ภายในห้องทำงานของิหยวน จางเหวินพูดต่อ
“ในขวดเหล่านี้ มีโอสถแก้พิษประมาณสี่แสนเม็ด เป็ระดับปฐีทั้งหมด ข้าใช้ทรัพยากรเกือบทั้งหอการค้าเมฆาในการกลั่นมันออกมา ข้าลดคุณภาพของโอสถลงมาก เพื่อแลกกับจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน
“ข้ากับคนของข้า หลายสิบคน กลั่นมันทั้งคืนโดยไม่พัก ตอนนี้ข้าจะเก็บไว้กับตัวสองแสนเม็ด ส่วนอีกสี่แสนเม็ด เ้าจะเป็คนถือไว้ คุณสมบัติและคุณภาพเหมือนกันทุกประการ”
ทั้งิหยวนและ คังห่าวที่อยู่อีกที่หนึ่งรับฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าเคร่งขรึม
“หลังจากนี้ ชาวเมืองจะป่วยเป็โรคประหลาด”
จางเหวินกล่าวต่ออย่างตรงไปตรงมา
“อย่าใไป มันคือพิษของข้าเอง การถอนพิษ ต้องใช้กึ่งจักรพรรดิ หรือผู้กลั่นโอสถระดับจักรพรรดิมาลงมือด้วยตัวเองเท่านั้น และถึงอย่างนั้นก็ยังมีโอกาสล้มเหลวอยู่แต่ก็อาจจะน้อย”
จางเหวินส่งเสียงไปหาคังห่าวและให้ตัวของิหยวนได้ยินด้วย
“ข้าจะให้เ้าประกาศสภาวะฉุกเฉิน และส่งคนของข้าไปช่วยทำลายเมฆฝน ผลลัพธ์คือสำเร็จ แต่จะมีนักบุญบางคนจะติดพิษเข้าไป และพวกเขาจะพยายามขับพิษแต่ไม่สำเร็จ”
น้ำเสียงของจางเหวินนิ่งสนิท
“ในจังหวะนั้นคังห่าว เ้าต้องแสดงความใ ส่วนที่เหลือ คนของข้าจะจัดการเอง”
ิหยวนเริ่มเข้าใจภาพทั้งหมดอย่างชัดเจน หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“จากนั้น ชาวเมืองจะเกิดความหวาดกลัว จากการที่เห็นว่าแม้แต่นักบุญยังต้านพิษไม่ได้”
“ในจังหวะนั้น หอการค้าเมฆาที่ข้าควบคุมอยู่ในเงามืด จะออกประกาศขายโอสถแก้พิษ ในราคาสูงลิ่ว”
จางเหวินเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ
“เมื่อขายไปได้ระยะหนึ่ง ิหยวน เ้าต้องไปหาคังห่าว พร้อมเปิดโปงว่า พิษที่แท้จริงนั้นแฝงอยู่ในตัวยา แล้วให้คังห่าวยืนยันความจริงเื่นั้นและให้คังห่าวพาคนของข้าไปตามหาแหล่งที่มาของยา”
“หลังจากนั้น คังห่าวจะต้องบุกมาที่หอการค้าเมฆา ทำการเล่าเื่ยาพิษทั้งหมด หลังจากนั้นจะเกิดการต่อสู้ และเป็ฝ่ายพวกเ้าที่ชนะไป”
“สุดท้าย หอการค้าัขาวจะปรากฏตัวในฐานะผู้กอบกู้ นำโอสถทั้งสี่แสนเม็ดออกมาขายเพื่อช่วยเหลือชาวเมือง”
จางเหวินเว้นจังหวะลงครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
“ในระหว่างนั้นคังห่าวจะค้นพบความจริงว่าพิษทั้งหมดนั้น มันสามารถแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ ได้ด้วย ในจังหวะนั้นเ้าต้องแจ้งเหตุการณ์ฉุกเฉินให้หอการค้าทุกแห่งทราบ ซึ่งจริงๆ หอการค้า 9 อันดับแรกนั้นมีพิษของข้ากระจายอยู่ั้แ่แรกแล้วดังนั้นตรวจยังไงก็เจอ”
“ในจังหวะนั้นเราจะรอดูหน้างานอีกทีว่าเราจะใช้เงื่อนไขใด ในการรับวัตถุดิบที่ติดพิษเ่าั้มา อาจจะเป็การบังคับซื้อมาในราคาถูกๆ หรือว่าไปเก็บมาหลังจากที่พวกเขาทิ้งมันแล้ว”
“รายละเอียดในการทำงานจริงยังมีอีกมาก นี่เป็เพียงแผนคร่าว ๆ เดี๋ยวข้าจะควบคุมทุกอย่างเองตอนเริ่มลงมือทำจริง”
จางเหวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมมองใบที่ใบหน้าของิหยวนที่นิ่งเงียบไป ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“ข้ารู้ว่าวิธีนี้มันสกปรกและน่ารังเกียจด้วยซ้ำ พวกเราเคยเป็คนดีมาก เป็คนที่เคยยึดมั่นกับคำว่ายุติธรรมมาก่อน”
อีกด้านหนึ่ง คังห่าวเอามือลูบคางแล้วหัวเราะเบา ๆ
“แม๊… เ้าก็ชมข้าเกินไป”
เสียงของจางเหวินดังขึ้นทันที
“ไม่ใช่เ้า…”
คังห่าว: (˶°ㅁ°) !!
จางเหวินพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ในใจลึก ๆ ของพวกเ้า อาจไม่ยอมรับวิธีการแบบนี้ แต่จงจำไว้ พวกเราไม่ได้เกิดมาจาก์ชั้นไหน และไม่ได้คลานออกมาจากนรกขุมใด”
“พวกเราก็แค่คนธรรมดาเท่านั้น”
แววตาของเขาค่อยๆ น่าขนลุกยิ่งขึ้นเรื่อยๆ พร้อมน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“ข้าไม่ได้ขอให้พวกเ้ากลายเป็คนที่ไร้หัวใจแต่ทว่าโลกใบนี้ มันไม่ได้มีพื้นที่เพียงพอให้ทุกคนบนโลกประสบความสำเร็จได้”
“ทุกการแข่งขันย่อมมีผู้ชนะ และย่อมต้องมีผู้แพ้ ทุกการยอมรับย่อมเกิดขึ้นพร้อมกับการปฏิเสธ ใต้แสงชัยชนะของใครสักคน ย่อมมีเงาของอีกคนที่ถูกเหยียบลงไปเสมอ ดังนั้นทุกๆ ความสำเร็จของพวกเ้า มันจะทำลายชีวิตของใครบางคน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”
“ดังนั้น จงเตรียมใจเอาไว้แล้วใช้ความล้มเหลวของผู้อื่น เป็กองอิฐที่ช่วยให้เราเหยียบย่ำขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด”
ทุกอย่างเงียบลงจนน่าขนลุก…
….
….
….
ทันใดนั้นเอง ร่างกายของิหยวนก็สั่นไหวรุนแรงราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน พลังิญญาภายในกายปะทุขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ท้องฟ้าเหนือศีรษะแปรปรวนในฉับพลัน เมฆดำหมุนวนซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ
แสงสว่างพวยพุ่งออกจากร่างของิหยวน ผิวกายของเขาเรืองรองราวกับหลอมจากหยก พริบตานั้นเอง ดวงดาวเล็ก ๆ หลายดวงก็ปรากฏขึ้นรอบร่างกาย แต่ละดวงหมุนวนอย่างเป็ระเบียบ เชื่อมต่อกันด้วยเส้นพลังจาง ๆ ราวกับแผนที่์ที่ถูกวาดขึ้นใหม่
พลังการบ่มเพาะพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง การร่วมร่าง ขั้นที่สอง ถูกฉีกกระชากผ่านไปในพริบตา นิพพาน ถ้ำ์ ระดับต่าง ๆ ไหลผ่านร่างเขาราวกับสายน้ำเชี่ยว ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น ไม่มีแรงต้าน
จางเหวินยืนมองภาพนั้นอย่างสงบ เขายกมือขึ้น หยิบโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิออกมาหนึ่งเม็ด พลังในฝ่ามือบีบอัดมันจนแตกสลายเป็ผงแสงสีแดงทอง ก่อนจะสะบัดมือส่งมันเข้าไปหลอมรวมกับร่างของิหยวนโดยตรง
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือการตรัสรู้ ความเข้าใจที่ถูกเปิดออกเพียงเสี้ยวเดียว แต่เสี้ยวนั้นกลับเพียงพอจะเขย่ารากฐานชีวิตทั้งมวล ทำให้การบ่มเพาะทะยานขึ้นราวกับถูกปลดโซ่ตรวน
ในขณะเดียวกัน ภายในคฤหาสน์เ้าเมือง คังห่าวก็อยู่ในสภาวะเดียวกัน แต่รุนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่า ร่างของเขานิ่งสงบ ดวงตาปิดสนิท แต่พลังภายในกลับไหลเวียนอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับสายน้ำที่รู้เส้นทางของตนเองั้แ่ต้น
สิ่งที่คังห่าวมีเหนือกว่าผู้อื่นคือความเข้าใจ เขาไม่ต้องพึ่งพาร่างกายพิเศษ ไม่ต้องอาศัยสายเืศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องรอคอยโชคลาภจากฟ้า ความเข้าใจเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะพาเขาก้าวมาถึงระดับนักบุญได้
พลังการบ่มเพาะพุ่งทะยานอย่างรุนแรง นักบุญขั้นที่หก… เจ็ด… แปด… เก้า… ถูกทะลวงผ่านไปทีละขั้นโดยไร้การหยุดชะงักใดๆ
ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ปั่นป่วนในทันที พลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งขึ้นเป็เสา แรงกดดันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เศษเสี้ยวโลกใบเล็กที่เกิดจากกฎแห่งชีวิตและความตายเริ่มควบแน่น พวกมันหลอมรวมกันอย่างไม่เสถียร
จางเหวินรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมปลายนิ้วดีดเบา ๆ
ปัง!
