หลงเหยียนพยักหน้า นึกถึงเมื่อครู่ที่อยู่ในตำหนักตงฟาง แววตาที่เทียนหลางมองตนนั้น รังสีสังหารชัดเจนมากแล้ว
ในสิบหน่วย ถือว่าเรือนเหยากวางมีพละกำลังระดับบน อย่างไรก็ตาม เพราะมีเทียนหลาง ทุกคนจึงคิดว่าหน่วยกฎระเบียบจะเป็ฝ่ายทำคะแนนสูงสุด
ถึงกระนั้น ได้ยินมาว่าทั้งสามสำนักต่างก็ส่งยอดอัจฉริยะเข้าไปในโลกเฉียนคุนเหมือนกัน
“หนานกงซวิน!” หลงเหยียนได้ยินชื่อนี้ เขาก็รู้สึกประหลาดใจจนพูดไม่ออก หนานกงซวินไม่ใช่หนานกงฉู่อย่างนั้นหรือ? พวกเขายังเคยดื่มสุราด้วยกันที่เนินดาราอยู่เลย
ตอนนั้นหลงเหยียนมีเื่กับลั่วเฉิงเพื่อช่วยฉินเซียน เป็หนานกงฉู่กับพวกที่มาช่วยตน จนกระทั่งตอนนี้ เขาเพิ่งได้ยินว่าหลิงเทียนอวี่บอกว่าเขาเป็ศิษย์ของหนานตี้แห่งสำนักหนานกง
ไม่นาน ร่างกายหลงเหยียนก็ร่วงลงตามคนอื่น ร่วงลงบนพื้น เหมือนการคาดเดาของหลงเหยียนไม่มีผิด ที่นี่เป็ป่ากว้างสุดลูกหูลูกตา มีเพียงป่าที่ทอดยาวออกไป ธาตุพลังเต็มอากาศ มีหุบเขาและหน้าผา บ้างก็มีนกขนาดใหญ่ระดับมายาบินผ่านไป
กลางป่าเขา มีรังสีสังหารและกลิ่นคาวของโลหิตที่รุนแรงเต็มไปหมด
อีกทั้งที่นี่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม เหมือนโลกภายนอกไม่มีผิด ยิ่งไปกว่านั้น เรียกได้ว่าที่นี่เป็์ในโลกมนุษย์เลยก็ว่าได้
ไม่แปลกใจเลยที่มีคนอยู่ในนี้ไปตลอดกาล โลกเฉียนคุนที่กว้างใหญ่ไพศาล ไม่รู้ว่าเทพผู้สร้างวงเวทเฉียนคุนนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหนกันแน่
อย่างน้อยก็คงเป็ระดับเทพักระมัง
สิงโตน้อยขยับปากเบาๆ กระซิบข้างหูหลงเหยียน “ที่นี่ถือเป็โลกเฉียนคุนแล้วหรือ กากจริงๆ หากท่านรู้ว่าแคว้นเทพเป็อย่างไร ท่านคงไม่ประหลาดใจเช่นนี้หรอก”
“แคว้นเทพหรือ? เ้าสิงโตน้อย โอ้อวดให้มันน้อยหน่อยเถิด”
สิงโตน้อยส่ายหน้า “ตอนนั้นข้าอยู่ในแคว้นเทพ เกรงว่าที่นั่นคงกว้างกว่าที่นี่เป็สิบเท่ากระมัง”
หลงเหยียนตกตะลึงในใจ ‘มันยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยหรือ?’ หลงเหยียนได้ยินคำพูดของสิงโตน้อย พละกำลังที่สูงสุด ผู้แข็งแกร่งที่แกร่งยิ่งขึ้น ไม่อยากคิดเลยว่าตนในตอนนี้จะอ่อนแอมากเพียงใด
ไม่นานหลงเหยียนก็เห็นแววตาที่เยือกเย็นคู่หนึ่ง และสีหน้าที่รังเกียจจากหญิงสาวอีกคน
หลิงเทียนอวี่มองหลงเหยียน “จำไว้ รอพี่เมิ่งเหยาประกาศจบ เ้าก็แยกจากทุกคนได้แล้ว เข้าใจหรือไม่?”
