ณโรงพยาบาล เวลาเจ็ดโมงเช้า
ลู่เป๋าเหยียนตื่นนอนตรงเวลาแต่ไม่ได้ลุกออกจากเตียงในทันที
คงเพราะาแที่ได้รับทำให้เมื่อคืนูเี่อันนอนอย่างเรียบร้อยกว่าปกติเธอยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขาท่าเดิมราวกับลูกแมวขี้เซาพลางใช้มือน้อยกอดเอวเขาเอาไว้
แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาทางหน้าต่างลู่เป๋าเหยียนได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเส้นผมสีดำขลับของคนข้างกายหัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกเติมเต็ม
ที่ผ่านมาการมาของเช้าวันใหม่ไม่เคยมีความหมายพิเศษสำหรับเขา ทุกอย่างไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อวานชีวิตของเขาวนเวียนอยู่แค่ทำงาน อ่านเอกสาร และเข้าประชุม
จนกระทั่งวันนี้แค่มีเธออยู่ในอ้อมกอด เขาก็รู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งกว่าทุกความสำเร็จที่เขาเคยได้รับเสียอีก
ูเี่อันหลับยาวถึงแปดโมงกว่าจึงสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเธอขยับตัวอยู่ในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียน เธอรู้สึกราวกับกำลังนอนอยู่บนที่นอนที่สบายที่สุดในโลกจนอดผ่อนลมหายใจอย่างพึงพอใจไม่ได้
สักพักเธอก็ััได้ถึงลมหายใจอุ่นที่แสนคุ้นเคยจึงรู้ตัวว่าตัวเองกำลังกอดใครบางคนอยู่ และเมื่อเงยหน้าก็เห็นลู่เป๋าเหยียนอย่างที่คาดใบหน้าของเธอจึงร้อนขึ้นมาทันใด
ขณะที่ลู่เป๋าเหยียนทำสีหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ตื่นแล้วเหรอ?”
“นะนาย” ูเี่อันเริ่มพูดติดอ่าง “ทำไมนายยังนอนอยู่อีก?”
ลู่เป๋าเหยียนมองมือของเธอที่กำลังกอดเอวเขา
“เธอทำแบบนี้ฉันจะลุกยังไงล่ะ”
ูเี่อันรีบชักมือกลับทันควันแก้มใสทั้งสองข้างของเธอร้อนยิ่งกว่าเดิมจนเกือบหลุดปากเอ่ยขอโทษเขาออกไป ทว่าคราวนี้เธอจะไม่ยอมซื่อบื่อแบบนั้นอีกแล้ว!
เธอมองลู่เป๋าเหยียนตาใสพลางเอ่ยอย่างมั่นใจ
“โทษฉันไม่ได้นะนายก็รู้ว่านี่ว่าฉันนอนดิ้น เมื่อวานฉันก็บอกให้นายไปนอนอีกห้อง แต่นายไม่ยอมไปเอง”
ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย“เริ่มฉลาดแล้ว”
“เชอะฉันฉลาดอยู่แล้วต่างหาก!” เมื่อก่อนเธอก็แค่ตามเขาไม่ทันเท่านั้นแหละ
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากตอนนั้นเองมือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เมื่อเขากดรับสายเสียงเสิ่นเยว่ชวนก็ดังขึ้น
“คุณผอ.ลู่ครับผมขอเตือนคุณก่อนนะว่า หากรีบลุกออกจากเตียงแล้วมาที่บริษัทตอนนี้ต่อให้สายแต่ก็ยังทันประชุมตอนเก้าโมงครึ่ง ถ้าวันนี้นายเลื่อนการประชุมอีกรอบชื่อเสียงนายคงไม่เหลือแน่ ”
ห้องผู้ป่วยอันเงียบสนิทูเี่อันได้ยินสิ่งที่เสิ่นเยว่ชวนเอ่ยอย่างชัดเจน
ทำไมเสิ่นเยว่ชวนถึงรู้ว่าลู่เป๋าเหยียนยังไม่ลุกออกจากเตียง? ชาติที่แล้วเขาเป็หมอดูงั้นเหรอ? เธอคิดอย่างสงสัยโดยไม่รู้เลยว่าั้แ่ครั้งก่อนที่ลู่เป๋าเหยียนเลื่อนการประชุม ‘ผอ.ลู่ไม่มาทำงานเพราะยังไม่ตื่น’ข่าวลือนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วบริษัท รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เขายังไม่ตื่นก็ด้วย...
