เ้าอ้วนมีชื่อว่าหลีเหย่ เขาพาเนี่ยเทียนมาที่ห้องหินแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างอยู่ห่างไกล จากนั้นก็หยิบเอาเหล้าหนึ่งจอกออกมาจากในแหวนเก็บของของตัวเอง
เขาอธิบายสถานการณ์ของอาณาจักรเลี่ยคงให้เนี่ยเทียนฟังพลางร่ำสุราอย่างเบิกบานใจไปด้วย สักพักใบหน้าของเขาก็แดงก่ำ ท่าทางมึนเมา
แม้ว่าเขาจะดื่มจนมึนเมา แต่คำพูดก็ยังคงมีเหตุมีผล ไม่ฟังดูไร้สาระเลื่อนเปื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
เนี่ยเทียนฟังเขาพูดพลางใช้ทิพย์จักษุข้างเดิมมาแอบตรวจสอบตบะของหลีเหย่ไปด้วย
“กลาง์่ท้าย ธาตุในการฝึกคือธาตุไฟ” เนี่ยเทียนแอบตะลึง
ในสายตาของเขา หลีเหย่น่าจะอายุพอๆ กับเขา แต่เป็เพราะว่าตอนเด็กเขาอยู่ในตระกูลเนี่ย ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญตบะจึงไม่ค่อยเร็วเท่าไหร่นัก
ทว่านับั้แ่ที่เขาบรรลุถึงความลับของแกนเื ได้เข้าไปในโลกมายามรกต ความเร็วในการฝึกของเขาก็เพิ่มขึ้นพรวดพราด
ตอนนี้เขาที่มีตบะท้าย์่ท้าย ขอบเขตยังสูงกว่าอวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตและเจียงหลิงจูของสำนักหลิงอวิ๋นถึงหนึ่งระดับด้วยซ้ำ
ต่อให้เทียบกับคนวัยเดียวกันของวังยมบาล ขอบเขตของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร ฝีมือก็ยิ่งแข็งแกร่งไม่เป็รอง
วังยมบาล สำนักภูตผีและสำนักหลิงอวิ๋นต่างก็เป็สำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งของอาณาจักรหลีเทียน แถมอวี๋ถงและเจียงหลิงจูยังเป็ผู้ที่โดดเด่นในบรรดาคนรุ่นเดียวกันอีกด้วย
เดิมทีเขาคิดว่าด้วยอายุของเขา มีตบะท้าย์่ท้ายก็ถือว่าทรงพลังมากพออยู่แล้ว
นึกไม่ถึงว่าหลีเหย่ที่อายุน่าจะพอๆ กับเขาผู้นี้เมื่ออยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงที่สภาพแวดล้อมการฝึกบำเพ็ญตบะโหดร้ายทารุณยิ่งกว่ากลับมีตบะถึงกลาง์่ท้าย
“แหวนเก็บของ...”
แล้วเขาก็สังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่าบนมือของหลีเหย่ไม่ได้สวมกำไลเก็บของ แต่เป็แหวนเก็บของที่มีระดับสูงยิ่งกว่า
หลังจากที่เข้าร่วมงานพินิจของวิเศษของหอหลิงเป่า เขาก็รู้ว่ามูลค่าของแหวนเก็บของนั้นแพงกว่ากำไลเก็บของมากมายนัก
เนื่องจากแหวนเก็บของมีขนาดเล็กกว่า ระดับในการหลอมก็ยากกว่ากำไลเก็บของมาก อีกทั้งแหวนเก็บของไม่เพียงแต่มีขนาดเล็ก พื้นที่ในการบรรจุก็มีมากกว่ากำไลเก็บของด้วย
นี่ทำให้มูลค่าของแหวนเก็บของหนึ่งวงอาจจะมีมูลค่ามากกว่ากำไลเก็บของหลายเท่าหรืออาจมากถึงสิบเท่า
อาณาจักรหลีเทียนที่เขาจากมา มีเพียงลูกศิษย์ผู้เป็จุดศูนย์กลางของเจ็ดสำนักอย่างเจียงหลิงจู อวี๋ถงเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้กำไลเก็บของ
