ไม่รู้ว่ามู่หลิวเยวี่ยพูดอะไร ทว่าองค์หญิงฉางผิงและขุนนางเป่ยกงต่างแสดงใบหน้าที่สนุกสนานออกมา ขุนนางเป่ยกงยกนิ้วให้ทันที “สุดยอดไปเลย! คุณหนูมู่เป็คนฉลาดจริงๆ!”
“ดีมาก หลิวเยวี่ย หลังจากทำงานเสร็จ ข้าจะให้รางวัลเ้าอย่างงาม!” องค์หญิงฉางผิงยิ้มอย่างน่ากลัวและสั่งให้ขุนนางเป่ยกงเตรียมพร้อมทันที
หานอวิ๋นซี ครั้งนี้ข้าจะฆ่าเ้าให้ได้!
หานอวิ๋นซีรออย่างใจจดใจจ่อตลอดทั้งบ่าย แต่กลับไม่ได้ยินข่าวคราวของมู่ชิงอู่
เวลานี้ ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
ผ่านไปอีกวัน และพรุ่งนี้คือกำหนดเส้นตาย นางสงสัยว่ากู้เป่ยเยวี่ยได้เก็บตัวอย่างเืแล้วกำลังมาที่นี่อยู่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันถึงเวลาอาหารเย็น เด็กปรุงยาตัวน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับนำน้ำแกงยาแก้หวัดพิเศษมาให้ ทันทีที่หานอวิ๋นซีดื่ม นางก็รู้ว่ามันคือน้ำแกงของกู้เป่ยเยวี่ย และมันทำให้นางอบอุ่นใจเสียเหลือเกิน กู้เป่ยเยวี่ยเป็คนดีจริงๆ
“อาการของแม่ทัพใหญ่เป็อย่างไรบ้าง?” หานอวิ๋นซีถามเบาๆ
เด็กปรุงยาตัวน้อยส่ายหัว “หวังเฟย วันนี้ท่านพ่อของท่านไปที่นั่นและหลังจากที่เขาออกไป กู้เป่ยเยวี่ยก็คอยเฝ้าแม่ทัพใหญ่อยู่ตลอด ไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียว”
“หานฉงอันงั้นหรือ? เขาพูดอะไรหรือไม่?” หานอวิ๋นซีไม่ได้สนใจคนผู้นั้นมากนัก ทว่าก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย ทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้ว่าหานฉงอันเป็สุนัขของไท่เฮา
“กระหม่อมเองก็ไม่ทราบแน่ชัด หวังเฟย ท่านรีบดื่มตอนยังร้อนๆ เถอะ”
เด็กน้อยปรุงยาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นาน หานอวิ๋นซีที่ดื่มน้ำแกงไป พลางพูดเบาๆ ว่า “หมอเทวดาหานไม่สามารถวินิจฉัยออกมาได้ แม่ทัพมู่จึงอารมณ์เสีย ส่วนหมอหลวงกู้ก็ลงนามใบสัญญามอบชีวิต แม่ทัพมู่จึงให้เขาอยู่ต่อ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหานอวิ๋นซีก็ถึงกับเต้นระรัว จากนั้นไม่รู้เพราะเหตุใดดวงตาของนางก็เผยความเศร้าโศกออกมา
“หวังเฟย หมอหลวงกู้สั่งให้ข้ามาบอกท่าน บอกว่าให้ท่านวางใจได้ อย่ากังวลมากเกินไป ให้ท่านดูแลตัวเองและรอเขามา”
แววตาที่อ่อนโยนบริสุทธิ์ของกู้เป่ยเยวี่ยผุดขึ้นมาในความคิดของหานอวิ๋นซีโดยไม่รู้ตัว หัวใจที่กังวลและร้อนรนของนางก็สงบลงอย่างอธิบายไม่ได้ กู้เป่ยเยวี่ย คืนนี้เ้าจะมาหรือไม่?
แล้วคืนนี้ หานอวิ๋นซีจะนอนหลับได้อย่างไร?
