ลั่วซางกับคนอื่นๆ เร่งความเร็วสูงสุด จึงพบว่าความเร็วของหลงเหยียนไม่พ่ายให้กับพวกเขาเลย นั่นทำให้ลั่วซางเกิดความประหลาดใจ
“เ้าหมอนี่เร็วขนาดนี้แล้วหรือ?”
ไม่นาน คนตระกูลเจียงก็พุ่งมาจนถึงหน้าทางเข้าประตูถ้ำด้านหน้าแล้ว ขณะที่เขาร้องะโขอความช่วยเหลือ ไม่นานคนในตระกูลเจียงและคนของสำนักมารก็พบหลงเหยียนกับคนอื่นๆ ที่ตามมาด้านหลัง
พวกเขามีจำนวนประมาณสิบกว่าคน ต่างก็ไม่พูดไม่จา พุ่งมาด้วยความเร็วสูง ผู้ที่นำหน้าคือชายวัยกลางคนสองคน บนตัวของพวกเขาทั้งสองปกคลุมไปด้วยรังสีที่ชั่วร้าย
บนตัวของพวกเขาต่างก็มีรังสีแห่งความบ้าคลั่ง ให้ความรู้สึกว่าดุร้ายและโเี้ยิ่งนัก
หนึ่งในนั้นจับชายที่ร้องะโขอความช่วยเหลือแล้วถามด้วยความรีบร้อน “พวกเขาเป็ใคร?”
“ข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เ้านั่นบอกว่ามาจากตระกูลอู่ตี้?”
“หยุนเชียนซินแห่งเมืองอารักษ์นิทรา? กับเมืองอู่ตี้?” เขาแสดงสีหน้าตะตกลึง เขานึกออกแล้ว
เขาร้องเสียงดัง “บัดซบ พวกเ้าทุกคนตั้งสติหน่อย เกรงว่าคนที่มาในครั้งนี้เป็คนของตระกูลอู่ตี้ พวกเราต้องระวังตัวให้มาก จะปล่อยคนพวกนี้กลับไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้น พวกเราจบเห่แน่”
เมื่อชายคนนั้นพูดจบ ไม่นานหลงเหยียนกับคนอื่นๆ ก็พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้ว จึงเห็นรูปร่างของพวกเขาชัดเจน ร่างกายสูงกำยำ ส่วนอีกคนหนึ่งกลับมีเนื้อเต็มหน้าไปหมด พวกเขาสองคนคือผู้พิทักษ์สำนักมาร หลงเหยียนไม่รู้ว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงปรากฏตัวที่นี่
เมื่อพวกเขาเห็นใบหน้าหลงเหยียนกับคนที่เหลือชัดแล้ว มีทั้งพลังระดับชีพัเริ่มแรก ขั้นล่าง และมองยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง
“ฆ่าให้หมด! จะให้ตระกูลอู่ตี้รู้ว่าพวกเราเป็คนฆ่าไม่ได้ แม้กระทั่งสำนักมารแขนงเล็กของเราก็ไม่อาจท้าทายอำนาจความยิ่งใหญ่ของตระกูลอู่ตี้”
ชายร่างกำยำะโเสียงดัง ทันใดนั้น สถานการณ์ก็เดือดขึ้นมาทันที
“ฆ่าพวกเขา ฆ่าพวกเขา!”
“ผู้พิทักษ์ลิ่ง พวกเราจะทำอย่างสุดความสามารถ ยอมตายอย่างภักดี!”
