บทที่ 92 ะเิอารมณ์
“องค์หญิงเฉียนหลิงอู่ นี่ท่าน้าบุกโจมตีสำนักชิงหยุนหรือ เช่นนี้เท่ากับว่าราชวงศ์เฉียน้ากดดันสี่สำนักมหาอำนาจใช่หรือไม่ ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ใช่อะไรที่ราชวงศ์เฉียนจะรับไหวเลย” หลิงหยุนจื่อมองเฉียนหลิงอู่ที่มวลพลังปราณโหมกระพือขึ้นทั่วร่าง ท่าทางของนางดุร้าย แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ได้มาดี
เฉียนหลิงอู่จ้องมองฉินชู ก่อนหันมามองหลิงหยุนจื่อ “ข้าไม่คิดจะโจมตีสำนักชิงหยุน ราชวงศ์เฉียนไม่มีเจตนากดดันสี่สำนักมหาอำนาจ ข้ามาเพื่อพาเขากลับไป”
“ฉินชูเป็ผู้ถือครองป้ายลัญจกรของสำนักชิงหยุน มีสถานภาพเทียบเท่าเ้าสำนัก หากเ้าแตะต้องเขาก็เท่ากับตบหน้าพวกเราสำนักชิงหยุน” โม่เต้าจื่อปรากฏตัวขึ้นมา ที่เขาจากไปเมื่อครู่ก็เพื่อนำป้ายลัญจกรชิงหวางไปเปิดใช้งานมหาตราเวทย์ป้องกันของสำนักชิงหยุน
ตอนนี้สำนักชิงหยุนถูกม่านพลังของมหาตราเวทย์ป้องกันครอบคลุมเอาไว้แล้ว ต่อให้เฉียนหลิงอู่นำกำลังมาก็ไม่อาจทะลวงเข้ามาได้ นอกจากนี้ภายในม่านพลังของมหาตราเวทย์ป้องกัน พลังของเฉียนหลิงอู่จะถูกกดลง ดังนั้นตอนนี้นางจึงลงมาอยู่ที่พื้น เพราะไม่งั้นจะถูกพลังของมหาตราเวทย์ป้องกันเล่นงานเข้า
“โม่เต้าจื่อ เ้าคิดว่าสำนักชิงหยุนสามารถหยามิ่องค์หญิงอย่างข้าได้งั้นหรือ ข้าไม่มีปล่อยเขาไปแน่นอน” เฉียนหลิงอู่ชี้นิ้วไปทางฉินชูด้วยท่าทางอันเด็ดขาด
“ราชวงศ์เฉียนอย่างพวกเ้าอย่ารังแกคนอื่นให้มากนัก หากพวกเ้าคิดจะต่อสู้ พวกเราก็พร้อมจะสู้อย่างสุดกำลัง” ใบหน้าของโม่เต้าจื่ออัดแน่นไปด้วยโทสะ เฉียนหลิงอู่มาแย่งต้นกล้าชั้นดีของสำนักชิงหยุนถึงประตูบ้านเช่นนี้เท่ากับเป็การกระทำที่เหยียดหยามสำนักชิงหยุนยิ่งนัก
“หรือสำนักชิงหยุนของพวกเ้า้าจะมีเื่บาดหมางกับข้าเพียงเพราะลูกศิษย์เพียงคนเดียว” เฉียนหลิงอู่ขมวดคิ้ว นางไม่เข้าใจ นางไม่พูดเื่ที่จื่อหลวนเต็มใจช่วยเขา แต่นางไม่เข้าใจว่าทำไมสำนักชิงหยุนต้องสู้กับนางเพื่อฉินชูขนาดนี้ ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
“เ้าดูิ่สำนักชิงหยุนของพวกเราถึงในสำนัก ตอนนี้ยังมีหน้ามาบอกว่าพวกเราคิดจะมีเื่บาดหมางกับเ้า พูดเองเออเองสิ้นดี หากพวกเราส่งตัวฉินชูให้เ้า แล้วเหล่าลูกศิษย์จะคิดยังไงกับสำนัก สำนักของพวกเราไม่มีวันเอาตัวรอดด้วยการแลกเนื้อใคร หากเป็แบบนี้จะเรียกตัวเองว่าเป็ลูกศิษย์ของสำนักชิงหยุนได้ยังไง ขืนเ้ายังคิดแตะต้องรากฐานของสำนักเราอีก พวกเราก็พร้อมสู้จนตัวตาย” โม่เต้าจื่อค่อยๆ ชักกระบี่ที่เอวออกมาอย่างช้าๆ เขาไม่เคยคาดการณ์ถึงสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ไม่คิดไม่ฝันว่าผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่ออย่างเฉียนหลิงอู่จะมาสร้างปัญหาให้ฉินชูด้วยตัวเองถึงที่แบบนี้ ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือก มีเพียงสู้จนตัวตายเท่านั้น ตราบใดที่มีมหาตราเวทย์ป้องกันสำนักอยู่ เฉียนหลิงอู่คงเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจเท่าไร แต่กระนั้นทางสำนักชิงหยุนก็ต้องเสียหายยับเยินอยู่ดี
