“เด็กน้อยพูดจาใหญ่โต ข้าเริ่มปรุงยาั้แ่อายุสิบห้าจนถึงปัจจุบันก็นับเป็เวลาหนึ่งร้อยสองปีแล้ว ทั้งยังปรุงยาระดับห้าให้เชื้อพระวงศ์จักรวรรดิต้าเซี่ย เ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าวเื่ปรุงยาต่อหน้าข้า” นักปรุงยาเจิ้งลูบเคราและกล่าวอย่างภาคภูมิ
ทันทีที่ถังเหล่ยได้ยินว่าอีกฝ่ายคือนักปรุงยาระดับห้า เขาก็หัวเราะในใจ นักปรุงยาเชื้อพระวงศ์แต่ละคนล้วนรู้สึกภูมิใจในการปรุงยาระดับห้า ทันทีที่พวกเขาสามารถปรุงยาระดับห้าขั้นต่ำได้ก็กล่าวว่าเป็ระดับห้าอย่างภาคภูมิแล้ว แม้จะปรุงยาระดับห้าขั้นสูงไม่ได้ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ชาติก่อนถังเหล่ยสามารถปรุงยาระดับหกขั้นสูงได้ก่อนที่เขาจะตาย ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้เริ่มปรุงยาระดับเจ็ดแล้วด้วยซ้ำ นักปรุงยาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาก็คือนักปรุงยาไม่เอาไหนที่รอกินเบี้ยเลี้ยงจากเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
“การปรุงยาไม่ได้ใช้ปากเสียหน่อย ในเมื่อเ้าและข้าต่างก็มั่นใจในตัวเอง เช่นนั้นเรามาพนันกันดีกว่า!” ถังเหล่ยมองนักปรุงเจิ้งที่กำลังโมโหแต่ใบหน้ากลับเผยรอยยิ้ม
“พนันก็พนันสิ เ้าจะเอาอะไรเป็เดิมพัน!” นักปรุงยาเจิ้งตอบรับทันที เมื่อเผชิญหน้ากับคำท้าทายของคนรุ่นเยาว์เขาไม่อาจปฏิเสธได้
“นี่คือหม้อปรุงยาของข้า” ถังเหล่ยลูบแหวนเบาๆ หม้อปรุงยาสีแดงเพลิงใบหนึ่งก็ปรากฏออกมา
“ของเ้าล่ะ?” ถังเหล่ยมองนักปรุงยาเจิ้ง ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้าทาย
ทันทีที่ตี้เชียนเสวี่ยเห็นหม้อปรุงยาในมือถังเหล่ย ในใจก็คิดว่านี้ไม่ใช่หม้อปรุงยาที่นางให้ถังเหล่ยหรอกหรือ เหตุใดตอนนี้กลายเป็ของพนันไปแล้ว!
สีหน้าของตี้เหยียนก็เปลี่ยนไปทันที หม้อปรุงยาใบนี้คล้ายกับหม้อปรุงยาที่อยู่ในโรงประมูลของเขา!
“เหอะของแค่นี้ยังกล้าเอาออกมาโชว์ วันนี้จะให้เ้าได้เห็นว่าอะไรที่เรียกว่าหม้อปรุงยา!”
นักปรุงยาเจิ้งก้าวออกไปด้านหน้า เพื่อเผชิญหน้ากับถังเหล่ยโดยตรง จากนั้นหม้อปรุงยาขนาดใหญ่สีเขียวเข้มใบหนึ่งก็ปรากฏออกมา
หม้อปรุงยาใบนี้ใหญ่กว่าหม้อปรุงยาของถังเหล่ยเท่าตัว รอบหม้อติดศิลาเพลิงิญญาขนาดเท่ากำปั้นเจ็ดเม็ดเอาไว้ และเป็ศิลาเพลิงิญญาระดับสี่ทั้งหมด แม้แต่ตี้เหยียนเองก็ต้องตกตะลึง
“หม้อปรุงยาใบนี้ก็คือ...”