เมื่อเห็นพวกเขา ลั่วซางก็ยิ้มอย่างเืเย็น “ยังดีที่เ้าสองคนนี้เป็คนนำ คนหนึ่งมีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก อีกคนมีพลังขั้นสูง ล้วนมีพละกำลังมากพอสังหารหลงเหยียนทั้งนั้น”
ตอนนี้ลั่วซางกับพรรคพวกสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายความคาวของโลหิตที่บ้าคลั่งแล้ว จึงรู้ว่าพวกเขาคือคนของสำนักมาร
ด้านหลังพวกเขา เสี่ยวซูใจกระตุกวูบ เขายกมือขึ้นมาชี้หน้าชายที่เพิ่งหนีรอดชีวิตไปได้พร้อมพูดเสียงดัง “เจียงอวี่เจ๋อ ตระกูลเจียงของพวกเ้าช่างต่ำช้า กล้าลักพาตัวคนตระกูลหยุนของข้า ทั้งยังร่วมมือกับคนสำนักมาร สมควรตาย”
ลั่วซางมองคนของสำนักมารล้อมพวกเขาเอาไว้ จากนั้นจึงยื่นมือไปชี้ผู้พิทักษ์ลิ่งด้านหน้า
“สำนักมารของพวกเ้าน่าสมเพชมากเหลือเกิน นึกไม่ถึงว่าจะกล้าร่วมมือกับตระกูลเจียง สร้างเื่ในเมืองอารักษ์นิทราที่ตระกูลอู่ตี้ของเราปกครอง ทั้งยังใช้คนพวกนี้มาหลอมวิชาของสำนักมาร สมควรตายจริงๆ วันนี้พวกเ้าต้องตายทั้งหมด”
ขณะที่ลั่วซางกำลังพูดนั้น สมองก็ทำงานอย่างรวดเร็ว เขามีแผนการแล้ว
“ซือถูหม่า หน้าที่ของเ้าคือช่วยคนที่ทุกข์ยาก ข้าจะไปประมือกับชีพมนุษน์ขั้นล่างเอง หลงเหยียนและเ้า ซูจื่อมั่ว รับมือเ้านั่นที่มีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก คงไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ส่วนศิษย์สำนักมารและคนตระกูลเจียงทีเหลือ ซือถูหม่าจะเป็คนสังหารเอง”
มองการแบ่งหน้าที่ที่ยุติธรรม สำหรับหลงเหยียนแล้ว คล้ายหน้าที่ที่ได้รับนั้นไม่มีช่องโหว่เลย ทว่าก่อนมาที่นี่ ลั่วซางได้สั่งการไว้แล้ว เมื่อเขาสั่งให้ซูจื่อมั่วกับหลงเหยียนต่อสู้ด้วยกัน ซูจื่อมั่วต้องหาจังหวะหนีออกมา
จากนั้นก็ไปช่วยซือถูหม่า ให้หลงเหยียนรับมือชีพมนุษย์เริ่มแรกเพียงลำพัง หากเป็เช่นนี้ มีหรือที่หลงเหยียนจะรอดชีวิตจากน้ำมือยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์เริ่มแรกได้
คนตระกูลเจียงและคนของสำนักมารที่เหลือล้วนมีพลังระดับชีพัขั้นที่แปด หรือไม่ก็ขั้นที่เก้าเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอให้ซือถูหม่าถูกใช้กระบวนท่าระดับสูงด้วยซ้ำ
การวางแผนของเขาไม่เลว ลั่วซางกับคนอื่นๆ ต่างก็รู้ดีแก่ใจ เวลานี้ ผู้พิทักษ์ลิ่งคำรามเสียงดัง จากนั้นศิษย์สำนักมารก็พุ่งเข้ามาโจมตีหลงเหยียนกับสหายทันที
ซือถูหม่าพุ่งทำลายการห้อมล้อมของศิษย์สำนักมาร ไม่เกิดการต่อสู้แต่อย่างใด เขาพุ่งเข้าไปในถ้ำด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เดิมทียอดฝีมือระดับชีพมนุษย์เริ่มแรกอยากขัดขวาง ทว่าฝ่ายตรงข้ามสร้างแรงกดดันให้เขามากจริงๆ สตรีและบุรุษกำยำเ่าั้ไม่มีผลประโยชน์กับพวกเขาเท่าไรแล้ว
ในเวลาที่เขานึกขึ้นได้ หลงเหยียนก็ไม่ลังเล เขาและซูจือมั่วพุ่งตรงไปยังผู้พิทักษ์สำนักมารอีกคน พวกเขานึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ตระกูลอู่ตี้จะส่งยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์มา ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่กลัว เพราะยังมีความหวัง ฝ่ายตรงข้ามล้วนเป็คนอายุน้อยทั้งนั้น พวกเขาต่างก็เป็คนมากประสบการณ์ในสังคมแล้ว อาศัยประสบการณ์ที่มีมานาน ถึงกล้าท่องพเนจรไปทั่วยุทธ์
ผู้พิทักษ์ะโเสียงดัง “ที่นี่เหลือไว้แค่ข้ากับผู้พิทักษ์กวง คนที่เหลือไปสังหารยอดฝีมืออีกคน รอพวกเราฆ่าพวกเขาตายหมด ค่อยกลับไปรวมตัวกัน”
ศิษย์สำนักมารและยอดฝีมือในตระกูลเจียงนั้นราวกับยืมรังสีของผู้พิทักษ์พุ่งออกไปหาซือถูหม่า ผู้พิทักษ์กวงต่อกรกับหลงเหยียนและซูจื่อมั่ว ส่วนผู้พิทักษ์ลิ่งรับมือลั่วซาง
