ครั้นคนในตระกูลหวังรู้ว่าหลี่ชิงชิงซื้อมาทำเสื้อและผ้าห่มกันหนาวให้คนทั้งครอบครัว ย่อมทั้งรู้สึกแปลกใจและปลื้มปีติ
“รีบยกของทั้งหมดเข้าไปในห้องชิงชิงเร็วเข้า อย่าเอามาวางในห้องโถงให้สกปรก” หลิวซื่อดีใจจนน้ำเสียงสูงกว่ายามปกติ ลูกสะใภ้ผู้นี้ช่างดีเหลือเกิน เมื่อวานออกเงินสร้างเรือนอิฐให้บ้านสามี วันนี้ยังออกเงินซื้ออาภรณ์ชุดใหม่และผ้าห่มให้บ้านสามีอีก
สามพี่น้องะโโลดเต้นภายใต้สายตาอิจฉาที่มองมาของเด็กๆ หลายคน
หวังเลี่ยงรินน้ำหนึ่งชามให้ชวีอู่ พร้อมขอบคุณที่เขานำสินค้ามาส่ง
ชวีอู่ดื่มน้ำหมดก็เข็นเกวียนส่งสินค้าที่ว่างเปล่าจากไป เมื่อครู่เขาได้สังเกตบ้านตระกูลหวังอย่างละเอียดแล้ว ในใจได้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ‘จนถึงเพียงนี้ เกรงว่าแม้แต่ทำให้ท้องอิ่มร่างกายอบอุ่นก็ยังลำบาก เหตุใดถึงได้ใช้เงินสี่ตำลึงไปกับการซื้อผ้าและฝ้ายกันนะ?’
หลังจากที่ผู้เฒ่าหวังดีใจเสร็จแล้ว ก็เห็นว่าจางซื่อแม่ลูกดีใจลิงโลดยิ่งกว่าเขาเสียอีก เฮ้อ ลูกสะใภ้แท้ๆ ใช้เงินมือเติบ ทั้งยังจิตใจดีขนาดนี้ เงินเหล่านี้ควรเก็บออมเอาไว้ให้หลานชายแท้ๆ ของเขาได้ใช้... ในใจพลันเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
หวังเลี่ยงวิ่งไปปลดทุกข์ที่ห้องสุขาเสร็จ ก็รีบร้อนจะกลับไปรับคนที่ตำบลชิงอวี๋ เขาเดินไปถึงหน้าประตูรั้วแล้ว กลับได้ยินเสียงของผู้เฒ่าหวังดังมาจากด้านหลัง “ข้าจะไปกับเ้าด้วย”
หวังเลี่ยงยิ้มร่าเดินตามหลังผู้เฒ่าหวัง พอเดินไปถึงถนนของหมู่บ้านก็ได้รับสายตาอิจฉาที่ส่งมาจากชาวบ้าน
“ท่านลุงห้า ครอบครัวท่านทำอันใดถึงได้รุ่งเรืองแล้วขอรับ?”
“พี่ห้า ได้ยินว่าครอบครัวท่านซื้อผ้ากับฝ้ายของร้านผ้าในตำบลชิงอวี๋มาหมดเลย ครอบครัวท่านช่างร่ำรวยจริงๆ!”
“ได้ยินหวังเลี่ยงบอกว่าครอบครัวท่านจะสร้างเรือนอิฐหรือ?”
“สวัสดีท่านอาห้า นี่ท่านจะไปที่ใดหรือขอรับ?”
“ท่านลุงห้า ท่านออกจากบ้านจะไปซื้อสิ่งใดอีกเล่า คงมิได้ไปซื้อสัตว์ใหญ่กระมัง?”
“พี่ห้าจะไปซื้อที่ดินอย่างนั้นหรือ?”
