วิหคเพลิงิญญาบินออกมาจากด้านหลังตี้เทียนเซิ่ง มันพุ่งไปที่ถังเหล่ยอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันดาบได้ปรากฏขึ้นในมือของตี้เทียนเซิ่ง ตัวเขาได้พุ่งเข้าหาถังเหล่ยเช่นกัน แน่นอนว่านี้คือความสามารถของยอดยุทธ์
ก่อนหน้านี้ถังเหล่ยต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องใช้ยาช่วยเสริมพลัง แต่ในขณะนี้มีคู่ต่อสู้เพียงคนเดียวคือตี้เทียนเซิ่งและแน่นอนว่าถังเหล่ยผู้นี้สามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
ปัง!
ทันทีที่ถังเหล่ยสามารถหลบการโจมตีของวิหคเพลิงิญญาได้ เขาก็พุ่งเข้าไปประชิดอีกฝ่ายทันที จากนั้นประกายไฟจากการกระทบกันของมีดและดาบก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เดิมทีตี้เทียนเซิ่งค่อนข้างได้เปรียบในการต่อสู้ระหว่างทั้งสอง เนื่องจากมีวิหคเพลิงิญญาคอยร่วมต่อสู้ด้วย แต่ในขณะนี้วิหคเพลิงิญญาของเขาไม่สามารถทำอะไรถังเหล่ยได้ เนื่องจากอีกฝ่ายได้เข้าประชิดตัวของเขาแล้ว
เมื่อต้องต่อสู้ตัวต่อตัวตี้เทียนเซิ่งก็ต้องตกตะลึง เพราะอีกฝ่ายเป็เพียงผู้ชำนาญยุทธ์แต่กลับต่อสู้กับเขาได้โดยไม่เป็รองเลยแม้แต่น้อย
การต่อสู้ระยะประชิดทำให้ตี้เทียนเซิ่งไม่สามารถใช้ประโยชน์จากวิหคเพลิงิญญาได้ ิญญายุทธ์ของเขาทำได้เพียงรอโอกาสที่จะโจมตีถังเหล่ยเพียงลำพังเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของมันได้
“คุณชายตี้ คำเชิญของท่านช่างมีความจริงใจยิ่งนัก!” ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น
การต่อสู้ของทั้งสองกินเวลาไปประมาณครึ่งก้านธูปแต่ยังหาผู้ชนะไม่ได้ ในเวลาเดียวกันถังเหล่ยยังคงโจมตีใส่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องและไม่ได้ยั้งมือแต่อย่างใด
สถานการณ์ในขณะนี้ทำให้ใบหน้าของตี้เทียนเซิ่งบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ เขาคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะจัดการได้ยากเช่นนี้ นี่ทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้ารอดจากแผนการลอบสังหารของบิดาเขาได้เพราะพวกเขาประเมินถังเหล่ยผู้นี้ต่ำเกินไป
“วิธีการของคุณชายถังช่างน่าสนใจจริงๆ ข้าไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าในอนาคตคุณชายถังจะยิ่งใหญ่เพียงใด!” ตี้เทียนเซิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
ตี้เทียนเซิ่งครุ่นคิดอยู่ภายในใจว่าถังเหล่ยผู้นี้เป็เพียงผู้ชำนาญยุทธ์เท่านั้นแต่กลับมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ที่อยู่ในระดับยอดยุทธ์ หากในอนาคตระดับของถังเหล่ยสูงขึ้นแน่นอนว่าเขาไม่อาจจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้สายตาที่ตี้เทียนเซิ่งมองถังเหล่ยก็เปลี่ยนไป ในตอนแรกเขาคิดว่าถังเหล่ยเป็เพียงนักปรุงยาเท่านั้น แต่ในขณะนี้เขารับรู้แล้วว่าถังเหล่ยผู้นี้เป็อัจฉริยะในรอบร้อยปี แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาความสำเร็จในอนาคตของอัจฉริยะได้
หากเป็เช่นนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ตี้เทียนเซิ่งจึงจำเป็ต้องสังหารถังเหล่ยให้ได้!
เดิมทีถังเหล่ยได้รับการคุ้มครองโดยตี้เหยียน หากถังเหล่ยยังอยู่ในวังหลวงของตี้เหยียนพวกเขาจะไม่สามารถลงมือได้ แต่ในเวลานี้อีกฝ่ายได้ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว นี่จึงถือเป็โอกาสที่ดี
แม้ว่าการสังหารถังเหล่ยจะต้องถูกลงโทษ แต่ด้วยสถานะพิเศษของเขาซึ่งเป็คนภายในตระกูล การสังหารคนนอกจึงเป็ความผิดที่ไม่รุนแรงนัก
ทันทีที่ตี้เทียนเซิ่งตัดสินใจได้แล้ว เขาก็เรียกวิหคเพลิงิญญากลับมาที่ร่างของตน ทันใดนั้นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของเขาก็ได้แผ่ซ่านออกมาอย่างต่อเนื่อง
ตรงกันข้ามถังเหล่ยตระหนักได้ว่าการต่อสู้กับตี้เทียนเซิ่งถือว่าเป็บททดสอบที่ดีสำหรับเขา
ในขณะนี้ดาบในมือของตี้เทียนเซิ่งก็มีเพลิงลุกโชนอย่างรุนแรง จากนั้นเขาจึงฟาดฟันไปที่ถังเหล่ยทันที
ถังเหล่ยหัวเราะเบาๆ แม้ว่าดาบเล่มนี้จะดูน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด แต่ความเร็วของมันก็ถือว่าช้าสำหรับถังเหล่ย
จากนั้นถังเหล่ยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและสามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้สำเร็จ ลมหายใจต่อมาเขาได้ใช้กริชในมือโจมตีไปที่บริเวณหน้าอกของอีกฝ่ายทันที โชคดีที่ตี้เทียนเซิ่งสามารถใช้ดาบในมือป้องกันการโจมตีของถังเหล่ยได้ทันเวลา
เมื่อครู่ถังเหล่ยได้ใช้พลังปราณในร่างกายเพิ่มความเร็วให้กับตนเอง ตรงกันข้ามตี้เทียนเซิ่งที่ไม่ได้วางแผนการตั้งรับเอาไว้เกือบจะถูกถังเหล่ยสังหาร ดังนั้นเขาจึงก้าวถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
“คุณชายตี้ ข้าคิดว่าคุณชายควรกลับไปจะดีกว่า ดูเหมือนว่าคุณชายจะไม่สามารถบังคับให้ข้าไปได้” ถังเหล่ยกล่าวเบาๆ
เมื่อตี้เทียนเซิ่งได้ยินคำกล่าวของถังเหล่ยใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เขาคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีความแข็งแกร่งมากเช่นนี้ และดูเหมือนว่าถังเหล่ยผู้นี้จะยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในร่างกายด้วยซ้ำ
“คุณชายถัง ไม่ต้องกังวล!”
