“เพคะ” ิจิ่วรับคำสั่งแล้วออกไป
เสี่ยวอวี่กับหนิงหยวนมองตากัน “เช่นนั้นพวกเราล่ะ พวกเราสามารถทำอะไรได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ตอนนี้พวกเขาสองคนร้อนใจมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าแค่พวกเขานั้นจะไปมีประโยชน์อะไร ถึงแม้ซูิเยว่จะรับคนสนิทเข้ามา แต่พวกเขาก็ไม่มีกำลังคน อยากจะทำอะไรก็มีแค่ใจ แต่ไร้กำลัง
“พวกเ้าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น หากทางด้านซูโม่มีการเคลื่อนไหวอะไรก็มาบอกข้าทันทีก็พอ”
เมื่อมีคำสัญญาของจี๋โม่หาน ทั้งสองก็วางใจลงเล็กน้อย
เสี่ยวอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจบอกเื่ที่คนของฮองเฮามาหาซูิเยว่เพื่อขอความช่วยเหลือกับจี๋โม่หาน
“องค์ชายสาม ยังมีอีกเื่หนึ่งเพคะ ก่อนหน้านี้คุณหนูไม่ให้พวกเราบอกท่าน”
จี๋โม่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย “เื่อะไร?”
“คนสนิทข้างกายของฮองเฮาเวินเยว่มาขอร้องให้คุณหนูช่วยเหลือฮองเฮา เดิมทีคุณหนูไม่อยากรับปาก แต่ว่าคนคนนั้นบอกว่าฮองเฮารู้เื่ที่ท่านแม่ของคุณหนูไม่ได้ป่วยตาย แต่มีเงื่อนงำซ่อนอยู่เพคะ ถ้าคุณหนูรับปากว่าจะช่วยฮองเฮาเหนียงเหนียง ฮองเฮาก็จะบอกความจริงกับคุณหนู คุณหนูจึงรับปากไป อีกทั้งคนสนิทคนนั้นบอกว่า ตอนที่คุณหนูถูกหลันจาวอี้เชิญเข้าวังครั้งก่อนแล้วสั่งให้หม่อมฉันมาขอความช่วยเหลือจากท่าน แต่ตอนที่รออยู่นอกวังคนของฮองเฮาก็เห็นเข้า อีกทั้งผู้หญิงคนนั้นยังบอกคุณหนูว่า คุณหนูช่วยฮองเฮาไม่ได้ แต่ว่าท่านช่วยได้เพคะ”
เสี่ยวอวี่พูดจบก็มองสีหน้าของจี๋โม่หานแล้วพูดต่อ “แต่คุณหนูบอกว่านี่เป็เื่ส่วนตัวของนาง นางอยากจะรู้ความจริง ดังนั้นไม่อยากจะรบกวนองค์ชายสาม ทั้งยังกำชับไม่ให้พวกเราบอกท่านเพคะ”
จี๋โม่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร ต่อมาก็เอ่ยถามเสียงเย็น “ตอนนี้คนคนนั้นอยู่ที่ไหน?”
“คุณหนูให้นางอยู่ในจวนเพคะ ตอนนี้อยู่ในเรือนของคุณหนู”
“หลิงชวน ไปพาคนคนนั้นมาหาข้า”
“กระหม่อมไปเองพ่ะย่ะค่ะ” หลิงชวนยังไม่ได้พูดอะไร หนิงหยวนก็รับคำมาก่อน
หนิงหยวนพูดจบก็ออกไปทันที
หลายคนรออยู่ในห้อง เวลาที่ผ่านไปแต่ละวินาที ยิ่งนานเท่าไร ซูิเยว่ก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
เพียงครู่เดียวหนิงหยวนก็พาหญิงชราคนนั้นเข้ามา
หญิงชราเห็นจี๋โม่หานก็ไม่ได้ใ นางขึ้นมาทำความเคารพอย่างใจเย็น “หนูปีถวายบังคมเพคะองค์ชายสาม”
“เ้าคือคนของเวินเยว่?”
“เพคะ ข้าคือสาวใช้ที่มาพร้อมกับฮองเฮาเหนียงเหนียงตอนแต่งงาน คอยทำงานให้เหนียงเหนียงอย่างลับๆ มาโดยตลอด”
“เหนียงเหนียงของเ้าบอกว่าเปิ่นหวังช่วยนางได้?”