แหวนเก็บของมักจะมีเพียงพวกผู้แข็งแกร่งที่มีตบะต้น์ หรือเขตสามัญเท่านั้นถึงจะกล้าสวม และมีทรัพย์สินมากพอจะซื้อมัน
หลีเหย่อายุไม่มาก ขอบเขตไม่ธรรมดา อีกทั้งยังมีแหวนเก็บของที่ล้ำค่าด้วย นี่ยิ่งทำให้เนี่ยเทียนมองประเมินเขาสูงขึ้นอีกหลายส่วน
หลีเหย่ที่ดื่มเหล้าจนมือไม้เริ่มอยู่ไม่สุขใช้เวลาหนึ่งชั่วยามบอกเล่าสถานการณ์ของอาณาจักรเลี่ยคงให้กับเนี่ยเทียนฟัง จากนั้นถึงได้สะบัดหัวเดินออกไปข้างนอก “วันนี้เ้าพักผ่อนไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะมาหาเ้าใหม่” กล่าวจบหลีเหย่ก็เดินออกไปทันที ทั้งยังหยิบเอาเหล้าอีกหนึ่งจอกออกมาจากแหวนเก็บของแล้วดื่มอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
มองส่งหลีเหย่จากไป เนี่ยเทียนขมวดคิ้วไม่พูดไม่จา กำลังจัดระเบียบความคิด
จากคำบอกเล่าของหลีเหย่ ในที่สุดเขาก็เริ่มเข้าใจอาณาจักรเลี่ยคงซึ่งเคยเป็อาณาจักรที่สิบของดินแดนดาวตกอย่างชัดเจน
นานมาแล้ว อาณาจักรเลี่ยคงคืออาณาจักรแห่งหนึ่งของดินแดนดาวตกที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ต่อให้เทียบกับอาณาจักรเสวียนเทียนของตอนนี้ก็ยังมีแต่จะแข็งแกร่งไม่ด้อยกว่า
อาณาจักรเลี่ยคงมีสถานที่แห่งหนึ่งที่พิเศษอย่างมาก---เทือกเขาฮ่วนคง
เทือกเขาฮ่วนคงอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของอาณาจักรเลี่ยคง กินอาณาเขตกว้างขวาง มีวัตถุวิเศษหายากมากมาย และก็เคยมีปราณิญญาฟ้าดินที่เปี่ยมล้น
ทว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เทือกเขาฮ่วนคงกลายเป็พื้นที่มหัศจรรย์
ที่เทือกเขาฮ่วนคงมีชื่อเสียงอยู่ในดินแดนดาวตกก็เป็เพราะว่าในเทือกเขาฮ่วนคงมีพื้นที่ห้วงมิติปั่นป่วนขนาดใหญ่ั์อยู่แห่งหนึ่ง
พื้นที่ห้วงมิติปั่นป่วนนั้นไม่มั่นคงอย่างถึงที่สุด มักจะมีรอยแยกของห้วงติมิที่ไม่รู้ว่าทอดยาวไปสู่พื้นที่ใดปรากฏขึ้นเสมอ อีกทั้งรอยแยกห้วงมิติหลายแห่งยังตัดสลับกัน ซึ่งจะเคลื่อนย้ายอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้อยู่นิ่ง
รอยแยกห้วงมิติลึกลับจำนวนมากอาจทอดยาวไปสู่อาณาจักรที่สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าเป็ผู้พิชิต และอาจจะนำไปสู่ฟ้าดินแห่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจพบเจอ หรืออาจเป็ไปได้ว่ามันพุ่งตรงไปสู่ทางตันที่เต็มไปด้วยภยันอันตราย
การดำรงอยู่ของเทือกเขาฮ่วนคงดึงดูดให้ผู้แข็งแกร่งมากมายในดินแดนดาวตกมาสืบเสาะค้นหา พวกเขาอาศัยรอยแยกห้วงมิติเ่าั้เดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก
คนส่วนใหญ่เมื่อไปแล้วก็ไม่กลับคืนมาอีกเลย
และมีคนน้อยมากที่เจอฟ้าดินแห่งใหม่ในรอยแยกห้วงมิติเ่าั้ จากนั้นจึงนำอิทธิพลของสำนักเข้าไป และได้รับทรัพยากรสำหรับการฝึกบำเพ็ญตบะจำนวนมหาศาลเกินคาดคิดกลับคืนมา
