“ม่ายยยไม่มีใครถ่วงเวลาแค่ยังหาทางเอาตัวรอดจาก….เสือหิว…อย่าง..อย่างฝ่าาไม่ได้ก็เท่านั้น ท่านอ๋องท่านไม่มีทางช่วยข้าบ้างหรือ ขอคำปรึกษาหน่อย”
สายตาอ้อนวอนลืมตัวไปเสียสนิท
อ๋องหรงเผลอยิ้ม ชี้มือที่แก้มเนียนขาวของตัวเองข้างที่ไม่มีหน้ากาก คิ้วเรียวบางของมีมี่ขมวดเข้าหากัน ใจเต้นไม่เบา อีกคนยังชี้มือที่แก้มซ้ำๆ มีมี่ก้มหน้าจะเขินไปไหนก็เผลอมองสบตากับใบหน้าเนียนขาว (ขาวกว่ามีมี่อีก) หล่อทะลุหน้ากากแต่ว่าเอะ มุกนี้คุ้นๆ อ่อไม่ได้แดกมีมี่หรอกฮ่าาาา มีมี่ยิ้มพยักหน้าขึ้นลง
“มุกข้าวติดแก้ม”
รีบยกมือเช็ดแก้มของตัวเองเห็นไหมว่านี่มันคือนิยาย หรือซีรีส์และมีมี่กำลังอยู่ในนั้น เช่นนั้นทุกอย่างล้วนแค่ถูกเสกสรรจขึ้นโดยนักเขียนไม่ใช่เื่จริง
“ข้าหมายถึง หากอยากให้ข้าช่วยจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
ดวงตากลมโตเลิกสูงยิ่งทำให้ดวงตากลมโตยิ่งโตจนน่ามอง
“เอาจริงดิ”
“อืมมมมม ก็แล้วแต่ว่าจะอยากได้ความช่วยเหลือหรือไม่ ข้าอยู่ในห้องตำราแต่ก็ไม่ได้อ่านนิยายหรือตำรา ซู่หนี่จิง ต้งเสียนจื่อ (สองตำรากามสูตร) และเก่งแต่เื่อย่างว่า อย่างเดียวหรอกนะ”
มีมี่หน้าแดง
“ก็ได้”
อ๋องหรงก้มหน้าซ่อนยิ้มแค่ตั้งใจหยอกเย้าแต่อีกคนกลับคิดจริงจังเขาหรือจะเอาเปรียบอิสตรีเพียงนี้หาเศษหาเลย
“แต่ ไม่เอาอะไรแบบนั้น ข้าก็รักนวลสงวนตัวของข้าเหมือนกันไม่หอมแก้มใครง่ายๆ หรอกนะเอาเป็ว่าข้าตอบแทนวิธีอื่นท่านช่วยข้า ข้าช่วยท่าน ท่านช่วยข้าเื่ฝ่าา ข้าช่วยท่านเื่องค์หญิงสามดีไหม”
อ๋องหรงอมยิ้มพยักหน้าขึ้นลง
“ตกลง ข้าช่วยเ้าเ้าช่วยข้า”
ไม่ได้สนใจเื่องค์หญิงสามแล้วแต่์เถอะมิใช่เขาไม่ชอบองค์หญิงสามทว่าเขาไม่อยากฝืนใจใครมากกว่า หากจะชอบเขาก็เพราะเขามิใช่ต้องให้ใครช่วย
มีมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็นทำไมรู้สึกโหวงๆ ชอบกล นี่มันความรู้สึกแบบไหนกันแค่ได้ยินว่าอ๋องหรงจะให้ช่วยเื่องค์หญิงสาม
ตำหนักเหมยฮวา
“เมื่อไหร่นางจะมาเสียที”
ฉีก้านเดินวนไปมาหน้าตำหนัก
“ท่านอ๋องหรงยืนยันว่าจะส่งองค์หญิงถึงตำหนักอย่างปลอดภัย”
ฉีก้านยิ้มหยัน
“อ๋องหรงมีอะไรดีนางจึง ไปที่นั่นข้ารู้สึกไม่สู้ชอบใจนักกับอ๋องหรงที่นางต้องพึงพาเขา”
