เนื่องจากคำถามของหลงเฟยเยี่ย ฮองเฮาถึงกับพูดไม่ออกเป็เวลานาน ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยความเงียบ
หลงเฟยเยี่ยลงมาจากหม้อน้ำมันที่สูงตระหง่านพร้อมกับอุ้มหานอวิ๋นซีไว้ในอ้อมแขน ไม่รู้ว่าเป็เพราะขดตัวนานเกินไปหรือยังหวาดกลัวอยู่ ทันทีที่ลงถึงพื้น ขาทั้งสองข้างของหานอวิ๋นซีก็อ่อนแรงและไม่สามารถยืนตรงได้เลย นางจึงล้มเซไปทางหลงเฟยเยี่ย
แน่นอนว่านางอยากจะลุกขึ้นในทันที นางรู้ว่าชายผู้นี้รักความสะอาดอย่างมากมาก และเกลียดพฤติกรรมที่แนบชิดแบบนี้เป็พิเศษ
อย่างไรก็ตาม หลงเฟยเยี่ยกอดเอวของนางไว้และกระซิบว่า “อย่าขยับ”
คราวนี้ หานอวิ๋นซีตัวแข็งทื่อทันที
แม้ว่าเสียงของเขาจะเ็า แต่หานอวิ๋นซีกลับชอบคำสองคำนี้
นางไม่ขยับเขยื้อนอย่างเชื่อฟัง พิงอยู่ในอ้อมแขนของเขาและค่อยๆ รู้สึกว่าลมหายใจของเขาห่อหุ้มนางไว้อย่างสมบูรณ์ และความกลัวทั้งหมดก็หายไปชั่วขณะหนึ่ง นางผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัวโดยมอบน้ำหนักทั้งหมดของนางไว้ในอ้อมแขนของเขา
หลงเฟยเยี่ยก้มศีรษะลง สายตาที่เฉยเมยยกชายกระโปรงของนางขึ้นอย่างระมัดระวังและฉีกส่วนที่ติดกับน้ำมันร้อนออก ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าชายกระโปรงของนางเปียกมาก หากไม่ระวังแล้วเผลอไปโดนน่อง อุณหภูมิของน้ำมันที่ร้อนจัดจะทำให้ผิวไหม้แน่ๆ
หลังจากที่หลงเฟยเยี่ยฉีกชายกระโปรงออกแล้ว เขาก็ตรวจสอบที่อื่นทีละที่ เมื่อมองไปที่ใบหน้าด้านข้างที่จริงจังของเขา หานอวิ๋นซีก็ถึงกับชะงักไป ลืมไปว่าตนเองอยู่ในท่าทางแบบไหน ในสายตาและความคิดของนางเหลือเพียงใบหน้าที่นิ่งสงบและเ็าของชายผู้นี้ แต่การกระทำของเขานั้นรอบคอบและพิถีพิถันอย่างมาก
นางนึกไม่ถึงเลยว่าก้อนน้ำแข็งใหญ่ก้อนนี้จะมีด้านที่ละเอียดอ่อนขนาดนี้ เป็ไปได้หรือไม่ว่านางกำลังฝันอยู่
ก้อนน้ำแข็งใหญ่ ถ้านี่คือความฝัน เช่นนั้น ในความฝันข้าสามารถตกหลุมรักท่านได้หรือไม่?
หลังจากยืนยันว่าไม่มีคราบน้ำมันที่ชายกระโปรงของหานอวิ๋นซีแล้ว หลงเฟยเยี่ยก็ผลักนางออกไปทันทีโดยยังคงเ็าและจริงจัง “ลุกขึ้นเองก็แล้วกัน!”
เอ่อ...เอาเถอะ การผลักนี้ทำให้ความฝันของหานอวิ๋นซีพังทลายลงทันที
การตกหลุมรักเขา เรียกได้ว่าเป็การหาเื่ใส่ตัวชัดๆ มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน?
ขาของนางอ่อนแรงอย่างมาก ทว่าก็กลับลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง ถอนหายใจและบ่นทันทีว่า “ท่านอ๋อง ข้าโดนใส่ร้าย ฮองเฮาบังคับให้ข้าสารภาพ ถ้าข้าไม่สารภาพ นางจะเผาข้าให้ตาย!”
