หลังจากนั่งรถม้าจากสถานพยาบาล พวกเขามุ่งหน้าไปยังบ้านของฮัมฟรีย์ทันที และคราวนี้้าคำตอบที่ชัดเจนมากกว่าครั้งก่อน โจเซฟมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
"ถ้าฮัมฟรีย์รู้เื่เกี่ยวกับสูตรยานี่แต่แรก... ทำไมเขาถึงไม่พูดออกมาตรง ๆ?" โจเซฟพึมพำกับตัวเอง
ชาร์ลส์เหลือบตามองเพื่อน "ฉันก็ไม่แน่ใจ บางทีเขาอาจซ่อนบางอย่างไว้ หรือไม่ก็กลัวผลกระทบที่จะตามมา"
รถม้าค่อย ๆ ชะลอหยุดที่หน้าบ้านหลังเดิมบ้านของ ฮัมฟรีย์ เกรย์ บ้านชั้นเดียวที่ดูเก่าคร่ำคร่า แต่ยังคงได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งสองลงจากรถม้าและเดินไปเคาะประตูด้วยท่าทีที่ระมัดระวัง
"…" เงียบสนิท
ชาร์ลส์พยายามเคาะประตูหลายครั้ง แต่ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับใด ๆ บ้านทั้งหลังเงียบสนิทจนน่าสงสัย ชาร์ลส์และโจเซฟหันมาสบตากันด้วยความกังวล พลางเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
"ไม่มีใครอยู่... หรือว่าเขาจงใจไม่เปิดประตู?" โจเซฟพึมพำพลางหันไปมองรอบ ๆ
ชาร์ลส์ขมวดคิ้ว "ฉันว่าเราควรลองเข้าไปดูด้านใน แต่… งัดบ้านตอนนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก"
รอบบ้านของฮัมฟรีย์กลับไม่เงียบสงบอย่างที่คิด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกนี้เริ่มสังเกตเห็นการมาเยือนของพวกเขาแล้ว สายตาบางคู่มองผ่านหน้าต่างด้วยความสงสัย บางคนแอบมองจากหลังม่านที่เปิดขึ้นเพียงเล็กน้อย บรรยากาศเริ่มตึงเครียด แม้พวกเขาจะสวมบทบาทเป็นักสืบของสมาคมรับจ้าง แต่การบอกว่าเป็หน่วยพิเศษกลับไม่ใช่ทางเลือกที่ควรทำ
"เราไม่ควรงัดประตู… ถ้าเกิดเื่พวกชาวบ้านไปแจ้งทหารพิทักษ์เมือง เราจะต้องเสียเวลาอธิบายอีกยาว" โจเซฟกระซิบ
ชาร์ลส์พยักหน้าเห็นด้วย "ถึงต่อให้ใช้ข้ออ้างว่าเป็นักสืบของสมาคมรับจ้าง ก็ยังไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะงัดบ้านเขา"
พวกเขาเดินไปตามข้างบ้านอย่างระมัดระวัง มองหาทางเข้าอื่น เผื่อประตูหรือหน้าต่างบานใดอาจเปิดทิ้งไว้
บ้านของฮัมฟรีย์มีหน้าต่างหลายบาน แต่ละบานล้วนถูกล็อกแ่า หน้าต่างบางบานมีผ้าม่านปิดอยู่ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นภายในได้อย่างชัดเจน
"เขาระวังตัวกว่าที่คิด" ชาร์ลส์พึมพำขณะดึงบานหน้าต่างเบา ๆ แต่พบว่ามันถูกปิดสนิท
พวกเขาเดินตรวจรอบบ้านเงียบ ๆ อย่างระวัง แต่ก็ยังไม่พบช่องทางใดที่พอจะเข้าไปได้ ทั้งประตูและหน้าต่างล้วนถูกล็อกหมด
ขณะนั้นเอง สายตาของชาวบ้านเริ่มจดจ้องมาที่พวกเขามากขึ้น มีคนสองสามคนออกมายืนหน้าประตูบ้านของตนเอง บ้างก็มองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น แต่บางคนมีแววระแวงและสงสัยว่าพวกเขามาทำอะไร
ชาร์ลส์กวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบกับโจเซฟเบา ๆ "เราไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้ เดี๋ยวเื่จะบานปลายจนควบคุมไม่ได้"
โจเซฟมองไปรอบ ๆ เช่นเดียวกัน "งั้นพอแค่นี้ก่อน"
พวกเขาตัดสินใจถอยออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้พบทางเข้าหรือเบาะแสใด ๆ เพิ่มเติม รถม้ายังคงจอดรออยู่หน้าบ้าน ทั้งสองรีบเดินกลับไปขึ้นรถ ก่อนจะเป็ที่สนใจของชาวบ้านไปมากกว่านี้
"ขับออกไปก่อน" โจเซฟบอกคนขับรถม้า
รถม้าค่อย ๆ แล่นออกจากหน้าบ้านของฮัมฟรีย์ เสียงล้อบดไปกับถนนกรวดเป็จังหวะสม่ำเสมอ ขณะที่ทั้งสองนั่งนิ่งอยู่ภายในรถ ชาร์ลส์มองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วขมวดเล็กน้อย
"ฮัมฟรีย์...พยายามหลบหน้าพวกเราหรือเปล่า?" ชาร์ลส์พึมพำ
โจเซฟถอนหายใจยาว "ถ้าเป็อย่างนั้น เขาต้องซ่อนบางอย่างอยู่แน่ ๆ"
ทั้งสองนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงล้อรถม้าพาพวกเขาไปตามถนน
