ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง (จำเป็น) ในยุค 80

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    บ้านสกุลฉินค่อนข้างยากจน เรียกได้ว่าตัวบ้านแทบจะมีเพียงผนังสี่ด้าน ข้าวของในบ้านจึงมีเพียงน้อยชิ้น การทำความสะอาดได้ไม่ยากเย็นเท่าใด


    หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เหนื่อยหอบจนเหงื่อท่วมไปทั้งตัว


    แต่เพราะเสียเวลาไปกับการทำความสะอาด ทำให้เลยเวลาอาหารกลางวันไปเสียแล้ว


    ต่งเสี่ยวเสี่ยวเองก็หิวจนแทบจะไม่มีแรง


    เธอเดินเข้าไปในครัว มองหาอาหารในตู้กับข้าวที่ได้รับการทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่องแล้ว ก็พบถังข้าวสาร แต่ข้าวสารในถังนั้นเหลือน้อยเต็มที


    เมื่อค้นทั่วทั้งครัว ก็ไม่เจอของอะไรที่น่ากินเท่าไหร่ มีแต่ข้าวโพดแห้ง และพืชไร่ อย่างมันเทศ ฟักทองอยู่บ้างเล็กน้อย


    ด้านหลังบ้านมีลานเล็กๆ แต่ต้นกล้าผักที่ปลูกไว้นั้นเหี่ยวเฉา แทบจะไม่รอดชีวิต ดูท่าทางไม่น่าจะเอามาทำอะไรกินได้เลย


    บ้านสกุลฉินนี่ยากจนกว่าที่เธอคาดคิดไว้ซะอีก!


    ลูกสะใภ้จะมีฝีมือดีแค่ไหนก็ทำอาหารไม่ได้ถ้าไม่มีข้าวสาร [1] สุดท้ายต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงต้องหั่นฟักทองที่เหลืออยู่น้อยนิดมาต้มเป็๲โจ๊กฟักทองที่ส่งกลิ่นหอมหวานแทน


    อาหารชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงกระเพาะ อีกยังมีรสหวานเล็กน้อย กินง่ายกว่าโจ๊กขาวเสียอีก


    หลังจากต้มโจ๊กจนได้ที่ ฉินซู่ก็หายตัวไปแล้ว


    ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เธอมองไปที่เด็กทั้งสองคน แล้วถามว่า "พ่อพวกลูกไปไหนแล้ว?"


    ฉินไห่หยางไม่อยากจะสนใจผู้หญิงใจร้ายคนนี้เลยสักนิด แต่เมื่อเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวยกโจ๊กฟักทองสีเหลือง เนื้อโจ๊กข้นๆ ชามโตออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างช้าๆ


    ปกติแล้ว ผู้หญิงใจร้ายมักจะกินอาหารเหลือแล้วค่อยให้เขาและน้องสาวกินต่อ อีกอย่างผู้หญิงใจร้ายคนนี้ยังทำอาหารไม่อร่อยอีกด้วย


    วันนี้ไม่รู้ว่าเป็๲เพราะหิวมากเกินไปหรือไม่ เขาถึงได้รู้สึกว่าอาหารในชามของผู้หญิงใจร้ายนั้นดูน่ากินมาก เหมือนกับมีกลิ่นหอมหวานแฝงอยู่


    "พ่อไปทำงานแล้ว มีคนเรียกเขาไป" ฉินไห่หยางตอบเสียงเ๾็๲๰า


    "ยังไม่ได้กินข้าวเลย ก็ออกไปทำงานแล้วเหรอ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกประหลาดใจและสงสารขึ้นมา


    ฉินซู่ออกไปทำงาน๻ั้๹แ๻่เช้า พอกลับมาตอนกลางวันก็ยังไม่ได้กินอะไรร้อนๆ เลยสักคำ แต่ต้องออกไปทำงานต่ออีกแล้วงั้นเหรอ? ต่อให้ร่างกายแข็งแรงเหมือนเหล็กก็คงจะทนไม่ไหวแน่ๆ!


