บทที่ 3 กลิ่นคาวเืในร่างที่ไม่คุ้นเคย
เสียงกรีดร้อง...
มันคือสิ่งแรกที่กระชากสติของเธอกลับมาจากความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
มันไม่ใช่เสียง ‘วี๊หว่อ...วี๊หว่อ...’ ของไซเรนรถพยาบาลที่ควรจะดังอยู่ข้างหูเธอในตอนนี้ มันไม่ใช่เสียงร้องด้วยความเ็ปของตัวเธอเองหลังการปะทะ มันไม่ใช่เสียงใดๆ ที่สมองซึ่งถูกฝึกฝนมาให้ ยึดมั่นในเหตุและผล จะประมวลผลได้
แต่มันเป็เสียงแหลมสูง เสียงที่สิ้นหวัง เสียงที่บีบคั้นออกมาจากปอดเฮือกสุดท้ายของมนุษย์...
...ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียง...ฉึก!
เสียงทุ้มต่ำอันน่าสะอิดสะเอียนของโลหะหนักที่เสียดแทงทะลุเนื้อและกระดูก เสียงนั้นหยุดเสียงกรีดร้องทุกอย่างลงในบัดดล
มีนาลืมตาโพลง…
ความมืด นั่นคือสิ่งแรกที่สมองของเธอรับรู้ ไม่ใช่ความมืดจากการปิดเปลือกตา แต่เป็ความมืดของสภาพแวดล้อม มันมืดสนิทราวกับมีคนเอาผ้ากำมะหยี่สีดำมาคลุมทับจักรวาลไว้
‘ [วิเคราะห์: สภาวะหมดสติหลังการปะทะ...กำลังประมวลผลสภาพแวดล้อม] ’
สมองวิศวกรของเธอยังคงทำงานอัตโนมัติราวกับเครื่องจักร มันคือสิ่งเดียวที่เธอยึดเหนี่ยว
‘ [สมมติฐานที่ 1: ยังอยู่ในซากรถที่ประสบอุบัติเหตุ] ’
ความเป็ไปได้ทางสถิติ บอกเธอเช่นนั้น แต่ มันไม่ใช่ วินาทีต่อมากลิ่นปะทะเข้าที่โพรงจมูกอย่างรุนแรง มันไม่ใช่กลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในห้องไอซียู มันไม่ใช่กลิ่นน้ำมันเบนซินที่ควรจะรั่วไหล มันไม่ใช่กลิ่นยางไหม้เกรียม มันคือกลิ่นคาวเื กลิ่นสนิมเหล็กที่เข้มข้นจนแทบจะอาเจียนออกมา กลิ่นคาวคลุ้งที่บ่งบอกว่านี่ไม่ใช่เืจากร่างเดียว แต่มาจาก หลายร่าง และมันผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของโคลนสาบ กลิ่นสาบสางของเหงื่อไคลมนุษย์ที่หวาดกลัวจนสุดขีด และกลิ่นไม้เก่าๆ ที่ชื้นแฉะ
‘ [ข้อผิดพลาด: ข้อมูลรับกลิ่นไม่ตรงกับฐานข้อมูลอุบัติเหตุ กำลังประมวลผลใหม่] ’
สมองที่เป็อัจฉริยะของเธอกำลังคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอััได้ถึงพื้นผิวที่เธอนอนอยู่ มันไม่ใช่เบาะรถที่นุ่ม มันไม่ใช่พื้นถนนที่หยาบ มันไม่ใช่เตียงในโรงพยาบาล ไม่ใช่อะไรที่คุ้นเคยหรือว่าควรจะเป็หลังจากประสบอุบัติเหตุ แต่มันคือพื้นไม้... ไม้ที่แข็ง สาก และเย็นเฉียบ ความชื้นจากมันกำลังซึมผ่านเนื้อผ้าบางๆ ที่เธอสวมใส่จนรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขกระดูก
‘ [สมมติฐานที่ 2: ประสาทหลอนหลังเกิดอุบัติเหตุ สมองกำลังสร้างภาพเสมือนจริงจากภาวะช็อกขั้นรุนแรง] ’
ใช่... ต้องเป็แบบนั้น สมองของเธอ สมองอัจฉริยะของเธอกำลังเล่นตลก หลักการแห่งเหตุผล กำลังบอกว่าสิ่งที่รับรู้อยู่ตอนนี้เป็ไปไม่ได้
‘ยินดีต้อนรับสู่โปรแกรมจำลองนรกเวอร์ชั่นทดลองงั้นเหรอ’ เธอคิดเยาะเย้ยตัวเองในใจ สมองฉันนี่ช่างมีรสนิยมแย่เป็บ้า มันคือความฝันในภาวะโคม่า... มันต้องใช่แน่ๆ จะเป็อื่นไปได้อย่างไร เธอพยายามบังคับร่างกาย... ‘ขยับตัว มีนา ขยับแขนขา ตรวจสอบความเสียหายของตัวเองเดี๋ยวนี้...’