ลู่เป๋าเหยียนวางสายอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหันมามองูเี่อัน
“เธอจะตื่นหรือยัง”
“ยัง”ูเี่อันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดคอ โอกาสงามๆที่จะได้นอนตื่นสายแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วให้ตายเธอก็ไม่ลุกง่ายๆหรอก
ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้ว่าอะไรจากนั้นจึงลุกไปล้างหน้าแปรงฟันเมื่อเดินออกจากห้องน้ำ ลู่เป๋าเหยียนก็กลายร่างเป็ผอ.ลู่สุดเนี้ยบดังเดิม
ูเี่อันมองเขาด้วยหัวใจที่เต้นแรง
เมื่อก่อนเจียงเส้าข่ายเคยถามเธอว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆจะต้องใส่กับอะไรถึงจะดูดี
ตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจเื่แฟชั่นมากนักและยังไม่ได้เริ่มรับผิดชอบเื่เสื้อผ้าของซูอี้เฉิงจึงได้แต่ทำหน้ามึนใส่เจียงเส้าข่ายแทนคำตอบ
แต่ตอนนี้เธอรู้คำตอบแล้วสิ่งที่เหมาะกับเสื้อเชิ้ตสีขาวมากที่สุดคือการที่คนใส่มีกล้ามแน่นๆกำลังดีแบบลู่เป๋าเหยียนนี่แหละ!
ไหล่กว้างผึ่งผายรับกับเสื้อเชิ้ตเข้ารูปอวดแนวกล้ามแข็งแกร่งแต่พอดีทำให้คนมองรู้สึกหนักแน่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้
ูเี่อันลอบกลืนน้ำลายใครจะต้านทานไหวล่ะเนี่ย!
ลู่เป๋าเหยียนสวมเสื้อสูทก่อนจะเดินมาหาูเี่อันที่ข้างเตียง
“เธอจะไม่ตื่นมากินข้าวเช้าหน่อยเหรอ”
ูเี่อันพูดไม่ออกเธอมองเขานิ่งพลางส่ายหน้า
ลู่เป๋าเหยียนโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากบนเรียวปากเธอราวกับเป็เื่ธรรมชาติ
“งั้นฉันไปกินข้าวที่บริษัทนะคืนนี้เจอกัน” พูดจบเขาก็หยิบเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องไป
ูเี่อันนั่งนิ่งอยู่บนเตียงจนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูจึงได้สติเธอแตะริมฝีปากอย่างแ่เบา ััของเขายังคงอยู่ความอบอุ่นที่เขามอบให้ค่อยๆแผ่เข้าไปในทุกอณูของร่างกายเธอ
เดิมทีเธอคิดจะนอนต่อยันเที่ยงแต่ตอนนี้เธอตาสว่างเสียแล้ว
ลู่เป๋าเหยียนมีอิทธิพลกับเธอมากกว่าที่คิดไว้เสียอีกเธอไม่อาจต่อกรกับชายคนนี้ได้เลย
ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปสักวันหนึ่งเธอจะหลุดปากบอกความลับออกไปไหมนะ?ลู่เป๋าเหยียนทำตัวรุ่มร่ามกว่าที่เธอเคยคิดเอาไว้เสียอีก
เื่นี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังจินตนาการของูเี่อันนั้นมีขีดจำกัด อัตราความโรคจิตของลู่เป๋าเหยียนเกินจากที่เธอเคยจินตนาการไปมากทีเดียว
่หลายวันมานี้ลู่เป๋าเหยียนมักจะกลับมาใน่สองทุ่มกว่าทุกวันและเื่แรกที่เขาทำก็คือการอุ้มูเี่อันไปอาบน้ำ
บางครั้งเขาก็กลับมาตอนทีู่เี่อันกำลังดูหนังเหลือเพียงแค่20-30 นาทีสุดท้ายก่อนจบ เพราะอยากรู้ว่าตอนจบเป็ยังไงเธอจึงหนีไปซ่อนแต่เขาก็หาเจอทุกครั้งและอุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำ
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งจนูเี่อันอดสงสัยไม่ได้
“นี่นายเป็พวกรักความสะอาดจนถึงขนาดต้องบังคับให้คนอื่นไปอาบน้ำเลยงั้นเหรอ? ทำไมนายไม่ไปอาบก่อนเลยเล่า?”