ฮองเฮาที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาไม่สามารถแก้ตัวได้ นางจ้องมองหานอวิ๋นซีอย่างเ็า มือทั้งสองกำหมัดแน่น
“ฮองเฮา ท่านรีบร้อนที่จะเอาคำสารภาพ หรือมีเหตุผลอื่นแอบแฝงหรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถาม
“ข้าไม่มี! หานอวิ๋นซี นางเป็ฆาตกร! มีแค่นางเท่านั้นที่สามารถวางยาพิษได้! ต้องเป็นาง!” ฮองเฮาะโด้วยความโกรธและสติแตกทันใด
หลงเฟยเยี่ยไม่ได้ตั้งใจจะพูดเื่ไร้สาระกับฮองเฮา เขาพูดอย่างเ็าว่า “ข้าได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้นำตัวหานอวิ๋นซีออกจากคุกและช่วยสืบสวนสาเหตุการตายขององค์หญิงฉางผิง ดังนั้นไม่จำเป็ต้องให้ท่านช่วยอีกต่อไป”
หลังจากที่เขาพูดจบ ก็มองไปที่หานอวิ๋นซี หันหลังกลับและออกไป
หานอวิ๋นซีตกตะลึง ให้ผู้ต้องสงสัยช่วยในการสืบสวน ชายผู้นี้พูดโน้มน้าวฮ่องเต้เทียนฮุยได้อย่างไรกัน? คนที่ตายคือบุตรสาวของฮ่องเต้เทียนฮุยเลยนะ นี่มันไม่ทรงพลังเกินไปหรือไร?
ความจริงแล้ว แค่เขามาช่วยนางออกจากคุกได้อย่างปลอดภัย นางก็พอใจมากแล้ว
แน่นอนว่าร่างกายของหานอวิ๋นซีตอบสนองไวกว่าความคิด นางไม่ได้คิดถึงเื่นี้ด้วยซ้ำ รีบเดินตามไปทันทีราวกับผู้ติดตามตัวน้อย
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้า ฮองเฮาก็วิ่งออกมา พร้อมพูดด้วยความโกรธว่า “ฉินอ๋อง หยุดเดี๋ยวนี้!”
หลงเฟยเยี่ยจะไปเชื่อฟังคำพูดนั้นได้อย่างไร เขาเดินไปข้างหน้าต่อเหมือนกับตอนที่เขาทักทายฮองเฮาในตอนนั้น เมื่อหลงเฟยเยี่ยเดินออกไป หานอวิ๋นซีเองก็เดินตามไปโดยไม่สนใจความโกรธเกรี้ยวของฮองเฮาที่อยู่ข้างหลัง
“ใครก็ได้ ไปหยุดฉินอ๋องเดี๋ยวนี้ ฮ่องเต้ไม่มีทางออกคำสั่งเช่นนั้นอย่างแน่นอน ผู้ต้องสงสัยจะไปช่วยในการสืบสวนได้อย่างไร? ข้าไม่ยอม!”
“ใครก็ได้ ฉินอ๋องเป็นักโทษ! หยุดพวกเขาไว้ ได้ยินข้าหรือไม่"
…
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฮองเฮาจะะโด้วยความโกรธแค่ไหน ทั้งองครักษ์ของศาลต้าหลี่ รวมไปถึงองครักษ์ที่ฮองเฮาพามาก็ไม่มีใครกล้าหยุดเขา
ฉินอ๋องเป็นักโทษที่ไหนกัน เขาเดินออกไปทีละก้าวอย่างสูงส่งสง่างาม
ต้องรู้ว่าในอาณาจักรเทียนหนิง การขวางทางฉินอ๋องก็เท่ากับการรนหาที่ตาย
แต่ละคนต่างมองหลงเฟยเยี่ยพาหานอวิ๋นซีออกไป ยิ่งฮองเฮาคิดถึงเื่นี้มากเท่าไร นางก็ยิ่งไม่พอมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งนางคิดถึงมันมากเท่าไร ความกลัวในดวงตาของนางก็ยิ่งลึกลงไป นางรีบกลับไปที่วังทันทีและตรงไปที่ห้องตำราหลวง
ในเวลานี้ ฮ่องเต้เทียนฮุยนั่งอยู่ที่โต๊ะตำรา มองเหรียญทองในมือด้วยความงุนงง นี่เป็คำสั่งพิเศษที่ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับมอบให้แก่ฉินอ๋อง ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ และในเวลานั้นฉินอ๋องก็ยังเด็กอยู่มาก
ฮ่องเต้เทียนฮุยมักจะคิดว่า ถ้าฮ่องเต้องค์ก่อนมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี เช่นนั้นผู้ที่นั่งอยู่ในห้องตำราหลวงแห่งนี้คงต้องเป็เขาใช่หรือไม่?