ั้แ่บ้านตระกูลหวังจนถึงทางเข้าหมู่บ้านไม่ถึงหนึ่งร้อยจั้ง คนในวงศ์ตระกูลยี่สิบกว่าคนล้วนเข้ามาสนทนา ทักทาย ถามไถ่และสอบถามกับผู้เฒ่าหวัง
หลายปีก่อนผู้เฒ่าหวังล้วนถูกวงศ์ตระกูลมองว่าเป็ตัวซวย ไม่มีผู้ใดกล้าสนทนากับเขา แม้ว่าเขาจะแต่งงานมีบุตรแล้วสามคนจนกลายเป็ท่านปู่ แต่คนในตระกูลก็ยังไม่กล้าสนิทชิดเชื้อกับเขามากนัก
ไหนเลยจะได้รับความนิยมมากอย่างในวันนี้
“ไม่ได้รุ่งเรืองอันใด เหอๆ บุตรชายข้าหวังเฮ่าแต่งได้ภรรยาดี เป็เงินที่ภรรยาหวังเฮ่าหามา”
“ผ้ากับฝ้ายล้วนเป็ภรรยาหวังเฮ่าซื้อ เรือนอิฐก็เป็ภรรยาหวังเฮ่าสร้าง ภรรยาหวังเฮ่าใช้เงินไปหมดแล้ว ไม่ได้ซื้อสัตว์ใหญ่แต่อย่างใด”
“ฮ่าฮ่า ข้ากับยายเฒ่าเพียงเสวยสุขจากหวังเฮ่าสองสามีภรรยาเท่านั้น”
เื่ที่ผู้เฒ่าหวังสามารถพูดได้ เขาก็บอกความจริงอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเื่ที่พูดไม่ได้ ไม่ว่าคนในตระกูลจะถามอย่างไรเขาก็ไม่มีทางเอ่ยปากบอก
ผู้เฒ่าหวังมีชื่อเสียงเื่ความซื่อสัตย์ยิ่งนักในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่คำพูดที่เอ่ยออกมาคนในวงศ์ตระกูลจึงล้วนเชื่อทั้งสิ้น
ยามนี้หลี่ชิงชิงมีชื่อเสียงในหมู่บ้านหวัง และกลายเป็ลูกสะใภ้ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน
หลังจากผู้เฒ่าหวังพ่อลูกเดินออกจากหมู่บ้านไปแล้ว สตรีจากตระกูลหวังในหมู่บ้านก็รวมกลุ่มกันไปแสดงความยินดีกับหลิวซื่อที่บ้านตระกูลหวัง
หลี่ชิงชิงและหวังจวี๋เดินออกมาจากตำบลชิงอวี๋ได้ไม่ถึงหนึ่งลี้ ก็พบเข้ากับผู้เฒ่าหวังพ่อลูกแล้ว
ครั้นผู้เฒ่าหวังได้ยินว่าหลี่ชิงชิงซื้อมีดผ่าฟืนและสิ่งของอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดังออกมาหลายเสียง “ชิงชิง เมื่อคืนข้าเพิ่งเอ่ยกับท่านแม่เ้าว่ามีดผ่าฟืนในบ้านไม่คมแล้ว แม้แต่หั่นเต้าหู้ก็ยังไม่ได้ มาวันนี้เ้าก็ซื้อมีดผ่าฟืนเสียแล้ว”
ผู้เฒ่าหวังมิใช่คนเกียจคร้าน ยามปกติอยู่ว่างๆ ไม่ได้เป็ต้องหางานทำ หลายวันก่อนยังถือมีดผ่าฟืนขึ้นไปตัดฟืนบนเขาอยู่เลย
มีดผ่าฟืนในบ้านเป็สิ่งที่บุรุษใช้ ผู้เฒ่าหวังก็เป็หนึ่งในนั้น
“เต้าหู้” หลี่ชิงชิงได้ยินคำว่าเต้าหู้ พลันรู้สึกอยากกินเป็อย่างยิ่ง ครั้งล่าสุดที่ได้กินก็คือวันที่สองของการแต่งงาน นางจึงเอ่ยขึ้นทันที “เมื่อครู่ข้าน่าจะซื้อเต้าหู้สักชิ้น” นางหยิบเงินห้าเหรียญทองแดงออกมา ให้หวังเลี่ยงวิ่งไปซื้อเต้าหู้หนึ่งชิ้นที่ตำบลชิงอวี๋
