เป็แค่ศิษย์พี่ผู้ติดตามคนหนึ่งของเฉินเฟิง กล้าดียังไงถึงได้ล้อเลียนเขา
ในฐานะแม่ทัพใหญ่ชายฝั่งเขตมณฑลฝูเจี้ยน เขารู้สึกโกรธมาก!
หลังจากเฉินหู่ได้ยินคำพูดเยาะเย้ยจากจ้าวเสี่ยวเยว่ เขาจำใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไม่มีทางเลือก กดโทรออกสองสาย
"ระดมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดจากเขตป้องกันชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยนอย่างเร่งด่วน รวมพลกัน ณ บ้านตระกูลเฉินของฉัน"
เขาโทรออกสายแรก น้ำเสียงเฉินหู่แข็งกร้าว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขากำลังถือโอกาสนี้เป็การระบายความอึดอัดที่เขาได้รับจากเฉินเฟิงและศิษย์พี่ของเฉินเฟิง
จากนั้นเฉินหู่โทรออกสายที่สอง ครั้งนี้น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความหวั่นเกรง
"สวัสดีครับ ท่านจอมพลเก้าดาวฟู่เจียเหริน ผม แม่ทัพหกดาวเฉินหู่ ผู้บัญชาการเขตมณฑลฝูเจี้ยนฝั่งทะเลนะครับท่าน..."
เสียงผู้ชายที่ดังกังวานเปี่ยมด้วยพลังดังขึ้นจากปลายสาย เขาพูดแทรกเฉินหู่ที่ยังพูดไม่จบดีด้วยน้ำเสียงเ็า
"ฉัน...คนของฉันอยู่ระหว่างทางไปบ้านแก อีกไม่นานน่าจะถึง แกนี่... ชอบทำให้ฉันลำบากใจจริงๆ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจเฉินหู่เต้นรัว หน้าผากและหลังเปียกโชกด้วยเหงื่อเย็น
เพิ่งโทรหาฟู่เจียเหรินไม่ทันไร ทำไมถึงมาถึงบ้านฉันเร็วขนาดนี้?
Why!
แม้ว่าเก้าจอมพลระดับสิบดาว สิบแปดจอมพลระดับเก้าดาว และสามสิบหกนายพลหกระดับดาว ในดินแดนต้าหลงจะไม่มีความสัมพันธ์แบบผู้ใต้บังคับบัญชาก็จริง
เพราะแม่ทัพหกดาวแต่ละคนล้วนกระจายอยู่ตามเขตมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศ หรือเมืองหลวงของมณฑลเขตปกครองตนเอง ทุกนายล้วนนับเป็ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
ส่วนจอมพลเก้าดาวทั้งสิบแปดคนและจอมพลสิบดาวทั้งเก้าคน พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนประจำการอยู่ที่เมืองหลวง แต่ละคนมีตำแหน่งเทียบเท่าข้าราชการระดับกระทรวง
เฉินหู่จึงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้ยินว่าจอมพลเก้าดาวกำลังมุ่งตรงมายังบ้านตระกูลเฉิน
งานแต่งงานของลูกชายเขา ถึงแม้จะสร้างความฮือฮาไปทั่วมณฑลฝูเจี้ยน แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นที่จอมพลเก้าดาวที่ประจำอยู่ที่เมืองหลวงจะต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง
เห็นได้ชัดว่า มีผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าจอมพลเก้าดาว บังคับให้เขาต้องออกเดินทางจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่เมืองเจียงเฉิง มณฑลฝูเจี้ยนแห่งนี้
"ผมทำผิดอะไรไปหรือเปล่า ถึงขั้นทำให้ท่านจอมพลเก้าดาวถึงขั้นต้องทิ้งงานสำคัญ เดินทางจากเมืองหลวงด้วยตัวเอง?
วันนี้เป็เพียงงานแต่งงานของลูกชาย ผมไม่ได้ประจำการที่เขตป้องกันชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยน และไม่ได้เชิญท่านมาด้วย..."
