เมื่อเห็นราชันหั่วยวินเยาแสยะยิ้ม ซูเฟยหยิ่งก็รู้ทันทีว่าผิดปกติแล้ว ใบหน้าอันงดงามปรากฏความตึงเครียดขณะเหลือบมองเย่เฟิง
เย่เฟิงเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติเช่นกันและเตรียมวิ่งออกจากตำหนักศิลาไปด้านนอกทันที แต่น่าเสียดายที่สายไปแล้ว
วิชาเซียนัเพลิงถล่มโลกา!
ราชันหั่วยวินเยาโคจรวิชาเซียนสะสมไว้เป็เวลานาน ในที่สุดก็ปลดปล่อยมันออกมา แม้ถูกพันธนาการด้วยผนึกเจ็ดดวงดาวภายในร่าง แต่เขาก็เตรียมการมานานพอที่จะปลดปล่อยวิชาเซียนได้
เพลิงัพ่นออกไปอย่างรุนแรง โค้งไปยังเย่เฟิงที่กำลังวิ่งออกจากตำหนักศิลา ไม่ใช่เพียงเย่เฟิงเท่านั้น แม้กระทั่งซูเฟยหยิ่งก็ยับยั้งไม่ทัน
“รุนแรงมาก!”
ใจเย่เฟิงสั่นสะท้าน รู้สึกว่าเพลิงัของศัตรูคว้าตัวของเขาเอาไว้โดยไม่แม้แต่จะต้านทานมันได้ ระดับพลังบ่มเพาะยี่สิบปีและหนึ่งร้อยปีมีช่องว่างขนาดใหญ่เกินไป
“เข้าไปซะ!”
ราชันหั่วยวินเยาคว้าเย่เฟิงกลับมา มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มชั่วร้าย ก่อนเหวี่ยงเขาไปยังลำแสงเคลื่อนย้ายทันที
ด้วยระดับพลังบ่มเพาะของเย่เฟิงแน่นอนว่าไม่อาจต่อต้านได้ ภายในใจรู้สึกหวาดหวั่น ราชันหั่วยวินเยาช่างเ้าเล่ห์นัก แม้กระทั่งซูเฟยหยิ่งก็ยังไม่อาจััว่ามันลอบเตรียมพร้อมวิชาเซียน
“เย่เฟิง!”
ซูเฟยหยิ่งมองเย่เฟิงถูกโยนเจข้าไปในลำแสงเคลื่อนย้าย จากนั้นกระตุกเส้นไหมเงาหิมะที่เอวทันที ้าดึงร่างลูกศิษย์กลับมา แต่ขณะนั้นร่างเย่เฟิงภายในลำแสงเคลื่อนย้ายค่อยๆ เลือนรางหายไป การเคลื่อนย้ายเริ่มขึ้นแล้ว!
โฉมหน้างดงามเต็มไปด้วยความวิตก ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าตำแหน่งที่เคลื่อนย้ายไปเป็ที่ใด ไม่มีทางรู้เลยว่าขั้นตอนการเคลื่อนย้ายอันตรายหรือไม่ เธอไม่สามารถให้เย่เฟิงเคลื่อนย้ายไปคนเดียวได้ หญิงสาวไม่มีเวลาแม้แต่เหลือบมองราชันหั่วยวินเยา เธอกระทืบเท้า ทรวดทรงอันมีเสน่ห์เหินออกไปข้างหน้า แล้วเข้าไปภายในลำแสงเคลื่อนย้ายทันที
เธอจะต้องติดตามเย่เฟิงไป ไม่สามารถปล่อยให้ลูกศิษย์เผชิญหน้าอันตรายเพียงลำพังได้!
