ตำหนักั์
เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองสตรีสองนางที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเ็าอย่างไม่ปิดบัง พวกนางคือสนมที่เสด็จแม่ทรงหามาให้ ไม่รู้เพราะเหตุใดยามที่ได้มองหน้าพวกนางสองคนมันกลับทำให้เขารู้สึกรำคาญหูรำคาญตาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"เวินเมี่ยว มู่ลี่ พวกเ้าไปที่ตำหนักเย็นด้วยเหตุใด แล้วไปทำร้ายจิ่งรั่วอิงทำไม"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ที่ถูกเอ่ยถามก็หาคำกล่าวมาโต้แย้งไม่ถูก เดิมทีพวกนางคิดจะหาเื่จิ่งรั่วอิงเพื่อระบายอามรมณ์ อย่างไรฝ่าาก็ไม่สนใจความเป็ความตายของสตรีนางนั้นอยู่แล้ว ต่อให้พวกนางจะกลั้นแกล้งเช่นไรฝ่าาย่อมไม่สน แต่ทว่ามันกลับผิดแผน กลายเป็พวกนางเสียเองที่เป็ฝ่ายตกที่นั่งลำบาก
"เหตุใดจึงไม่ตอบ มีปากแล้วไม่พูดเช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนตบปากพวกเ้าเสีย"
"ฮือ ฝ่าา นางตบตีตนเองเพคะ หม่อมฉันสองคนต่างหากที่เป็ฝ่ายถูกนางทำร้าย”
"ไหนเล่า ร่องรอยการถูกนางทำร้าย ข้าก็เห็นพวกเ้าปกติดีมิใช่หรือ"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ถึงกับพูดไม่ออก จะให้นางแก้ผ้าให้ฝ่าาดูมันก็ไม่ใช่เื่ จึงทำได้เพียงร้องโอดครวญอยู่ในใจ ด้านจิ่งรั่วอิงก็ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงนั่งร้องไห้กระซิกอยู่ไม่ไกล เซี่ยเทียนอวี้สูดลมหายใดเข้าลึกๆเพื่อระงับโทสะ สตรีน่ารำคาญพวกนี้ทำให้เขาปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
"ก่อเื่ให้ข้าปวดหัวพวกเ้าสองคนช่างใจกล้านัก นับแต่นี้ข้าจะลดขั้นพวกเ้าสองคนเป็กุ้ยเหริน หากไม่มีคำสั่งจากข้าห้ามเสนอหน้าออกมาจากตำหนักแม้แต่ก้าวเดียว หากกล้าฝ่าฝืนข้าจะไล่พวกเ้าออกจากวังหลวงไปเสีย ไสหัวไป!"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ร้องได้โฮทำได้เพียงยอมรับคำสั่งและจากไปแต่โดยดี เมื่อสองคนนั้นจากไปแล้ว เซี่ยเทียนอวี้ก็เดินลงมาจากที่นั่ง ก่อนจะตรงเข้ามาหาจิ่งรั่วอิงทันที แล้วจึงกระชากตัวนางให้ลุกขึ้นยืน
"ก่อเื่พอหรือยัง ที่เ้าทำเช่นนี้คงเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากข้าสินะ ข้าขอบอกเลยว่ามันไม่ได้ผล!"
จิ่งรั่วอิงกลอกตาไปมาคราหนึ่ง เขาใช้นิ้วโป้งเท้าคิดหรือไรกันจึงมองว่านางทำเพื่อให้เขาสนใจ จะหลงตนเองเกินไปแล้ว
"ฝ่าา สองคนนั้นมาหาเื่หม่อมฉันก่อน หม่อมฉันไม่ผิดนะเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันโดนตบจนหน้าช้ำขนาดนี้ ฝ่าาไม่ทรงสงสารบ้างหรือเพคะ"
"เหอะ ให้สงสารเ้า ข้าสงสารหมาแมวดีกว่า"
ปากแซ่บจริงๆ!