ทันทีที่นักปรุงยาเจิ้งเอาหม้อปรุงยาของตัวเองออกมา ในขณะที่เขากำลังจะอวดสรรพคุณของหม้อปรุงยาเพื่อข่มถังเหล่ยและเพิ่มบารมีให้ตัวเอง ทันใดนั้นถังเหล่ยก็โบกมือตัดบทของเขาทันที
“เื่ไร้สาระไม่จำเป็ต้องกล่าวออกมา หม้อปรุงยาของเ้าถือว่าไม่เลว เ้ากล้าเดิมพันด้วยหม้อปรุงยาของเ้าหรือไม่?” ถังเหล่ยตบหม้อปรุงยาสีแดงเพลิงของตัวเองกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฝันไปเถอะ หม้อปรุงยาของเ้าจะเทียบกับของข้าได้อย่างไร?” นักปรุงยาเจิ้งกล่าวทันที หม้อปรุงยาใบนี้เรียกได้ว่าเป็ดั่งชีวิตของเขา ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์เอาของเขาไป
“เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าเ้าเป็นักปรุงยาของจักรวรรดิต้าเซี่ยที่เก่งกาจไม่ใช่หรือ? เหตุใดตอนนี้เ้ากลับขี้ขลาด หรือเ้ากลัวจะแพ้ข้า?” ถังเหล่ยใช้มือจับหม้อปรุงยาพร้อมแสดงท่าทางเย้ยหยัน
“นักปรุงยาเจิ้ง ข้าอยากให้เ้าสั่งสอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูง เ้าเป็ถึงนักปรุงยาของจักรวรรดิจะปล่อยให้มันดูถูกเ้าอยู่อย่างนี้หรือ?”
ทันทีทีเซี่ยหมางเห็นว่านักปรุงยาเจิ้งเสียดายหม้อปรุงยาจึงกล่าวตำหนิทันที ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาโต้เถียงกันแล้ว เพราะชื่อเสียงของเขาล้วนเกี่ยวข้องกับการแข่งครั้งนี้ แต่นักปรุงยาเจิ้งกลับมัวแต่เสียดายหม้อปรุงยาของตัวเอง
อย่างไรก็ตามนักปรุงยาเจิ้งไม่กล้าล่วงเกินเซี่ยหมางอยู่แล้ว ที่เขาสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งนักปรุงยาของเชื้อพระวงศ์ได้ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากเซี่ยหมางผู้นี้ แม้ว่าตอนนี้ในใจจะไม่ยินยอม แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
“ดี วันนี้ข้าจะให้เ้าได้เห็นความเก่งกาจของนักปรุงยาเชื้อพระวงศ์ของจักรวรรดิต้าเซี่ย ถ้าเ้าแพ้ ข้าไม่เพียง้าหม้อปรุงยาของเ้า แต่ข้ายัง้าชีวิตของเ้าด้วย!” นักปรุงยาเจิ้งกล่าวอย่างโเี้
“ชนะข้าให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน!” ใบหน้าของถังเหล่ยเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
ในขณะนี้สิ่งที่พวกเขากำลังโต้เถียงกันอยู่นั้นทุกคนต่างก็ได้ยินเช่นกัน ในเวลานี้อีกฝ่ายไม่มีทางทำให้จักรวรรดิต้าเซี่ยเสียหน้าได้อีกต่อไป
“ท่านตี้เหยียนเป็พยานให้พวกเราได้หรือไม่?” ถังเหล่ยประสานมือคำนับตี้เหยียนอย่างนอบน้อม
“ข้ายินดีเป็พยานในการแข่งขันในครั้งนี้”
ตี้เหยียนต้องรู้สึกยินดีอยู่แล้ว เพราะการแข่งขันในครั้งนี้เขาไม่ได้มีส่วนเสีย และถือเป็การดีที่เขาจะได้นักปรุงยาที่เก่งที่สุดมาช่วยอีกด้วย ไม่มีเหตุผลที่เขาจะปฏิเสธเื่ดีเช่นนี้
“ถังเหล่ย เ้ามั่นใจหรือไม่?” ตี้เชียนเสวี่ยยืนอยู่ด้านหลังถังเหล่ยกล่าวถามพร้อมกับดึงแขนของถังเหล่ยเบาๆ
แม้ว่าตี้เชียนเสวี่ยเองจะอยากเห็นถังเหล่ยจัดการอีกฝ่ายมากเพียงใด แต่อีกฝ่ายก็เป็ถึงนักปรุงยาเชื้อพระวงศ์ของจักรวรรดิต้าเซี่ย ถังเหล่ยอายุน้อยเพียงนี้จะสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้อย่างไร?
ถังเหล่ยหันหน้ามายิ้มกับตี้เชียนเสวี่ยเพื่อให้นางวางใจ จากนั้นหันกลับไปมองนักปรุงยาเจิ้ง
“จะปรุงยาอะไร ข้าให้เ้าเลือก พวกเรามาแข่งความเร็วในการปรุงยากัน!”