ตอนนี้เป็เวลายามจื่อ[1] แต่ดวงตายังคงเบิกกว้าง นางเชื่อมั่นว่าการตัดสินของตนเองไม่มีทางผิดพลาด ไม่ว่าคืนนี้หรือพรุ่งนี้ หนึ่งคืนหนึ่งวันเท่านั้นที่ชะตากรรมของนางและมู่ชิงอู่จะถูกตัดสิน
กู้เป่ยเยวี่ยเป็ความหวังเดียวของพวกเขา และหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับกู้เป่ยเยวี่ย
หานอวิ๋นซีรอและรอ ในที่สุดเมื่อท้องฟ้ามืดครึ้มสว่างอีกครั้ง นอกห้องขังมีเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้น ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างรวดเร็ว
ในความมืดสลัว หานอวิ๋นซีไม่แน่ใจว่าเป็ใคร แม้ว่าจะตื่นเต้นมาก แต่ก็ระงับตัวเองและรออย่างเงียบๆ
ในไม่ช้า เมื่อแสงส่องเข้ามา ก็เห็นว่าเป็กู้เป่ยเยวี่ยที่เดินเข้ามา!
หานอวิ๋นซีรู้สึกดีใจมากและะโลงจากเตียงทันที แต่เมื่อเห็นว่าพัศดีอยู่ด้วย นางก็ไม่กล้าส่งเสียงดัง
กู้เป่ยเยวี่ยแอบสั่งให้พัศดีปล่อยให้พวกเขาเข้ามา เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะเข้ามาเยี่ยม กู้เป่ยเยวี่ยจึงต้องใช้เงินไม่น้อยเลยทีเดียวในการที่จะเข้ามา
ทันทีที่พัศดีออกไป กู้เป่ยเยวี่ยที่กังวลยิ่งกว่าหานอวิ๋นซีก็พูดว่า “เร็วเข้า กระหม่อมได้สิ่งที่ท่าน้ามาแล้ว!”
“พิษปะทุออกมาแล้วหรือ?” หานอวิ๋นซีกระซิบ
“อืม เป็เหมือนที่ท่านพูดจริงๆ มีไข้สูง ปากกับลิ้นเป็สีม่วง พอเก็บตัวอย่างเืเสร็จข้าก็รีบมาที่นี่ทันที ในที่สุดแม่ทัพมู่ก็เชื่อเราแล้ว ทั้งยังดูแลพวกเราด้วยตัวเองด้วย”
กู้เป่ยเยวี่ยมอบเข็มทองให้หานอวิ๋นซี แม้ว่าจะไม่เข้าใจยาพิษมากนัก แต่เมื่อพิจารณาจากชีพจรและสีหน้าของมู่ชิงอู่แล้ว พิษนั้นคงร้ายแรงอย่างมาก ทุกคนต่างรู้ว่าการเผชิญหน้ากับพิษที่รุนแรงนั้นเรียกได้ว่าเป็การแข่งขันกับเวลา เขาจึงต้องรีบมารับยาแก้พิษทันทีและกลับไปช่วยชีวิตมู่ชิงอู่ มิฉะนั้นการทำงานหนักใน่สองสามวันที่ผ่านมาจะไร้ประโยชน์
หานอวิ๋นซีไม่ได้ถามอะไรอีก นางหันหลังกลับและใส่เข็มทองลงในระบบล้างพิษเพื่อทำการทดสอบ และผลที่ออกมาทำเอานางใจนเกือบล้มลง “มันคือพิษงูหมื่นตัว!”
“พิษงูหมื่นตัว?” กู้เป่ยเยวี่ยไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อน
“มันถูกกลั่นจากพิษงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดสิบชนิดในโลก พิษของพิษชนิดนี้ซ่อนอยู่ลึกมาก แต่เมื่อมันปะทุออกมา มันจะคร่าชีวิตภายในหนึ่งชั่วยามอย่างแน่นอน!”
หานอวิ๋นซีพูดไป ทว่าก็ไม่ใส่ใจที่จะอธิบายมากนัก รีบหยิบยาที่เตรียมไว้สองสามห่อออกมาจากระบบการล้างพิษทันที “เอานี่ไป ยานี้สามารถชะลอความเร็วการลามของพิษได้ ให้เขากินยาก่อน แล้วค่อยไปล้างพิษ ต้องให้เขากินยาแก้พิษภายในสองชั่วยาม มิฉะนั้น...”