จิ่งรั่วอิงถึงกับลอบด่าทอเขาในใจ เซี่ยเทียนอวี้เหมือนคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆจนนางคาดเดาความคิดของเขาไม่ออก
“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอตัวลานะเพคะ วันนี้หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าามากที่ทรงตัดสินโทษอย่างยุติธรรม”
“ใครให้เ้าไป”
เขาดึงนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนกระทั่งนางโผเข้าไปในอ้อมกอดของเขา จนหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่บดเบียดเข้ากับแผงอกของเขาเข้าพอดี เซี่ยเทียนอวี้ชะงักรีบก้มลงไปมองก่อนจะตกตะลึง
ใหญ่มาก ขาวด้วย!
บัดซบ!อาการป่วยของเขากำเริบแน่ๆ เสียงปีศาจหื่นกามมันมาอีกแล้ว
ชายหนุ่มพยายามดึงสติตนเองกลับมา เขาไม่มองหน้าอกของนางอีก แต่กลับจ้องหน้านางเขม็ง
"พูดมา เ้า้าอะไรกันแน่ จึงเรียกร้องความสนใจไม่หยุดเช่นนี้"
จิ่งรั่วอิงพยายามเบี่ยงหน้าหนีเพราะไม่อยากัักับลมหายใจัอีก แต่ทว่าวันนี้ลมหายใจของเขากลับหอมสดชื่นยิ่งนัก
"ตอบ!"
“โอย รำคาญแล้วนะ ฮ่องเต้บัดซบนี่ ข้าจะเรียกร้องความสนใจจากท่านไปทำไมกัน มีสิ่งใดน่าทำกัน หน้าตาท่านก็งั้นๆ หล่อก็หล่อไม่สุด เหมือนกบที่กำลังอ้าปากรองับเหยื่อ แต่กลับหลงตนเองอยู่ได้ หัดชะโงกหน้าดูเงาตนเองหน่อยเถอะ คิดว่าดีมากนักหรือไงกัน ข้าทนท่านมามากแล้วนะ หากไม่ชอบหน้ากันก็ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเลยสิ จะเก็บข้าไว้ทำไม ประสาท!”
เซี่ยเทียนอวี้ที่ถูกด่าอย่างไม่เหลือชิ้นดีก็ชะงักไปทันที ที่มันเกิดอะไรขึ้น ที่เขาจำได้นางไม่เคยด่าเขาแรงๆเลยสักหน ซ้ำยังยั่วเขาไม่หยุด แต่วันนี้นางกลับมีท่าทีรำคาญเขาอย่างชัดเจน
หรือนี่จะเป็แผนการใหม่ ต้องใช่แน่ๆ
“เหอะ เ้าคิดจะด่าข้าเพื่อให้ข้าสนใจเ้าสินะ ด่าได้แค่นี้หรือ ด่าให้แรงกว่านี้สิ ด่ามา!”
ด่าข้าเลยสิ ด่าข้าว่าไอ้โง่ ฮ่องเต้โง่เหมือนหมู ด่ามาเลย!
จิ่งรั่วอิงจ้องเซี่ยเทียนอวี้พลางเอ่ยตอบอย่างเบื่อหน่าย
“สนใจบ้านท่านสิ ข้ารำคาญ อ่านปากข้านะ รำคาญ! ท่านสะกดเป็หรือไม่”
“เ้ากล้ารำคาญข้า คิดว่าข้าไม่กล้าลงโทษเ้าหรือ!”
“เช่นนั้นก็ลงโทษไปเลยสิ ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเลย มาเลย เขียนราชโองการมาเลย!”
เซี่ยเทียนอวี้ถูกยั่วโมโหจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด สตรีบ้านี่ นางด่าจนเขาหาช่องไฟด่าแทรกไม่ทันเลย!