ว่ากันว่าพื้นที่หลายแห่งที่อยู่ในของอาณาจักรทั้งเก้าดินแดนดาวตกในตอนนี้ก็ล้วนหาเจอจากเทือกเขาฮ่วนคงทั้งสิ้น จากนั้นพวกเขาถึงได้สร้างประตูพื้นที่ขึ้นมาในสำนักของตัวเอง
แม้แต่โลกมายามรกตของหอหลิงเป่าก็ยังเป็ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งของหอหลิงเป่าที่หาเจอจากในรอยแยกมิติแห่งหนึ่งของเทือกเขาฮ่วนคง
ด้วยความพิเศษของเทือกเขาฮ่วนคง เป็เหตุให้ใน่ระยะเวลาที่ยาวนานมาก่หนึ่งอาณาจักรเลี่ยคงกลายเป็สถานที่ที่คึกคักที่สุดของดินแดนดาวตก สามารถดึงดูดให้ผู้ที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง หรือผู้แข็งแกร่งจากอาณาจักรต่างๆ ที่้าเสี่ยงโชคให้มาเยือนได้ตลอดเวลา
อาณาจักรเลี่ยคงในเวลานั้นแน่นอนว่าย่อมต้องสร้างสำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งขึ้นมาแห่งหนึ่ง---สำนักซวีเฉิง
ศักยภาพของสำนักซวีเฉิงเคยเทียบเคียงได้กับวิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียน อีกทั้งใน่ที่เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดยังถึงขั้นกำราบวิมาน์ได้ด้วยซ้ำ
สำนักซวีเฉิงอาศัยเทือกเขาฮ่วนคงในอาณาจักรเลี่ยคงหักร้างถางพงเปิดฟ้าดินแห่งใหม่ขึ้นเป็จำนวนมาก นี่ทำให้สำนักซวีเฉิงได้รับทรัพยากรในการฝึกบำเพ็ญตบะมากมายจนแข็งแกร่งยิ่งกว่าสำนักใดในดินแดนดาวตก
ความแข็งแกร่งของสำนักซวีเฉิงก็ดึงดูดการลงทุนจากหนุ่มสาวผู้มีความสามารถของแต่ละฝ่ายในดินแดนดาวตก ทำให้ผู้แข็งแกร่งมากมายของดินแดนดาวตกยอมมาเป็ขุนนางต่างถิ่นในสำนักซวีเฉิง
ทว่าใน่เวลาที่สำนักซวีเฉิงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด ผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งของสำนักซวีเฉิงกลับเจอพื้นที่มหัศจรรย์ที่ว่ากันว่ากว้างขวางยิ่งกว่าอาณาจักรเลี่ยคง และปราณิญญาฟ้าดินก็เข้มข้นราวกับน้ำ
ผู้แข็งแกร่งทุกคนในสำนักซวีเฉิงจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะยกกองกำลังทั้งสำนักไปเบิกถางโลกใหม่แห่งนั้น
ไม่นานหลังจากนั้นผู้แข็งแกร่งของสำนักซวีเฉิงก็ทยอยกันเดินทัพไปที่นั่น ไปยังอาณาจักรใหม่ที่ว่ากันว่ามีเหมืองวิเศษอยู่ทุกที่ มีหินวิเศษอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้แข็งแกร่งของสำนักซวีเฉิงทุกคนที่เดินทางไปยังโลกใบใหม่ เมื่อไปแล้วก็ไม่มีใครกลับมาอีก
รอยแยกที่ทอดยาวไปยังพื้นที่มหัศจรรย์แห่งนั้นซึ่งปรากฏอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงก็หายไปหลังจากนั้น
สำนักซวีเฉิงที่ดับสลายไปในคืนเดียวทำให้อาณาจักรเลี่ยคงตกอยู่ในสภาพวุ่นวายยาวนาน และก็ผ่านไปอีก่เวลาหนึ่ง รอยแตกห้วงมิติมากมายในเทือกเขาฮ่วนคงก็เริ่มปลดปล่อยปราณิญญาผิดปกติที่ไม่เหมาะสมกับผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ออกมา
