เล่มที่ 5 บทที่ 121 มนต์อัสนีอู่หยิน
ในฐานะศิษย์สายตรงลำดับหนึ่งของสำนักเชียนซาน อีกทั้งยังมีชื่อเสียงั้แ่วัยเยาว์ ต่อให้สำนักเชียนซานจะเทียบสำนักกระบี่หลีซานไม่ได้ หวังจิ่งก็ไม่อาจยอมให้ใครมาดูแคลนสำนักของตนได้
“ไปเรียกศิษย์น้องจ้าวมา”
ไม่นานก็มีชายหนุ่มที่อายุน้อยเดินเข้ามาในห้อง
“คารวะศิษย์พี่หวัง”
“เ้าเห็นเคราะห์อัสนีที่หุบเขาเสินมู่หรือไม่?”
“เห็น” ผู้มาใหม่ยิ้มเยาะอย่างดูแคลน
“คงจะเป็ศิษย์สำนักกระบี่หลีซานสินะ สงสัยจะว่างมาก เลยมาเที่ยวเล่นที่หุบเขาเสินมู่…”
“ได้ยินมาว่าเ้ามีมนต์อัสนีอู่หยินที่เป็อาวุธหยางฝูที่มีมนต์สะกดสามสิบห้าสาย ดูเหมือนมันจะแฝงตัวอยู่ท่ามกลางเหล่าสายอัสนีได้ คงจะโดดเด่นเื่การลอบสังหารสินะ…”
“หมายความว่า…” เด็กหนุ่มถามต่อพลางประเมินท่าทีของคนตรงหน้าไปด้วย
“หึหึ ข้าไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น” หวังจิ่งหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะชี้ไปทางหุบเขาเสินมู่
“แต่ในเมื่อสำนักกระบี่หลีซานเก่งกาจถึงขนาดต้านอัสนีได้หกสายรวด ก็คงจะสามารถรับของกำนัลเล็กๆน้อยนี้ได้เช่นกัน…”
“ฮ่าๆ ถูกต้อง ข้าจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้”
ปกติศิษย์น้องจ้าวผู้นี้ก็ถูกสำนักกระบี่หลีซานกดข่มมาก็ไม่น้อย พอได้ยินข้อเสนอของหวังจิ่งก็เข้าใจเจตนาขึ้นมาทันที หลังออกจากสำนักเชียนซาน เขาก็มุ่งตรงไปที่หุบเขาเสินมู่ทันที ก่อนจะหยุดอยู่บริเวณจุดที่ห่างจากเคราะห์อัสนีประมาณร้อยลี้ แล้วหยิบบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายหมอกควันดำที่มีสายอัสนีสว่างวาบเป็ครั้งคราวออกมา หลังจากโคจรพลังปราณใส่ สายอัสนีท่ามกลางหมอกควันดำก็กลายเป็อักขระตัวหนึ่งที่กำลังแปรเปลี่ยนไปมา
“หวังว่าศิษย์พี่สำนักกระบี่หลีซานจะสนุกกับเคราะห์อัสนีครั้งนี้นะ!” เมื่อพูดจบ อักขระในมือก็พุ่งตรงออกไปนับร้อยลี้ ก่อนจะสลายรวมเข้ากับสายอัสนีมากมายบนฟ้า…
ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน เขาบังเอิญได้รับมนต์อัสนีอู่หยินมาจากอสุรกายขั้นกุ่ยเจี้ยงตนหนึ่ง เ้าอสุรกายเองก็ไม่รู้ว่าอาวุธชิ้นนี้ที่มาที่ไปอย่างไร แต่ในฐานะที่เป็เผ่าอสูรแต่กลับเรียกใช้พลังอัสนีได้ จึงทำให้เขาสงสัยไม่น้อย แถมตอนประมือกันยังเกือบเอาตัวไม่รอด ทว่าโชคดีที่ตอนท้ายสามารถสังหารมันและ่ชิงอาวุธหยางฝูที่มีมนต์สะกดสามสิบห้าสายนี้มาได้
