เพื่อให้แกร่งขึ้น เพื่อกลายเป็นักรบสายฟ้า หลงเหยียนฝึกฝนราวกับคนเสียสติ หากไม่มีกายธาตุพลัง เกรงว่าหลงเหยียนคงรับพลังสายฟ้าที่แปดไม่ได้ นี่คือขีดจำกัดของเขาหลังแปลงกายแล้ว เกรงว่ายอดฝีมือในเมืองหยุนจง ผู้ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์คงทำเหมือนหลงเหยียนไม่ได้
“หากผู้จัดการร้านนั่นรู้ว่าหลงเหยียนฝึกกายสายฟ้าสำเร็จภายในสองวัน เขาต้องตกตะลึงมากแน่”
“สิงโตน้อย วันนี้เราพอแค่นี้เถิด ตอนนี้ข้าจะปรับสมดุลพลังก่อน…”
นึกถึงแรงกดทับที่มาจากเทียนหลาง หลงเหยียนไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยสูญเปล่า ใช้พลังจิตควบคุมพลังสายฟ้าในร่างกาย แล้วเสียงก็ดังมาจากในร่างของเขา
ปีนี้หลงเหยียนอายุเพียงสิบหกปี หากเปรียบเทียบกันด้วยอารมณ์แล้ว เกรงว่าเขาคงมีความอดทนมากกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุมากกว่ากระมัง
สิงโตน้อยนับถือในความแน่วแน่ของหลงเหยียนมาก หลงเหยียนสามารถรับพลังสายฟ้าที่แปดได้สำเร็จ ทำให้ชีพมนุษย์ของหลงเหยียนเกิดการเปลี่ยนแปลง รอบตัวเขามีประกายไฟล้อมเอาไว้
กลางดึก คนส่วนมากต่างก็หลับสนิทแล้ว มีเพียงหลงเหยียนเท่านั้นที่พยายามฝึกฝนตัวเองไม่หยุด
“เ้าสิงโตน้อย เพื่อให้ข้าแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เรามาเริ่มผสานสายฟ้าที่เก้ากันเถิด เกรงว่าการผสานสายฟ้าที่เก้าต้องยากกว่าก่อนหน้านี้เป็สิบเท่าแน่ ถึงอย่างไรร่างกายข้าในตอนนี้ก็แข็งแรงมากขึ้นแล้ว” ขณะที่พูด ร่างกายหลงเหยียนสั่นอย่างรุนแรง
ทำให้ดูไปแล้ว หลงเหยียนในตอนนี้เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายที่พลุ่งพล่าน ท่ามกลางพลังสายฟ้าและไฟที่ลุกโชนในกาย หลงเหยียนหลับตาลง เริ่มบรรลุถึงพลังแห่ง์ ครั้งนี้ หลุมดำบนท้องนภาใหญ่มากกว่าเดิมสิบเท่า
ทว่าครั้งนี้หลงเหยียนขับเคลื่อนหลุมดำขนาดใหญ่เป็เวลาหลายวัน ก่อนหลอมและผสานเป็พลังสายฟ้าระลอกที่เก้า
ในที่สุด เวลาผ่านไปหลายวัน หลงเหยียนลืมตาขึ้น พ่นลำแสงสายฟ้าออกมาจากั์ตา หลงเหยียนสงบอารมณ์ลงก่อนลุกขึ้นยืน มองไปแล้ว รังสีบนตัวต่างจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
“ข้าผสานสายฟ้าระลอกที่เก้าสำเร็จแล้วหรือ? ทั้งยังใช้เวลาไปหลายวันใช่หรือไม่?”