"อย่าเพิ่งเดากันไปส่งเดช" ชาร์ลส์กล่าวในที่สุด
'เปลี่ยนเป้าหมายไปหาข้อมูลในตลาดมืดก่อนแล้วค่อยกลับมาอีกที เผื่อว่าเขาอาจจะแค่ไม่อยู่บ้านชั่วคราว แต่ถ้ายังไม่เจอเขาอีกบางทีเราอาจต้องตามหาฮัมฟรีย์จากที่อื่น หรือหาคนที่รู้ว่าเขาไปที่ไหน'
ชาร์ลส์เริ่มวางแผนในใจว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่สมาคมรับจ้าง เพื่อพบชายผู้หนึ่งที่อาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตลาดมืด บาร์โธโลมิว นักล่าค่าหัวที่คุ้นเคยกับโลกมืดเป็อย่างดี
"เราจะไปหาบาร์โธโลมิวที่สมาคมรับจ้าง" ชาร์ลส์หันไปบอกโจเซฟ "ถ้าเขารู้ที่อยู่ของตลาดมืด เราจะไปที่นั่นทันที"
โจเซฟเห็นด้วย "ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้"
รถม้าแล่นไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เสียงล้อบดถนนหินกรวดเป็จังหวะสม่ำเสมอ เมื่อรถม้าชะลอหยุดที่หน้าอาคารใหญ่ของสมาคมรับจ้าง ชาร์ลส์ก้าวลงมาเป็คนแรก ยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายความล้า พลางมองไปยังอาคารที่ทาสีขาวสะอาดและประดับด้วยตราสัญลักษณ์ของสมาคมอย่างโดดเด่น
พวกเขาเดินตรงเข้าไปในโถงกว้าง พื้นปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสะอาดตา เสียงพูดคุยเบา ๆ ของสมาชิกสมาคมดังแว่วไปทั่ว พนักงานที่โต๊ะรับงานยิ้มให้เมื่อเห็นชาร์ลส์ และเขาก็ยิ้มตอบแต่ไม่มีเวลาทักทายหรือพูดคุย เขามุ่งตรงไปยังกระดานประกาศ แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้มองหางาน เขากำลังมองหาใครบางคน
ชาร์ลส์เดินผ่านโถงสมาคม กวาดตามองไปทั่ว พบชายร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อหนังที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนสีซีดอ่อน นั่งเอนพิงเก้าอี้ไม้ มือถือแก้วเบียร์พลางสนทนากับชายคนหนึ่งอย่างผ่อนคลาย
ชาร์ลส์และโจเซฟค่อย ๆ เดินตรงไปหาบาร์โธโลมิว ด้วยท่าทีระมัดระวัง แต่ไม่รีบร้อน ชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งเอนพิงเก้าอี้สบาย ๆ พลางยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ หันมามองพวกเขาด้วยสายตากึ่งสงสัยกึ่งสนใจ ข้าง ๆ เขาเป็ชายอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นักล่าค่าหัวเช่นกัน สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ แต่ดูพร้อมสู้รบทุกเมื่อ
ชาร์ลส์หยุดยืนอยู่ใกล้พอที่จะให้พวกเขารู้สึกถึงการปรากฏตัว
"ดูซิว่าใคร นักสืบคนเก่งของเรานั่นเอง" บาร์โธโลมิวเอ่ยออกมา
นักสืบหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ และโน้มตัวเล็กน้อย
"ขอโทษที่ขัดจังหวะครับ คุณบาร์โธโลมิว" ชาร์ลส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พวกเรามีเื่สำคัญที่อยากจะคุยกับคุณเป็การส่วนตัวสักครู่หนึ่ง"
บาร์โธโลมิวมองพวกเขาด้วยสายตาสงสัย พินิจพิเคราะห์ทั้งชาร์ลส์และโจเซฟอย่างเงียบ ๆ ชั่วขณะ เขาจำไม่ได้ว่าเคยสนิทกับนักสืบคนนี้ขนาดนั้น ที่เอ่ยไปเมื่อกี้เป็แค่การทักทาย แต่ยังไงก็ตามนักล่าค่าหัวคนนี้ก็หันไปพูดกับเพื่อนร่วมวงเบา ๆ
"ขอเวลาหน่อย เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่" เขาพูดพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นเป็สัญญาณจบการสนทนา
เพื่อนของบาร์โธโลมิวพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลางลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินจากไป ทิ้งพวกเขาไว้เพียงสามคน บาร์โธโลมิวปรับท่านั่ง ยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้ด้วยเสียงเบา ๆ
"คุณนักสืบ มาหาฉันทำไมกัน?" เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความสงสัย แต่ยังมีท่าทีผ่อนคลาย "หรือพวกนาย้าให้ฉันไปเก็บใครสักคน?"
