ในตอนนี้เหลยจั๋วเยว่แทบจะคลุ้มคลั่ง ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าเป็จำนวนมาก และอสุนี์อันโหดร้ายก็ได้ทำลายต้นไม้ใบหญ้า รวมถึงดอกไม้ในลานบ้านจนกระจัดกระจาย สีหน้าของเขาดูดุร้ายอย่างยิ่ง สายตาดูเปล่งรัศมีอย่างเทพเ้าผู้เกรี้ยวกราด!
ชายหนุ่มจำนวนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าเหลยจั๋วเยว่ ต่างยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนกเพราะความกดดันจากเหลยจั๋วเยว่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการท้าประลองอสูรธรณีในตอนนี้อยู่เหนือกว่าจินตนาการของเหลยจั๋วเยว่อย่างสิ้นเชิง เขาต่างชั่งน้ำหนักหาความสมดุลสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะเพิกเฉยต่อพลังความกดดันที่มหาศาลของด่านจิตใจได้ และยิ่งนึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะกล้าสังหารเหลยเฉียนหลง!
ในมุมมองของเหลยจั๋วเยว่ แม้ว่าฉินอวี่จะเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ แต่คงไม่กล้าสู้กับผู้แข็งแกร่งในกองกำลังของแดนต้าโหมวเทียน อย่างมากก็แค่ใช้คำพูดข่มขู่ไปก็เท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าลงมือสังหารจริงๆ!
“หลี่โหย่วฉาย ข้าเหลยจั๋วเยว่จะขอสู้กับเ้า ไม่ตายไม่ยอมเลิกรา!” เหลยจั๋วเยว่กัดฟันพูดขึ้น ะโออกไปอย่างดุดัน เหลยเฉียนหลงคือลูกพี่ลูกน้องของเขา ครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้ขัดขวางฉินอวี่ในการร่วมท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณี แต่กลับนึกไม่ถึงว่าทุกสิ่งจะล้มเหลวเช่นนี้ ทั้งยังทำให้เหลยเฉียนหลงต้องถึงแก่ความตาย
ทันใดนั้น เหมือนว่าเหลยจั๋วเยว่จะนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะพูดออกไป “ข้าต้องรู้เื่ทั้งหมด บอกมาอย่าให้หายไปแม้แต่คำเดียว!”
ชายหนุ่มจำนวนหนึ่งรีบเล่าเื่ราวทั้งหมดออกมาให้เขาฟังอย่างละเอียด
จนกระทั่งพวกเขาพูดจบ เหลยจั๋วเยว่ก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง จ้องตรงไปยังชายหนุ่มที่กำลังพูด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เหลยจั๋วเยว่ก็เริ่มขยับ ตามมาด้วยเสียงตบที่ดังกึกก้อง ชายหนุ่มคนนั้นกระเด็นลอยออกไปราวกับดาวตกในทันที
“สกัดกั้นผนึกยันต์ระดับเต๋าด้วยเรือนไม้? เ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือ?” ดวงตาของเหลยจั๋วเยว่โกรธจัด พลางพูดออกไปเสียงดัง
หลังจากชายหนุ่มคนนั้นตกลงถึงพื้นเขาก็สลบไปทันที ส่วนชายหนุ่มคนอื่นที่เหลืออยู่ต่างตัวสั่นเทามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาของเหลยจั๋วเยว่ ชายหนุ่มเ่าั้ต่างพูดขึ้นพร้อมกัน “พี่... พี่ใหญ่เหลย นี่คือเื่จริง มันเป็เื่จริง มีคนนับพันคนที่ได้เห็นเื่นี้มาด้วยตาตนเอง หลังจากเกิดเื่... พวกข้าได้เข้าไปตรวจสอบแผ่นไม้เ่าั้แล้ว... มันคือแผ่นไม้ธรรมดาจริงๆ และหลี่โหย่วฉายได้ใช้แผ่นไม้นั้นสร้างเป็เรือนไม้สกัดกั้นการโจมตี!”
เหลยจั๋วเยว่ที่มีสีหน้าดุร้ายนิ่งเกร็งไปในทันที เมื่อมองไปยังชายหนุ่มเหล่านี้ เหลยจั๋วเยว่ก็ยังไม่เชื่อ และเริ่มตัวสั่นขึ้นมาเช่นกัน ตราบใดที่ยังไม่เห็นด้วยตาตนเอง เหลยจั๋วเยว่ก็ไม่มีวันเชื่อ!