เฉินหู่เริ่มใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก ถามคำถามอย่างระแวดระวังต่อจอมพลเก้าดาว ฟู่เจียเหริน
"จอมพลสิบดาวทั้งเก้านาย โทรสั่งฉันอย่างพร้อมเพรียงให้เดินทางไปตระกูลเฉินเพื่อปราบพยศเ้าเสือร้าย
เพื่อป้องกันไม่ให้แกหูตาบอดพุ่งชนกับผู้ที่พวกเขาไม่กล้าล่วงเกิน
แกถูกจักรพรรดิัลบชื่อจากร้อยขุนพล แต่กลับยังไม่รู้สำนึก ไม่รู้จักเก็บเนื้อเก็บตัว..."
จอมพลเก้าดาวฟู่เจียเหริน ไม่ได้ปิดบังอะไร อธิบายกับเขาอย่างตรงไปตรงมา เพราะตอนนี้ รถของเขาใกล้จะถึงหน้าบ้านตระกูลเฉินแล้ว
แม้แต่จอมพลสิบดาวทั้งเก้านายของดินแดนแห่งต้าหลงก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน
หลังจากฟังคำพูดของจอมพลเก้าดาวแล้ว สมองของเฉินหู่ตกอยู่ในความมึนงงไปชั่วขณะ
จากนั้น เขาหันไปมองเฉินเฟิง ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เกือบจะคุกเข่าลงด้วยความใ
คนที่สามารถให้จอมพลสิบดาวโทรมาสั่งการได้เช่นนี้ นอกจากท่านจักรพรรดิัแล้ว
ก็มีเพียงเทพาเพียงหนึ่งเดียวของดินแดนต้าหลง เทพา
เทพาหายตัวไปเป็เวลากว่า 6 ปีแล้ว แม้แต่เฉินหู่ ในฐานะแม่ทัพหกดาวก็เคยเห็นเพียงบุคคลลึกลับสวมหน้ากากทองคำ ในพิธีาาภิเษกของเทพารับการสถาปนาจากท่านจักรพรรดิั
ในเวลานั้น 9 จอมพลระดับสิบดาว 18 จอมพลระดับเจ็ดถึงเก้าดาว 36 แม่ทัพระดับสี่ถึงหกดาว และ 72 แม่ทัพระดับหนึ่งถึงสามดาว
ยอดแม่ทัพกว่าหนึ่งร้อยนายจากดินแดนต้าหลง ทั้งหมดคุกเข่าลงหนึ่งข้าง เงยหน้ามองบุคคลสวมหน้ากากทองคำผู้ได้รับการสถาปนาจากท่านจักรพรรดิัเป็เทพา
เทพา!
นี่คือรางวัลอันทรงเกียรติที่ทหารมากมายใฝ่ฝัน
ใน่หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาของดินแดนต้าหลง มีจอมพลสิบดาว และจอมพลเก้าดาว มากกว่าหนึ่งพันนาย
แต่มีเพียงปีที่ก่อตั้งประเทศเท่านั้นที่มีผู้ได้รับการสถาปนาโดยปฐมจักรพรรดิ เป็เทพารุ่นแรก
"แกคือเทพา..."
เฉินหู่มองเฉินเฟิงด้วยใบหน้าซีดเผือด ถามอย่างจริงจัง
"ฉันไม่ใช่เซี่ยงอวี่ [1]"
เฉินเฟิงตอบอย่างเลี่ยงๆ
สำหรับเทพาอย่างเฉินเฟิงแล้ว แม้แต่แม่ทัพหกดาวก็ไม่คู่ควรให้กล่าวถึง
ไม่คู่ควรจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา
หลังจากได้รับคำตอบอย่างอ้อมค้อมของเฉินเฟิง เฉินหู่ตระหนักได้ในทันที
เขาคือเทพา
ไม่มีคำอธิบายอื่นใดที่จอมพลระดับสิบดาวทั้งเก้านายจะโทรสั่งจอมพลฟู่เจียเหริน เพื่อให้เขามาห้ามปรามเฉินหู่
แต่เฉินหู่ก็รู้ดีว่า เขาไม่สามารถเอ่ยนาม "เทพา" ออกมาได้
หากเขาเอ่ยปากออกมา ชีวิตของเขาคงถึงคราวสิ้นสุด
เพราะอำนาจของเทพานั้นมิอาจให้ใครมาล่วงเกิน แม้แต่แม่ทัพหกดาวก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เฉินเฟิงก็ถือว่าให้โอกาสตระกูลเฉินมากมาย
เฉินเฟิง้าให้พวกเขาส่งมอบทุกอย่างของตระกูลเฉินทั้งหมดเพื่อเป็การชดเชยที่ขับไล่เขา แต่พวกเขากลับลังเล ปฏิเสธ เยาะเย้ย ทั้งยังดูถูกสารพัด
แม้แต่ผู้นำตระกูลอย่างเฉินหู่ยังโทรหาคนมาช่วย
ในตอนนี้ เสียงเบรกของรถดังขึ้นจากด้านนอก ไม่นานนัก เสียงที่ฟังดูร้อนรนก็ดังขึ้นตามมา
"เฉินหู่ แกอย่าทำอะไรโง่ๆ นะ ไม่เช่นนั้น ต่อให้เป็ฉันก็ช่วยแกไม่ได้..."
