บทที่ 1
ฉันขอใช้ยันต์แลกซาลาเปาลูกหนึ่งได้ไหม
ณ ริมถนนในเมืองชิงซาน
กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศทำให้ หลินซี อดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าลง
โครก—!
ท้องเ้ากรรมดันร้องส่งเสียงออกมาอย่างไม่รักดี
เธอลังเลอยู่เพียงวินาทีเดียว ก่อนจะเดินตรงไปที่ร้านขายซาลาเปา
"ป้าคะ หนูขอใช้ยันต์ใบหนึ่งแลกกับซาลาเปาลูกหนึ่งได้ไหมคะ?"
ป้าหลี่ เปิดร้านขายซาลาเปามาสามสิบกว่าปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
ใช้ยันต์แลกซาลาเปาอย่างนั้นเหรอ?
ยันต์อะไรกัน?
ยันต์ที่ใช้แปะหน้าผากผีดิบในหนังงั้นเหรอ?
ป้าหลี่หันไปมองผู้มาเยือน
อ้อ ที่แท้ก็เป็เด็กสาวคนหนึ่ง
เด็กสาวคนนี้อายุยังน้อย สวมชุดนักพรตสีน้ำเงินเข้ม มัดผมทรงมวยกลม แก้มทั้งสองข้างมอมแมมเล็กน้อย
ผิวของเธอขาวซีดมาก ริมฝีปากไร้สีเื ดูราวกับว่าจะล้มพับไปได้ทุกเมื่อหากถูกลมพัดแรงๆ
เฮ้อ... ช่างเป็เด็กที่น่าสงสารจริงๆ
ป้าหลี่หยิบถุงใบใหญ่ขึ้นมา จัดแจงใส่ซาลาเปาไส้หมูห้าลูก ไส้ผักสามลูก พร้อมด้วยน้ำเต้าหู้อีกหนึ่งแก้ว
"เอ้า รับไปสิลูก ถ้าไม่พอค่อยบอกป้านะ"
หลินซีกัดซาลาเปาไส้หมูเข้าไปคำหนึ่ง ในที่สุดเธอก็รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เธอไม่ได้กินอะไรมาสามวันสามคืนแล้ว
หลินซีเป็เด็กที่ไม่มีใคร้า เธอถูกพ่อแม่นำมาทิ้งไว้ที่ริมลำธารั้แ่เกิด
นักพรตเสวียนคง เก็บเธอไปเลี้ยงที่อาราม รับเป็ศิษย์ และถ่ายทอดวิชาศาสตร์ลี้ลับทั้งห้าแขนง ได้แก่ ปรัชญา การแพทย์ พยากรณ์ โหงวเฮ้ง และการเสี่ยงทาย
หลินซีมีดวงชะตาธาตุหยินบริสุทธิ์ และมีดวงตาหยินหยางมาั้แ่เกิด ั้แ่อายุได้ขวบเดียวเธอก็ต้องตามอาจารย์ลงจากเขาไปปราบผี
อาจารย์ร่ายรำหลอกล่ออยู่ข้างหน้า ส่วนเธอก็คอยอัดผีร้ายอยู่ข้างหลัง
นักพรตเสวียนคงคนนี้เป็คนที่ไม่ค่อยได้เื่ได้ราวนัก ครั้งหนึ่งเขาเคยหยิบเอาเถ้ากระดูกมาป้อนให้เธอกินเพราะคิดว่าเป็นมผง
โชคดีที่ตอนนั้นหลินซีเหลือบไปเห็นผีผูกคอตายที่ยืนอยู่ข้างๆ
ผีผูกคอตายตนนั้นถึงกับแผดเสียงร้องลั่นด้วยความใ "เฮ้ย! นั่นมันเถ้ากระดูกของฉัน! นังหนู วางลงเดี๋ยวนี้นะ! กินไม่ได้!!!"