เมื่อมองไปที่เหรียญทองนี้ก็เปรียบเสมือนการได้เห็นฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ นี่เป็สิทธิพิเศษที่ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับมอบให้กับฉินอ๋องในการฝ่าฝืนคำสั่งของฮ่องเต้ ซึ่งเท่ากับโอกาสในการรักษาชีวิตหนึ่งครั้ง
อย่างไรก็ตาม เป็เวลากว่าสิบปีแล้วที่ฉินอ๋องระมัดระวังในทุกๆ ย่างก้าว ถึงตอนนี้จะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจสูง แต่ก็ไม่เคยใช้เหรียญทองนี้เลย
ครั้งนี้ คิดไม่ถึงว่าเขาใช้โอกาสเดียวของเขาเพื่อหานอวิ๋นซี
เมื่อคิดถึงเื่นี้ การเยาะเย้ยก็ปรากฏบนริมฝีปากของฮ่องเต้เทียนฮุย หลงเฟยเยี่ย เ้าชอบสตรีผู้นั้นจริงๆ หรือ? ดีมาก เ้าที่ไร้ที่ติมาตลอด ที่แท้ก็มีจุดอ่อนเหมือนกันสินะ
ในขณะเดียวกัน ฮองเฮาก็พุ่งเข้ามาโดยไม่สนใจการขัดขวางของเซวียกงกงและคำนับต่อหน้าฮ่องเต้เทียนฮุย “ฮ่องเต้ ฉินอ๋องนำตัวหานอวิ๋นซีไปแล้ว บอกว่าเป็คำสั่งของท่านให้ช่วยในการสืบสวน? ผู้ต้องสงสัยจะช่วยในการสืบสวนได้อย่างไรกัน?”
ฮ่องเต้เทียนฮุยยับยั้งรอยยิ้มที่เ็า และพูดอย่างเฉยเมยว่า “ฮองเฮา ลุกขึ้นเถิด”
“ฮ่องเต้ การตายของฉางผิงนั้นไม่ยุติธรรมเลย ถ้าฮ่องเต้ไม่ให้ความยุติธรรมกับฉางผิง ข้าคงทนไม่ได้!” ฮองเฮาไม่เพียงแต่ไม่ลุกขึ้น กลับกันนางยังคงคุกเข่าต่อไป
ั์ตาของฮ่องเต้เทียนฮุยเผยความหมดความอดทน ก่อนที่ฮองเฮาจะมา ไท่เฮาเองก็ได้มาที่นี่แล้วและพูดเื่นี้เช่นกัน
หลังจากการตายของฉางผิง ฮองเฮาและไท่เฮาเกลียดชังหานอวิ๋นซีเข้ากระดูกดำ และเขาเองก็เสียใจเช่นกัน
อย่างน้อยที่สุด แม้ว่าในครั้งนี้ฆาตกรจะไม่ใช่หานอวิ๋นซี เขาก็ยังคิดหาโอกาสที่จะฆ่าหานอวิ๋นซีอยู่ดี
เดิมทีเขากลัวหลงเฟยเยี่ยมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังมีหานอวิ๋นซีมาอีกคน จะไม่ให้เขาระแวงได้อย่างไรว่าหานอวิ๋นซีจะกลายเป็มือขวาของหลงเฟยเยี่ย?
ยาพิษสามารถช่วยคนหรือฆ่าคนได้ สามารถช่วยประเทศหรือทำลายประเทศได้!
สิ่งที่สายลับหลี่ซื่อพูดก่อนที่จะเสียชีวิตก้องอยู่ในหูเขาเป็ครั้งคราว ทำให้เขากังวลไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม เหรียญทองของหลงเฟยเยี่ยบังคับให้เขาต้องยอม และแม้ว่าเขาจะยอม มันก็เป็เพียงโอกาสหนึ่งครั้งเท่านั้น เขาไม่เชื่อว่าหานอวิ๋นซีจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้!
