หลี่อันหรานไม่ได้อยู่คุยเื่บ่อปลาต่อ นางบอกให้ท่านลุงจางตักปลาทั้งหมดขึ้นมา นี่ก็ถึง่เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิแล้ว หากอากาศเย็นลงกว่านั้น ปลาพวกนั้นจะยิ่งขายยาก
ท่านลุงจางไม่เข้าใจวิธีคิดของหลี่อันหรานเลยสักนิด ปลาพวกนี้กำลังท้อง หากรอให้วางไข่แล้วโตเป็ลูกปลาในปีหน้าจะไม่ยิ่งดีกว่าหรือ? เหตุใดต้องฆ่าให้หมดด้วย
แต่ในเมื่อนี่เป็การตัดสินใจของนาง ท่านลุงจางก็จะไม่คัดค้าน เขาไปทำตามที่นางสั่ง
สิ่งที่ท่านลุงจางไม่รู้ก็คือ คุณภาพของลูกปลาเหล่านี้เป็ตัวกำหนดความเร็วในการเติบโตและคุณภาพของพวกมัน ลูกปลาเหล่านี้กำเนิดจากแม่ปลาตัวเดียวกัน หากพวกมันยังมีลูกต่อ คุณภาพของปลาที่เกิดออกมาจะไม่มีทางมีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ลำพังแค่เื่น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดอย่างเดียวก็ทำให้นางยุ่งจนไม่มีเวลาแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีเวลาที่จะไปทุ่มเทกับการเลี้ยงปลามากขนาดนั้น
แต่เคราะห์ดีที่จำนวนปลาที่มีอยู่ในตอนนี้ค่อนข้างไม่เลวเลย
หลี่อันหรานหันไปคุยเื่เช่าวัดร้างกับผู้ที่มาใหม่
คนผู้นั้นพูดว่า “ถิงจั่งอนุญาตแล้ว เขาให้เ้าไปหารือรายละเอียดเื่นี้ที่บ้าน หากเ้า้าใช้งานก็จ่ายเงินจ้างคนในหมู่บ้านไปซ่อมแซม แต่ว่าต้องมีการทำสัญญาด้วย”
หลี่อันหรานพยักหน้า “ข้าทราบแล้ว ไว้เดี๋ยวข้าจะไปพบถิงจั่ง”
คนผู้นั้นเดินจากไปแล้ว ส่วนหลี่อันหรานไปช่วยท่านลุงจางตักปลาขึ้นจากบ่อที่หลังบ้าน
เดิมทีบ่อปลาก็ไม่ได้ใหญ่มาก การตักปลาขึ้นจากบ่อจึงไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก
หลี่อันหรานมองปลาพวกนี้พลางขบคิด พวกมันมีจุดเริ่มต้นมาจากความคิดเล็กๆ ของนาง นึกไม่ถึงว่าจะงอกเงยเป็ผลตอบแทนที่มากขนาดนี้ มันทำให้นางมีความสุขเช่นกัน
พวกนางช่วยกันตักปลาขึ้นจากบ่อจนถึง่พลบค่ำ
ก่อนที่นางจะเอ่ยกับท่านลุงจางก่อนที่เขาจะแยกตัวกลับบ้านว่า “พวกเราเข้าเมืองกันพรุ่งนี้เช้าเลยเ้าค่ะ เอาปลาพวกนี้ไปขายก่อน จากนั้นนำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดไปส่งที่ภัตตาคาร จะได้ถือโอกาสไปเยี่ยมน้องชายข้าด้วย”
ท่านลุงจางขานตอบแล้วกลับบ้านไป
ทันใดนั้นเองที่หลี่อันหรานนึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปพบถิงจั่ง นางจึงรีบรุดออกจากบ้านเมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว
จากนั้นถึงกลับมาในเวลามื้อเย็น เมื่อกลับถึงบ้านก็ถามทันที “อันอัน ท่านพี่ฉางของเ้ากลับมาหรือยัง?”