หลินซีใช้ไหวพริบปัดขวดนมจนคว่ำ จึงรอดชีวิตเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอใกล้จะตายอีกรอบแล้ว
ผู้หญิงโดยทั่วไปมีสภาวะเป็หยิน แต่หลินซีนั้นเกิดในฐานดวงหยินทั้งหมด ทั้งปี เดือน วัน และเวลา ทำให้ร่างกายของเธอเย็นจัดและมีดวงชะตาที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด
อาจารย์เคยตรวจดวงชะตาให้แล้วพบว่า เธอจะมีอายุไม่เกินยี่สิบปี
และอีกเพียงวันเดียวเท่านั้น เธอก็จะอายุครบยี่สิบ
พูดง่ายๆ ก็คือ เธอเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก็จะสิ้นอายุขัย
หลินซีกินซาลาเปาไส้หมูรวดเดียวสามลูก ก่อนจะหยิบยันต์คุ้มครองออกมาใบหนึ่ง "ป้าคะ หนูเป็นักพรตค่ะ ยันต์คุ้มครองใบนี้จะช่วยให้ป้าแคล้วคลาดจากอันตรายได้"
ป้าหลี่รับมาดูแวบหนึ่ง
เป็กระดาษสีเหลืองเขียนด้วยอักษรสีแดง ลวดลายข้างบนนั้นเธออ่านไม่ออกเลยสักนิด
หลินซีเอ่ยเตือนขึ้น "ป้าคะ หว่างคิ้วของป้าดูหมองคล้ำ คืนนี้เกรงว่าจะมีคราวเคราะห์ถึงขั้นเืตกยางออก ต้องพกยันต์ใบนี้ติดตัวไว้ให้ดีนะคะ"
ป้าหลี่: "......"
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎไม่มีผิด เด็กสมัยนี้ยังอายุน้อยแท้ๆ กลับงมงายเสียได้
เธอเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ และไม่เคยเชื่อเื่พวกนี้เลย
ป้าหลี่พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี "หนูจ๊ะ ซาลาเปานี่ป้าให้กินฟรีๆ ยันต์นี่หนูเก็บคืนไปเถอะ ป้าไม่้าหรอก"
"เชื่อหนูเถอะค่ะ เก็บไว้ให้ดี"
หลินซีพับยันต์คุ้มครองเป็รูปสามเหลี่ยม ยัดใส่ในกระเป๋าของป้า แล้วเดินจากไป
ป้าหลี่ยืนงงไปครู่หนึ่ง "เดี๋ยวสิ แล้วหนูจะไปไหนล่ะ?"
"เมืองหลวงค่ะ"
หลินซีโบกมือลา
เมื่อเจ็ดวันก่อน อาจารย์ได้จากไปอย่างสงบ
ก่อนตาย ท่านทิ้งคำพูดไว้ให้เธอประโยคหนึ่ง
"ศิษย์เอ๋ย อาจารย์ได้หมั้นหมายเ้าไว้กับคนผู้หนึ่ง ชายคนนี้มีดวงชะตาที่สูงส่งยิ่งนัก เขาเป็โอกาสเดียวที่จะช่วยให้เ้ารอดพ้นจากเคราะห์ตายในครั้งนี้ได้ จงรีบไปหาเขาที่เมืองหลวงเสีย"
หลินซีจึงต้องลงจากเขาเพื่อตามหาโอกาสที่ริบหรี่นั้น
แต่ระหว่างทางกลับเกิดอุปสรรคมากมาย เพียงแค่ก้าวพ้นประตูอารามก็เจอดินโคลนถล่ม
ระหว่างเดินไปที่ตัวเมือง ฟ้าก็ผ่าลงมาพังโทรศัพท์รุ่นอาม่าของเธอจนยับเยิน กว่าจะถึงสถานีรถไฟ เงินที่มีติดตัวทั้งหมดก็ถูกใช้ไปกับการซื้อตั๋วเครื่องบินจนหมดเกลี้ยง
หลินซีทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ทั้งง่วง จนเผลอหลับยาวมาถึงเมืองชิงซาน
ยิ่งใกล้จะอายุครบยี่สิบปีเท่าไหร่ ดวงของเธอก็ยิ่งย่ำแย่ลงเท่านั้น
เธอไม่อยากตาย เธออยากมีชีวิตอยู่
หลินซีเดินมุ่งหน้าไปทางทิศที่จะไปเมืองหลวง
ถ้าเดินเท้าไปคงไม่ทันแน่
ต้องหาทาง "ปล้น" รถผีสักคัน...
...
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ป้าหลี่ปืดร้านเรียบร้อยแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับบ้าน
ระหว่างทางราบรื่นดี เธอขี่รถเข้าสู่ตรอกที่คุ้นเคย
เลี้ยวอีกเพียงซอยเดียวก็จะถึงบ้านแล้ว
เคราะห์เืตกยางออกอะไรกัน? หว่างคิ้วหมองคล้ำอะไรกัน?
เด็กสาวคนนั้นท่าทางจะเลอะเทอะ คำพูดพวกนั้นเชื่อถือไม่ได้เลย
ป้าหลี่พึมพำกับตัวเอง "วัยรุ่นสมัยนี้เนี่ยนะ งมงายยิ่งกว่าคนแก่อย่างเราเสียอีก"
ปัง!
ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นก็แว่วมาจากทางด้านหลัง
ป้าหลี่รีบเบรกกะทันหันแล้วหันกลับไปมอง
กระถางต้นไม้ใบหนึ่งตกลงมาจากที่สูงกระแทกเข้ากับพื้นอย่างจัง เศษกระถางแตกกระจายไปทั่ว
แต่สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ก็คือ รอบตัวเธอไม่มีเศษชิ้นส่วนใดๆ กระเด็นมาโดนเลยแม้แต่นิดเดียว
ป้าหลี่สูดหายใจเข้าลึก หัวใจเต้นแรงโครมคราม
หากเมื่อกี้เธอขี่รถช้าลงกว่านี้อีกนิด กระถางต้นไม้ใบนั้นคงกระแทกเข้าที่ศีรษะเธอเต็มๆ
ถ้าไม่ตายก็คงต้องพิการแน่นอน
ป้าหลี่นึกถึงคำพูดของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาได้ จึงรีบควานหายันต์คุ้มครองในกระเป๋า พบว่าลวดลายบนยันต์นั้นดูจางลงไปถนัดตา
เพียงพริบตาเดียว กระดาษยันต์ก็ลุกไหม้ขึ้นเองจนกลายเป็เถ้าถ่าน
เธออุทานออกมาด้วยความใ "ฉันได้พบกับยอดคนเข้าแล้ว!"
ป้าหลี่ลงจากรถ แล้วหันหน้าไปทางทิศเมืองหลวงพร้อมกับก้มลงกราบอย่างนอบน้อม
"ท่านอาจารย์ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตดิฉันไว้ค่ะ"
...
หลินซีนั่งยองๆ อยู่ที่ทางแยกแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีกลิ่นอายหยินเข้มข้นมาก หมายความว่าต้องมีผีอยู่แน่นอน
มนุษย์เมื่อตายไปจะกลายเป็ผี ซึ่งแบ่งออกเป็หลายประเภท
คนธรรมดาถ้าเจอผีขาว ผีเทา หรือผีเหลือง อย่างมากก็แค่ถูกหลอกให้ใ ถ้าเจอผีดำอาจจะล้มป่วยไปพักหนึ่ง แต่ถ้าเจอผีร้ายในชุดสีแดง (ผีแดง) เบาสุดคือป่วยหนัก หนักสุดคือถึงแก่ชีวิต
เหนือขึ้นไปกว่านั้นก็คือขุนพลผี และาาผี
หลินซีเคยอัดผีแดงมาแล้วสามตน แต่ยังไม่เคยเจอขุนพลผีหรือาาผีเลยสักครั้ง
พวกาาผีอะไรนั่นน่ะเป็เพียงเื่เล่าในตำนาน
เธอไม่กลัวผี ยิ่งจับผีที่ดุร้ายได้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งได้แต้มบุญมากขึ้นเท่านั้น
หลินซีนั่งเท้าคางรออย่างใจเย็น
เมื่อถึงเวลาตีสาม หมอกเริ่มปกคลุมหนาตา อุณหภูมิรอบข้างลดฮวบลงจนน่าขนลุก
ลมเย็นะเืพัดผ่าน รถแท็กซี่สีเหลืองคันหนึ่งปรากฏขึ้นตรงทางแยก บนหลังคารถมีธงิญญาโบกสะบัดไปตามลม ดูสยดสยองเป็ที่สุด
"หนูจ๋า~ ไปไหมจ๊ะ?"
เสียงโหยหวนลอยมาตามลม ผีตนนี้ดูเหมือนจะมาพูดอยู่ข้างหูเธอเลยทีเดียว
หลินซีกวาดสายตามองรถตรงหน้าที่มีไอหยินหนาทึบ
นี่คือรถผี และคนขับรถก็คือผี
ประจวบเหมาะพอดี เธอจะได้นั่งรถผีคันนี้ไปเมืองหลวง
หลินซีลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงสังเกตเห็นว่ารอบตัวรถถูกวาดด้วยลาย "สพันจ์บ็อบ" เต็มไปหมด
ผีตนนี้ดูจะมีหัวใจเด็กอยู่ไม่น้อย
เธอเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่ง "ไปค่ะ ไปเมืองหลวง"
ผีคนขับถึงกับอึ้ง
นังหนูคนนี้ไม่กลัวผีเลยเหรอเนี่ย!
เขาบิดคอหันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ขาวซีดสยองขวัญ ก่อนจะควักลูกตาออกมาสองข้างต่อหน้าต่อตาหลินซี
แปะ! แปะ!!
เืสีสดไหลอาบออกมาจากเบ้าตาสีดำสนิทจนนองไปทั่วรถ
กลิ่นคาวเืที่รุนแรงตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้
ผีคนขับแสยะยิ้มที่น่าขนหัวลุกออกมา
"หนูจ๋า... ลุงเป็ผีนะจ๊ะ~"