"ฝ่าา ซื่อจื่อเซี่ยซู่อัน ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"
ในขณะที่เขาและนางกำลังพ่นไฟใส่กันอยู่นั้น ไป๋กงกงกงก็เข้ามารายงานว่าเซี่ยซู่อันมาขอเข้าพบ จิ่งรั่วอิงย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ลอบสังเกตท่าทีของจิ่งรั่วอิงแต่กลับไม่พบความผิดปกติใด
เก็บสีหน้าได้ดีนักนะ!
"ให้เขาเข้ามา"
เซีี่ยเทียนอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะดึงจิ่งรั่วอิงเข้ามากอดเอาไว้ เมื่อเซีี่ยซู่อันเข้ามาถึงและเห็นภาพตรงหน้าเข้าพอดี เขาก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ
สุดท้ายแล้ว ฝ่าาก็พ่ายแพ้ให้กับสาวงามจนได้สินะ
"ถวายพระพรฝ่าา ถวายพระพรพระสนมจิ่งผิน"
"ท่านพี่ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่งได้ตามสบาย ท่านมาหาข้าวันนี้มีเื่อะไรหรือ ข้ากำลังเล่นสนุกอยู่กับรั่วรั่วพอดีเลย"
รั่วรั่ว?
จิ่งรั่วอิงรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที บุรุษตรงหน้าของนางอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้อย่างน่าแปลกประหลาด เมื่อครู่ยังเถียงนางคอเป็เอ็น แต่ยามนี้กลับมาเอ่ยเรียกนางอย่างหวานซึ้ง เขาเป็คนประเภทใดกัน
เซี่ยซู่อันยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม
"กระหม่อมมาเพราะมีเื่จริงๆพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าฝ่าาทรงลงโทษพระสนมจิ่ง เมื่อกระหม่อมและท่านพ่อทราบเื่ก็กังวลใจเป็อย่างมาก นางเป็บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ฝ่าาเพิ่งทรงขึ้นครองราชย์ยังต้องพึ่งพาขุนนางอีกมาก กระหม่อมและท่านพ่อจึงเกรงว่าพระองค์จะทรงผิดใจกับแม่ทัพใหญ่จิ่งโดยใช่เหตุ ท่านพ่อทรงเป็ห่วงพระองค์มากจึงให้กระหม่อมเข้าวังหลวงมาเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยสักหน เพราะได้ยินว่าคุณชายใหญ่จิ่งรุ่ยมาขอร้องแทนพระสนมจิ่งแล้วหนหนึ่งแต่ฝ่าากลับปฏิเสธไป กระหม่อมจึงอยากมาโน้มน้าวพระองค์อีกแรง แต่วันนี้กระหม่อมคงมาเสียเที่ยว เพราะดูแล้วฝ่าากับพระสนมจิ่งน่าจะคืนดีกันแล้ว ฝ่าาทรงพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะ"
เซี่ยซู่อันเอ่ยคำพูดมากมายออกมาโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี เซี่ยเทียนอวี้ลอบส่งเสียงเหอะในลำคอ ทำเป็แสร้งพูดดีว่าห่วงใยเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ความจริงคิดจะออกหน้าช่วยจิ่งรั่วอิงมากกว่า
ด้านจิ่งรั่วอิงก็จ้องมองเซี่ยซู่อันอย่างไม่วางตาเช่นเดียวกัน แต่เขากลับยิ้มให้นางอย่างนอบน้อม เขารักษาระยะห่างจากนางได้เป็อย่างดีราวกับไม่เคยมีความรู้สึกดีดีต่อกันมาก่อน หญิงสาวลอบดูแคลนเขาอยู่ในใจ บุรุษเฮงซวยนี่ก็อีกคน วางแผนชั่วได้โดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี ช่างชั่วช้ายิ่งนัก เอาคำว่ารักมาหว่านล้อมสตรีนางหนึ่งเพื่อหลอกใช้นาง นี่เรียกรักแท้เสียที่ไหน
หล่อสู้เซี่ยเทียนอวี้ก็ไม่ได้ สันดานยังเสียยิ่งกว่าอีก!