"เื่นั้นมันผิดกฎหมายนะครับ เราแค่้าข้อมูล" ชาร์ลส์ตอบตรงไปตรงมา เขามองรอบ ๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน ก่อนจะลดเสียงลง "เรากำลังตามหาตลาดมืด และคิดว่าคุณอาจรู้ที่ตั้งของมัน"
บาร์โธโลมิวปรับสีหน้าจากผ่อนคลายเป็จริงจังในทันที แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากของเขายังคงอยู่ เขาเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชาร์ลส์ด้วยความสนใจเจือความขบขัน
"ตลาดมืดเหรอ... พวกนาย้าอะไรจากที่นั่นกัน ของหายาก ของผิดกฎหมาย หรือบริการฆ่าคน?"
ครู่หนึ่งบรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัด ราวกับความเงียบงันกำลังย่างเข้ามา บาร์โธโลมิวสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าความเครียดกำลังครอบคลุมพวกเขา
ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ บาร์โธโลมิวจิบเบียร์อีกครั้ง แล้วกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเบา ๆ พลางผ่อนคลายตัวเอง "ก็ได้ ๆ ไม่ต้องทำหน้าตึงแบบนั้น ฉันจะบอกพวกนายก็ได้ว่าตลาดมืดอยู่ที่ไหน... แต่ข่าวนี้น่ะ ไม่ฟรีหรอกนะ"
โจเซฟแทรกขึ้น "เรายินดีจะจ่ายให้สมราคา และรับรองว่าไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็คนบอกเรา"
บาร์โธโลมิวพิจารณาพวกเขาครู่หนึ่ง ดวงตาเ้าเล่ห์ของเขาแสดงออกชัดว่ากำลังชั่งน้ำหนักข้อเสนอ
เขายิ้มเ้าเล่ห์ พลางเท้าศอกกับโต๊ะ และยกมือขึ้นชี้ไปที่พวกชาร์ลส์ "ว่าแต่พวกนายนะ ยินดีจ่ายให้เท่าไหร่?"
โจเซฟยกมือขึ้นชูนิ้วออกมาสี่นิ้ว "สี่สิบครูเซโด พอหรือไม่"
ในจังหวะนี้เอง ชาร์ลส์ใช้ความสามารถของเขา ทำให้นักล่าค่าหัวจอมเ้าเล่ห์คนนี้ เผลอไปชั่วขณะ ทำให้เขาลืมคิดที่จะต่อราคา
"ราคาพอใช้ได้" เขาเอ่ยช้า ๆ "มีตลาดลับอยู่ที่เขตเมืองเก่า แต่การเข้าไปในนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนเดินเข้าไปในตลาดสด... นายต้องมีคนแนะนำ และต้องรู้คำผ่านทาง"
"คำผ่านทาง?" ชาร์ลส์ทวนคำ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
บาร์โธโลมิวหัวเราะเบา ๆ "ใช่ คำผ่านทาง"
"แล้วคุณรู้คำผ่านทางหรือเปล่า?" โจเซฟถามอย่างตรงไปตรงมา
บาร์โธโลมิวเอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้ง "รู้สิ"
คราวนี้ชาร์ลส์ ใช้พลังทำให้เขา สนใจแต่การบอกคำผ่านทาง จนลืมอุบายที่กำลังคิด
เขาหยุดชั่วขณะ ราวกับตั้งใจเพิ่มความตึงเครียดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้ได้ยิน
"ธุลีจางหายหลังสายฝน"
ชาร์ลส์เลิกคิ้ว "แค่นั้นเหรอ?"