หลงเหยียนพยักหน้า ขณะที่เทียนหลางมองตนด้วยสายตาเรียบเฉย พลังกดทับที่มหาศาลก็เริ่มขึ้น กดทับลงบนตัวหลงเหยียน รังสีพลังที่แกร่งกล้าทำให้หลงเหยียนหายใจไม่ออก
ไม่นานหลงเหยียนก็เห็นตัวแทนที่ถูกส่งมาจากอีกสามสำนัก พวกเขากำลังเดินตรงมาทางศิษย์สำนักตงฟาง
คาดว่าพวกเขาคงมาในวงเวทเฉียนคุนก่อนแล้ว หลงเหยียนมองเพียงครู่เดียวก็พบหนานกงซวินแล้ว
หนานกงซวินเดินเข้าไปกล่าวทักทายหลี่เมิ่งเหยา เทียนหลาง และคนอื่นๆ ดูมาแล้ว พวกเขาคงรู้จักกันมาก่อน
ในสิบหน่วย เทียนหลางคือคนที่มีพละกำลังสูงสุด คือผู้ที่มีโอกาสเข้าชั้นในของตระกูล มีสายเืชั้นสูง หนานกงซวินหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เทียนหลาง ในที่สุดเราก็เจอกันอีกครั้งจนได้ ดูเหมือนไม่นานมานี้ พละกำลังของเ้าเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยเลย”
ทว่าเทียนหลางกลับแสดงสีหน้าหยิ่งทะนง “เ้าก็ไม่ด้อยไปกว่าข้าเลยนี่ เป็แค่คนบ้านนอกจากสถานที่เล็กๆ ภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ปี สามารถดิ้นรนในสำนักหนานกงจนมาถึงขั้นนี้ ยังกลายเป็ศิษย์ของใต้เท้าหนานตี้ น่านับถือจริงๆ”
“อีกอย่าง ข้าได้ยินมาว่าเ้ามีน้องชายชื่อหนานกงฉู่ใช่หรือไม่ พลังกำลังจะเทียบเท่าระดับชีพมนุษย์แล้ว ยังไม่ได้เข้าร่วมการฝึก น่าเสียดายจริงๆ เลย”
หากเทียบกันด้วยระดับพลังแล้ว หนานกงซวินมีพลังเท่าเทียนหลาง ล้วนเป็ผู้แข็งแกร่งระดับชีพธรณี
ได้ยินหลิงเทียนอวี่พูดเช่นนี้ หลงเหยียนจึงตกตะลึงทันที นึกถึงตอนที่ตนมีเื่กับท่านลั่วที่เนินดารา หากตนมีอันตรายจริงๆ ไม่รู้ว่าหนานกงซวินคนนี้จะช่วยตนหรือไม่
เห็นได้ชัดว่าการปรากฏตัวของเขานั้นดึงดูดความสนใจคนจำนวนมาก หากต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าหนานกงซวินคงแกร่งกว่าเทียนหลางเล็กน้อย
ได้ยินเทียนหลางพูดเช่นนั้น หนานกงซวินไม่โมโห กลับหัวเราะเสียงดัง “นั่นสิ ข้ามาจากสถานที่เล็กๆ จึงได้ผลักดันตัวเองให้แกร่งขึ้นเรื่อยๆ พวกสุนัขชอบดูถูกคนอื่นจะได้ไม่กล้าดูถูก”
ขณะที่พูดนั้น หนานกงซวินก็กวาดตามองคนรอบๆ ไม่นานก็พบหลงเหยียนอยู่ด้านหลัง
หลงเหยียนกลอกตาแล้วยิ้มรับทันที
“พี่ซวิน นึกไม่ถึงว่าท่านก็มาเหมือนกัน”
ดูเหมือนหนานกงซวินจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ กลับหัวเราะอย่างเบิกบานยิ่งขึ้น
“สหายหลงเหยียน เป็เ้าจริงๆ ด้วย นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะมีโอกาสได้เข้าฝึกครั้งนี้ด้วย พร์ของเ้าไม่ธรรมดาเลย อย่างน้อยก็เป็คนมีพร์สูงสุดเท่าที่ข้าเคยเจอ”
เทียนหลางและพรรคพวกตกตะลึงขึ้นมาทันที
“อะไรนะ? เ้าหมอนั่น… กลับรู้จักหนานกงซวินหรือ ทั้งยังดูเหมือนความสัมพันธ์ยังไม่เลวด้วย?”