ปราณิญญาที่รั่วซึมออกมาจากในรอยแยกห้วงมิติเ่าั้มีพิษร้ายกัดกร่อน เต็มไปด้วยสิ่งเจือปนที่ทำให้ดวงดาวสกปรก และมีทั้งที่ทำให้ิญญาคนสับสนวุ่นวาย
ปราณิญญาผิดปกติมากมายค่อยๆ ทำให้อาณาจักรเลี่ยคงสกปรก ทำให้คนธรรมดาในอาณาจักรเลี่ยคงตายกันไปเป็จำนวนมาก แม้แต่พืชหญ้าและสัตว์วิเศษก็ยังสูญพันธ์ไปนับไม่ถ้วน
ต่อให้เป็ผู้ฝึกลมปราณที่มีขอบเขตสูงก็ยังเริ่มไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของอาณาจักรเลี่ยคงได้จนต้องถอนรกรากไปอยู่กันที่อื่น
มาถึง่หลัง สถานที่ที่อยู่รอบล้อมเทือกเขาฮ่วนคงจึงเหลืออยู่เพียงสามแห่ง เมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพัง
เมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังต่างก็เผาผลาญหินวิเศษไปจำนวนมหาศาล เพื่อสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ที่อัศจรรย์ ถึงสามารถสกัดกั้นให้ปราณิญญาฟ้าดินที่สกปรกเ่าั้อยู่ข้างนอกได้
หากไปจากสถานที่ทั้งสามแห่งนี้ ผู้ฝึกลมปราณจะต้องอยู่ท่ามกลางปราณิญญาสกปรก และต้องคอยรับพิษร้ายจากในปราณิญญาเ่าั้อยู่ตลอดเวลา
ผู้แข็งแกร่งที่สามารถต้านทานปราณิญญาที่สกปรกและไปค้นหาในเทือกเขาฮ่วนคงได้อีกครั้ง ก็ค้นพบความมหัศจรรย์น้อยลงเรื่อยๆ
ผู้แข็งแกร่งหนึ่งร้อยคนที่ไปเสี่ยงโชคในเทือกเขาฮ่วนคง จะมีสักเก้าสิบคนที่ไปแล้วไม่ได้กลับ สิบคนที่กลับมาอย่างน้อยต้องมีครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้รับผลพวงใดๆ แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วย
มีเพียงคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่พบเจอความมหัศจรรย์จากในรอยแยกห้วงมิติของเทือกเขาฮ่วนคง
การหายไปของสำนักซวีเฉิงทำให้อาณาจักรเลี่ยคงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง ความอำมหิตทารุณของเทือกเขาฮ่วนคงทำให้อาณาจักรเลี่ยคงที่รุ่งโรจน์ถึงขีดสุดตกต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว
อาณาจักรเลี่ยคงที่ไม่เหมาะสำหรับการฝึกบำเพ็ญตบะอีกจึงถูกอาณาจักรทั้งเก้าทอดทิ้ง และถูกตัดรายชื่อออกจากดินแดนดาวตก
อาณาจักรเลี่ยคงในวันนี้ มีเพียงพวกผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ในอาณาจักรทั้งเก้าไม่ได้เท่านั้นที่มาเยือน
คนเ่าั้หากไม่เพราะทำผิดร้ายแรงจนถูกคนทั้งอาณาจักรไล่ล่า ไม่มีที่ให้ไป จำเป็ต้องมาที่อาณาจักรเลี่ยคงเพื่อหวังว่าจะมาเสี่ยงโชคที่เทือกเขาฮ่วนคง คิดจะพลิกชะตาชีวิตตัวเอง
ก็เป็คนที่ฝึกเวทลับและคาถาวิเศษที่ชั่วร้ายเกินไปจนไม่ได้รับการยอมรับจากสำนักในอาณาจักรทั้งเก้า ทำได้เพียงใช้ชีวิตไปวันๆ อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงแห่งนี้
เมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังก็ล้วนมีแต่คนประเภทนี้อยู่
สถานที่พิเศษสามแห่งที่ล้อมรอบเทือกเขาฮ่วนคงจึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาเป็สามขั้วอิทธิพล ซึ่งสามขั้วอิทธิพลนี้แบ่งออกเป็กะโหลกเื เปลวอัคคีและเดือนดับ
กะโหลกเืยึดครองเมืองโพ่เมี่ย เปลวอัคคีกุมอำนาจซากปรักหักพัง เดือนดับควบคุมสถานที่ที่ถูกทิ้งร้าง
สามขั้วอำนาจนี้ไม่ใช่สำนักผู้ฝึกลมปราณ แต่เป็การรวมกลุ่มกันเพื่อผลประโยชน์อย่างหนึ่ง ดังนั้นชื่อที่ตั้งจึงค่อนข้างจะส่งเดชตามอารมณ์
กะโหลกเื เปลวอัคคีและเดือนดับต่างก็ไม่รับศิษย์ ไม่รับคนที่มีขอบเขตต่ำมาเลี้ยงดู
พวกเขารับแค่สมาชิกที่มีศักยภาพแข็งแกร่งเท่านั้น
สมาชิกของสามขั้วอำนาจรับผิดชอบปกป้องดูแลไม่ให้เมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังเกิดความวุ่นวายจนส่งผลกระทบกับหินวิเศษที่พวกเขาจะได้รับ
พวกคนเหี้ยมโหดมากมายที่คอยป้วนเปี้ยนอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังบางครั้งก็กลายมาเป็เป้าหมายของทั้งสามฝ่าย ถูกพวกเขากำหนดระยะเวลาในการกำจัด
แน่นอนว่าเมื่อกะโหลกเื เปลวอัคคีและเดือนดับต่อสู้กันเอง สมาชิกก็จำเป็ต้องทุ่มเทแรงกายต่อสู้อย่างสุดกำลัง
ข้อดีที่สมาชิกเ่าั้จะได้รับ ด้านหนึ่งก็คือสามารถอยู่ในถิ่นของตัวเองโดยไม่จำเป็ต้องเผาผลาญหินวิเศษ อีกด้านหนึ่งก็คือเมื่อพวกเขาช่วยอิทธิพลของตัวเองโดยการไปต่อสู้กับสองอิทธิพลก็จะได้รับค่าตอบแทนจากการทำความดี ซึ่งสามารถนำไปแลกวัตถุดิบ หินวิเศษ ยา และอาวุธวิเศษที่จำเป็สำหรับการฝึกบำเพ็ญตบะได้
บางครั้งทั้งสามฝ่ายนี้ยังจัดกลุ่มพวกคนที่ไม่กลัวตายไปสำรวจเทือกเขาฮ่วนคงด้วย
ผู้ที่กล้าไปก็จะได้รับหินวิเศษและวัตถุดิบวิเศษในจำนวนมหาศาล
เมื่อสามฝ่ายสามารถเจอฟ้าดินแห่งใหม่ หากไม่ฮุบเอาเอง ก็จะสร้างพิกัดว่าเป็พื้นที่ของตน จ่ายเงินให้กับสำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งของเก้าอาณาจักร มอบให้คนอื่นไปหักร้างถางพง และแลกมาด้วยทรัพย์สินมหาศาล
แน่นอนว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเทือกเขาฮ่วนคงในครั้งนั้น อัตราความเป็ไปได้ที่จะเจอโลกใบใหม่ก็ยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
คนหลายคนที่เหยียบย่างเข้าไปในเทือกเขาฮ่วนคงต่างก็ไปแล้วไปลับ ผู้ที่รอดชีวิตกลับมาก็เต็มไปด้วยาแ ไม่ได้อะไรติดมือมาสักอย่าง
“อาณาจักรเลี่ยคง เทือกเขาฮ่วนคง สำนักซวีเฉิงที่เคยแข็งแกร่งที่สุด...”
หลังจากที่เนี่ยเทียนค่อยๆ ย่อยข้อมูลที่หลีเหย่เล่าให้ฟัง เขาก็พึมพำอยู่กับตัวเอง ยิ่งมีความสนใจในอาณาจักรที่สิบซึ่งถูกตัดรายชื่อออกจากดินแดนดาวตกยิ่งกว่าเดิม
-----