    "พ่อเอาหมั่นโถวกับน้ำเย็นไปด้วย เขาบอกว่ากินแค่นิดหน่อยก็พอแล้ว" ฉินไห่หยางจ้องมองชามใบโตที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวถืออยู่ด้วยสายตาละห้อย เขากลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ในใจแอบภาวนา ขอให้ผู้หญิงใจร้ายนี่รีบกินให้หมด เขากับน้องสาวจะได้กินอะไรร้อนๆ บ้าง


    แต่สิ่งที่ฉินไห่หยางคาดไม่ถึงก็คือ ผู้หญิงใจร้ายกลับหยิบชามมาสามใบ ตักโจ๊กฟักทองใส่จนพูนทั้งสองใบ และเลื่อนชามมาตรงหน้าเขากับน้องสาว ก่อนจะพูดว่า "งั้นพวกเรากินข้าวกันก่อนเถอะ"


    ฉินไห่เยว่เป็๲คนพูดน้อย เธอมีนิสัยเก็บตัว เมื่อเห็นโจ๊กฟักทองร้อนๆ วางอยู่ตรงหน้า ก็ไม่กล้าเงยหน้ามองต่งเสี่ยวเสี่ยว ได้แต่หันไปมองฉินไห่หยางแล้วถามเสียงเบาๆ ว่า "พี่คะ นี่ให้พวกเรากินได้ไหม หนูกินได้หรือเปล่า?"


    ถึงแม้ว่าโจ๊กจะวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว แต่ฉินไห่หยางก็ยังไม่เชื่อว่าเธอจะยอมให้พวกเขากินจริงๆ


    ผู้หญิงใจร้ายคนนี้กำลังคิดแผนการร้ายอะไรอยู่กันแน่ เธอตั้งใจจะแกล้งพวกเขาหรือเปล่า?


    เมื่อเห็นสายตาและสีหน้าสับสนของเด็กทั้งสองคน ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะด่าว่าเ๽้าของร่างเดิมในใจว่าสมควรตายจริงๆ!


    ถึงขนาดทำร้ายเด็กจนเกิดเป็๲ปมในใจไปแล้ว


    "แม่ทำให้พวกลูกกิน รีบกินตอนที่ยังร้อนๆ นะ ต่อไปในบ้านมีอะไร ถ้าพวกลูกอยากกิน พวกลูกก็หยิบไปกินได้เลย แม่ขอสัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่ตีไม่ด่าพวกลูกอีกแล้ว! ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็๲ความผิดของแม่เองที่หลงผิด พวกลูกยกโทษให้แม่สักครั้งเถอะนะ"


    ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดขอโทษด้วยเสียหน้าจริงจัง


    เด็กทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ก็ยังไม่กล้าลงมือตักอาหารขึ้นมากิน


    ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจเบาๆ เธอยกชามของตัวเองแล้วเดินออกจากลานบ้านเพื่อไปกินข้าวข้างนอก


    เ๽้าของร่างเดิมทำร้ายเด็กๆ รุนแรงเกินไป คงจะไม่สามารถทำให้เด็กๆ ยอมรับตัวเองได้ในทันทีหรอก ต้องค่อยๆ เป็๲ค่อยๆ ไป


    เมื่อไม่เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้ว ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ก็รีบคว้าช้อน ตักโจ๊กกินอย่างรวดเร็ว


    "พี่คะ โจ๊กนี้อร่อยจัง! มีข้าวอยู่เยอะเลย! เรากินให้อิ่มกันเลยนะคะ!" ฉินไห่เยว่พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


    ฉินไห่หยางไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้กินโจ๊กเนื้อข้นเหนียวที่สามารถกินจนอิ่มท้องได้ถึงขนาดนี้


    บนใบหน้าของเขามีความรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย กล่าวเสียงเบาว่า "ผู้หญิงใจร้ายนั่นไม่รู้ว่ากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่นะ! พวกเรายังต้องระวังตัวให้ดี อย่าไปติดกับดักของเธอเชียว!"


    ฉินไห่เยว่เชื่อฟังคำพูดของพี่ชายมาตลอด เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น และพูดว่า "อืม!"


    ในตอนนั้นเอง ฉินไห่เยว่ก็ร้องเสียงดังขึ้นมา


    "พี่! หนูเจ็บ! มีแมลงกัดที่เท้าของหนู!"


    ฉินไห่หยางรีบลุกขึ้นทันที เขายืนอยู่ข้างๆ ฉินไห่เยว่


    ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่ตรงประตูที่ได้ยินเสียงดัง ก็รีบเดินเข้ามา เธอถกขากางเกงของฉินไห่เยว่ขึ้น และพูดว่า "กัดตรงไหน?"


    ฉินไห่เยว่ชี้ไปที่รอยแผลเล็กๆ รอยหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "ตรงนี้ค่ะ เจ็บมากเลย!"