“คุณชายอินิแห่งตระกูลอิน หลัวอวิ๋นทุนแห่งตระกูลเหลยมาขอเข้าพบ!” มีคนรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง
“ให้พวกเขาเข้ามา!” เหลยจั๋วเยว่รีบะโกลับไป
ผ่านไปไม่นาน อินิและหลัวอวิ๋นทุน พร้อมกลุ่มศิษย์ชายหนุ่มส่วนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามา
“หลี่โหย่วฉายใช้เรือนไม้สกัดกั้นผนึกยันต์ระดับเต๋าจริงหรือ?” เหลยจั๋วเยว่ถามออกไปทันทีที่เห็นพวกของอินิ
“ใช่แล้ว... พี่เหลย!” สีหน้าของอินิเต็มไปด้วยความขมขื่น อย่าได้พูดถึงเหลยจั๋วเยว่ ต่อให้เขาเห็นด้วยตาตนเองก็คงไม่อยากเชื่อสายตาตนเองอยู่ดี เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูเหลือเชื่อของเหลยจั๋วเยว่ อินิก็รีบเดินเข้าไปใกล้ จากนั้นจึงนำแผ่นไม้ขนาดเท่าแขนแผ่นหนึ่งออกมา และพูดว่า “ในตอนนั้น หลี่โหย่วฉายใช้แผ่นไม้แผ่นนี้ในการสกัดกั้นการโจมตี”
เหลยจั๋วเยว่คว้าแผ่นไม้มาไว้ในมือ หลังจากแทบไม่ได้ออกแรงมือ แผ่นไม้ก็หักออกทันที สายฟ้าสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนแผ่นไม้ เมื่อมองดูฝุ่นไม้ที่กระจัดกระจาย ความดุร้ายของเหลยจั๋วเยว่ก็ค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ และพูดอย่างเคร่งขรึม “เ้าแน่ใจนะว่าหลี่โหย่วฉายใช้แผ่นไม้นี้สร้างเป็เรือนไม้เพื่อสกัดการโจมตีของผนึกยันต์ระดับเต๋า?”
“แน่ใจขอรับ! แน่ใจอย่างมากเลยทีเดียว!” หลัวอวิ๋นทุนก็พยักหน้าเช่นกัน
เหลยจั๋วเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าจะยังไม่อยากเชื่อ แต่ตอนนี้เขาก็ต้องเชื่อ
“ยิ่งไปกว่านั้น หลี่โหย่วฉายยังสามารถเอาชนะอันดับสี่อย่างสวี่กวนเซิงได้อีกด้วย สวี่กวนเซิงนั่นมีพยนต์มรณะที่แข็งแกร่ง... ข้าได้ยินมาว่า ในตอนที่หลี่โหย่วฉายและสวี่กวนเซิงกำลังต่อสู้กันนั้น ยิ่งสู้เท่าไรเขาก็ยิ่งแข็งแกร่ง บีบให้สวี่กวนเซิงต้องใช้พยนต์มรณะ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด สวี่กวนเซิงก็ยอมแพ้เสียอย่างนั้น!”
“ข้าได้ยินมาว่า หลี่โหย่วฉายนั่นใช้พลังอสุนี์ประจำตัว อีกทั้งยังมีเพลิงมรณะ! ไม่รู้ว่าหลี่โหย่วฉายผู้นี้ได้ของมีค่าจากผู้เฒ่าร้องไห้มามากมายแค่ไหน!” ชายหนุ่มคนอื่นเริ่มพูดขึ้นเช่นกัน
“อสุนี์ เพลิงมรณะ?” เหลยจั๋วเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดิมทีเขาคิดว่าอสุนี์คือสิ่งที่ฉินอวี่หยิบยืมมาจากอาวุธเต๋าอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่กลับนึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะมีอสุนี์อยู่จริงๆ เมื่อนึกไปถึงท่าทีตอนงานเลี้ยงที่ผ่านมา ดวงตาของเหลยจั๋วเยว่ก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้น และพูดออกไปอย่างน่ากลัว “เขากำลังวางแผนจัดการพวกเรา เขาวางแผนเล่นงานพวกเรามาั้แ่ต้น!”