หวังเลี่ยงก็อยากกินเต้าหู้เช่นกัน เด็กชายกลัวว่าผู้เฒ่าหวังจะตระหนี่ไม่เห็นด้วย ทันทีที่รับเหรียญทองแดงมาจึงพุ่งตัวราวกับยิงลูกเกาทัณฑ์ ไม่รอให้ผู้เฒ่าหวังได้สติกลับมา เขาก็วิ่งห่างออกไปหลายจั้งแล้ว
ผู้เฒ่าหวังหัวเราะชอบใจแล้วเอ่ยกับหวังจวี๋ว่า “เ้าไปดูพี่ชายเ้าหน่อย อย่าให้เขาถูกคนขายเต้าหู้หลอกเอาได้”
“พี่สี่ของข้าฉลาดหลักแหลมขนาดนั้น จะถูกหลอกได้อย่างไรกัน?” หวังจวี๋พึมพำหนึ่งประโยค ทว่าก็ยังตามไป
ผู้เฒ่าหวังอาสาจะสะพายตะกร้าแบกหลังให้ได้ ปล่อยให้หลี่ชิงชิงยืนตัวเปล่า ทั้งสองคนยืนรออยู่ที่ริมถนนทางการ
ผู้เฒ่าหวังเอ่ยออกมาช้าๆ ว่า “ชิงชิง หวังจื้อมิใช่บุตรแท้ๆ ของข้า หวังเฮ่าต่างหากที่เป็บุตรชายคนโตแท้ๆ ของข้ากับท่านแม่ของเ้า”
หลี่ชิงชิงขานรับเสียงเบา เื่นี้คนที่บ้านเดิมบอกกับนางั้แ่ก่อนที่จะแต่งงานแล้ว
กล่าวว่าหวังเฮ่าต่างหากที่เป็บุตรชายคนโต และจะเป็ผู้สืบทอดบ้านและที่ดินของครอบครัวในภายภาคหน้า ไม่ช้าก็เร็วครอบครัวของหวังจื้อก็ต้องถูกผู้เฒ่าหวังแยกบ้านออกไป
ในตอนนั้นนางคิดว่าตระกูลหวังคงมีฐานะร่ำรวย มีที่นาดีๆ หลายสิบหมู่ อาศัยอยู่ในเรือนอิฐ มีเงินเก็บร้อยเหรียญตำลึงเสียอีก ยังคิดไปอีกว่าหวังเฮ่ากับหวังจื้อมีความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกัน เพราะเื่ทรัพย์สินในตระกูล และเมื่อนางมาอยู่ในตระกูลหวัง ก็จะต้องมองหน้าหวังจื้อสามีภรรยาไม่ติด อะไรทำนองนั้น...
นางไม่ชอบครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนเช่นนี้ และยิ่งเกลียดการต่อสู้ภายในครอบครัว นางจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีหลังจากแต่งเข้าตระกูลหวัง
แต่ผู้ใดจะไปรู้ว่าสภาพที่แท้จริงคือตระกูลหวังมีที่นาเพียงสิบหมู่ อาศัยอยู่ในบ้านหลังคามุงจาก ไม่มีเงินเก็บ เื่เครื่องนุ่งห่มและอาหารก็แทบจะหาทางออกไม่ได้แล้ว ดีกว่าตระกูลหลี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างหวังเฮ่าและหวังจื้อเองก็ดียิ่งนัก
หวังจื้อสามีภรรยาปฏิบัติต่อนางราวกับเป็น้องสาวแท้ๆ
ตระกูลหวังไม่ซับซ้อนเลยสักนิด และไม่มีการต่อสู้ภายในครอบครัวเช่นกัน
ครอบครัวยากจนไม่น่ากลัว ขอเพียงมีใจที่สามัคคีกัน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือดีต่อนาง นางมีมันสมอง จะนำพาครอบครัวให้ร่ำรวยมีชีวิตที่ดีไปด้วยกัน