หลังจากที่ผ่านการหล่อเลี้ยงมาสักพัก มนต์อัสนีอู่หยินก็มีพลังรุนแรงขึ้น ต่อให้แฝงมันเข้ากับสายอัสนีที่เกิดโดยธรรมชาติก็ย่อมไม่มีใครรู้ นอกจากนี้สายอัสนีที่เกิดจากมนต์อัสนีอู่หยินนี้ยังสามารถทำลายรากฐานของคนอื่นได้อีกด้วย หากไม่ระวังละก็ ต่อให้เป็ผู้บำเพ็ญชั้นสูงก็อาจจะพลาดท่าได้เช่นกัน…
และก็เป็ไปตามคาด หลังจากผสมมนต์อัสนีอู่หยินเข้าไป ศิษย์สำนักเทียนหลีที่กำลังผ่าเคราะห์อัสนีก็ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด บัดนี้กำลังพุ่งทะยานขึ้นต้านอัสนีสายที่เจ็ดพร้อมกับกระบี่ไฟในมือ การรับมือครั้งนี้แม้แต่ศิษย์น้องจ้าวที่แอบดูอยู่ ยังอดที่จะตะลึงไม่ได้
ถึงขนาดสะบั้นเคราะห์อัสนีสายที่เจ็ดเลยทีเดียว
สมแล้วที่เป็สำนักบำเพ็ญกระบี่อันดับหนึ่งของเป่ยจิ้ง
แม้จะเพิ่งบรรลุขั้นมิ่งหุนแท้ๆ แต่กลับมีจิตใจกล้าหาญเช่นนี้
เคราะห์อัสนีขั้นมิ่งหุนมีทั้งหมดเก้าสาย แค่ต้านได้หกสายจากทั้งหมดก็ถือว่าไม่เลวแล้ว บัดนี้คิดจะต้านอัสนีสายที่เจ็ดอีก แค่นี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมกว่าศิษย์สำนักเชียนซานมากแล้ว ต่อให้เป็หวังจิ่งที่เป็ศิษย์สายตรงลำดับหนึ่งในตอนที่ผ่าเคราะห์อัสนีขั้นมิ่งหุน ก็ยังทำไม่ได้เช่นนี้…
ขณะที่ศิษย์น้องจ้าวกำลังถอดถอนใจ จู่ๆก็รู้สึกถึงความผิดปกติขึ้นมา
ชั่วขณะที่อัสนีสายที่เจ็ดฟาดลงมา ศิษย์สำนักกระบี่หลีซานผู้นั้นกลับเบี่ยงตัวหลบไปอย่างเฉียดฉิว…
แต่มีหรือที่จะหลบเคราะห์อัสนีไปได้ง่ายๆ
ชั่วขณะที่เบี่ยงตัวหลบนั้น สายอัสนีที่เฉียดผ่านก็หมุนตัวไล่ตามหลังมาติดๆ…
“ไหน ดูสิ ว่าจะรับมืออย่างไรต่อ!”
ศิษย์น้องจ้าวเห็นดังนั้นก็รู้สึกใพร้อมกับดีใจไปพร้อมกัน
เดิมทีอัสนีสามสายสุดท้ายจะทยอยฟาดลงมา แต่ครั้งนี้อีกฝ่ายดันเล่นตุกติก ทำให้เคราะห์อัสนีเกิดการเปลี่ยนแปลง
และตอนนี้…
เบื้องหน้าของเขามีสายอัสนีที่แปดกำลังจะฟาดลงมา ด้านหลังก็มีสายอัสนีที่เจ็ดไล่ตามมาติดๆ ศิษย์ผู้นั้นโดนขนาบทั้งหน้าและหลังเช่นนี้ หากไม่ระวังให้ดีละก็ มีหวังกายเนื้อจะต้องแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีแน่
“บัดซบนัก ยังจะกล้าสู้ต่ออีกหรือ!” ศิษย์น้องจ้าวที่กำลังรับชมการต่อสู้อย่างออกรส ก็อุทานเสียงหลงขึ้นมาด้วยความใ
เพราะเสี้ยววินาทีที่ศิษย์สำนักกระบี่หลีซานเข้าต้านเคราะห์อัสนีสายที่แปด จู่ๆเ้าตัวก็เอี้ยวตัวหลบอีกครั้งอย่างที่เคยทำ…
“นี่… หมายความว่าอย่างไร?” ศิษย์น้องจ้าวตกตะลึงจนพูดออกมาไม่เป็ภาษา
หรือว่าคนผู้นี้คิดจะหลบเคราะห์อัสนีทั้งสามสาย?