หานอวิ๋นซีที่ไม่สนใจที่จะพูดต่อจาก “มิฉะนั้น” แล้ว นางจึงรีบบอกวิธีการแก้พิษกู้เป่ยเยวี่ยและสั่งให้เขาออกไป
ในความเป็จริง ถ้านางออกไปได้ละก็ จะสามารถใช้การฝังเข็มเพื่อล้างพิษได้โดยตรง แต่นางไม่สามารถออกไปได้ จึงทำได้เพียงใช้ยาเพื่อล้างพิษ โชคดีที่กู้เป่ยเยวี่ยหายาเ่าั้ได้ไม่ยาก
ต้องรู้ว่า จากศาลต้าหลี่ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับไปถึงจวนแม่ทัพ ทั้งยังต้องใช้เวลาในการต้มยาอีก เรียกได้ว่ากำลังต่อสู้กับเวลาเพื่อชีวิต
หากต่อสู้ชนะ ทุกอย่างก็จะดี
หากแพ้ เช่นนั้นก็หมายถึงชีวิตสองชีวิต!
กู้เป่ยเยวี่ยที่เดิมทีรีบร้อนอยู่แล้ว หลังจากได้ยินคำพูดของหานอวิ๋นซี ก็รีบรับของมาและ้าออกไปโดยไม่สนใจอะไรใดๆ
เพียงแต่!
โดยไม่คาดคิด หลังจากที่กู้เป่ยเยวี่ยวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ขุนนางเป่ยกงได้นำพัศดีหลายคนมาล้อมรอบเขา “หมอหลวงกู้ นี่มันยามจื่อแล้ว ที่แท้ก็อยู่ที่นี่นี่เองสินะ ไม่แปลกใจเลยที่ข้าหาเ้าในจวนไม่เจอ”
กู้เป้ยเยวี่ยที่ใจร้อนรนด้วยความวิตกกังวล ทว่าใบหน้ายังคบสงบนิ่ง “ไม่รู้ว่าขุนนางเป่ยกงกำลังตามหาข้าอยู่ มีเื่อันใดหรือ?”
แต่ใครจะไปรู้ว่า ขุนนางเป่ยกงจะโบกมือ เพื่อส่งสัญญาณให้พัศดีหลายคนเข้ามาจับตัวกู้เป่ยเยวี่ย
“ขุนนางเป่ยกง ท่านหมายความว่าอย่างไร?” กู้เป่ยเยวี่ยถามอย่างเ็า
“ในคดีฆาตกรรมและการวินิจฉัยผิดพลาดของมู่ชิงอู่ ข้าสงสัยว่าเ้ากับหานอวิ๋นซีสมรู้ร่วมคิดกัน ตอนนี้เ้าถูกจับและรอสอบสวน” ขุนนางเป่ยกงพูดเสียงดัง
ขณะเดียวกัน หานอวิ๋นซีที่อยู่ในคุกก็ได้ยิน นางเตะกำแพงอย่างโกรธเกรี้ยว พวกคนกลุ่มนี้คงไม่ได้ตั้งใจทำแบบนี้ใช่หรือไม่!
“ขุนนางเป่ยกง ใครมอบความกล้าหาญเช่นนี้ให้ท่านกัน กล้าดีอย่างไรถึงได้มาจับหมอหลวงรับใช้ของฮ่องเต้” กู้เป่ยเยวี่ยยังคงสงบนิ่งและมีดวงตาที่เคร่งขรึม
ขุนนางเป่ยกงยกมือขึ้นสูงและคำนับขึ้นไปบนฟ้า “ไท่เฮา!”
“แล้วหลักฐานล่ะ? ขุนนางเป่ยกง แม่ทัพมู่เชื่อในตัวข้าแล้ว และตอนนี้ข้าจะกลับไปล้างพิษให้แม่ทัพใหญ่ หากท่านกล้าที่จะขัดขวางข้า ท่านต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา!” กู้เป่ยเยวี่ยผู้ซึ่งอ่อนโยนมาโดยตลอดก็โกรธเกรี้ยว ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ชีวิตของมู่ชิงอู่และหานอวิ๋นซีอยู่ในกำมือของเขาแล้ว!
“ฮ่าฮ่า ช่างไร้สาระอะไรเช่นนี้ หมอเทวดาหานได้ไปที่สภาสำนักแพทย์เพื่อปรึกษาหารือกันแล้ว เ้าตายไปก็ช่างสิ!” ขุนนางเป่ยกงตะคอกอย่างเ็า
“ปล่อยข้านะ! พวกเ้ากำลังจะฆ่าแม่ทัพใหญ่อยู่นะ!”
“ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้!”
“ขุนนางเป่ยกง ร่างกายของฮ่องเต้ไม่ค่อยดีนัก ข้าจำเป็ต้องรอรับใช้ตลอดเวลา เ้าคิดให้ดีก็แล้วกัน!”
…
กู้เป่ยเยวี่ยยังคงดิ้นรน แต่น่าเสียดายที่เขาเป็แค่หมอคนหนึ่ง ไม่มีกำลังพอที่จะต่อสู้กับพัศดีแรงมหาศาล ในไม่ช้าเสียงของเขาก็หายไปในทางเดินที่น่ากลัว
องค์หญิงฉางผิงได้สั่งให้ขุนนางเป่ยกงจับกุมเขาแล้ว บอกว่าหากเสด็จพ่อกล่าวโทษนางจะรับไว้เพียงผู้เดียว ขุนนางเป่ยกงเองก็กังวลเกี่ยวกับสถานะของกู้เป่ยเยวี่ย ดังนั้นจึงไม่กล้าที่จะลงมือ ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะไปสืบมาว่าฮ่องเต้หายดีมาหลายวันแล้ว และให้วันหยุดแก่กู้เป่ยเยวี่ย ดังนั้นเลยมาจับกุมคนในตอนกลางดึก...
“ทหาร ไปรายงานองค์หญิงและบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครมารบกวน” ขุนนางเป่ยกงพูด แววตาของเขาก็สว่างวาบ และโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนออกไป
ในไม่ช้า ทุกคนก็เดินออกไป แสงสว่างจากไฟก็หายไปเช่นกัน
ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เตะรั้วเหล็กอย่างแรง ไม่สามารถแสดงความโกรธและความกังวลของนางออกมาเป็คำพูดได้ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเดินวนไปวนมา
มีเวลาเพียงแค่สองชั่วยาม จะทำอย่างไรดี?!
หากแม่ทัพมู่เห็นว่ากู้เป่ยเยวี่ยยังไม่กลับไป เขาจะรู้สึกถึงความผิดปกติหรือไม่? จะส่งคนมาหาหรือไม่? แล้วจะมาเมื่อไร? หากรอให้แม่ทัพมู่ส่งคนมาเอายากลับไป จะทันเวลาหรือไม่นะ?
หากไม่มีกู้เป่ยเยวี่ย จะสามารถหายาตามใบสั่งได้ในเวลาอันสั้นหรือไม่?
หากเกิดอะไรขึ้นมา แล้วแม่ทัพมู่คิดว่ากู้เป่ยเยวี่ยโกหกเขา จะทำอย่างไรล่ะ?
ความสงบนิ่งเป็คุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของหมอ แม้ว่าเวลาที่หมอจะเผชิญกับความตายก็ยังสงบนิ่ง แต่ในตอนนี้หานอวิ๋นซีรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก!
นางรอไม่ไหว จะพลาดไม่ได้อีกแล้ว
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป มือทั้งสองของหานอวิ๋นซีจับกรงเหล็ก หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ คงไม่ใช่เื่เกินจริงที่จะพูดว่านางเหมือนกับสัตว์ที่ติดกับดัก
ทว่าจู่ๆ ก็มีเงาดำปรากฏขึ้นมาตรงหน้านางโดยไม่คาดคิด
หานอวิ๋นซีผงะไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นคนสวมหน้ากากสีดำ พร้อมกับในมือที่ถือมีดขนาดใหญ่ จึงรีบถอยห่าง “เ้าเป็ใคร?”
“หานอวิ๋นซี มีคนจ่ายเงินให้เ้าออกไปข้างนอก หยุดพูดเื่ไร้สาระแล้วมากับข้า” ชายในชุดดำพูด แล้วสับแม่กุญแจขนาดใหญ่ออกด้วยมีดขนาดใหญ่ แล้วรีบเข้าไป
ฆาตกร? แหกคุก?
ศัตรูของนางหวังว่านางจะไม่ออกจากคุกตลอดไป แล้วจะไปใช้เงินเพื่อปล้นนักโทษได้อย่างไร?