เธออยากจะดูหนังใจจะขาดอยู่แล้ว!
ลู่เป๋าเหยียนมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง“ฉันชอบกลิ่นของเธอเวลาอาบน้ำเสร็จ”
ูเี่อันหน้าแดงจนพูดไม่ออกลู่เป๋าเหยียนยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป
ูเี่อันลองหันไปใช้สบู่เหลวแบบไร้กลิ่นแต่ลู่เป๋าเหยียนรู้ตัวในทันที เขาก้มลงมาดมกลิ่นที่ซอกคอของเธอก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
ลมหายใจที่รดลงมาทำใหู้เี่อันรู้สึกจั๊กจี้เธอจึงผลักเขาให้ออกห่าง
“ลู่เป๋าเหยียนนายเกิดปีหมาหรือไง?”
ลู่เป๋าเหยียนรัดเอวเธอไว้และเรียวปากบางทันทีที่สิ้นคำ
ูเี่อันเพิ่งอาบน้ำเสร็จในห้องน้ำยังคงมีไอน้ำลอยไปทั่ว กอปรกับแสงไฟสีนวลที่ส่องสว่างทำให้บรรยากาศโดยรอบดูเป็ใจ
“อื้อ...”เธอดิ้นขลุกขลัก แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับรัดตัวเธอไม่ให้หนีไปไหน
หลังผ่านไปสักพักลู่เป๋าเหยียนก็ยอมปล่อยมือเขากระซิบกับเธอที่ข้างหูด้วยเสียงแหบต่ำ
“พรุ่งนี้เปลี่ยนไปใช้อันเดิมเข้าใจไหม?”
ูเี่อันรู้สึกขาดออกซิเจนเธออ้าปากพลางสูดหายใจลึก เพราะสมองของเธอเบลอไปหมดจึงได้แต่พยักหน้าตอบรับอย่างลืมตัว
ลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นก็พอใจและอุ้มเธอออกจากห้องน้ำ
รอยช้ำที่เอวของเธอเริ่มจางหายขาของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนอนเธอจึงพลิกตัวไปมาได้แล้ว เพราะไม่ชินกับการที่แชร์เตียงกับลู่เป๋าเหยียนเธอจึงเอ่ยไล่เขาไปนอนอีกห้องทุกคืน
แต่ผิวหน้าของลู่เป๋าเหยียนกลับหนากว่าที่เธอคาดเขามักจะเอนตัวนอนอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะรั้งเธอเข้าสู่อ้อมกอด
“นอนซะ”
“ลู่เป๋าเหยียน!”ูเี่อันดิ้น “นายปล่อยฉันก่อนสิ”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก“ทำไม? เธอกลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้งั้นเหรอ”
เปรี้ยง!สมองของูเี่อันเหมือนถูกสายฟ้าฟาด
คำพูดนี้เธอเคยพูดกับเขาเมื่อนานมาแล้ว
คืนที่เธอกับเขาได้พบหน้ากันอีกครั้งในรอบสิบกว่าปีที่ห้องพักของโรงแรม ลู่เป๋าเหยียนบอกให้เธอไปนอนในห้องสำหรับแขกเธอแกล้งยั่วโมโหเขาไปว่า ที่เขาไม่ยอมนอนร่วมห้องกับเธอเพราะกลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้ใช่หรือเปล่า
ไม่นึกเลยว่าครึ่งปีให้หลังลู่เป๋าเหยียนจะยังจำคำพูดนั้นได้