“ท่านพี่ฉางยังไม่กลับมาเ้าค่ะ ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรอีกแล้ว”
่นี้หลี่อันหรานคิดเื่เขาอยู่ตลอด
เขาสามารถพูดคุยใกล้ชิดกับเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง เป็ขุนนางใหญ่จากเมืองหลวง เขาตกระกำลำบากมาอยู่ที่นี่ ได้รับาเ็และเกือบตาย จุดประสงค์ในการมาที่นี่ของเขาคืออะไรกันแน่? เขาอยู่ที่นี่เพื่อจัดการอะไรกัน?
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงก็กลับไปแล้ว เหตุใดเขายังไม่ไปอีก?
ตัวตนของเขาคือผู้ใดกันแน่?
คำถามเหล่านี้เอาแต่วนเวียนในหัวหลี่อันหราน สลัดอย่างไรก็สลัดไม่ออกเสียที
ขณะเดียวกันก็มีความคิดหนึ่งคอยขัดขวางไม่ให้นางสนใจเื่ของเจียงเฉิงมากไปกว่านี้ นั่นก็คือ ชาวบ้านธรรมดาเช่นนางไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับเื่ใหญ่พวกนั้น ไม่มีสิทธิ์กระทั่งถามเื่ของเขา
โชคดีที่หลังจากจบเหตุการณ์ที่ป้าสะใภ้รองมาขโมยสูตรเมื่อคราวก่อนก็ไม่ได้มีผู้ใดมาสร้างปัญหาให้นางอีก
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่อันหรานกับท่านลุงจางก็ขนปลาเข้าไปขายในเมืองด้วยกัน
นางขายปลาได้ค่อนข้างดี นั่นเป็เพราะนางแขวนป้ายผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียนไว้ในขณะที่ขาย ใช้ประโยชน์จากการที่น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของนางมีชื่อเสียงในเมือง
ลูกค้าซื้อน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดแล้วจะได้ซื้อปลาติดมือกลับไปด้วย
หลี่อันหรานคำนวณั้แ่ก่อนมาแล้วว่าต้องขายปลาในราคาเท่าไรจึงจะถอนทุนคืนได้
ครั้นเมื่อนำปลาเหล่านี้ไปขาย นางได้พบว่าราคาของตัวเองถูกกว่าปลาที่มีคนจับมาขายจากในแม่น้ำหรือทะเลสาบเสียอีก
ส่งผลให้หลายคนแห่กันมาซื้อปลาจากนาง คนเยอะจนแผงขายของของนางเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
อันที่จริง นี่เป็แค่ปลาที่นางเลี้ยงไว้ระหว่างทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด หากสามารถสร้างกำไรได้ก็ย่อมดีใจเป็ธรรมดา
แต่ในระหว่างที่พวกนางกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการขายปลาและน้ำพริกเต้าเจี้ยวเผ็ดนี้เอง อยู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งฝ่าเข้ามาในฝูงชน เข้ามาแล้วยังผลักชาวบ้านที่กำลังซื้อของให้พ้นทาง
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปและพากันถอยกรูดไปด้านข้างเมื่อเห็นคนกลุ่มนี้
หลี่อันหรานขมวดคิ้วทันที แม้จะไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เป็ผู้ใด แต่นางััได้ว่าไม่ใช่คนดีแน่นอน
ท่านลุงจางเห็นพวกเขาเข้ามาก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม “ท่านทั้งหลายจะซื้อปลาหรือน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดดี? ปลาของพวกเราทั้งดีทั้งถูกเลยละ?”