เหตุการณ์นี้เป็ไปตามความคาดหวังของราชันหั่วยวินเยา เมื่อเห็นซูเฟยหยิ่งเหินเข้าไปในลำแสงเคลื่อนย้าย ราชันหั่วยวินเยาพลันยิ้มอย่างเป็สุข สาวน้อยคนนี้น่ะหรือจะเทียบชั้นกลอุบายของเขาได้ หากซูเฟยหยิ่งไม่สนใจเย่เฟิง แต่กลับไล่ล่าราชันหั่วยวินเยาแทน ย่อมสามารถจับกุมและถึงขั้นสังหารเขาได้เลย แต่เธอเป็ห่วงเย่เฟิงอย่างยิ่ง ติดตามลูกศิษย์ไปโดยไม่ยอมล่าช้าแม้แต่น้อย
ระหว่างลำแสงเคลื่อนย้าย ร่างของเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งค่อยๆ สลายไป หายไปทีละนิดจนมองไม่เห็น พวกเขาถูกเคลื่อนย้ายไปโลกใบอื่นแล้ว
“ในที่สุดก็จัดการได้แล้ว”
ราชันหั่วยวินเยาหัวเราะร่า ทั้งร่างพลันเหยียดขยายออก กลายเป็สูงเกือบสี่เมตรพร้อมกับชุดเกราะเพลิง ยืนอยู่ห่างออกไปสิบเมตรจากลำแสงเคลื่อนย้าย ั์ตาปรากฏความสับสน
จะเข้าไปดีไหม?
หลังจากใคร่ครวญชั่วขณะ ในที่สุดก็ส่ายหัว หากตามไปจะต้องถูกซูเฟยหยิ่งสังหารแน่นอน บางทีอยู่บนโลกนี้ก่อนจะดีที่สุด ค่อยๆ ฟื้นฟูความแข็งแกร่งและเมื่อความแข็งแกร่งกลับคืนมาค่อยเข้าไปก็ได้ ตอนนี้ซูเฟยหยิ่งไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าเขากลายเป็าาของโลกนี้หรอกเหรอ
น่าเสียดายขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้นอยู่ พลันตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติภายในร่าง ไม่แม้แต่จะมีเวลาตอบสนอง พลังของผนึกเจ็ดดวงดาวภายในร่างพลันปะทุขึ้น ผนึกเจ็ดดวงดาวที่ซูเฟยหยิ่งส่งเข้ามากลับะเิอย่างไม่คาดคิด!
สีหน้าของราชันหั่วยวินเยาบิดเบี้ยว พลังะเิภายในร่างของเขา เขาไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยงได้
“อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของเขาดังลั่นหลายครั้ง จุดชีพจรภายในร่างเสียหายรุนแรง โชคดีที่่เวลาวิกฤตเขาโคจรพลังชี่ป้องกันจุดตันเถียนและจุดก่อกำเนิดทัน มิเช่นนั้นพลังบ่มเพาะหนึ่งร้อยปีของเขาคงถูกทำลายไปในพริบตา
อาการาเ็ครั้งแรกเกิดขึ้นขณะสู้กับซูเฟยหยิ่งในโลกเทวะก่อนมาโลกนี้ เขาถูกซูเฟยหยิ่งทำลายจุดก่อกำเนิด เวลานี้ประสบกับการะเิของวิชาผนึกเจ็ดดวงดาว ความแข็งแกร่งของราชันหั่วยวินเยาลดลงเรื่อยๆ ความแข็งแกร่งไม่สามารถเทียบได้กับตอนปกติแม้แต่นิดเดียว
“บัดซบ!”
ราชันหั่วยวินเยาด่ากราดด้วยความเ็ป ร่างสูงเกือบสี่เมตรพลันหดเล็กลงจนกลายเป็ความสูงเท่าคนธรรมดา
สภาพปัจจุบันของเขายังคงมีภาพลักษณ์ของราชันหั่วยวินเยาก่อนที่เหล่าจอมยุทธ์จะโชคดีมาพบ ดังนั้นเขาจำเป็ต้องหาหนทางอยู่รอดบนโลกนี้ ทางที่ดีควรหาแหล่งทรัพยากรให้มากเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรมาใช้ฟื้นฟู ตราบเท่าที่ฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาได้ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา และตัวเลือกที่ดีที่สุดก็คือการสวมรอยเป็เย่เฟิง
รูปร่างของราชันหั่วยวินเยาค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็รูปร่างเย่เฟิง แต่ความแข็งแกร่งก็ลดลงด้วยเช่นกัน ปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งเย่เฟิงก็สามารถสังหารเขาได้อย่างสบาย มิเช่นนั้นราชันหั่วยวินเยาคงไม่จำเป็ต้องแปลงร่างเป็มนุษย์
“เ้าเด็กน้อยคนนี้มีอิทธิพลไม่น้อย สามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่”
ราชันหั่วยวินเยาคิดชั่วร้าย อย่างไรก็ตามซูเฟยหยิ่งและเย่เฟิงถูกเคลื่อนย้ายไปโลกอื่นแล้ว ผีสางที่ไหนจะรู้ว่าพวกนั้นจะกลับมาเมื่อไร เขาต้องเร่งฟื้นฟูความแข็งแกร่งขณะที่ซูเฟยหยิ่งไม่อยู่ เมื่อปลอมเป็เย่เฟิงก็จะเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้มากมาย อย่างน้อยความสัมพันธ์ระหว่างเย่เฟิงและหน่วย NSA ก็ค่อนข้างดี
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้ามากมายดังจากทางเดินด้านนอก สีหน้าของราชันหั่วยวินเยาพลันเปลี่ยนไปทันที
“ท่าไม่ดีแล้ว ต้องซ่อนตัวก่อน!”