เธอพยายามยกมือขึ้นเพื่อััใบหน้าของตัวเอง...
และนั่นคือตอนที่ กำแพงแห่งความสมเหตุสมผล ทั้งหมดของเธอ...พังทลายลง
มือที่ยกขึ้นมาในความมืดสลัวที่สายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ มัน ไม่ใช่...มือของเธอ
มันไม่ใช่ฝ่ามือของวิศวกรโยธาที่จับค้อนและเครื่องมือวัดจนหยาบกร้าน มันไม่ใช่แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่มันคือมือที่...ผอมบางขาวซีดและ...เล็ก นิ้วเรียวยาวราวกับลำเทียน แต่ไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง และที่สำคัญที่สุด มันกำลังสั่น... สั่นเทาอย่างรุนแรง สั่นจนควบคุมไม่ได้
‘ [ข้อผิดพลาด! ข้อผิดพลาดร้ายแรง!] ’
“ไม่...”
เธอครางออกมาเป็ครั้งแรก เสียงที่เปล่งออกมาก็ไม่ใช่เสียงของเธอ มันแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทำไมต้องหวาดกลัว!! ไม่หละ นี่ไม่ถูกต้องแล้ว
‘ไม่... นี่มันไม่ใช่เื่จริง...มันไม่เป็วิทยาศาสตร์! หรือว่าเรากำลังฝัน เช่นนั้นต้องตื่น ต้องตื่นเดี๋ยวนี้’
เธอกรีดร้องในใจ
‘มันเป็ไปไม่ได้! กฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ไม่อนุญาต! กฎทรงมวลและพลังงานไม่อนุญาตให้ย้ายจิตสำนึก! นี่มันคือความงมงายแบบเดียวกับที่พ่อพยายามยัดเยียดให้ฉัน!’
สมองของเธอปฏิเสธความจริงที่อยู่ตรงหน้าอย่างสุดกำลัง เธอคือมีนา! เธอคือนักวิทยาศาสตร์! ทุกสิ่งที่เธอรู้สามารถ พิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขและหลักฐานเชิงประจักษ์เท่านั้น แต่ร่างกาย...ร่างกายนี้มันกำลังตอบสนอง ความเ็ปจากพื้นไม้ที่ทิ่มแทงแผ่นหลัง...มันคือของจริง ความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวเนื้อ มันคือของจริง เสียงกรีดร้องที่เพิ่งเงียบไป...มันคือของจริง!
และแล้ว มันก็ถาโถมเข้ามา ความทรงจำ...เป็ความทรงจำของใครกัน!! นี่ไม่ใช่ของเธอ...มันะเิขึ้นในหัวราวกับมีคนพยายามย้ายไฟล์ข้อมูลความจุหลายเทราไบต์ยัดใส่ USB รุ่นเก่าที่ใกล้จะพังเต็มที! หัวของเธอแทบะเิ! ทันใดนั้นเธอก็ได้รับรู้ว่า ร่างนี้คือใคร...
ความทรงจำที่ทะลักเข้ามามันไม่ใช่เื่ราวซับซ้อนทางการเมือง แต่มันคือความเ็ป ความหิวโหย และเสียงกรีดร้อง
ชื่อ: หลิวซินซิน อายุ: สิบเจ็ด สถานะ: ผู้ลี้ภัย / ผู้รอดชีวิต
เหตุการณ์ล่าสุด (1) : ภัยแล้ง ความอดอยาก หมู่บ้านล่มสลาย พ่อ แม่ และน้องชายอพยพหนีตายมุ่งหน้าทิศเหนือ มุ่งหน้าไปชายแดนที่ยังมีกองทัพ อย่างน้อยก็มีข้าวกิน
เหตุการณ์ล่าสุด (2) : การสังหารหมู่ครั้งแรก (เมื่อสามวันก่อน) โจรป่าที่หิวโหยไม่ต่างกัน พวกมันดักซุ่มโจมตีกลุ่มผู้อพยพที่อ่อนแอ พวกมันฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เสียงกรีดร้องสุดท้ายของน้องชายยังคงก้องอยู่ในหู...