“พี่เหยียน ไม่มีเวลาแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าไปฝึกในห้วงมิติเฉียนคุนแล้ว”
หลงเหยียนสะบัดหน้า “หืม? เร็วเพียงนี้เลยหรือ? ข้ารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปไม่นานเลย จะว่าไป หากไปถึงห้วงมิติเฉียนคุนแล้ว ข้ายังสามารถฝึกกายสายฟ้าได้อีกไหม?” หลงเหยียนรู้สึกกังวลเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เขาในตอนนี้กำหมัดแน่น สามารถััได้ถึงพลังสายฟ้าที่หลอมอยู่ในฝ่ามือแล้ว
“เชื่อว่าข้าในตอนนี้ หากเจอเทียนหลางอีกครั้ง เขาต้องตกตะลึงแน่ ทว่าระดับพลังของข้ายังต่างจากเขาอีกไกล ถึงอย่างไรข้าก็ยังเหลือเวลา ข้าไม่ได้รู้สึกกลัวเขาขนาดนั้นแล้ว”
วันรุ่งขึ้น
หลงเหยียนใช้จิตัักับพลังที่ตนบรรลุ พลังปราณในร่างกายเปลี่ยนกลายเป็แข็งแกร่งอย่างเปรียบไม่ได้ ส่วนชีพมนุษย์ของเขาก็มีไฟสายฟ้าห้อมล้อม
ิญญายุทธ์ของหลิงเทียนอวี่เข้าใกล้แล้ว หลงเหยียนลุกขึ้นยืน “สิงโตน้อย เราไปกันเถิด”
เมื่อหลิงเทียนอวี่เห็นหลงเหยียนเดินออกมา ลำแสงอันร้อนแรงที่มาจากตัวหลงเหยียนก็ทำให้เขาตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน หลงเหยียนจะเปลี่ยนไปมากเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น หลิงเทียนอวี่ไม่สามารถรู้พละกำลังที่แท้จริงของหลงเหยียนได้เลย
เกรงว่าหากต้องสู้กัน ตนคงไม่สามารถเอาชนะหลงเหยียนหนุ่มมากพร์ได้กระมัง
“หลงเหยียน ไปกันเถิด ใต้เท้าผู้นำให้ข้ามาเรียกเ้า ทุกคนที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้มารวมตัวกันที่สำนักตงฟางกันหมดแล้ว จำไว้ว่าเมื่อไรก็ตามที่เจอใต้เท้าตงจวิน อย่าทำอะไรที่ขาดสติเป็อันขาด? เขาเป็ถึงผู้แข็งแกร่งระดับชีพิญญาเชียวนะ”
“อะไรคือระดับชีพิญญา?” หลงเหยียนเกิดความสงสัยและถามในใจ
ไม่นานเขาก็ตามหลิงเทียนอวี่มาถึงห้องโถงสำนักตงฟาง ที่นี่เป็ลานกว้าง ้ามีตัวหนังสือที่สลักคล้ายหัวั เป็คำว่าตำหนักตงฟางตัวใหญ่ๆ
สถานที่ที่ยิ่งใหญ่นี้ช่างน่าตระการตา ทำให้ผู้คนต่างก็อดรู้สึกนับถือไม่ได้ เมื่อนึกถึงว่าในที่สุดวันนี้ตนก็จะได้พบผู้แข็งแกร่งระดับชีพิญญา หลงเหยียนก็ตื่นเต้นมาก
ในสายตาของผู้ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์ ระดับพลังของหลงเหยียนในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ เมื่อเห็นผู้แข็งแกร่งระดับชีพมนุษย์ หลงเหยียนก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ ห้วงอากาศถูกกดทับด้วยรังสีพลัง จากนั้นเขาก็ปล่อยรังสีพลังออกไป ก่อตัวกลายเป็พลังสายฟ้าตาข่ายรอบตัว ทันใดนั้น รังสีพลังของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ
การปรากฏตัวของหลงเหยียนไม่ได้นำมาซึ่งความสนใจจากคนรอบข้าง ไม่นานหลิงเทียนอวี่ก็นำหลงเหยียนเดินไปด้านหลังผู้นำเว่ย ข้างกายหลงเหยียนล้วนเป็ผู้แข็งแกร่งระดับชีพมนุษย์จากเรือนเหยากวางทั้งนั้น
และมองเพียงครู่เดียว หลงเหยียนก็พบเทียนหลางที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้นำแห่งหน่วยกฎระเบียบ เว่ยเชียนมู่ตามตัวติด และมือที่เรียวงามนั้นเกาะแขนเทียนหลางไม่ยอมปล่อย
เมื่อนึกถึงหญิงสาวคนนั้น นางเป็ถึงหลานสาวของตงจวินแห่งสำนักตงฟาง และเรียกมารดาเว่ยเวยว่าท่านอา!