เขาไม่มีความลังเล ใช้ทักษะล่องหนทันที น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของเขาลดลง จำต้องใช้เวลาถึงสามวินาทีก่อนทั้งร่างจะค่อยๆ เลือนหายไป
ขณะที่ร่างของเขาหายไป กลุ่มคนขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ามาจากโถงทางเดินด้านนอก เป็เหล่าจอมยุทธ์กลุ่มใหญ่
ราชันหั่วยวินเยาย่อมไม่รู้ว่าเหล่าจอมยุทธ์เป็ผู้มีอิทธิพลกลุ่มใด รู้เพียงว่าเป็กลุ่มคนน่ารังเกียจ ถ้าราชันหั่วยวินเยาปัจจุบันนี้ถูกอีกฝ่ายค้นพบ จะต้องตายโดยไร้ที่กลบฝังแน่นอน ภายในกลุ่มคนพวกนี้มีหลายคนที่มีระดับวรยุทธ์ถึงหนึ่งร้อยปี!
“นั่นคืออะไรกัน?”
เหล่าจอมยุทธ์ที่พุ่งเข้ามาไม่พบตัวราชันหั่วยวินเยาที่ล่องหนอยู่ พวกเขามองแต่จุดวาร์ปที่กำลังทำงาน ลำแสงสีขาวสว่างจ้าจนดวงตาทุกคนมืดบอด คนพวกนี้แทบไม่อยากจะเชื่อ
ลำแสงนี้คืออะไรกัน?
ใครบางคนหยิบปิ่นปักผมจากกระเป๋าเขวี้ยงไปยังลำแสงสีขาว หลังจากปิ่นปักผมเข้าไปในลำแสงสีขาว ก็สลายเป็ฝุ่นผงก่อนเลือนรางหายไป สิ่งนี้ทำให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างงุนงง ไม่ใช่ว่าไล่ตามเย่เฟิงและเทพธิดาทะเลตะวันออกมาหรือ ทำไมถึงพบกับสิ่งของประหลาดนี้ได้?
พวกเขารู้สึกว่าครั้งนี้จะพบกับของวิเศษเข้าให้แล้ว
ขณะที่พวกเขากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี อยู่ๆ ก็เกิดบางอย่างขึ้น
วิชาเซียนัเพลิงถล่มโลกา!
ขณะที่ผู้คนกำลังตกตะลึง ชายที่ซ่อนตัวอยู่ด้านข้างเป็เวลานาน ท้ายที่สุดก็ใช้วิชาเซียนอย่างไม่มีความลังเลใดๆ
เพลิงัมากมายพุ่งออกไป ด้วยแรงลมจากการะเิทำให้พวกเขากระเด็นเข้าไปในลำแสงเคลื่อนย้าย
“ไอ้สะ…”
ใครบางคนะโสาปแช่ง แต่ไม่สามารถกล่าวได้จบคำ ลำแสงเคลื่อนย้ายก็ส่งร่างเขาไปทันที
เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหมดถูกราชันหั่วยวินเยาส่งเข้าไปในลำแสงเคลื่อนย้าย แล้วถูกส่งไปอีกโลกหนึ่ง! อุปกรณ์วาร์ปใช้พลังงานแสง ลำแสงที่ส่องสว่างค่อยๆ เลือนราง