เมื่อนึกถึงฉากที่หัวหน้าห้องขังในตอนเช้า หานอวิ๋นซีก็เดาได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ สันนิษฐานว่าหากนางถูกปล้นตัวออกไป ในวันรุ่งขึ้นนางจะถูกตั้งข้อหาหลบหนีเพราะเกรงกลัวต่อความผิด
ในขณะที่กำลังจะซ่อนตัว ชายในชุดดำก็คว้าไหล่ของนางไว้ หานอวิ๋นซีคิดจะดิ้นรนและะโออกไป แต่เมื่อคิดบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงหยุดการเคลื่อนไหวในทันที
โอกาส!
นี่เป็เวลาที่จะออกจากห้องขังเพื่อช่วยชีวิตคนใช่หรือไม่?
“เ้าอย่าฆ่าข้าเลย ขอร้องเ้าล่ะ เ้าอย่าฆ่าข้าเลย! ข้าเต็มใจไปกับเ้า” หานอวิ๋นซีแสร้งทำเป็กลัว
“ตราบใดที่เ้ามากับข้าอย่างเชื่อฟัง ข้าสัญญาว่าจะไม่ฆ่าเ้า” นักฆ่าชุดดำอยากให้หานอวิ๋นซีเชื่อฟัง
หานอวิ๋นซีพยักหน้าซ้ำๆ เช่นนี้ นักฆ่าชุดดำจึงพานางออกจากห้องขังและมุ่งหน้าไปที่ประตู
ระหว่างทาง หานอวิ๋นซีเห็นพัศดีจำนวนมากนอนอยู่บนพื้นรวมถึงหัวหน้าห้องขังหลายคน ดูเหมือนว่าระหว่างทางที่นักฆ่าชุดดำมา เขาจะฆ่าไปหมดแล้ว
ระหว่างทางออกจากประตูก็เห็นพัศดีสองสามคน นักฆ่าชุดดำมีวิทยายุทธ์ที่แข็งแกร่ง แม้แต่วีรบุรุษก็เทียบไม่ได้ แทงพวกเขาทีละคนและพาหานอวิ๋นซีออกจากประตูศาลต้าหลี่
สายตาของหมอนั้นเฉียบคมที่สุด สามารถเห็นได้ทุกรายละเอียด ก่อนหน้านี้หานอวิ๋นซีสงสัยว่านักฆ่าชุดดำคือคนของขุนนางเป่ยกงมาตลอดทาง ด้วยเพราะตั้งใจที่จะพานางหลบหนีและ้าปรักปรำนางว่ากลัวความผิดเลยหนีออกไป!
นักฆ่าชุดดำออกไปจากประตูโดยไม่หยุด และพาหานอวิ๋นซีวิ่งไปไกลระยะหนึ่ง เมื่อห่างไกลจากศาลต้าหลี่แล้วก็หยุดในตรอกเล็กๆ
“เ้าจะพาข้าไปไหน?” หานอวิ๋นซีถามหวาดกลัว
นักฆ่าชุดดำยิ้มอย่างเย้ยหยัน “หวังเฟย คนที่จ้างข้า้าฆ่าเ้า เพียงแต่เ้าต้องตายนอกคุก ฮ่าฮ่า ขอโทษด้วยล่ะ”
ขณะที่เขาพูด ทันใดนั้นก็ยกมีดขนาดใหญ่ขึ้นและฟันลงมาที่คอของหานอวิ๋นซี นางรีบหลบอย่างเร็วไว
นักฆ่าชุดดำยิ้มอย่างเหยียดหยาม “ท้องฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว หวังเฟย ให้ข้าส่งท่านขึ้นไปเถอะ!”
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ยกดาบขึ้นอีกครั้ง มือของเขาก็ชักกระตุกและอ่อนแรงไปชั่วครู่ ดาบร่วงลงสู่พื้นพร้อมกับเสียง “ตึง” ขณะเดียวกันมืออีกข้างก็กระตุกและอ่อนแรงไปเช่นกัน นักฆ่าก็ทรุดลงกับที่
“เ้า...เ้า...” นักฆ่าชุดดำทรุดลงกับพื้น ใเกินกว่าจะพูดได้
—----------------------
[1] ยามจื่อ คือ 23:00 – 24:59 น.