคุนหลัวมาถึง เขาที่พลังจิตไม่เพียงพอก็ยากจะกระตุ้นใช้วัตถุที่อาจารย์มอบให้ได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงควบคุมขอบเขตของสนามแม่เหล็กบิดเบือนให้อยู่แค่ในระยะห้าเมตรเท่านั้น
ทว่าขณะที่เขาเพิ่งจะหยุดชะงัก เขาพลันััได้ถึงความผิดปกติในมหาสมุทริญญา
ในมหาสมุทริญญา น้ำวนเปลวไฟลูกเล็กที่ก่อตัวขึ้นจากพลังเปลวเพลิงนั้น ได้มีพลังเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งลอยออกมา...
พลังเปลวเพลิงเ่าั้ไหลผ่านเส้นชีพจรของเขามายังกลางฝ่ามือ แล้วหลอมรวมเข้าไปในสนามแม่เหล็ก
สนามแม่เหล็กที่เดิมทีก็บ้าคลั่งไร้ระเบียบอยู่แล้วพอได้รับพลังเปลวเพลิงเข้าไป เนี่ยเทียนก็ััได้ทันทีว่าสนามแม่เหล็กนั้นยิ่งยุ่งเหยิงและพลุ่งพล่านมากกว่าเดิม!
เพียงแค่พลังเปลวเพลิงส่วนน้อยส่วนเดียวที่เพิ่มเข้าไป สนามแม่เหล็กก็เหมือนจะมีอานุภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะมาก!
“นี่คือ?”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ ใช้ใจัั ใคร่ครวญอยู่กับตัวเอง
“ยุ่งเหยิง บิดเบือน ที่ยุ่งเหยิงก็เป็เพราะในสนามแม่เหล็กมีพลังจิต พลังเืเนื้อและพลังิญญา พลังงานสามชนิดที่ไม่เหมือนกันมารวมอยู่ด้วยกัน ตัดสลับกันไปมา ถึงได้ทำให้สนามแม่เหล็กพลุ่งพล่านและบ้าคลั่งอย่างถึงที่สุด”
“และถึงแม้ว่าพลังเปลวเพลิงจะมีต้นกำเนิดเดียวกันกับพลังิญญา ทว่าก็เป็ธาตุที่มีลักษณะเฉพาะ”
“หากวิเคราะห์อย่างจริงจัง พลังเปลวเพลิงสามารถมองเป็รูปแบบของพลังงานที่สี่ซึ่งเพิ่มเข้ามาใหม่”
“เพียงแค่พลังเปลวเพลิงในปริมาณน้อยนิดก็สามารถเพิ่มอานุภาพของสนามแม่เหล็กได้มหาศาล นี่หมายความว่า... ยิ่งในสนามแม่เหล็กมีพลังงานหลายชนิด อานุภาพของมันก็จะยิ่งสูงขึ้นใช่หรือไม่?”
เขาจับความลึกลับมหัศจรรย์ได้อย่างรวดเร็ว
“หากเป็แบบนี้จริงๆ ตัวข้าไม่มีธาตุในการฝึก ยังสามารถฝึกคาถาวิเศษได้อีกหลายชนิด”
“คาถาวิเศษทุกชนิดที่มีธาตุไม่เหมือนกันล้วนสามารถมองเป็พลังงานที่ไม่เหมือนกัน ยิ่งมีพลังงานหลากหลายเข้ามารวมอยู่ในสนามแม่เหล็ก ก็มิใช่ว่าจะยิ่งทำให้สนามแม่เหล็กทรงพลังขึ้นหรอกหรือ?”
เมื่อคิดเช่นนี้ ดวงตาของเขาก็ค่อยๆ เปล่งประกาย หาวิธีที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอานุภาพสนามแม่เหล็กเจอในที่สุด
และตอนนี้เอง เรือนกายอ้วนฉุของเจี่ยเผิงจากอาณาจักรคุนหลัวก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง
“เป็เขาจริงๆ ด้วย!”