“ฝ่าาเพฮะก็แค่ส่งเขากลับไปที่ด่านชายแดนเหมือนเดิมทุกอย่างก็จบ คนไร้ประโยชน์เช่นนี้เอาไปรวมๆ กันไว้ทั้งอ๋องเฉวียนทั้งอ๋องหรง ฝ่าาจึงจะสบายใจ ดีไหมเพฮะ”ฉีก้านยิ้ม
“จริงด้วยว่าแต่ข้าจะหาข้ออ้างใดกันในเื่ที่จะส่งเขาไปด่านชายแดน”
หลี่กงกงทำท่าทีครุ่นคิด
“อ้างว่าด่านชายแดนต้องเฝ้าระวังดีไหมเพฮะ”
อวี่หนิงที่หยุดนิ่งรอฟังบทสนทนาอยู่ก่อนแล้วรีบแสดงตัวพร้อมกับพูดขึ้นดังๆ
“กงกงท่านยุยงอะไรเสด็จพ่อข้าอีก”
หลี่กงกงยิ้มเจื่อนๆ ประสานมือทำความเคารพอวี่หนิงอย่างคนที่อยู่เป็
“ไม่มีอะไร เ้าจะเสียงดังทำไมกันแล้วมาทำอะไรที่ตำหนักเหมยฮวาแห่งนี้”
ไม่สู้ชอบใจนักกลัวว่าอวี่หนิงจะมาหาเื่มีมี่ ให้เกิดปัญหา
“ลูกมาที่นี่เพื่อให้องค์หญิงเอ่อถัวทำนายดวงชะตาและอนาคตของลูกดูสิว่านางจะทายได้แม่นสมคำร่ำลือหรือไม่”
“จริงด้วยข้าลืมไปเสียสนิทว่านางมีสิ่งพิเศษนี้ หรือว่านาง …นางจะหยั่งรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับอ๋องหรงจึงพยายามใกล้ชิดอ๋องหรงผู้นั้น”
ความคิดชั่วแล่นเข้าสู่สมองอันน้อยนิด ฉีก้านกัดฟันแน่น
อวี่หนิงอ้าปากค้างใกับความคิดของฉีก้านแม้จะเคยเห็นว่าฉีก้านมักจะคิดอะไรเลยเถิดบ่อยๆ ก็ตาม
เื่ดำเนินมาถึงตอนนี้แล้วสินะฮ่องเต้ฉีก้านเริ่มหวาดระแวงในตัวของอ๋องหรงตั้งใจตัดโอกาส มีมี่ยืนนิ่งฉากเดียวกับในนิยาย แต่ผิดกันที่ไม่มีองค์หญิงเอ่อถัวซวีหลิน
เื่นี้จะจบอย่างไรช่างมัน ไม่ใช่เื่ของมีมี่เสียหน่อย จะว่าเห็นแก่ตัวก็ช่าง มีมี่จะต้องพบกับอะไร นี่ต่างหากที่ต้องใส่ใจ เพราะบทของมีมี่ไม่ได้มีในนิยายเสียหน่อย
ไม่ว่าอ๋องหรงจะถูกฉีก้านทำร้ายแค่ไหนก็เื่ของเขา นิยายก็ต้องมีตอนจบอยู่แล้วตอนจบก้ต้องสมหวังสิ นักเขียนเขาไม่ให้พระเอกตายอยู่แล้วและคนที่ช่วยอ๋องหรงไม่ใช่มีมี่หากเป็ความรักที่อวี่หนิงมีให้กับอ๋องหรงต่างหาก
เหลือบตามองอ๋องหรงที่ ขยับหน้ากากขึ้นลงด้วยความเคยชิน ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีดำนั้นหล่อเหลาจนมีมี่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เื่ราวระหว่างอ๋องหรงกับอวี่หนิง จะต้องมีดราม่าบ้างแต่ก็จบสวยที่บอกว่าจะช่วยมีมี่ก็ไม่ต้องช่วยอะไรก็แค่บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่างหากหรือหากอ๋องหรงตัดสินใจเื่เกี่ยวกับอวี่หนิงไม่ได้มีมี่ก็จะยอมบอกบทให้เขาเอง ยักคิ้วพลางยิ้มให้กับตัวเอง