ตี้เทียนเซิ่งกัดฟันกล่าวออกมาจากนั้นเขาได้กลืนยาเม็ดหนึ่งเข้าไป ลมหายใจต่อมาเขาจ้องมองไปที่ถังเหล่ยด้วยสายตาบ้าคลั่ง อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเช่นกัน
สีหน้าของถังเหล่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าตี้เทียนเซิ่งจะมียาที่เพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้ชั่วคราว อีกฝ่ายหวังจะสังหารตนในกระบวนท่าเดียว?
“อา!” ตี้เทียนเซิ่งคำรามออกมาอย่างดุร้าย
ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา จากนั้นเปลวเพลิงก็ได้ควบแน่นเป็วิหคเพลิงิญญา และวิหคเพลิงิญญาที่อยู่ด้านหลังของตี้เทียนเซิ่งในขณะนี้มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวมากกว่าเมื่อครู่หลายเท่า
ในเวลาเดียวกันคบเพลิงที่อยู่ภายในตลาดมืดก็เริ่มสั่นไหว เปลวเพลิงจากคบเพลิงต่างลอยไปที่วิหคเพลิงิญญาที่อยู่ด้านหลังของตี้เทียนเซิ่ง ลมหายใจต่อมาคบเพลิงหลายร้อยดวงที่อยู่ภายในตลาดมืดก็ดับลง
“ถังเหล่ยรีบหนีไป นี่เป็วิชาลับของตระกูลตี้!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวอย่างร้อนรนทันทีที่นางเห็นทักษะที่ตี้เทียนเซิ่งใช้
คำเตือนของตี้เชียนเสวี่ยนั้นสายเกินไปแล้ว ทันทีที่ตี้เทียนเซิ่งคำรามวิหคเพลิงิญญาที่อยู่ด้านหลังของเขาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและในตอนนี้ได้กลายเป็วิหคเพลิงิญญาขนาดใหญ่โดยสมบูรณ์แล้ว
ลมหายใจต่อมาวิหคเพลิงิญญาขนาดใหญ่ได้พุ่งเข้ามาหาถังเหล่ยอย่างรวดเร็ว พลังงานอันแข็งแกร่งของวิหคเพลิงิญญาทำให้ผู้คนที่อยู่ในบริเวณแทบจะหายใจไม่ออก
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถหลบการโจมตีครั้งนี้ได้ เพราะร่างของวิหคเพลิงิญญานั้นใหญ่เกินไป และพื้นที่ภายในตลาดมืดแห่งนี้เล็กจึงทำให้เขาไม่สามารถหลบการโจมตีทั้งหมดได้
ยิ่งไปกว่านั้นตี้เทียนเซิ่งก็ได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับดาบในมือของเขา พลังในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นให้อยู่ในสภาวะสูงสุดอีกด้วย แน่นอนว่าอีกฝ่ายหวังจะสังหารถังเหล่ยในกระบวนท่าเดียว
“ไปลงนรกซะ!” ตี้เทียนเซิ่งคำรามออกมาด้วยความโกรธ
บูม!
ลมหายใจต่อมาวิหคเพลิงิญญาขนาดใหญ่ก็หายตัวไป ภายในตลาดมืดแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดและเกิดความวุ่นวายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้
ในเวลานี้ผู้ฝึกตนจำนวนมากมองไม่เห็นแม้กระทั่งทางออกของตลาดมืด พวกเขาััได้เพียงผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านข้างเท่านั้น
ในขณะที่ตี้เชียนเสวี่ยตกอยู่ในภวังค์ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถังเหล่ยจะเป็ตายร้ายดีเช่นไร ลมหายใจต่อมานางก็ััได้ว่ามีมือหนึ่งกุมยื่นมามือนาง และเสียงของถังเหล่ยก็ดังขึ้นที่ข้างหู
“ข้าจะพาเ้าออกไปจากที่นี่!”
จากนั้นถังเหล่ยจึงนำตี้เชียนเสวี่ยวิ่งฝ่าฝูงชนที่หนาแน่นไปที่ประตูทางออกของตลาดมืด และมุ่งหน้ากลับไปยังจวนของตี้เหยียนโดยไม่ลังเล
พวกเขากำลังประสบปัญหาใหญ่!
……