อยากจะะโถีบยิ่งนักแต่ต้องเก็บอาการไว้ก่อน
เซี่ยเทียนอวี้ลอบสังเกตท่าท่ีของจิ่งรั่วอิงแต่กลับพบกับความผิดปกติที่เขาไม่คาดคิด
เหตุใดในแววตาของนางยามมองเซี่ยซู่อันจึงมีไอสังหารเจืออยู่เล่า
ไม่เพียงเซี่ยเทียนอวี้ แม้แต่เซี่ยซู่อันก็ยังจับสังเกตได้ แต่ชายหนุ่มพยายามไม่แสดงพิรุธ
เซี่ยเทียนอวี้ละสายตาจากจิ่งรั่วอิงก่อนจะยิ้มเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยกับเซี่ยซู่อันด้วยน้ำเสียงปกติ
"ขอบคุณท่านพี่และเสด็จอาที่ทรงห่วงใย ข้าเพียงเล่นสนุกกับพระสนมจิ่งชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้ถือเป็จริงเป็จัง พวกท่านคิดมากเกินไปแล้ว ในเมื่อท่านเข้าวังหลวงมาแล้ว มิสู้วันนี้อยู่กินมื้อเย็นกับข้าสักหน่อยดีหรือไม่ พระสนมจิ่งก็อยู่กินด้วยกันเถอะ สนมรักของข้า"
จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินก็บังเกิดความสงสัยในใจ นางคิดเอาได้แล้วว่าเซี่ยเทียนอวี้หากไม่ย้อนเวลามาเกิดใหม่ก็จะต้องมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าเช่นเดียวกับนางแน่อย่างนอน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีท่าทีเช่นนี้ต่อนาง
เซีี่ยซู่อันไม่ปฏิเสธ เย็นวันนั้นคนทั้งสามจึงร่วมกินมื้อเย็นด้วยกันที่ตำหนักั์
เซี่ยเทียนอวี้สั่งให้ห้องเครื่องทำอาหารดีดีมาหลายสิบอย่างเพื่อรองรับเซี่ยซู่อัน สองพี่น้องพูดคุยสนทนากันอย่างสนิทสนมเหมือนเช่นที่ผ่านมา ส่วนจิ่งรั่วอิงก็ไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะสนทนาอะไรกัน ยามนี้นางกำลังจับจ้องเนื้อย่างเบื้องหน้าอย่างเอาเป็เอาตาย
ไอหยา เนื้อย่างนี่ดีมาก ข้าจะกินให้หมดจานเลย หิวโซมานานแล้ว กินแต่นกแต่มันจนจะผอมตายอยู่แล้ว
หญิงสาวคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เนื้อย่างนี่รสชาติดีมาก ผักก็กรอบสดใหม่ ช่างทำให้คนเจริญอาหารดีแท้
เซี่ยเทียนอวี้ลอบก่นด่าจิ่งรั่วอิงในใจว่าไปตายอดตายอยากมาจากที่ไหน แต่กลับไม่ได้เอ่ยขัดนาง ด้านเซี่ยซู่อันก็บังเกิดความสงสัยในใจเช่นเดียวกัน
เหตุใดจิ่งรั่วอิงจึงไม่เอาอกเอาใจเซี่ยเทียนอวี้กันเล่า นางควรต้องทำเช่นนั้นสิ ไม่ใช่เอาแต่นั่งสวาปามอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจผู้ใดเช่นนี้
ไวกว่าความคิด เขาพยายามส่งสายตาให้นาง แต่จิ่งรั่วอิงกลับทำเป็มองไม่เห็นเสียอย่างนั้น
ขยิบตาไปเถอะ ขยิบให้ตาบอดข้าก็ไม่สนใจคนเฮงซวยอย่างเ้าหรอก!