“ฉินชู เ้าเป็ลูกผู้ชายหรือไม่ ไม่นึกว่าเ้าจะยอมปล่อยให้สำนักชิงหยุนยอมแลกทุกอย่างเพื่อเ้าเพียงคนเดียว” เฉียนหลิงอู่มองฉินชู
ตอนนี้เฉียนหลิงอู่เป็ฝ่ายควบคุมสถานการณ์ นาง้าจะมีเื่กับสำนักชิงหยุนจริงๆ หรือ คำตอบคือไม่มีทาง เพราะถ้านางทำเช่นนั้น อีกสามสำนักที่เหลือจะรู้สึกถึงอันตราย จากนั้นก็จะเคลื่อนไหวทำศึกกับราชวงศ์เฉียน แม้ราชวงศ์เฉียนจะส่งไส้ศึกไปแฝงตามสำนักต่างๆ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถชี้เป็ชี้ตายตัดสินใจเื่ต่างๆ ในสำนักได้อย่างเด็ดขาด
ฉินชูยิ้มเจื่อน ช่างน่าอึดอัดเสียจริง เฉียนหลิงอู่กัดฉินชูไม่ปล่อย บางทีเขาควรอยู่ที่หุบเขาเทียนเซียง แบบนี้คงปลอดภัยกว่า
“ฉินชู นี่เป็เื่ของสำนัก ไม่ใช่เื่ส่วนตัวของเ้า หากนางฆ่าเ้าขึ้นมาจริงๆ ราชวงศ์เฉียนไม่มีทางแบกรับผลที่ตามมาไหวแน่นอน” โม่เต้าจื่อมองมาทางฉินชู เขากลัวว่าฉินชูจะตัดสินใจหนีจากสำนักชิงหยุนไปอีก
“โม่เต้าจื่อ ข้าจะไม่พูดถึงเื่ที่เ้าวางแผนลับหลังข้า แต่ตอนนี้เ้าคิดจะขวางทางข้าจริงๆ หรือ” เมื่อเฉียนหลิงอู่เห็นท่าทางของฉินชูที่ดูเหมือนจะไปจากสำนักชิงหยุน นางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่โม่เต้าจื่อกลับเอ่ยปากรั้งไว้ ทำเอานางลำบากขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นนางจึงโต้โม่เต้าจื่อกลับ
“ขาวเป็ดำ ดำเป็ขาว โม่เต้าจื่อผู้นี้วางแผนอะไรลับหลังเ้ากัน” โม่เต้าจื่อขมวดคิ้ว เพราะเขาไม่เคยทำอะไรอย่างที่นางกล่าวหา
เฉียนหลิงอู่แสยะยิ้ม “ครั้งที่แล้วที่ข้ามาจับตัวเขาไป ทั้งที่เ้ารู้ความพิเศษในตัวเขา แต่เ้ากลับไม่คิดจะบอกข้าแม้แต่น้อย...เ้าวางแผนจะให้ข้าฆ่าเขาทิ้ง แล้วปล่อยให้กองกำลังเื้ัของเขาถล่มราชวงศ์เฉียนใช่หรือไม่ วันนี้ข้ามาเพื่อพาตัวเขากลับไปดีๆ ดังนั้นหากเ้าคิดจะใช้ประโยชน์จากภูมิหลังที่พิเศษของเขาถล่มราชวงศ์เฉียน ข้าบอกไว้เลยว่าไม่มีทาง”
ทันทีที่เฉียนหลิงอู่พูดจบ บรรยากาศก็เงียบสงัดลงทันที โม่เต้าจื่ออึ้งงัน ฉินชูก็ไม่ต่างกัน
นิ่งเงียบลงไปสักพัก โม่เต้าจื่อก็หัวเราะขึ้นมา “ที่แท้เ้าค้นพบบางเื่แล้ว ดังนั้นเ้าจึงไม่กล้าฆ่าเขาทิ้งสินะ”
เฉียนหลิงอู่นิ่งเงียบไม่พูดจา เืศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ที่ร่างของฉินชู ไม่ใช่สิ่งที่ราชวงศ์เฉียนจะแตะต้องได้ เพราะมันจะนำมาซึ่งหายนะของจริง แต่นางไม่อยากพูดมันออกมา เพราะจะทำให้นางตกเป็รองในสถานการณ์นี้