บาร์โธโลมิวหัวเราะเบา ๆ "ใช่ แต่ต้องพูดมันให้ถูกที่ ถูกเวลา ตอนที่นายเจอคนเฝ้า เขาจะถามนายว่า อะไรทำให้ฝนตก พวกนายต้องตอบกลับไปว่า ธุลีจางหายหลังสายฝน จากนั้น พวกเขาจะเปิดทางให้เข้าไป"
โจเซฟครุ่นคิดเล็กน้อย "แล้วถ้าเราตอบผิดล่ะ?"
บาร์โธโลมิวหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาเจือด้วยความเ้าเล่ห์ "ถ้าตอบผิด... ก็เตรียมรับมือกับคนเฝ้าประตูให้ดี เพราะพวกนั้นไม่ได้ใจดีเท่าฉันหรอก พวกเขาไม่ชอบคนแปลกหน้า และที่สำคัญ... พวกเขารู้วิธีทำให้คนหายไปโดยไม่มีใครตามหา"
ชาร์ลส์พยักหน้าเบา ๆ ขณะที่บันทึกคำผ่านทางและขั้นตอนในหัว "แล้วที่อยู่ของตลาดล่ะ? เรา้ามากกว่าคำผ่านทาง"
บาร์โธโลมิวหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของเขากลับมาอีกครั้ง "พวกนายมันช่างรุกเร็วจริง ๆ เอาเถอะ ถือว่าเราคุยกันถูกคอ ฉันจะบอกพวกนายก็ได้… แต่จำไว้นะ ข้อมูลนี้ไม่คุ้มครองพวกนายหรอก ถ้าทำพลาด ก็ไม่มีใครช่วยได้"
ชาร์ลส์และโจเซฟสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่บาร์โธโลมิวจะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง แล้ววางมันลงกับโต๊ะอย่างแ่เบา เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ราวกับจะเล่าความลับสำคัญ
"ตลาดมืดที่พวกนายตามหา... ตั้งอยู่ในอุโมงค์ระบายน้ำใต้เมือง"
"ทางเข้าของมันซ่อนอยู่แถวโรงไม้ร้าง"
"ถ้าพวกนายเข้าไปลึกพอ จะเจอจุดรวมตัวของพวกค้าของเถื่อน นายจะต้องใช้คำผ่านทางกับคนเฝ้าประตู แล้วพวกเขาจะนำทางพวกนายไปที่ตลาดลับเอง"
"ทางเข้าเริ่มจากตรงไหน?" ชาร์ลส์ถามต่อ
บาร์โธโลมิวพยักหน้า "เริ่มจากอุโมงค์เล็ก แถวซากโรงไม้ร้างใกล้ประตูเมืองเก่า เดินลึกเข้าไปในท่อใหญ่ จะมีจุดตัดหลายทาง แต่ให้พวกนายสังเกตกำแพง จะมีเครื่องหมายกากบาทสีแดงอยู่ตามจุดสำคัญ... เครื่องหมายนั้นจะนำพวกนายไปยังคนเฝ้าประตู"
"แล้วจากนั้นล่ะ?" โจเซฟถาม
"จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับพวกนายแล้ว" บาร์โธโลมิวตอบ พลางยักไหล่ "พวกเฝ้าประตูไม่ใช่พวกที่นายอยากมีปัญหาด้วย ถ้าตอบคำผ่านทางถูก ทุกอย่างจะราบรื่น แต่ถ้าตอบผิด…" เขาหยุดเว้นวรรค ก่อนจะหรี่ตามองพวกเขา "ก็เตรียมตัวให้พร้อมที่จะหาทางหนีทีไล่ เพราะพวกนั้นเล่นไม่ปรานี"
ชาร์ลส์จดจำรายละเอียดทั้งหมดอย่างรอบคอบในหัว พลางพยักหน้าเบา ๆ "ขอบคุณสำหรับข้อมูล"
บาร์โธโลมิวหัวเราะในลำคออีกครั้ง ขณะที่เขายกแก้วเบียร์ขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย "ยินดีเสมอ ถ้ามันพอจะช่วยให้พวกนายมีชีวิตรอด"
โจเซฟยื่นถุงเงินให้บาร์โธโลมิว วางมันไว้บนโต๊ะ จากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทันที พวกเขาเดินออกจากสมาคมรับจ้างไปโดยไม่หันกลับมา ระหว่างที่เดินผ่านผู้คนในโถงกว้าง ชาร์ลส์สะกิดแขนโจเซฟเบา ๆ ส่งสัญญาณให้เร่งฝีเท้าขึ้น
แม้ไม่ค่อยเข้าใจแต่โจเซฟก็ก้าวเร็วขึ้น เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังแ่เบา ขณะที่มุ่งหน้าผ่านประตูทางออกอย่างรวดเร็ว ไปสู่จุดหมายใหม่โดยไร้ความลังเล
ผ่านไปพักหนึ่ง บาร์โธโลมิวเริ่มนึกได้ สีหน้าที่ยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นิ่งค้างทันใด "เฮ้ย! ลืมต่อราคา!"