ได้ยินคำเตือนเช่นนั้น เฉินเฟิงก็มองเฉินหู่ด้วยท่าทางเย้ยหยันอย่างเงียบๆ ราวกับว่าจับตายเขาได้
แน่นอนว่าเฉินเฟิงไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะก่อนที่เขาจะมาที่ตระกูลเฉิน เขาได้ทำการติดต่อกับจอมพลระดับสิบดาวทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
บัดนี้ สีหน้าของเฉินหู่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เพราะเขาได้โทรสั่งให้กำลังพลทั้งหมดของเขตมณฑลฝูเจี้ยนเคลื่อนพลมา
การสั่งทหารเหล่านี้ให้ต่อกรกับเทพา จะเป็อะไรได้นอกจากเื่ตลก?
เทพาคือความศรัทธาในใจของทหารทุกคน ตราบใดที่เฉินเฟิงหยิบหน้ากากเทพาในตำนานออกมาสวมใส่
ทหารทุกคนในดินแดนต้าหลงย่อมคุกเข่าลงโดยสิ้นเชิง
ไม่นานนัก จอมพลเก้าดาวฟู่เจียเหรินก็มาถึงตรงหน้าเฉินหู่และเฉินเฟิง โดยมีทหารผู้คุ้มกันหลายคนติดตามมา
"มาถึงสักที..."
เฉินเฟิงพูดกับฟู่เจียเหรินด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ฟู่เจียเหรินแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ตอนที่เทพาได้รับการสถาปนาจากท่านจักรพรรดิั ฟู่เจียเหรินอยู่ใกล้ๆ เลยคุ้นเคยกับเสียงของเขาเป็อย่างดี
หลังจากเทพาหายตัวไปเป็เวลากว่าหกปี ชายแดนของดินแดนต้าหลงก็กลับมาไม่มั่นคงอีกครั้ง
เพราะเทพาเพียงคนเดียว สามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับกองกำลังต่างประเทศได้มากกว่าแม่ทัพทั้งร้อยนายของดินแดนต้าหลงรวมกัน
เมื่อชายแดนไม่มั่นคง สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือองค์จักรพรรดิัทรงไม่อาจวางพระทัย
ต่อมาคือ จอมพลระดับสิบดาวทั้งเก้านายและจอมพลเก้าดาว 18 นายที่ประจำการอยู่ในเมืองหลวง ต่างร้อนรนและรู้สึกผิดมากกว่าใคร
ต่างคนต่างคิดหาทางรักษาเสถียรภาพของเขตชายแดน
แต่แม่ทัพสี่ดาวถึงหกดาว กลับไปเป็ข้าราชการใหญ่ประจำมณฑลต่างๆ ไม่ต้องกังวลเื่ชายแดน
แม้แต่เขตป้องกันชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยนของเฉินหู่ ก็แทบไม่มีอะไรให้ทำมากนัก
เพราะไม่มีศัตรูจากต่างประเทศที่ไหนจะลักลอบเข้าทางทะเล
เชิงอรรถ
[1] เซี่ยงอวี่ หรือ ฌ้อปาอ๋อง เทพนักรบผู้มีประวัติอาภัพ เป็ขุนศึกผู้มีความอาจหาญในประวัติศาสตร์ของจีน มีฉายาว่าเทพาเช่นเดียวกัน