ทันทีที่นักปรุงยาเจิ้งได้ยินคำกล่าวของถังเหล่ย ในใจกลับสูญเสียความมั่นใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องสู้ ถึงแม้นักปรุงยาเจิ้งจะเป็นักปรุงยาระดับห้า ทว่าทักษะการปรุงยาของเขายังคงห่างไกล อัตราความล้มเหลวในการปรุงยาระดับห้าของเขาสูงมาก ถ้าปรุงยาล้มเหลวต่อหน้าทุกคน เช่นนั้นอาจจะเสียหน้าได้เมื่อลองครุ่นคิดดูแล้ว นักปรุงยาเจิ้งจึงเตรียมตัวปรุงยาระดับสี่ อย่างน้อยก็สามารถรับประกันอัตราสำเร็จได้
“เดี๋ยวหาว่าข้ารังแกเด็ก ถ้าปรุงยาระดับห้าเ้าอาจจะไม่เคยเห็นมันมาก่อนด้วยซ้ำ เช่นนั้นข้าขอแข่งปรุงยาระดับสี่กับเ้าก็แล้วกัน!” นักปรุงยาเจิ้งแสดงท่าทีใจกว้าง จากนั้นหยิบหนังสัตว์ม้วนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ
“นี่คือตำรายาระดับสี่ ‘ยาปีศาจคลั่ง’ คิดว่าเ้าคงไม่เคยเห็นมันมาก่อนแน่ วันนี้ข้าจะให้เ้าได้เห็นเป็บุญตา!”
เมื่อถังเหล่ยได้ยินคำว่า ‘ยาปีศาจคลั่ง’ ก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา นักปรุงยาเจิ้งคนนี้กำลังรนหาที่ตายแท้ๆ ยาปีศาจคลั่งคือยาที่ถังเหล่ยคิดค้นขึ้นมา ต่อให้หลับตาเขาก็สามารถปรุงมันออกมาได้
ถังเหล่ยยังคงรับตำรายามาดูเพื่อให้ทุกฝ่ายตายใจ เพราะ้ายังมีตี้เหยียนที่คอยจับตามองอยู่ แค่เขาประลองกับนักปรุงยาระดับห้าของเชื้อพระวงศ์ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสนมากพอแล้ว หากถังเหล่ยปิดตาแล้วปรุงยาออกมาได้สำเร็จจริงๆ ในสายตาของผู้อื่นถังเหล่ยจะกลายเป็ตัวอะไร
ถังเหล่ยรับตำรายามา เขารับรู้ได้ทันทีว่าตำรายาบนนั้นเป็ของจริง เดิมทีนักปรุงยาเจิ้งก็มักจะเอาตำรายาออกมาอวดอยู่แล้ว หากพกตำรายาปลอมติดตัวจะถือว่าเป็การด้อยค่าตัวเอง
“ดี วันนี้นักปรุงยาทั้งสองท่านประลองฝีมือกัน ช่างเป็ภาพที่หายากยิ่งนัก วัตถุดิบในการแข่งขันครั้งนี้ข้าจะเป็ผู้จัดหามาให้เอง” ตี้เหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นถังเหล่ยก็ยื่นตำรายาให้ตี้ม่อที่เดินเข้ามา หลังจากที่ได้รับตำรายาตี้ม่อก็จากไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปจัดเตรียมวัตถุดิบตามตำรายา ด้วยกำลังทรัพย์ของจวนตี้เหยียนวัตถุดิบยาระดับสี่สองสามชุดไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปตี้ม่อก็นำองครักษ์หลายคนมาส่งวัตถุดิบยาปีศาจคลั่งสี่ชุด ดูท่าตี้เหยียนค่อนข้างรอบคอบ เขารู้ว่าการปรุงยาไม่ใช่จะปรุงสำเร็จเสมอไป ดังนั้นจึงเตรียมวัตถุดิบสำรองไว้คนละหนึ่งชุด
“เชิญ!” ถังเหล่ยยื่นมือเชื้อเชิญอีกฝ่าย
วัตถุดิบกับหม้อปรุงยาล้วนจัดเตรียมเสร็จแล้ว ทั้งสองกำลังจะเริ่มปรุงยาต่อหน้าตี้เหยียน แน่นอนว่าเซี่ยหมางไม่สามารถทำอะไรได้
“เชิญ!”
หลังจากนั้นนักปรุงยาเจิ้งจึงตบฝ่ามือไปที่หม้อปรุงยา ทันใดนั้นในหม้อปรุงยาของเขาก็มีเปลวเพลิงสีฟ้าเข้มลุกโชนขึ้นทันที อุณหภูมิภายในห้องโถงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยเผยรอยยิ้มที่มุมปาก
หลังจากนั้นเขาก็ตบฝ่ามือไปที่หม้อปรุงยาของตนเช่นกัน ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีทองก็ลุกโชนขึ้น!
……