ฝนภายนอกพลันตกหนักขึ้นอีกหลายร้อยเท่า เสียงสายฝนกระหน่ำจนกลบทุกเสียง ม่านน้ำหนาทึบปิดบังการมองเห็นทั้งหมด แม้แต่จิตััก็ไม่อาจแทรกผ่านไปได้ เมืองทั้งเมืองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ผู้คนทำได้เพียงหลบอยู่ในที่พักของตนเองเท่านั้น โดยไม่อาจรับรู้ได้ว่าภายนอกที่พักของตนเองเกิดอะไรขึ้นบ้าง
จางเหวินวาร์ปร่างของิหยวนออกมาจากหอการค้า ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปยังคฤหาสน์เ้าเมืองทันที
ที่นี่ พลังแห่งความตายและพลังแห่งชีวิตปะทะหลอมรวมกันอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างของคังห่าวที่กำลังควบแน่นเศษเสี้ยวโลกใบเล็ก รวมถึงิหยวนที่การตรัสรู้ยังไม่จบลง กำลังถูก์จับจ้องเนื่องจากทั้งคู่มีโชคสีดำ
จางเหวินสะบัดมืออีกครั้ง หยดน้ำสี่หยดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ภายในหยดน้ำแต่ละหยด ร่างของมู่หลิง เย่ซิน เย่เฉิน และหวงหรานนอนสลบอยู่ ชีวิตของพวกเขาถูกใช้เป็โล่ป้องกันให้์หยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ
บรรยากาศเงียบสงบลงในทันที ราวกับ์ยอมปล่อยดาบในมือ ยอมถอยหนึ่งก้าว เปิดทางให้ทั้ง 2 คนเดินหน้าต่อไปได้
คังห่าวควบแน่นเศษเสี้ยวโลกใบเล็กสีขาวดำได้สำเร็จ โลกเล็กหมุนวนอย่างมั่นคง พลังชีวิตและความตายประสานกันอย่างสมบูรณ์ แต่พลังจากการตรัสรู้ของเขายังไม่หมดการบ่มเพาะของเขาพุ่งทะยานไปอย่างไม่หยุด
าานักบุญ ขั้นที่ 1
….
….
าานักบุญ ขั้นที่ 4
….
….
าานักบุญ ขั้นที่ 7
ในเวลาเดียวกัน ิหยวนก็ทะลวงเข้าสู่นักบุญได้สำเร็จ แต่การตรัสรู้ของเขายังไม่สิ้นสุดลง
จางเหวินหยิบโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิออกมาอีกแปดเม็ด ก่อนจะบดมันในพริบตาแล้วส่งพลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างของิหยวนโดยไม่รอช้า
พลังของิหยวนพวยพุ่งอีกระลอก การบ่มเพาะทะยานขึ้น
นักบุญขั้นที่สอง
….
นักบุญขั้นสาม
…
นักบุญขั้นห้า
…
นักบุญขั้นเจ็ด
…
นักบุญขั้นเก้า
หลังจากก้าวไปที่นักบุญระดับ 9 แล้วดวงดาวรอบร่างกายของิหยวนส่องสว่างยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ สงบลง
เมื่อทุกอย่างนิ่งเงียบลง ทั้งคังห่าวและิหยวนต่างใช้เวลารวบรวมร่างฐานและปรับแต่งมันท่ามกลางฝนที่ยังคงกระหน่ำ