“มิน่าเล่า เ้าหมอนั่นถึงได้ไม่กลัวเทียนหลางเลย เื้ัเขาก็มีความสัมพันธ์ที่แอบแฝงไว้นี่เอง”
หลงเหยียนเดินมาข้างกายหนานกงซวิน ท่าทางที่แสดงออกมา เกรงว่าคงเหมือนสหายรักที่ผ่านความเป็ความตายมาด้วนกันอย่างไรอย่างนั้น ทั้งหลงเหยียนยังกอดไหล่เขาพร้อมพูดเสียงดัง “พี่ซวิน ข้าคิดถึงพวกท่านมากจริงๆ พี่ฉู่มาไม่ได้ น่าเสียดายนัก”
เทียนหลางเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสอง เดิมทีอยากหาโอกาสกำจัดหลงเหยียน ทว่าตอนนี้ดูเหมือนคงไม่ง่ายเช่นนั้นแล้ว
เ้าหลงเหยียนนั่นเ้าเล่ห์ไม่เบา ที่แท้เขาก็รู้ว่าหนานกงซวินมารอที่นี่ ถึงได้ไม่กลัวตนนี่เอง
‘ได้ ตัวข้าจะปล่อยเ้าไปก่อนก็แล้วกัน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอด’
หลิงเทียนอวี่เห็นความสัมพันธ์ของหลงเหยียนกับหนานกงซวิน เขาก็วางใจลงไม่น้อย โดยเฉพาะหลี่เมิ่งเหยา หนานกงซวินคือผู้ที่มีพละกำลังเทียบเท่าเทียนหลาง มีเขาคุ้มกันให้หลงเหยียน แน่นอนว่าต้องดีอยู่แล้ว
หนานกงซวินมองหลงเหยียน หลังจากหัวเราะแล้วจึงพูดว่า “สหายหลงเหยียน นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเจอเ้าในนี้ ระหว่างทาง ข้าได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเ้ามามาก สุดยอดจริงๆ”
นับั้แ่ตอนชิงหัวใจศพมาร เขาทำลายสถิติที่เคยมีมา ทั้งยังใช้พลังระดับชีพัขั้นที่แปด เอาชนะชีพัชั้นที่เก้าสูงสุด แล้วยังได้ยินมาว่าตอนออกไปทำภารกิจ พลังเลื่อนถึงสองขั้นใหญ่ ก้าวเข้าสู่ระดับชีพมนุษย์แล้ว
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เล่ากันว่าหลงเหยียนสังหารลั่วซาง ทำให้หนานกงซวินประหลาดใจมาก ตอนอยู่เนินดารา ตนไม่ได้แสดงพละกำลังที่มีออกมา ความจริงแล้วตนซ่อนเอาไว้ คนที่เหมือนอย่างพวกเขาต้องรู้จักเก็บซ่อนและถ่อมตนอยู่แล้ว
เมื่อนึกถึงตระกูลลั่วที่น่ารังเกียจ หนานกงซวินก็หันไปมองเทียนหลาง
“สหายหลง วางใจเถิด ในที่แห่งนี้ ขอแค่มีข้าอยู่ ดูสิใครกล้าแตะต้องเ้า…”
หนานกงซวินก็ได้ยินปัญหาระหว่างหลงเหยียนกับเทียนหลางมาไม่น้อย
พวกเขาสองคนเสวนากันอย่างสนิทสนม เทียนหลางกำหมัดแน่น และศิษย์มากมายที่อยู่รอบข้างก็เกิดความคิดต่อหลงเหยียนต่างไปจากเดิมแล้ว
ที่ผ่านมาทุกคนคิดว่าหลงเหยียนเป็คนโง่ ถึงได้กล้ามีเื่กับเทียนหลาง ทว่าตอนนี้ดูมาแล้ว ทั้งหมดเป็แผนการที่หลงเหยียนได้คิดมาแต่แรกแล้ว
เวลานี้หลงเหยียนรู้สึกเบิกบานใจมาก มีหนานกงซวินช่วย เขาแกร่งกว่าหลี่เมิ่งเหยาเชียวนะ ไม่ว่าอย่างไรสตรีก็ไม่น่าเชื่อถือเท่าบุรุษ
--------------------