“เพคะ” หญิงชราไม่ได้ปฏิเสธและเอ่ยตามความจริง “เหนียงเหนียงบอกว่าตอนนี้มีแค่องค์ชายสามที่ช่วยนางได้เพคะ”
“เหตุใดถึงมั่นใจว่าเปิ่นหวังจะช่วยนางได้?” จี๋โม่หานหัวเราะเสียงเย็น
“เพราะว่า.....” หญิงชรามองหน้าของจี๋โม่หานแล้วสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเอ่ย “เพราะว่าท่านเป็พี่น้องที่ดีที่สุดของซีฉู่หวาง ท่านติดหนี้ชีวิตซีฉู่หวาง ดังนั้นท่านจะต้องช่วยชีวิตเหนียงเหนียงแน่นอน”
หลิงชวนมองไปทางหญิงชราคนนั้นแล้วขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจ
มือที่วางอยู่บนที่วางมือของจี๋โม่หานแข็งทื่อ เขาเม้มปากไม่พูดอะไร
หญิงชราก็พลันคุกเข่าลงกับพื้น “องค์ชายสามอย่าได้ทรงกริ้วเลยเพคะ ที่จริงหนูปีก็ไม่อยากจะพูดเื่พวกนี้ เหนียงเหนียงเองก็ไม่ได้จะมาข่มขู่ท่าน หนูปีแค่อยากให้องค์ชายช่วยชีวิตเหนียงเหนียง ตอนนี้สกุลเวินตกต่ำ ชินอ๋องคนอื่นๆ ก็ต่างรับตำแหน่งอยู่ค่อนข้างไกล ตอนนี้มีแค่ท่านที่สามารถช่วยเหนียงเหนียงของเราได้”
จี๋โม่หานเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยกมือขึ้น “ลุกขึ้นเถิด เื่นี้เปิ่นหวังจะพิจารณาเอง”
ถึงแม้จะไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ หญิงชราจึงรู้ว่าเขารับปากแล้ว “ขอบพระทัยเพคะองค์ชายสาม”
หลิงชวนขมวดคิ้ว ใบหน้าปรากฏโทสะออกมาอย่างชัดเจน ั้แ่ที่หญิงชราเริ่มพูดคำนั้นออกมา ในใจเขาก็มีโทสะจุกอยู่เต็มอก
ตอนนี้เขาจึงไม่สนใจสถานการณ์และพูดออกมาตรงๆ “เพราะอะไรหรือองค์ชาย? ตอนนี้เื่ที่สำคัญที่สุดก็คือช่วยคุณหนูซูออกมา เื่นี้พวกเราไม่จำเป็ต้องทำ การตายของซีฉู่หวางก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับท่าน ท่านไม่จำเป็ต้องเอามาไว้กับตัวนี่พ่ะย่ะค่ะ”
“พอแล้วหลิงชวน” จี๋โม่หานเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่พอใจกับคำพูดของหลิงชวนอย่างชัดเจน “ไม่ต้องพูดถึงเื่นี้อีกแล้ว”
ขอบตาหลิงชวนแดง มือกำหมัดแน่นและก้มหน้าลง
ภายในห้องไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายหนิงหยวนก็ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน “องค์ชายสาม เช่นนั้นพวกเราขอทูลลากลับก่อนพ่ะย่ะค่ะ หากมีอะไรที่ใช้งานพวกเราได้ ท่านก็รีบบอกมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ ได้โปรดช่วยคุณหนูออกมาให้ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม” จี๋โม่หานพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นพวกหนิงหยวนก็ออกไป ภายในห้องจึงเหลือแค่สามคน
หลิงชวนหายใจเข้าลึกๆ สงบอารมณ์ของตัวเองก่อนจะกล่าว “ขอประทานอภัยองค์ชายสาม เป็กระหม่อมที่ล้ำเส้น ตอนนี้พวกเราจะทำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เวินเยว่วางยาฮ่องเต้ ความผิดนี้ปะาเก้าชั่วโคตรก็ยังไม่พอ ยิ่งฮ่องเต้เป็คนที่มีความคิดลึกล้ำด้วยแล้ว ข้างกายไม่มีทางเก็บคนที่คุกคามเขาเอาไว้แน่นอน
มือของจี๋โม่หานที่วางอยู่ตรงที่วางมือเคาะเบาๆ ไม่ได้ตอบคำถามหลิงชวน แต่กลับถามสตรีคนนั้น “ตอนนี้สถานการณ์ของฮองเฮาเป็อย่างไรบ้าง?”