ทุกการกระทำของคนทั้งสองล้วนอยู่ในสายตาของเซี่ยเทียนอวี้ทั้งหมด ชายหนุ่มลอบยิ้มเย็นในใจ อยากจะดูนักว่าสองคนนี้จะเล่นละครตบตาเขาไปถึงเมื่อไหร่
จิ่งรั่วอิงที่กำลังคีบเนื้อเข้าปากอยู่นั้น อยู่ๆสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นว่าที่แก้มซ้ายของเซี่ยซู่อันมียุงตัวหนึ่งกำลังเกาะอยู่ หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก ไวกว่าความคิดนางรีบลุกขึ้นก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าของเซี่ยซู่อันเต็มแรง จนคนถูกตบหน้าชา
เซี่ยซู่หันมามองจิ่งรั่วอิงด้วยแววตาเ็า แต่เพียงครู่เดียวเขาก็รีบปรับสีหน้าตนให้กลับมาเป็ปกติ
“ขออภัยด้วยซื่อจื่อ เมื่อครู่ข้าเห็นยุงเกาะอยู่บนหน้าท่าน ข้าเกรงว่าท่านจะถูกมันดูดเืจนป่วย จึงตั้งใจจะฆ่ามัน แต่ข้าคงลงมือหนักไปหน่อย ขออภัยด้วย หวังว่าท่านคงจะไม่ถือสากระมัง”
จิ่งรั่วอิงรู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก ไอ้ชั่วนี่นางเห็นในฝันยังเกลียดเข้าไส้ ยิ่งได้มาเจอตัวจริงยิ่งยากกระทืบให้ตายคาเท้า หลอกใช้สตรีคนหนึ่งไม่พอ ยังเอาความรู้สึกของนางมาล้อเล่นอีก นับแต่นี้นางจะเอาคืนแทนเ้าของร่างเดิมเอง!
เซี่ยเทียนอวี้ลอบหัวเราะในใจ เขาพอใจมาก ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคนตบหน้ากันบนโต๊ะอาหารเช่นนี้ ให้ตายเถอะ อาหารมื้อนี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
ด้านเซี่ยซู่อันนั้นเขาอยากด่าคนแต่กลับไม่อาจทำได้ จึงต้องปั้นหน้าแสร้งบอกว่าไม่เป็อะไร
"กระหม่อมจะถือสาพระสนมได้อย่างไรกัน ต้องขอบพระทัยเสียด้วยซ้ำ"
"เซี่ยซื่อจื่อช่างใจกว้างยิ่งนัก มาเถอะ รีบกินอาหารกัน ท่านลองชิมขาหมูจานนั้นดูสิรสชาติดีมากเลยล่ะ หรือท่านอยากกิน ตีน! ไก่ ดี”
จิ่งรั่วอิงเน้นคำว่าตีนเสียงดังฟังชัดจนเซี่ยซู่อันสะดุ้ง เขาลอบเบ้ปากในใจ สตรีบัดซบ! ท้องนางทำจากโอ่งัหรือไรกัน จึงกินไม่หยุดปากได้เช่นนี้ อาหารบนโต๊ะล้วนถูกนางสวาปามไปกว่าครึ่ง เขาเพิ่งกินไปได้เพียงสามคำเท่านั้น!
ไม่พบเจอกันเพียงไม่นาน เหตุใดนางจึงดูตละกละเช่นนี้เล่า!
“ฝ่าา ลองชิมขาหมูนี่ดูสิเพคะ รสชาติดีมาก”
“สนมรักช่างใส่ใจนัก”
จิ่งรั่วอิงคีบขาหมูให้เซี่ยซู่อันพลางส่งยิ้มหวานล้ำให้เขา เซี่ยซู่อันเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกร้อนรนในใจ
หรือว่านางจะหลงรักเซี่ยเทียนอวี้เข้าให้แล้ว!
ไม่ได้! ตราบใดที่แผนการของเขายังไม่สำเร็จนางจะปันใจไปให้ชายอื่นไม่ได้เด็ดขาด!