สถานะปัจจุบัน: ผู้รอดชีวิตที่ถูกช่วย เธอรอดมาได้คนเดียว ด้วยการซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ที่เน่าเหม็น เธอซ่อนอยู่ตรงนั้นสองวันเต็ม จนกระทั่งขบวนเสบียงของทางการผ่านมาพบเข้า ทหารในขบวนช่วยเธอไว้ ในฐานะภาระที่น่าเวทนา พวกเขาโยนเศษอาหารให้และปล่อยให้เธอนั่งมาในเกวียนที่ว่างเปล่านี้
ปลายทาง: ค่ายพยัคฆ์อุดร ดินแดนที่เขาว่ากันว่าป่าเถื่อนที่สุด...
สถานะตอนนี้: การสังหารหมู่ครั้งที่สอง!!! ขบวนเสบียง ถูกซุ่มโจมตีอีกครั้ง!
ภาพความทรงจำของหลิวซินซินฉายซ้ำไปมาในหัวของมีนาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่ภาพ แต่มันคือ ความรู้สึก ความรู้สึกของความหิวโหยที่กัดกินไส้มาหลายสัปดาห์ ภาพที่พ่อใช้ร่างตัวเองบังหอก เสียงกรีดร้องสุดท้ายของแม่ ความรู้สึกเย็นเฉียบ ชา และไร้ตัวตนตอนที่เธอซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ ฟังเสียงพวกมันหัวเราะและแบ่งข้าวของ
หากจะให้เธอวิเคราะห์จากข้อมูลในหัวที่ได้รับรู้ในตอนนี้ ชีวิตของหลิวซินซินร่างนี้มันถูกสร้างขึ้นมาจากคำคำเดียว 'ความบกพร่องทางจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) ' มีนารู้สึกคลื่นไส้ นี่มันไม่ใช่ชีวิต! นี่มันคือฮาร์ดแวร์ที่เสียหาย! ซอฟต์แวร์ที่โดนไวรัส!
ร่างนี้ไม่ได้ขี้ขลาดโดยกำเนิด แต่ร่างนี้... แตกสลาย ไปแล้ว! มันเพิ่งผ่านการโจมตีของโจรมาหมาดๆ! และตอนนี้ สมองของร่างนี้กำลังกรีดร้องว่า มันเกิดขึ้นอีกแล้ว! มันเกิดขึ้นอีกแล้ว! ไม่! ไม่! ไม่!
นี่คือเหตุผลที่ร่างกายไม่ขยับ! มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือ ภาวะช็อกซ้ำซ้อน! ร่างกายนี้กำลังปิดระบบตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการรับรู้! และตอนนี้สมองอัจฉริยะของเธอกลับต้องมาติดอยู่ในร่างที่ ‘ปิดสวิตช์’ ตัวเองไปแล้ว!
"วิทยาศาสตร์และเหตุผลคือพระเ้าของฉัน... และดูเหมือนว่าพระเ้าของฉันเพิ่งจะตายไปพร้อมกับรถบรรทุกคันนั้น"
เสียงหัวเราะหยาบกร้านดังขึ้นด้านนอกเกวียน มันดึงสติของมีนากลับมาสู่ปัจจุบันที่โหดร้าย เสียงกรีดร้องเงียบไปแล้ว... นั่นหมายความว่าการสังหารหมู่สิ้นสุดลง และมันกำลังจะเริ่มขั้นตอน เก็บกวาดผู้รอดชีวิต เธอบังคับสมองให้กลับมาทำงานท่ามกลางคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วน
สัญชาตญาณดิบของวิศวกรผู้รอดชีวิตเตือนภัยขั้นสูงสุด เธอฝืนร่างกายที่หนักอึ้งราวกับตะกั่ว คลานไปที่รอยแตกเล็กๆ ของเกวียนขนเสบียงที่เธอกำลังซ่อนตัวอยู่
ภาพที่เห็นสาดความจริงอันโหดร้ายเข้าใส่ดวงตาของเธอ ท่ามกลางแสงจันทร์สีซีดและคบเพลิงที่ลุกโชน ร่างของทหารคุ้มกันในชุดเกราะหนังเก่าๆ นอนจมกองเืเกลื่อนกลาด ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งในชุดผ้าขาดวิ่น แต่สิ่งที่น่ากลัวคือพวกมันสวม หน้ากากกระดูก!
พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับภูตผี และสังหารผู้ที่เหลืออยู่อย่างเืเย็น และหา ต่อไป
‘ [วิเคราะห์สถานการณ์: ศัตรู: ประมาณ 30-40 คน] ’
‘ [ตำแหน่ง: นอกเกวียน. ความเสี่ยง: ถูกค้นพบ 95% พวกมันกำลังรื้อค้นทุกเกวียน] ’
‘ [คำนวณทางหนี!] ’
‘ [แผน A: ซ่อนตัวนิ่งๆ] ’ ‘ [ปฏิเสธ... อัตราสำเร็จ: 1%. ร่างกายนี้กำลังสั่น... สั่นแรงเกินไป พวกมันต้องได้ยิน] ’
‘ [แผน B: หลบหนี] ’ ‘ [วิเคราะห์โครงสร้างเกวียนพื้นเกวียนมีรอยแตกสามารถงัดแผ่นไม้และมุดลงไปใต้ท้องเกวียนได้... รอจังหวะที่พวกมันเผลอ แล้วคลานหนีเข้าไปในความมืด] ’
‘ [แผน C: ต่อสู้] ’
‘ [ปฏิเสธ. อัตราสำเร็จ: 0.00%. ร่างกายนี้ไม่มีมวลกล้ามเนื้อพอที่จะสร้างแรงปะทะแม้แต่กับเด็ก] ’
‘ [เลือกแผน B... เริ่มปฏิบัติการ!] ’
สมองของเธอต่อสู้เื่ ทฤษฎีความน่าจะเป็ เหมือนคนบ้า และในที่สุดก็ออกคำสั่งเด็ดขาด: ‘เอามือไปที่พื้น คลำหาจุดเชื่อมต่อของไม้ ใช้แรงงัด... เดี๋ยวนี้!’
เธอสั่งการ...
...แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง
ณ จุดที่เธอมองไม่เห็น ร่างของหลิวซินซิน ร่างกายใหม่ของเธอกำลังทรยศเธออย่างสิ้นเชิง มันกำลังสั่น สั่นสะท้านราวกับลูกนกที่โดนน้ำเย็นจัดสาดใส่ ฟันของเธอกระทบกันเป็จังหวะ กึก กึก กึก ดังพอที่คนข้างนอกจะได้ยิน! และที่เลวร้ายที่สุด น้ำตามันไหลทะลักออกมาไม่หยุด พร้อมเสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ในลำคอจนตัวโยน
นี่คือปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายนี้! ความกลัวที่ฝังลึกอยู่ใน DNA ของหลิวซินซิน มันกำลังปฏิเสธคำสั่งจาก ศูนย์บัญชาการ ที่ตอนนี้เธอควบคุมอยู่
‘ขยับสิโว้ย!’ มีนากรีดร้องในหัวอย่างบ้าคลั่ง ‘เกร็งกล้ามเนื้อ! หยุดสั่น! แกกำลังจะทำให้เราถูกฆ่า!’
เธอพยายามสั่งให้มือที่สั่นเทาเอื้อมไปปิดปากตัวเอง แต่มือกลับยกขึ้นไปกอดเข่าแน่น ขดตัวเป็ก้อนกลม ในท่า ยอมจำนนต่อความตาย
สมองส่งสถานะปัจจุบันมาให้เธอได้รับรู้
‘ [คำเตือน! ระบบขัดข้อง! ผู้ควบคุม (Admin) ไม่สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ (Body) !] ’
นี่คือความอัปยศ! เธอคือวิศวกรอัจฉริยะผู้ควบคุมระบบโลจิสติกส์มูลค่าหลายพันล้าน เป็ที่้าของบริษัททั่วโลก... แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมแม้แต่กล้ามเนื้อนิ้วมือของตัวเองได้! ร่างกายนี้มันถูกตั้งโปรแกรมมาให้ ‘ยอมจำนน’ ต่อทุกสิ่ง!