คราวนี้เนื่องจากอยู่ใกล้ยิ่งกว่าเดิม แม้แต่เจิ้งปินจึงมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเขา
จุดที่เขากับเนี่ยเทียนอยู่ บริเวณใกล้เคียงมีเศษก้อนหินแตกกระจายมากมาย อีกทั้งคนทั้งสองยังจงใจย่อร่างลง ดังนั้นแม้ว่าเจี่ยเผิงจะพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าก็ยังไม่สังเกตเห็นพวกเขาในทันที
“อีกเดี๋ยวเขาก็จะมาถึงแล้ว” เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก หยุดชะงักความคิดอย่างเฉียบขาด แต่หยิบเอาของสองสิ่งออกมาจากกำไลเก็บของ
ของชิ้นหนึ่งคือยันต์วิเศษที่ใช้ป้องกันตัวเอง อีกชิ้นคือไข่มุกน้ำแข็งะเิลูกกลมใสที่ปลดปล่อยไอความเย็น
ตามที่อูจี้บอก ยันต์วิเศษหนึ่งแผ่นสามารถต้านทานการโจมตีสุดพลังจากผู้แข็งแกร่งต้น์่ท้ายได้ครั้งหนึ่ง ช่วยรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้
ยันต์วิเศษมีทั้งหมดสามแผ่นซึ่งต่างก็เป็วัตถุที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเช่นเดียวกับไข่มุกน้ำแข็งะเิ หากไม่ถึง่เวลาคับขันจริงๆ พยายามอย่าเอาออกมาใช้
ทว่าเดิมทีเจี่ยเผิงผู้นั้นก็เป็ผู้แข็งแกร่งต้น์่กลางอยู่แล้ว หากไม่เอายันต์วิเศษหนึ่งแผ่นออกมาใช้ เขาก็ไม่มีความมั่นใจจริงๆ ว่าจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงบิดเบือนนั้นเขาร่ายออกมาเป็ครั้งแรก เขาเองก็ไม่รู้ว่าอานุภาพของมันมีมากน้อยเพียงใด จะจัดการกับเจี่ยเผิงได้จริงหรือไม่
ไข่มุกน้ำแข็งะเิก็เช่นเดียวกัน เขาแอบตัดสินใจแล้วว่าขอแค่เจี่ยเผิงปรากฏตัวอยู่ในขอบเขตที่ไข่มุกน้ำแข็งะเิโจมตีได้ เขาก็จะลงมืออย่างไม่ลังเลทันที
“ฟิ้ว!”
ร่างอ้วนเทอะทะของเจี่ยเผิงร่วงลงพื้นแล้วก็ลอยขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง
กระแสจิตของเจี่ยเผิงคล้ายตาข่ายตาถี่ยิบปากหนึ่งซึ่งปกคลุมไปทั่วด้าน
เขามีตบะอยู่ในขั้นต้น์่กลาง ขอบเขตที่กระแสจิตของเขาแผ่ออกไปจึงเหนือกว่าเนี่ยเทียนอยู่มากโข
“หึ ในที่สุดก็ััได้ถึงปราณของสิ่งมีชีวิตแล้ว” เจี่ยเผิงยิ้มเห็นฟัน ในดวงตาที่เล็กเท่าเมล็ดถั่วเหลืองเผยประกายแสงตื่นเต้นโเี้
เขามองมายังหินอุกกาบาตทรงปรึซึมที่เนี่ยเทียนและเจิ้งปินอยู่ด้วยดวงตาเ็า กล่าวอย่างดูแคลน “ซ่อนตัวงั้นรึ? ทว่าซ่อนตัวแล้วจะมีประโยชน์อันใด? ก็แค่ตบะท้าย์กลับยังกล้าเข้ามาในประตู์ นี่มันเท่ากับพาตัวมาตายชัดๆ”
ระหว่างที่พึมพำ ร่างกายที่ก่อนหน้านี้ยังเตร็ดเตร่มองหาเหยื่อไปรอบด้านอย่างสบายใจพลันพุ่งตรงเข้าหาจุดที่เนี่ยเทียนและเจิ้งปินอยู่ทันที
“เขามาแล้ว!” เจิ้งเปินเอ่ยเตือนเบาๆ”
“อืม” เนี่ยเทียนพยักหน้า กล่าว “เจิ้งปิน ออกไปห่างข้าอีกนิด ห่างไปประมาณห้าสิบเมตร! ไข่มุกน้ำแข็งะเิที่อาจารย์ข้ามอบให้ ข้าไม่ได้ทดสอบอานุภาพของมันมาก่อน ข้ากลัวว่าจะทำร้ายเ้า”
หลังจากหายตะลึงเจิ้งปินก็รีบถอยห่างจากเนี่ยเทียนไปไกลลิบลับอย่างแท้จริง
ดูเหมือนว่าเขาน่าจะเคยได้ยินความน่ากลัวของไข่มุกน้ำแข็งะเิมาก่อน
เนี่ยเทียนที่เดิมทีคิดจะซ่อนตัวต่อไปสังเกตเห็นว่าเจี่ยเผิงตรงดิ่งเข้ามาหา จึงเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายเห็นเขาและเจิ้งปินแล้ว
ไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ อีก เขาเดินออกมาจากหลังหินก้อนหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว เผชิญหน้ากับเจี่ยเผิงโดยตรง
หลายสิบวินาทีหลังจากนั้น เสียงหัวเราะแปร่งหูของเจี่ยเผิงก็ดังออกมา
“ไม่ว่าพวกเ้ามาจากที่ใด มีตบะแค่ท้าย์ก็ยังกล้าเข้ามาในประตู์ พวกเ้าก็คือสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุดในห่วงโซ่อาหารแห่งนี้” เจี่ยเผิงแสยะยิ้มชั่วร้าย เนื้อไขมันบนใบหน้ากระเพื่อมเพราะความฮึกเหิม
“พวกเ้าที่เป็เช่นนี้ ไม่ว่าพบเจอใครก็ย่อมมีแต่ความตาย แล้วนับประสาอะไรกับที่มาเจอข้า?”