เมื่อได้ยินคำพูดของโม่เต้าจื่อกับเฉียนหลิงอู่ ฉินชูก็เข้าใจขึ้นมาทันที สาเหตุที่เฉียนหลิงอู่คิดว่าโม่เต้าจื่อวางแผนลับหลังนาง เป็เพราะนางค้นพบความลับเื่เืศักดิ์สิทธิ์ของตัวเขา เพราะถ้านางพลั้งมือฆ่าเขาตายจริงๆ ตระกูลเืศักดิ์สิทธิ์ด้านหลังของเขาจะต้องตามมาแก้แค้นแน่นอน อันที่จริง เื่นี้ไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะต่อให้โม่เต้าจื่อจะรู้ความลับของเขา ต่อให้ฉินชูถูกฆ่าตายจริงๆ ก็ใช่ว่าจะมีกองกำลังระดับพระกาฬตามมาแก้แค้น สรุปสั้นๆ ก็คือเฉียนหลิงอู่เข้าใจผิดคิดไปเอง แต่เป็ความเข้าใจผิดที่เป็ประโยชน์ต่อฉินชู
“ข้าไม่คิดจะฆ่าเขา ข้าแค่มาเพื่อรับตัวเขาเฉยๆ” เฉียนหลิงอู่มองโม่เต้าจื่อด้วยสีหน้าจริงจัง
ฉินชูเดินเข้าไปทางเฉียนหลิงอู่สองก้าว “เ้าเอาเปรียบคนอื่นมากเกินไปแล้ว คิดจะข่มขู่ข้างั้นหรือ ไม่มีทาง พอกันที นี่คือชีวิตของข้า ข้าขอยอมตายดีกว่า จงจำเอาไว้ว่า การที่ชีวิตของข้าต้องมาจบลง ทั้งหมดเป็เพราะเ้า คนจากราชวงศ์เฉียน”
ทันทีที่พูดจบ ฉินชูก็ชักกระบี่เทพบูรพาออกมาจ่อที่คอของตัวเอง ฉินชูจะฆ่าตัวตายจริงๆ หรือ แน่นอนว่าไม่มีทาง เพราะเฉียนหลิงอู่กลัวเขาตาย ถ้างั้นเขาจะแกล้งตายให้นางดู ขู่ให้นางใ
“หยุดเดี๋ยวนี้”
เฉียนหลิงอู่กับโม่เต้าจื่อะโขึ้นพร้อมกัน เฉียนหลิงอู่ไม่เคยคิดจะฆ่าฉินชูั้แ่แรก โม่เต้าจื่อก็ไม่อยากให้ฉินชูตายเช่นกัน
“เฉียนหลิงอู่ เ้า้ารังแกข้านักไม่ใช่หรือ ข้ายอมรับว่าข้าสู้เ้าไม่ได้ แต่การที่ให้ข้ามีชีวิตอยู่ใต้เงาของคนอื่น ข้ารับไม่ได้” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่
“สารเลว ข้าไม่บังคับเ้าแล้วก็ได้ โม่เต้าจื่อ ข้าจะอยู่ที่นี่สองสามวัน เป็แเื่ที่นี่ เ้าจะยอมหรือไม่” เฉียนหลิงอู่อับจนหนทาง ความตายของฉินชูไม่เป็ประโยชน์ต่อนางสักนิด ไม่ได้ทั้งข้อมูลของวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง ซ้ำยังมีศัตรูตัวใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีก
“เ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ลงมือทำอะไรเขาอีก” โม่เต้าจื่อถามเพื่อยืนยัน
“่นี้คงไม่” เฉียนหลิงอู่หยักหน้า นางไม่คิดจะลงมือ เพราะนางจะลองพูดคุยกับฉินชูใหม่
โม่เต้าจื่อโล่งใจ เขาเข้าใจว่าเฉียนหลิงอู่คงเป็กังวล ดังนั้นจึงปล่อยให้ฉินชูตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้
“แยกย้าย” โม่เต้าจื่อะโสั่งเหล่าลูกศิษย์ที่ยืนมุงอยู่รอบๆ ก่อนหันกลับและจากไป เขาี้เีเสวนากับเฉียนหลิงอู่ การพูดคุยกับเฉียนหลิงอู่มีแต่จะทำให้เขาหัวเสียเปล่าๆ เพราะแรกเริ่มนางตั้งใจมาหาเื่ จากนั้นก็ขอเป็แขก แบบนี้มันไว้หน้ากันเสียที่ไหน แต่เพื่อผลประโยชน์โดยรวม เขาจึงต้องอดทน
ฉินชูเก็บกระบี่เข้าฝัก จากนั้นก็หันหลังกลับไป การอยู่เป็แขกของเฉียนหลิงอู่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
ฉินชูคิดแบบนี้ แต่เฉียนหลิงอู่ไม่คิดเช่นนั้น เมื่อเห็นฉินชูหันหลังเดินกลับ นางก็เดินตามทันที
“เ้าเป็องค์หญิงคนโตแห่งราชวงศ์เฉียน ข้าเป็ศิษย์รับใช้แห่งสำนักชิงหยุน ข้าจะกลับหอศิษย์รับใช้ เ้ายังจะตามมาอีกหรือไม่ แล้วเ้าจะตามไปดูข้าฉี่ด้วยหรือไม่” เมื่อเห็นเฉียนหลิงอู่ตามไม่ปล่อย ในที่สุดฉินชูก็ะเิอารมณ์ขึ้นมา