‘บ้าน่า…’
ศิษย์น้องจ้าวจ้องมองภาพเบื้องหน้าจนตาเบิกโพลง
‘สำนักกระบี่หลีซานมีคนที่โง่เง่าขนาดนี้อยู่ด้วยหรือเนี่ย?’
‘หากเคราะห์อัสนีถูกสลัดทิ้งง่ายๆเช่นนี้ แล้วยังจะเรียกเป็เคราะห์อัสนีขั้นมิ่งหุนได้อีกหรือ?’
นี่ถือว่าเป็ทัณฑ์แห่ง์เชียวนะ!
‘ทัณฑ์์น่ะ เข้าใจไหม?’
ศิษย์น้องจ้าวตะลึงจนตาค้าง บัดนี้เคราะห์อัสนีสายที่เจ็ดและแปดได้ผสานรวมกัน จากเดิมที่เป็สายอัสนีหนาประมาณไม่กี่ฉื่อ ทันทีทันใดก็กลายเป็สายอัสนีหนากว่าสิบจ้าง รูปร่างราวกับัอัสนีั์ก็ได้ และตอนนี้เองมันก็กำลังไล่ตามมาติดๆแล้ว…
และในขณะเดียวกัน…
เคราะห์อัสนีสายที่เก้าก็มาถึง
พลังของอัสนีสายนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด และมันก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว ชั่วขณะนั้นก็เกิดลมกระโชกแรงตามมาอีกด้วย สายอัสนีก็สว่างวาบไม่หยุด ราวกันเป็พายุลูกมหึมา แม้แต่ศิษย์น้องจ้าวที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยลี้ ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลอันน่ากลัว…
“ตายแน่…” ศิษย์น้องจ้าวคิดว่าสุดท้ายก็ไม่จำเป็ต้องส่งมนต์อัสนีอู่หยินเพิ่มเลยสักนิด เพราะต่อให้เป็ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเชียนซานที่แข็งแกร่งที่สุดก็ตาม หากต้องรับมือกับอัสนีสามสายสุดท้ายที่รวมกันเช่นนั้น ก็ไม่สามารถรับประกันว่าจะรอดชีวิตออกมาได้…
ทว่า…
ศิษย์สำนักกระบี่หลีซานคนนี้ก็หยุดการกระทำทุกอย่างลง
ไม่ผิดแน่…
ทั้งที่ด้านหลังมีัอัสนีตัวั์ รวมถึงด้านหน้าก็มีพายุอัสนีที่โหมรุนแรง
‘กลับหยุดทั้งที่หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้เนี่ยนะ!’
ศิษย์น้องจ้าวแทบไม่อยากจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง…
“หนีไปเร็ว เดี๋ยวก็ได้ตายหรอก!” ่เวลาแห่งความเป็ความตาย ศิษย์น้องจ้าวลืมแม้กระทั่งจุดที่ตนเองยืนอยู่ในตอนนี้ เขารีบะโเสียงดังออกไป แม้จะห่างกันนับร้อยลี้ก็ตาม
น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน
หรือบางที…
อาจจะได้ยินแต่ทำเป็ไม่สนใจมากกว่า
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