เข้าใกล้แผ่นผนึกว่านเซี่ยงได้ในระยะสองจ้าง ไม่สนใจต่อแรงกดดันในด่านจิตใจ สกัดการโจมตีของผนึกยันต์ระดับเต๋าด้วยเรือนไม้ อสุนี์ เพลิงมรณะ หากมองจากสิ่งเหล่านี้แล้ว หลี่โหย่วฉายจะต้องได้เป็สามสิบหกขุนพล์อย่างแน่นอน
หรืออาจบอกได้ว่า... ตนเองถูกหลอกแล้ว หลี่โหย่วฉายนั่นวางแผนหลอกตนเองมาั้แ่เริ่มแรกแล้ว!
อาวุธเซียน! นั่นเป็อาวุธเซียนเชียวนะ!
ดวงตาของเหลยจั๋วเยว่ดูมืดมนเป็พิเศษ หากเป็คนอื่นๆ เหลยจั๋วเยว่คงไม่ใส่ใจ แต่เขาเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ หากผู้เฒ่าร้องไห้เกิดมาถามหาอาวุธเซียนถึงหน้าประตูจวน แล้วเหลยจั๋วเยว่จะทำอย่างไรเล่า? ตระกูลเหลยจะหยิบอาวุธเซียนออกมา หรือจะยอมต่อสู้กับผู้เฒ่าร้องไห้? บางครั้ง... ตระกูลเหลยอาจเลือกทิ้งตัวเขาไปเสียมากกว่า?
“ไปเอารายชื่อในการทดสอบเจ็ดสิบสองอสูรธรณีในครั้งนี้มาให้ข้า! ข้าจะขอเยี่ยมทีละคน!” เหลยจั๋วเยว่คิดหนักอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในฐานะเป็อัจฉริยะตระกูลเหลยของตี้หวัง และยังเป็หนึ่งในสามสิบหกขุนพล์ สถานะของเหลยจั๋วเยว่จึงสูงส่ง และมีผู้คนมากมายมาเยี่ยมเยียนเขาเป็เื่ปกติ แต่ในครั้งนี้ เขากลับจะเป็ฝ่ายเยี่ยมเยียนคนอื่นๆ เสียเอง จึงเห็นได้ว่า ครั้งนี้ เหลยจั๋วเยว่กำลังวางแผนสังหารฉินอวี่!
ในขณะที่เหลยจั๋วเยว่กำลังเตรียมประสานความร่วมมือจากอสูรธรณีอื่นๆ ในเมืองเทียนโหมวชั้นใน
“ท่านพ่อ เื่เริ่มบานปลายใหญ่โตแล้ว ท่านช่วยไปเชิญท่านปู่ทวดหน่อยเถอะนะ หากยังไม่ลงมืออีก หลี่โหย่วฉายอาจต้องตายในหอคอยเทียนกัง” หลังจากเสร็จสิ้นการประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณี หลัวชิงเยว่ก็รีบกลับมายังเมืองเทียนโหมวชั้นใน และพูดขึ้นทันที
หลัวเฟิงไม่ได้ตอบอะไร และนั่งจิบชาอยู่ทางด้านข้าง ประคองถ้วยชาร้อนใบหนึ่งไว้ และค่อยๆ พูด “ชิงเยว่ อย่าร้อนใจไป พ่อได้รายงานเื่นี้ให้ทวดเ้ารับรู้แล้ว ส่วนเขาจะตัดสินใจอย่างไรเราคงไปยุ่งไม่ได้”
“ท่านรายงานไปแล้วหรือ?” หลัวชิงเยว่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ และพูดอย่างสงสัย
“ใช่แล้ว หลี่โหย่วฉายผู้นั้นอยู่เหนือจินตนาการของพวกเรายิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าจะสามารถสร้างเรือนไม้ขึ้นสกัดกั้นผนึกยันต์ระดับเต๋าได้ อีกทั้งยังสังหารสายเืตรงของตระกูลเหลย เื่นี้จึงเป็สิ่งสำคัญมากและควรทำตามที่ปู่ทวดของเ้าสั่ง”