“ข้าให้เวลาเขาแค่วันเดียว คืนนี้ หากฉินอ๋องไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของหานอวิ๋นซีได้ ข้าจะตัดสินหานอวิ๋นซีในข้อหาฆาตกรรมทันที!” ฮ่องเต้เทียนฮุยพูดอย่างเ็า
หนึ่งวัน...
ฮองเฮาไม่เคยคาดคิดกับข้อตกลงเช่นนี้มาก่อน เวลาเพียงหนึ่งวัน หานอวิ๋นซีจะไปพิสูจน์อะไรได้?
ศพถูกวางไว้เป็เวลาห้าวันแล้ว ในห้าวันที่ผ่านมา นางปฏิเสธการชันสูตรศพทั้งหมด ปฏิเสธไม่ให้ใครเข้าใกล้ฉางผิง จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีเงื่อนงำเกี่ยวกับการตายของฉางผิง!
หานอวิ๋นซีถูกคุมขังตลอดเวลาและไม่มีหลักฐานโดยตรงที่จะตัดสิน หากหานอวิ๋นซีไม่สารภาพ ก็ไม่รู้ว่าเื่นี้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าไร แต่ด้วยข้อตกลงนี้ หานอวิ๋นซีคงถึงจุดจบแล้ว!
หลังจากที่ฮองเฮาครุ่นคิด นางก็ตื่นเต้นทันที “ฮ่องเต้ทรงฉลาดปราดเปรื่องอย่างมาก! ขอบพระทัยฮ่องเต้! ฉางผิงไปสบายอย่างแน่นอน!”
หลังจากที่ฮองเฮากลับมาตำหนักคุนหนิงแล้ว นางก็เรียกหาเฉียนมามาผู้รับผิดชอบมาทันที และไล่สาวใช้ทั้งหมดออกไป จากนั้นก็ถามด้วยเสียงแ่เบาว่า “เ้ากำจัดสิ่งนั้นไปแล้วหรือยัง?”
“ทูลเหนียงเหนียง เมื่อคืนหม่อมฉันจัดการสิ่งนั้นไปแล้วเพคะ นอกจากหม่อมฉันแล้วก็ไม่มีใครรู้”
หลังจากที่องค์หญิงฉางผิงถูกวางยาพิษจนเสียชีวิตอย่างกะทันหันในตำหนักซีเซียง ใน่ห้าวันที่ผ่านมา มีอีกคนหนึ่งเสียชีวิตในตำหนักซีเซียง โดยปราศจากการาเ็ ความเ็ปหรือโรคภัยไข้เจ็บ และเสียชีวิตอย่างอธิบายไม่ได้ ต้องบอกว่าฉางผิงไม่ได้ถูกจวนฉินอ๋องวางยาพิษตาย แต่เนื่องจากมีสิ่งสกปรกในตำหนักซีเซียงต่างหาก
อย่างไรก็ตาม ฮองเฮาเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับและไม่มีคนรับใช้คนใดกล้าส่งเสียง แม้แต่ไท่เฮาก็ไม่รู้เื่นี้
ทุกคนคาดเดาว่าฮองเฮาตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ฆ่าฉินหวังเฟย!
เมื่อคืน ฮองเฮาสั่งให้นางกำจัดสิ่งหนึ่งที่ห่อไว้อย่างแ่า มันไม่ใหญ่แต่หนักมาก แม้แต่เฉียนมามาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“ศพทั้งหมดถูกกำจัดหมดแล้วใช่หรือไม่?” ฮองเฮาถามอีกครั้ง
“ถูกกำจัดหมดแล้วเพคะ คนล่าสุดก็จัดการไปแล้ว” เฉียนมามาตอบตามจริง เป็เื่ปกติที่นางในราชสำนักและขันทีหนึ่งหรือสองคนจะเสียชีวิตในวังเป็ครั้งคราว และไม่ใช่เื่ยากที่จะจัดการ
ฮองเฮาถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางมองไปที่ท้องฟ้าข้างนอก จู่ๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ ไม่ว่าเฉียนมามาจะมองฮองเฮาอย่างไร ก็คิดว่ามันแปลก อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าฮองเฮาโศกเศร้าที่สูญเสียบุตรสาวไป จึงไม่กล้าที่จะรบกวนนาง
ในเวลานี้ อากาศภายนอกดีมาก แดดส่องจ้าและเกือบจะเที่ยงวันแล้ว
“เวลาหนึ่งวัน?”
