คำพูดของท่านประธานทำเอาลูซี่รู้สึกใ แต่คิดอีกทีก็ไม่ใช่เื่แปลก ผู้ชายคนไหนบ้างล่ะที่ได้เห็นมินตราแล้วจะไม่สนใจ
แม้ในสายตาของลูซี่ที่เป็ผู้หญิง ก็ยังมองว่ามินตราเป็ผู้หญิงเอเชียที่สวยสะดุดตาเหลือเกิน ตัวเล็กแต่เซ็กซี่ขยี้ใจเหลือเกิน โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่์ให้มาเกินตัว
อีกทั้งผิวพรรณก็ขาวทั้งเนียนและเปล่งปลั่ง ฉายประกายออร่าราวกับนางแบบที่หลุดออกมาจากปกแมกาซีนปลุกใจเสือป่า
จึงไม่แปลกใจถ้าท่านประทานอันโตนิโอจะสนใจอยากสัมภาษณ์หล่อนเป็การส่วนตัว
“เอ่อ… แต่ท่านคะตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้วนะคะ… ”
ลูซี่กล่าวพลางเหลือบมองนาฬิกาทรงกลมที่แขวนไว้ข้างฝาผนังห้องประชุม เห็นพนักงานในส่วนของออฟฟิศหลายคนเริ่มทยอยกลับบ้าน
“ไม่เป็ไร… ผมใช้เวลาสัมภาษณ์ไม่นาน”
อันโตนิโอกล่าว ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังของห้องประชุมเพื่อขึ้นลิฟท์กลับขึ้นมารอที่ห้องทำงานชั้นบน
ในเวลาต่อมา
หลังจากหัวหน้าแผนกบุคคลแจ้งให้ทราบ เมื่อรู้ว่าท่านประธานจะสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง มินตราขึ้นลิฟท์มาด้วยหัวใจเต้นแรง รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งที่หล่อนไม่เคยเห็นหน้าท่านประธานมาก่อน แต่ได้ยินจากปากของพนักงานสาวๆ ที่เอ่ยถึงเขา ก็ทำให้หล่อนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอ
“สวัสดีค่ะ… ”
หญิงสาวกล่าว เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้องของทำงานของท่านประธานเ้าของโรงแรม
“นั่งสิ… ”
ร่างสูงใหญ่เกินร้อยแปดสิบเิเที่กำลังยืนกอดอกหันหลังให้หล่อน กล่าวออกมาทั้งที่ยังไม่หันมามองหน้า เพราะเขากำลังทอดสายตามองออกไปที่บานกระจกกว้าง เห็นก้อนเมฆสีขาวราวกับปุยฝ้ายตัดกับท้องฟ้าสีคราม
“ขอบคุณค่ะ… ”
มินตรากล่าว…
ขยับเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนที่หล่อนจะต้องใแทบช็อกเมื่อเขาค่อยๆ หันกลับมาพร้อมกับถอดแว่นตาดำที่ปกปิดดวงตาเอาไว้
“เอ่อ… คุณ… ”
มินตราใจนพูดอะไรไม่ออก โลกนี้ช่างแคบกว่าที่คิดเอาไว้ ความทรงจำเก่าๆ ผุดวาบเข้ามาทันทีที่ได้เจอหน้าผู้ชายคนนี้อีกครั้ง
ร่างสูงใหญ่นิ่งมอง…