ชาร์ลส์และโจเซฟได้ยินเสียงอุทานจากด้านหลัง พวกเขารีบก้าวขึ้นรถม้าทันที ชาร์ลส์กระแทกประตูปิด พลางหันไปพยักหน้าให้คนขับรถม้า "ไปเร็ว ขับออกไปเดี๋ยวนี้!"
ภายในรถม้า ขณะที่มันเคลื่อนตัวไปตามถนนหินกรวด เสียงล้อบดถนนดังเป็จังหวะ โจเซฟหันไปหาเพื่อนของเขา พลางยกคิ้วด้วยความสงสัย
"นายรู้ได้ยังไงว่าบาร์โธโลมิวจะต่อราคาค่าข่าวที่ตั้งของตลาดมืด?" โจเซฟเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งสนใจ
"จะบอกว่าอ่านใจได้ก็ไม่น่าใช่ เพราะนายยังไม่มีพลังระดับนั้น ด้วยลำดับขั้นของตัวตนนายตอนนี้ การอ่านใจโดยตรงยังน่าจะยังทำไม่ได้"
ชาร์ลส์พิงหลังกับพนักรถม้า "บาร์โธโลมิวเป็นักล่าค่าหัวที่พอมีชื่อเสียงในวงการ ฉันเคยได้ยินเื่ของเขามาบ้างจากคนในสมาคมรับจ้าง ว่าหมอนี่มีนิสัยอย่างหนึ่งที่เป็เอกลักษณ์เขาชอบต่อราคาเพื่อหาผลประโยชน์ให้ได้มากสุดครั้งที่มีโอกาส"
โจเซฟเลิกคิ้ว "นายก็เลยคิดว่าเขาจะต้องลองต่อราคาเื่นี้ด้วย?"
"ใช่" ชาร์ลส์ตอบเรียบ ๆ "ข่าวเกี่ยวกับตลาดมืดเป็ของเื่ที่น่าจะสามารถหาประโยชน์ได้ บาร์โธโลมิวไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ ฉันเลยใช้พลังนิดหน่อย… ทำให้เขาลืมเื่ต่อราคาไปชั่วขณะก่อนจะทันได้เอ่ยปาก"
โจเซฟหัวเราะในลำคอ "ฉันล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าหมอนั่นจะหัวเสียขนาดไหนที่เพิ่งมานึกได้ทีหลัง"
ชาร์ลส์ยักไหล่ "ก็ให้เขาหงุดหงิดไปเถอะ ยังไงเขาก็เสียเปรียบไปแล้ว"
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างรู้ใจ ก่อนที่เสียงฝีเท้าของม้าจะพาพวกเขาเดินทางต่อไปในความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อพวกชาร์ลส์มาถึงเขตเมืองเก่า บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยอันตราย โรงไม้ร้างตั้งตระหง่านท่ามกลางกองขยะ ชาร์ลส์และโจเซฟเดินอย่างระมัดระวัง ตามหาอุโมงค์ทางเข้า
ขณะนี้พวกเขาเปลี่ยนมาสวมชุดคลุมยาว เพื่อช่วยปกปิดตัวตนและไม่ให้เป็ที่เตะตามากนัก
"นั่นไง" โจเซฟกระซิบ เมื่อเห็นซากโรงไม้ร้างแห่งหนึ่ง พวกเขาตรงไปยังด้านล่างของโรงไม้ ซึ่งมีทางเดินแคบทอดตัวลงไปใต้ดิน
พวกเขาเจอปากอุโมงค์ที่มืดมิด ชาร์ลส์หยิบตะเกียงน้ำมันออกมาและจุดไฟ แสงสว่างช่วยให้พวกเขาเห็นเครื่องหมายกากบาทสีแดงเลือนรางบนกำแพง
พวกเขาก้าวเท้าเข้าไปในอุโมงค์ ทางเดินแคบและลึกลับ คล้ายกับเขาวงกตที่ซ่อนความลับไว้ภายใน รอให้พวกเขาค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ภายในตลาดมืด