เมื่อหานอวิ๋นซีได้ยินข้อตกลงนี้ นางแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง นางหยุดฝีเท้าลงทันที มองไปที่หลงเฟยเยี่ยพร้อมกับขมวดคิ้ว และถามอย่างจริงจังว่า “ท่านอ๋อง ทำไมท่านถึงเชื่อว่าข้าสามารถค้นหาความจริงได้ในหนึ่งวัน?”
ใครจะไปรู้ หลงเฟยเยี่ยตอบอย่างเ็าว่า “ไม่ใช่ว่าข้าเชื่อเ้า แต่ถ้าไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องตาย เช่นนั้นก็ตายไวๆ จะดีกว่า เพื่อที่ข้าจะได้ไม่เดือดร้อน”
“ท่าน!” หานอวิ๋นซีโกรธมาก นางคิดว่าชายผู้นี้เป็เทวดา แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าตัวเองตาบอด เขาเป็ปีศาจต่างหาก!
แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีไม่รู้เกี่ยวกับเหรียญทองที่ได้รับสิทธิพิเศษเลย นางคิดว่าไม่น่าแปลกใจเลยที่ฮ่องเต้เทียนฮุยจะอนุญาตให้นางที่เป็ผู้ต้องสงสัยเข้าร่วมในการสืบสวน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลงเฟยเยี่ยพูดนั้นถูกต้อง นางถูกขังอยู่ในคุก และจากท่าทีของไท่เฮากับฮองเฮาแล้ว นางไม่สามารถรอดพ้นจากความตายได้อยู่ดี หลงเฟยเยี่ยสามารถปกป้องนางได้เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถปกป้องนางได้ตลอดไป
เวลาหนึ่งวัน นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิตของนาง
เมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซีไม่พูดอะไร หลงเฟยเยี่ยก็เอียงศีรษะและมองลงมา “ถ้าเ้าเสียใจ เ้าจะกลับไปก็ได้”
หานอวิ๋นซีหลุดหัวเราะออกมา รอยยิ้มของนางสว่างไสวยิ่งกว่าพระอาทิตย์ “ในเมื่อข้าออกมาแล้ว ข้าก็ไม่มีทางที่จะกลับไปอย่างแน่นอน! ไปกันเถอะ รีบพาข้าไปชันสูตรศพเถอะ!”
หลังจากถูกขังเป็เวลาห้าวัน ใบหน้าของหานอวิ๋นซีก็ซีดเซียว ร่างกายเองก็อ่อนแออย่างมาก อย่างไรก็ตาม เวลานี้ตอนนี้ ภายใต้แสงแดด นางยังเปล่งประกายด้วยความสดใส หลงเฟยเยี่ยจ้องมองไปที่ใบหน้าของนางโดยไม่ละสายตาไปไหนเป็เวลานาน
หานอวิ๋นซี ครั้งนี้ข้าวางเดิมพันหนัก ดังนั้นเ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวัง!
ในยามอู่ หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีมาถึงตำหนักหลิวฮว๋า ซึ่งเป็ที่เก็บพระศพขององค์หญิงฉางผิง ไท่เฮาและฮองเฮา รวมไปถึงหลงเทียนโม่ต่างก็รีบมาทันทีเมื่อทราบข่าว
เวลานี้เป็ฤดูหนาวที่หนาวเย็น และด้วยการใช้โลงน้ำแข็ง ทำให้ศพได้รับการเก็บรักษาไว้เป็อย่างดี อย่างไรก็ตาม รอยบนศพได้กระจายไปทั่วและฤทธิ์ของพิษก็แสดงออกมาอย่างเต็มที่
แม้ว่าฉางผิงจะก่อปัญหาและใส่ร้ายนางหลายครั้งในก่อนหน้านี้ แต่หานอวิ๋นซีก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ได้เห็นชีวิตที่สวยงามเช่นนี้ล่มสลาย
นางยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดอย่างใจเย็นว่า “เปิดโลงศพ”
อย่างไรก็ตาม ฮองเฮาผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ และเกลียดหานอวิ๋นซีมาตลอดกลับลุกขึ้นยืนทันที “เ้าอย่าแม้แต่จะคิด!”