จากนั้นหัวใจหลงเหยียนก็เริ่มไม่สงบ ‘เช่นนั้นก็หมายความว่า? ใต้เท้าตงจวินแห่งสำนักตงจวินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็ท่านตาของข้าน่ะสิ?’ หลงเหยียนนึกถึงข้อนี้ หรือนี่คือเื่จริง แท้จริงแล้วท่านตาก็มีพลังระดับชีพิญญาแล้วหรือ?
ก่อนหน้านี้หลงเหยียนมัวสนใจแต่การฝึกวิชา ทว่ากลับไม่ได้ตระหนักถึงเื่ที่สำคัญข้อนี้ ซึ่งข้อมูลนี้ เขารู้ั้แ่วันที่เทียนหลางต่อต้านตนในที่แจ้ง และหลี่เมิ่งเหยาที่ช่วยตนเป็คนบอกให้รู้
เมื่อลองนึกดูอีกที เป็ไปได้สูงที่ตงจวินแห่งสำนักตงฟางจะเป็ท่านตาของตน
หลงเหยียนครุ่นคิดอย่างละเอียด มองประเมินชายชราผมขาวที่นั่งอยู่ด้านหน้า ท่าทางแลดูแก่ชรา ทว่าบนตัวกลับปกคลุมไปด้วยรังสีพลังที่แข็งแกร่ง
‘ที่แท้เขาก็คือตงจวิน เป็ท่านตาของข้า?’ หลงเหยียนนึกในใจ อดรู้สึกนับถือไม่ได้
สำนักตงฟาง ใต้การปกครองผู้นำสิบคน ดูแลสิบหน่วย รวมกับค่ายทหารและผู้นำจากสิบองค์กร ตงจวินนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำ ด้านข้างผู้ควบคุมกฎแปดคนและมีผู้ฝึกยุทธ์เืโลหะอีกสี่คน
จากนั้นก็คือใต้เท้าผู้นำทั้งจากสิบหน่วยยืนอยู่เบื้องล่าง และศิษย์จากหน่วยต่างๆ ยืนอยู่ด้านหลังท่านผู้นำของตัวเอง
เว่ยเวยแสดงสีหน้าเยือกเย็น ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ หลงเหยียนยืนอยู่ด้านหลัง หลิงเทียนอวี่พูดกระซิบ “เห็นหรือไม่ นี่คือพละกำลังของสำนักตงฟางของเรา ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่มีพลังสูงกว่าระดับชีพมนุษย์ ในนั้นยังมีระดับชีพธรณี ถึงกระนั้น ผู้แข็งแกร่งระดับชีพธรณีมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น”
ลานขนาดใหญ่และตระการตา ั้แ่ตอนที่หลงเหยียนเดินเข้ามา เขาก็เบิกตาโพลง เมื่อหลิงเทียนอวี่พูดจบก็พยักหน้า กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
ทันใดนั้นเขาก็พบเว่ยเชียนมู่ที่ยืนอยู่ด้านหน้า นางกำลังมองตน ทำหน้าตาไม่น่ารับประทาน หลงเหยียนไม่เกรงใจ ยกนิ้วกลางขึ้นมาทันที
สายตาที่เกลียดชังของเทียนหลางก็หันมาพบหลงเหยียนเช่นกัน เขายืนอยู่ด้านหน้าสุด ใต้เท้าผู้นำแห่งหน่วยกฎระเบียบหันหลังเล็กน้อยก่อนมองมาทางหลงเหยียนครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองเทียนหลางด้วยความประหลาดใจ สายตาที่มองเทียนหลางเต็มไปด้วยความเอ็นดูฉันท์ศิษย์กับอาจารย์ ทว่าเวลาหันมามองหลงเหยียน เขาก็เอ่ยถาม “เ้าหมอนั่นคือหลงเหยียนหรือ?”
เทียนหลางพยักหน้าหงึกหงัก แล้วหลงเหยียนก็เห็นสายตาเ้าเล่ห์เจือความดุร้ายประกายในแววตาชายชรา
--------------------