"ฮึก...ฮือออ..."
เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของหลิวซือซือจนได้!
"เสียงอะไร?" เสียงหยาบกร้านะโขึ้นไม่ไกล...
‘ฉิบหายแล้ว! มันได้ยิน!’
"ดูเหมือนว่าจะยังมีหนูซ่อนอยู่ในเกวียนนั้น" พวกมันคุยกันง่ายๆ สบายๆ เหมือนไม่ได้เพิ่งจะสังหารคนไปมากมาย
แกร๊บ... แกร๊บ...
เสียงฝีเท้าหนักๆ กำลังย่ำโคลน... ตรงมาที่เกวียนของเธอ สมองส่วนการคิดวิเคราะห์ ประเมินผลทันที
‘ [อัตราการรอดชีวิตลดลงเหลือ 1%... 0.5%... 0.1%...] ’
สมองของเธอกำลังนับถอยหลังสู่ความตายครั้งที่สอง... เธอสิ้นหวัง สมมติฐาน ของเธอพังทลาย... วิทยาศาสตร์ ของเธอไร้ความหมาย... เธอเพิ่งตายจากการถูกรถชนและได้รับรู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย และเพียงเพื่อจะมาตายด้วยดาบสนิมเขรอะของโจรยุคอะไรก็ไม่รู้ เพราะร่างกายใหม่ของเธอเป็เด็กขี้ขลาด!
และในวินาทีที่เธอกำลังจะยอมจำนนต่อความอ่อนแอของร่างกายนี้...
ท่ามกลางเสียงสะอื้น ฮักๆ ของหลิวซินซิน ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองา มีนากลับััได้ถึง สิ่งอื่น
มันไม่ใช่ความรู้สึก แต่มันคือจุด จุดที่เย็นเยียบ จุดเล็กๆ ที่สงบนิ่งอยู่ใกล้ๆ กับหัวใจของเธอ มันคือสภาวะที่สาม มันไม่ใช่ ‘มีนา’ ที่กำลังวิเคราะห์ มันไม่ใช่ ‘หลิวซินซิน’ ที่กำลังหวาดกลัว...
มันคืออะไรบางอย่าง ที่เฝ้ามองอยู่ มันคือสิ่งที่เธอััไม่ได้ในโลกเก่า มันคือเงาที่ตามเธอมาจากอพาร์ตเมนต์
และแล้ว เสียงเล็กๆ ใสๆ ที่ไม่ควรจะดังก็ดังขึ้น มันไม่ได้ดังที่หู แต่มันก้องโดยตรงเข้ามาในหัวของเธอ เสียงนั้นใส... เหมือนเสียงเด็ก... แต่กลับเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง
"พี่จ๋า..."
เสียงเล็กๆ ดังขึ้น...
"พ่อบอกให้กูตามมาดูแลพี่นะ จะให้กู 'จัดการ' พวกมันเลยไหมจ๊ะ?"
เ้าอ้วนน้อยผมจุกที่มักจะลืมว่าพ่อไม่ให้พูดจาไม่เพราะเอ่ยถามพี่มันเบาๆ
มีนาแข็งทื่อ สมองของเธอหยุดทำงาน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะข้อมูลที่ได้รับมันอยู่นอกเหนือทุกจักรวาลที่เธอรู้จัก พร้อมกลิ่น... กลิ่นกำยานจันทน์ หอมเย็นที่ลอยเข้าจมูก ตัดกับกลิ่นคาวเือย่างสิ้นเชิง
ร่างเล็กๆ อ้วนๆ ผิวผ่องเรืองรอง ก็ลอยมาปรากฏตรงหน้าเธอทันที
โครม!!!
แผ่นไม้ที่ใช้กำบังตัว... ถูกกระชากออกอย่างแรง!
****น้องอ้วนลืมคำสั่งพ่อ ****
**** ตอนนี้คือการต่อสู้ระหว่างสมองที่คิดคำนวณเื่ตรรกะเท่านั้นของมีนา กับความเป็จริงดังนั้นนางจึงได้สับสนมาก ให้เวลานางหน่อยเพราะนางเป็คนที่ดื้อรั้น ไม่เจอกับตัวไม่รู้สึก****