สำหรับพวกเขาทั้งหมดนั้น การสังหารหลงเหยียนและซูจื่อมั่วง่ายกว่ามากโข จากนี้ก็ถึงเวลาสำคัญ เพราะชายที่ชื่อเจียงอวี่เจ๋อถูกลั่วซางโจมตีทำให้าเ็สาหัส ตอนนี้เขานอนอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป เหมือนกระดูกบนตัวแตกหักหมดแล้วอย่างไรอย่างนั้น
มองการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายด้วยความใ ผู้พิทักษ์ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าหลงเหยียนซ่อนพลังเอาไว้ นึกว่าเขามีพลังเทียบเท่าแค่ซูจื่อมั่ว จึงไม่ได้กดดันมากนัก
ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในแผนการของลั่วซาง
“หลงเหยียน เ้าไปตายเสียเถอะ หลังจากศิษย์สำนักมารฆ่าเ้าแล้ว พวกเราจะปล่อยคนหนึ่งรอดไป จากนั้น… ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า การตายของเ้าจะไม่ชัดเจน ต่อให้ใต้เท้าผู้นำรู้ว่าข้าทำอะไรลงไป ถึงอย่างไรก็ไม่ทำอะไรข้าหรอก”
เมื่อนึกถึงสตรีนางนั้น ลั่วซางก็หัวเราะอย่างสะใจ
ลั่วซางกำลังสู้อยู่กับผู้พิทักษ์ลิ่ง แม้เขาจะมีพลังสูงกว่าผู้พิทักษ์ลิ่งหนึ่งระดับ กลับนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งมากเพียงนี้ พละกำลังการต่อสู้ไม่ได้ด้อยไปกว่าตนเลย
ระหว่างต่อสู้กันอยู่นั้น เจียงอวี่เจ๋อมองเห็นเหตุการณ์ที่แท้จริงทั้งหมด ทว่าก็ไม่มีใครสนใจเขาอยู่แล้ว
“ที่แท้เ้าสองคนนั้นตั้งใจทำแบบนี้นี่เอง คนหนึ่งไปช่วยผู้ประสบภัย ส่วนอีกคนก็รับมือกับผู้พิทักษ์ลิ่ง ส่วนผู้พิทักษ์กวงก็รับมือเ้าสองคนนั้น แค่ดูก็รู้แล้วว่านี่คือแผนการ”
“ดูไม่ออกจริงๆ ว่าคนของตระกูลอู่ตี้ก็ชั่วร้ายเช่นนี้ด้วย เ้านั่นอยากให้คนที่จับตัวข้าตายที่นี่เห็นๆ” เขาตัดพ้อถึงการต่อสู้ของทุกคน
เจียงอวี่เจ๋อพบว่ายอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ที่สู้กับหลงเหยียนและซูจื่อมั่ว เมื่อเขาตีลังกา ร่างก็กะพริบหายไปอีกแห่ง
ส่วนซูจื่อมั่วกลับยืนอยู่ที่เดิม ไม่แม้แต่จะขยับ เพียงแค่มองหลงเหยียนด้วยสายตาเยือกเย็น
‘พวกชั้นต่ำ ทุกที่ล้วนมีแต่คนชั้นต่ำสินะ ตอนแรกข้าก็นึกว่าเ้าจะเป็ชายชาตรี กลับนึกไม่ถึงว่าเ้าจะยืนอยู่ข้างลั่วซางกับซือถูหม่า ทำให้ข้าโมโหจริงๆ’ หลงเหยียนทำเพียงแค่คิด ไม่ได้พูดออกมา หากเป็ไปได้ เขาก็ไม่ถือสาหากต้องสังหารซูจื่อมั่ว เพราะเขาหักหลังตนในเวลาสำคัญเช่นนี้
‘ตอนนี้ลั่วซางต้องพอใจมากกระมัง ข้าจะเล่นกับเ้าพิทักษ์กวงนั่นก่อน รอถึงเวลาแล้วค่อยฆ่าเขา ตอนนี้ซือถูหม่าไปแล้ว นี่ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ข้าสังหารลั่วซางน่ะสิ!’
หลงเหยียนนึกในใจ จากนั้นก็รวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือแล้วต่อสู้กับผู้พิทักษ์กวงต่อ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ผู้พิทักษ์กวงพบว่าพละกำลังของหลงเหยียนไม่ได้อ่อนแอ จึงทำให้ความโมโหเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกเขานึกว่าจะจัดการหลงเหยียนได้อย่างง่ายดาย ซูจื่อมั่วที่ยืนกอดอกมองตรงหน้าด้วยสายตาเย็นเยือก เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เริ่มตะลึง
“เป็ไปได้อย่างไร หลงเหยียนสู้กับเขาคนเดียว ทว่ากลับไม่มีท่าทีพ่ายแพ้เลย”
ลั่วซางและผู้พิทักษ์ลิ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือด ไม่มีเวลามาสนใจสถานการณ์ทางด้านหลงเหยียน ต่างก็จ้องฝ่ายตรงข้ามไม่วางตา
ผู้พิทักษ์กวงคำราม รังสีพลังบนตัวเพิ่มมากขึ้น “ไอ้หนุ่ม นี่เ้ากำลังท้าทายขีดจำกัดข้าอยู่นะ ตายเสียเถอะ” พลังปราณะเิออกมาจากภายในตัวเขา สั่นะเืไปทั่ว
“ฝ่ามือจันทร์สยบเก้าเปลวไฟ!”
--------------------