สตรีคนนั้นมีสีหน้ากังวลแล้วส่ายหน้า “หม่อมฉันเองก็ไม่รู้เพคะ ตอนที่หม่อมฉันแอบออกมา นางกำนัลที่อยู่ข้างกายเหนียงเหนียงก็ถูกขังหมดแล้ว โชคดีที่ตอนนั้นหลังจากวางยาเสร็จแล้วก็ทำลายหลักฐานทิ้งไปหมด ตอนนี้ฝ่าาจึงหาหลักฐานไม่พบ เขาเองก็ไม่กล้าจัดการเหนียงเหนียงของเรา เหล่าขุนนางพวกนั้นก็ร่วมมือกันเข้าประชุมทุกวัน ขอให้ตรวจสอบเื่นี้อย่างชัดเจน คงจะยืดเวลาไปได้สักระยะเพคะ”
หลิงชวนขมวดคิ้วก่อนพูดแทรกขึ้นมา “องค์ชาย เื่ของฮองเฮานั้นยืดเวลาออกไปได้สักระยะหนึ่ง แต่ทางด้านคุณหนูนั้นไม่อาจรอได้แล้ว คุกเป็สถานที่แบบไหน ฮ่องเต้นั่นจะต้องไม่ยอมปล่อยคุณหนูไปง่ายๆ แน่ กระหม่อมคิดว่าตอนนี้ควรจะแก้ไขเื่ของคุณหนูก่อน”
จู่ๆ จี๋โม่หานก็จะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเื่ของเวินเยว่จึงทำให้เขาไม่พอใจอยู่เล็กน้อย จากที่ใกล้ชิดกันมาได้สักระยะหนึ่ง พวกเขาได้ยกให้ซูิเยว่เป็พระชายาในอนาคตไปเรียบร้อยแล้ว
จี๋โม่หานเม้มปากแล้วยกมือขึ้นมาลูบอกของตัวเอง ตรงนั้นมีสร้อยที่ซูิเยว่ให้เขา ไม่มีใครอยากจะช่วยซูิเยว่เท่าเขาอีกแล้ว และไม่มีใครรักซูิเยว่ได้มากกว่าเขาแล้ว
แต่ก่อนเขารู้แค่ว่าสาวน้อยที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาในชีวิต ได้นำแสงสว่างมาในชีวิตของเขา
เขาเริ่มชอบนาง รักนาง พบความไม่เหมือนใครของนาง แต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองรักนางมากแค่ไหน จนกระทั่งวันนี้ตอนที่เห็นว่านางเจอปัญหา เขาถึงได้รู้ตัวว่านางเข้ามาหลอมรวมในเืเนื้อของเขาแล้ว นางคือชีวิตของเขา
จี๋โม่หานถอนหายใจออกมาเล็กน้อยจนยากจะััได้ เขารู้ถึงความหมายที่หลิงชวนสื่อ ตอนนี้เื่ของซูิเยว่จะต้องเป็อันดับแรก การที่เขารับปากว่าจะช่วยเวินเยว่ เขาเองก็มีแผนของเขา
“เื่นี้ข้าจะพิจารณาด้วยตัวเอง ถึงแม้ตอนนี้พวกเราจะหาหลักฐานที่เวิ่นจงเฉิงใส่ร้ายคุณหนูได้ ถึงตอนนั้นเวิ่นจี๋หยางก็คงลงโทษเขาไม่หนักอยู่ดี หากเวิ่นจงเฉิงยังไม่ถูกกำจัด เขาก็จะลงมืออีก นอกเสียจากว่ามันจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของฮ่องเต้ ไม่เช่นนั้นเวิ่นจงเฉิงก็คงอยู่อย่างไม่กลัวอะไร”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ?”