“อะไรนะ? ใช้เรือนไม้สกัดกั้นผนึกยันต์ระดับเต๋าหรือ? นี่มันเื่อะไรกัน?” หลัวชิงเยว่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
หลัวเฟิงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในด่านจิตใจแต่ละเื่ออกมา หลังจากหลัวชิงเยว่ได้ฟังดังนั้นนางก็ตกตะลึง
“หากเดาไม่ผิดละก็ ไม่ว่าจะเป็ความถนัดหรือสติปัญญาของหลี่โหย่วฉาย ก็ล้วนแต่เป็สิ่งที่พบเจอได้ยากในรอบหมื่นปี และในระดับการฝึกฝนเพียงขั้นกุมารทิพย์ของเขากลับััข้อบังคับได้ ทั่วทั้งแดนต้าโหมวเทียน และคงมีแต่ผู้เฒ่าร้องไห้เฒ่านั้นที่น่าจะถ่ายทอดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้! หลี่โหย่วฉายผู้นี้คงแบกความหวังของผู้เฒ่าร้องไห้เอาไว้มาก หากเขาตาย... ผู้เฒ่าร้องไห้ต้องคลุ้มคลั่งแน่นอน และถึงตอนนั้น ก็คงไม่มีผู้ใดจะต้านทานความโกรธของผู้เฒ่าร้องไห้ได้!” หลัวเฟิงค่อยๆ อธิบาย
หลัวชิงเยว่รู้สึกอื้อไปทันที และไม่ได้สติอยู่นาน
ข้อบังคับ?
หลี่โหย่วฉายััข้อบังคับได้?
“เสี่ยวเยว่ หลี่โหย่วฉายนั่นพักอยู่ด้านนอกจวน เขาบอกจะให้เ้าพาไปเขตจุ้ยโหมว...” เวลานี้ มีเสียงที่หนักแน่นดังขึ้น
ครึ่งชั่วยามต่อมา
พญาอินทรีั์ตัวหนึ่งที่ปกคลุมท้องฟ้าบดบังดวงอาทิตย์ได้เดินทางออกจากเมืองเทียนโหมวชั้นนอก มุ่งหน้าสู่เขตจุ้ยโหมวอย่างรวดเร็ว...
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เงาร่างที่ดูทะนงตนก็เดินออกมาจากเมืองเทียนโหมวชั้นนอก และลอยอยู่เหนือประตูเมืองทางด้านนอก กระบี่เล่มหนึ่งปรากฏอยู่ข้างกาย ชายหนุ่มคนนี้ได้ปกปิดตนเองเข้าสู่สมาธิราวกับกำลังรอใครสักคน
“เอ๊ะ คนผู้นี้... ใช่หลี่เฉิงเซียนหรือไม่? หลี่เฉิงเซียนแห่งูเาเซียนกระบี่?”
“หลี่เฉิงเซียนออกจากป่าแล้วหรือ? หลี่เฉิงเซียนกำลังรอใครที่นี่? หรือหลี่เฉิงเซียน้าท้าประลองใคร?
ชื่อของหลี่เฉิงเซียนเป็ที่ดึงดูดความสนใจเหล่าผู้ฝึกตนหนุ่มสาวจำนวนนับไม่ถ้วน ในเวลานี้ จำนวนผู้ฝึกตนที่มารวมตัวกันในเมืองเทียนโหมวชั้นนอกยิ่งมีจำนวนมากขึ้น ท้ายที่สุดก็มีจำนวนคนมากกว่าหนึ่งแสนคน!
“ได้ยินมาว่าหลี่เฉิงเซียนกับหลี่โหย่วฉายมีสัญญาประลองกัน แต่ตอนนี้... หลี่โหย่วฉายอยู่ไหนล่ะ?”
“หลี่โหย่วฉาย? เหมือนว่าข้าจะเห็นหลี่โหย่วฉายออกจากเมืองเทียนโหมวชั้นนอกไปกับชิงเยว่หวังนะ?”
“ไม่ใช่กระมัง? หลี่โหย่วฉาย... จะกล้าเกินไปหรือไม่ นึกไม่ถึงว่าเขาจะผิดสัญญาปล่อยให้หลี่เฉิงเซียนรอเช่นนี้?”