“ตูม!”
เรือนกายอ้วนฉุของเจี่ยเผิงพลันเพิ่มความเร็ว คำรามเข้ามาหาประดุจะุปืนใหญ่ในร่างคน
แสงสีเทาเหลือบเหลืองหลายเส้นสาดกระเซ็นออกมาจากบนร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง แสงเ่าั้คล้ายสามารถส่งอิทธิพลต่อแรงโน้มถ่วงได้ ทำให้ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศของเขาไม่ร่วงลงมาเสียที
“ธาตุดิน พลังแผ่นดิน!”
เพียงแค่มองปราดเดียว เนี่ยเทียนก็เข้าใจธาตุในการฝึกฝนของเจี่ยเผิงทันทีว่าเป็พลังิญญาดิน หนึ่งในธาตุทั้งห้า
ผู้ที่ฝึกพลังิญญาธาตุดินสามารถสร้างอิทธิพลต่อแรงโน้มถ่วงบนพื้นดิน ทำให้แรงโน้มถ่วงเปลี่ยนแปลงไปตามที่ตนเอง้า
สถานที่แห่งนี้คือท้องฟ้าดวงดาวอันหนาวเย็นนอกอาณาจักร เดิมทีแรงโน้มถ่วงก็เบาบางกว่ามาก จึงทำให้ร่างที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศของเจี่ยเผิงสามารถหยุดชะงักค้างได้นาน!
รอจนเจี่ยเผิงห่างจากเขาอีกประมาณหนึ่งร้อยเมตรกว่า ไข่มุกน้ำแข็งะเิที่เนี่ยเทียนกำเอาไว้แน่นก็ถูกขว้างออกไปอย่างแรง
“ฟิ้ว!”
ไข่มุกน้ำแข็งะเิกลายร่างเป็กลุ่มแสงเย็นเยียบคล้ายแท่งน้ำแข็งขาวโพลนหนึ่งแท่งที่พุ่งตรงเข้าเสียบแทงเจี่ยเผิง
กระแสจิตเส้นหนึ่งของเนี่ยเทียนถูกนาบประทับลงไปในไข่มุกน้ำแข็งะเินานแล้ว ตอนที่ไข่มุกน้ำแข็งะเิเข้าไปใกล้เจี่ยเผิง เขาจึงตวาดเสียงดังอยู่ในใจ “ะเิ!”
ไข่มุกน้ำแข็งะเิที่ส่องประกายแสงใสวิบวับ เมื่อเสียงตวาดของเขาดังขึ้นก็พลันะเิตัวออกเป็แสงน้ำแข็งนับร้อยนับพันก้อน
แท่งน้ำแข็ง มีดน้ำแข็ง แสงน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนะเิกระเซ็นออกมาจากไข่มุกน้ำแข็งะเิเล็กๆ ลูกนั้น ครอบคลุมพื้นที่รอบด้านเจี่ยเผิงไว้หมด
“สวบๆๆ!”
หลังจากแท่งน้ำแข็ง มีดน้ำแข็ง แสงน้ำแข็งสาดกระเด็นออกมาก็กลายร่างมาเป็พายุน้ำแข็งที่ปกคลุมเจี่ยเผิงไว้ภายใน
“อ๊าก!”
ในพายุน้ำแข็ง ผิวเนื้อบนเรือนกายอ้วนเทอะทะของเจี่ยเผิงปริแตกออกเป็ริ้วๆ ทันที เขาเปล่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