หนึ่งในนั้นหยิบปลาตัวหนึ่งขึ้นมาดูก่อนจะโยนทิ้งไปด้านข้าง ตามด้วยแสยะยิ้มร้ายกาจมองพวกหลี่อันหราน “ผู้ใดให้พวกเ้ามาขายปลาที่นี่ ไม่รู้หรือว่าที่นี่เป็ถิ่นของพวกข้า”
หลี่อันหรานเข้าใจในทันที ที่แท้ก็เจออันธพาลเ้าถิ่นเข้าแล้ว
เคราะห์ดีที่มีท่านลุงจางอยู่ด้วย ท่านลุงจางเลยรีบพูดว่า “พวกข้าเพิ่งเคยมาขายของที่นี่เป็ครั้งแรก เนื่องด้วยไม่รู้กฎระเบียบจึงไปเผลอล่วงเกินทุกท่านเข้า หวังว่าทุกท่านจะให้อภัย พวกข้าจะย้ายเดี๋ยวนี้ ย้ายเดี๋ยวนี้”
สิ้นเสียง พวกเขาทำท่าจะเก็บของทันที ทว่าอันธพาลพวกนี้ไม่คิดจะให้โอกาสพวกเขา “พวกเ้าคิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป คิดว่าที่ของพวกข้าเป็อันใดกัน พวกเรา จัดการพังของพวกนี้ให้หมด”
พวกมันต่างพากันเข้ามาลงมือพังแผงขายของของพวกเขาทันที โถน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดพังแตก ส่วนปลาก็ถูกโยนลงพื้นและถูกพวกเขาใช้เท้ากับขวานเหยียบทุบจนเละ
หลี่อันหรานพยายามห้ามพวกเขาแล้ว แต่ทำอย่างไรก็ห้ามไม่ได้
โดยเฉพาะหลี่อันหรานที่รูปร่างผอมบางมาก เพียงแค่ถูกออกแรงผลักก็เซถอยไปหลายก้าว เกือบล้มหงายลงพื้น
หลี่อันหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกนางคิดว่าตัวเองจะล้มลงกับพื้นอย่างแรงแน่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีแขนที่อ่อนโยนแต่มีกำลังประคองนางไว้จากด้านหลัง
นางใผงะ รู้ตัวอีกทีก็กลับมายืนตรงดังเดิมแล้ว
บุรุษหน้าตาหล่อเหลามีสง่าผู้หนึ่งก้าวมายืนอยู่เบื้องหน้า เขาสวมชุดผ้าแพรต่วน ในมือถือพัดหยก เอวมีจี้หยกห้อย
เพียงมองก็รู้ว่าไม่ใช่คนท้องถิ่น ยิ่งไปกว่านั้น คงไม่ใช่คนธรรมดา
หลี่อันหรานถอยห่างออกมาสองสามก้าวและรีบพร่ำขอบคุณ
ยามนี้อันธพาลพวกนั้นกำลังล้อมท่านลุงจางและทำร้ายเขา
หลี่อันหรานพรวดพราดเข้าไปห้าม “พวกเ้าหยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้”
แต่เรี่ยวแรงของนางจะหยุดอันธพาลเหล่านี้ได้อย่างไร?
อันธพาลคนหนึ่งหันมากระชากคอเสื้อหลี่อันหราน นางแทบจะขัดขืนอะไรไม่ได้
อันธพาลผู้นี้แสยะยิ้มมองนาง “นังหนูคนนี้หน้าตาไม่เลวเลย เสียดายที่หน้ามีแผลเป็ แต่ดวงตางดงามไม่น้อย”
หลี่อันหรานก้มหน้ากัดมือเขาเต็มแรง อันธพาลผู้นี้เงื้อมือตบหน้านางอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น ทว่านางไม่มีเวลามาสนใจอาการเจ็บของตัวเอง นางผุดลุกขึ้นรีบเข้าไปห้ามไม่ให้พวกเขาทำร้ายท่านลุงจาง
ฝูงชนรอบข้างเอาแต่มุงดู มิมีผู้ใดกล้าเข้ามาช่วยเหลือ อันธพาลพวกนี้วางก้ามในเมืองจนเคยชินแล้ว