    ต่งเสี่ยวเสี่ยวพิจารณารอยแผลของฉินไห่เยว่อย่างละเอียด แมลงตัวนั้นยังเกาะอยู่บนแผล เธอรีบจับแมลงตัวนั้นบี้ให้ตาย แล้วเหยียบซ้ำลงไปบนพื้น ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า "นี่เรียกว่าแมลงก้นกระดก มีพิษค่อนข้างแรง ถ้าโดนกัดแล้วไม่รีบรักษา จะเกิดหนองและแผลเปื่อยได้ ต่อไปถ้าเจอต้องรีบออกให้ห่าง เข้าใจไหม? เยว่เยว่ ลูกมากับแม่ แม่จะช่วยลูกทำความสะอาดแผลก่อน"


    ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มฉินไห่เยว่ ไปที่ข้างบ่อน้ำ แล้วใช้จ้าวเจี่ยว [2] ช่วยล้างแผลให้เธอ


    "แม่จะออกไปหายามาทาให้ลูกนะ ลูกกินข้าวต่อเถอะ" หลังจากล้างแผลเสร็จแล้ว ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็วางฉินไห่เยว่ลงบนม้านั่ง เธอกำชับเสียงเบาๆ


    ในชามของเธอยังมีโจ๊กเหลืออยู่นิดหน่อย ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยกขึ้นซดจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะรีบร้อนออกจากบ้านไป


    เธอมองไปรอบๆ อยู่นาน ในที่สุดก็พบต้นป้านเปียนเหลียน [3]


    เมื่อกลับมาถึงบ้าน แผลของฉินไห่เยว่ก็บวมขึ้นมา นอกจากนี้มันยังปวดและคันมาก เด็กตัวเล็กๆ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ตอนนี้ฉินไห่เยว่จึงเกาจนแผลของตัวเองเต็มไปด้วยเ๣ื๵๪ซิบ


    "อย่าเกา แม่ทายาให้แล้ว ลูกจะได้ไม่คันอีก" ต่งเสี่ยวเสี่ยวล้างแผลให้ฉินไห่เยว่อีกครั้งด้วยน้ำเกลือ ก่อนจะทายาให้


    ยาที่ทาลงไปนั้นให้ความรู้สึกเย็น ๆ ทำให้ไม่รู้สึกปวดและหายคันจริงๆ


    ฉินไห่เยว่มองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยความรู้สึกขอบคุณเล็กน้อย แต่คำขอบคุณกลับติดอยู่ในลำคอ เธอพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ กะพริบขนตาหนาๆ ของตนเอง


    หลังจากพันแผลให้ฉินไห่เยว่เสร็จแล้ว ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่าเด็กทั้งสองคนเนื้อตัวมอมแมมเกินไป เธออดไม่ได้ที่จะกลับเข้าไปในครัว ต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่ จากนั้นก็ลากเด็กทั้งสองคนออกมา เพื่อล้างตัวให้๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า


    ฉินไห่หยางที่ชอบทำตัวโตกว่าเกินวัยกว่าฉินไห่เยว่ รู้จักอายแล้ว เมื่อเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะอาบน้ำให้ตัวเอง ก็ไม่ยอมท่าเดียว เขาร้องเอะอะโวยวายว่า ไม่เอานะ! ผมไม่อยากให้คุณอาบให้! ผมอาบน้ำเองได้! ผมไม่อยากให้คุณอาบให้!"


    ------------------------------------------

    เชิงอรรถ


    [1] ลูกสะใภ้จะมีฝีมือดีแค่ไหนก็ทำอาหารไม่ได้ถ้าไม่มีข้าวสาร หมายถึง ต่อให้มีความสามารถมากแค่ไหน แต่หากขาดทรัพยากรหรือเงื่อนไขที่จำเป็๞ ก็ไม่อาจทำสิ่งใดสำเร็จได


    [2] จ้าวเจี่ยว (皂角) เป็๞พืชสมุนไพรของจีนที่ถูกนำมาใช้ทำเป็๞สบู่ เมื่อนำผลฝักมาขยำกับน้ำจะทำให้เกิดฟอง ปัจจุบันในจีนยังมีการนำจ้าวเจี่ยวมาทำเป็๞ส่วนผสมของแชมพ


    [3] ป้านเปียนเหลียน (半边莲) หรือ ต้นพระจันทร์ครึ่งซีก เป็๞ สมุนไพรที่ใช้รักษาอาการแพ้พิษแมลง

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้