“เมื่อก่อนข้าปฏิบัติต่อหวังจื้อราวกับบุตรชายแท้ๆ เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ตบแต่งจางซื่อให้เขา หวังจื้อให้กำเนิดหลานสาวสามคน ข้าก็ไม่ได้รังเกียจอันใด” ผู้เฒ่าหวังเรียบเรียงคำพูดในใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ “เพียงแต่หวังจื้อกับจางซื่อมีบุตรตั้งมากมายแล้วยังไม่รู้จักพอ ยังอยากจะมีลูกอีก จะต้องมีบุตรชายสักคนให้ได้ถึงจะหยุด เฮ้อ ข้าไม่อาจเลี้ยงหวังจื้อ แล้วยังต้องเลี้ยงดูบุตรของเขาได้”
ด้านหนึ่งคือพ่อสามี อีกด้านคือพี่ชาย พี่สะใภ้และหลานสาว หลี่ชิงชิงครุ่นคิดในใจครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ข้าเกลียดการให้ความสำคัญกับบุรุษมากกว่าสตรี”
“ใช่ แม่เ้าก็เกลียดการให้ความสำคัญกับบุรุษมากกว่าสตรีเช่นกัน” ผู้เฒ่าหวังส่ายศีรษะ พลางเอ่ยช้าๆ “หวังจื้อจางซื่อไร้ความสามารถ หาเงินไม่ได้ ยังมีลูกมาก ให้คนในบ้านช่วยเลี้ยงลูกแทนพวกเขา”
หลี่ชิงชิงทอดถอนใจเบาๆ หนึ่งเสียง
อย่าว่าแต่แคว้นต้าถังเลย แม้แต่สังคมสมัยใหม่ในชาติก่อน ก็ยังมีคนที่ให้ความสำคัญกับบุรุษมากกว่าสตรีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
สองคิ้วหนาของผู้เฒ่าหวังขมวดติดกัน เอ่ยช้าๆ “หวังจื้อจางซื่อสามีภรรยาสองคนนี้เห็นแก่ตนเกินไป” เอ่ยสำทับอีกว่า “ไหนเลยจะเหมือนหวังเฮ่ากับเ้า หวังเฮ่าไม่เรียนหนังสือ ออกไปทำงานหาเงินเพื่อครอบครัวของพวกเรา ต่อมาก็ไปเป็ทหาร เงินที่หวังเฮ่าหามาได้มากกว่าหวังจื้อหาอยู่มาก เงินที่หวังเฮ่าตบแต่งเ้าก็เป็เงินที่เขาหามาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ข้าและแม่เ้าออกเพียงเงินจัดงานเลี้ยงเท่านั้น”
“หวังเฮ่าเป็คนดี” หลี่ชิงชิงเคยได้ยินหลิวซื่อกับหวังจวี๋พูดถึงเื่ของหวังเฮ่าอยู่หลายครั้ง
หวังเฮ่าเป็คนฉลาด เรียนเก่ง เรียนในสำนักศึกษาอยู่หลายปี ในตอนนั้นที่ครอบครัวต้องใช้เงินแต่งภรรยาให้กับหวังจื้อ หวังเฮ่าเป็ฝ่ายพักการเรียนด้วยตนเอง แล้วไปทำงานในตำบลและอำเภอ
ต่อมาเมืองเซียงมีการเรียกเกณฑ์ทหาร อำเภอให้วงศ์ตระกูลพวกเขาส่งรายชื่อหลายคน วงศ์ตระกูลจึงจัดแจงให้ครอบครัวตระกูลหวังส่งคนไปหนึ่งคน หวังจื้อเป็คนพิการ รายชื่อนี้จึงตกมาที่หวังเฮ่า
หลังจากหวังเฮ่ารับราชการทหารแล้ว เขาไม่ได้อาศัยอยู่กินในบ้าน แต่กลับมอบเงินเดือนทหารทั้งหมดให้หลิวซื่อ หลิวซื่อจึงใช้เงินก้อนนี้มาตบแต่งหลี่ชิงชิงให้หวังเฮ่า
หวังเฮ่าเป็บุตรคนที่สามในบ้าน ้ามีพี่ชายและพี่สาวต่างมารดา ด้านมีน้องชายและน้องสาวแท้ๆ
จะว่าไปแล้ว หวังเฮ่าทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้มากกว่าหวังจื้อ ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับไม่มากเลย