เธอผลักลู่เป๋าเหยียนเบาๆ“นายจะแข่งว่าใครความจำดีกว่ากันใช่ไหม?อย่าคิดว่าฉันลืมสิ่งที่นายพูดไปแล้วนะ ตอนนั้นนายบอกกับฉันว่า ‘ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอที่แต่งงานกับเธอ เพียงแค่้าให้ความหวังใน่หลายปีมานี้ของแม่เป็จริงเท่านั้นแต่พวกเราไม่มีทางเป็สามีภรรยากัน’ ”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วปีศาจน้อยของเขาจำได้ไม่ตกหล่นสักคำ ตอนนี้ถึงเขาจะอธิบายอะไรเพิ่มก็คงไม่มีประโยชน์
“ฉันจะบอกอะไรเธออย่าง”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย
ูเี่อันตอบอย่างไม่เกรงกลัว“ว่ามาสิ”
“เธอถามว่าฉันกลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้หรือเปล่างั้นฉันขอตอบตอนนี้เลยละกันว่า ใช่” ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตามอง “เพราะฉะนั้นทางที่ดีเธอไม่ควรดิ้นไม่อย่างนั้น...”
เขาไม่ได้พูดต่อแต่สิ่งที่้าจะสื่อคงชัดเจนไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
ูเี่อันนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะเข้าใจความหมายของลู่เป๋าเหยียนถ้างั้น...น้ำเสียงแหบพร่าและลมหายใจถี่ของเขาที่เธอเคยได้ัั...
ที่ผ่านมาลู่เป๋าเหยียนควบคุมตัวเองมาโดยตลอดแต่เพราะตอนนี้เขาบอกความจริงกับเธอทุกอย่างแล้วเขาจะควบคุมตัวเองต่อไปได้อีกหรือไม่นั้น...พูดยาก
แต่ถ้าเธอจะหยุดดิ้นอย่างว่าง่ายเธอจะดูเหมือนคนใจเสาะไปหรือเปล่า?
ูเี่อันลองขยับตัวเล็กน้อยลู่เป๋าเหยียนรีบจับตัวเธอไว้ทันที
“เจี่ยนอันจะให้ฉันเข้าใจว่าเธออยาก... งั้นเหรอ?”
ูเี่อันหน้าแดง“ตาบ้า! นายต่างหากที่อยาก!”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากก่อนตอบ“ฉันอยากจริงๆนั่นแหละ”
ูเี่อันทำอะไรไม่ถูกตาบ้านี่ไม่ใช่แค่โรคจิตธรรมดา แต่เป็คนโรคจิตที่โรคจิตที่สุดแน่ๆทำไมถึงได้พูดอะไรตรงขนาดนี้เนี่ย!
“กลัวแล้วงั้นเหรอ?” ลู่เป๋าเหยียนดูจะพอใจกับปฏิกิริยาของูเี่อันอยู่ไม่น้อยเขาลูบผมเธอเบาๆ
“งั้นก็นอนดีๆอย่าดิ้น”
ูเี่อันด่าคนโรคจิตในใจไปอีกรอบก่อนจะหลับตาลง
วันรุ่งขึ้น
ลู่เป๋าเหยียนตื่นั้แ่เช้าเพราะูเี่อันชอบนอนตื่นสาย ลู่เป๋าเหยียนจึงอุ้มเธอขึ้นมาเพื่อปลุกให้ตื่นูเี่อันร้องโวยวายเสียงดัง ลู่เป๋าเหยียนจึงพูดเสียงเนิบ
“เธอร้องเสียงดังแต่เช้าแบบนี้พยาบาลที่เดินผ่านไปมาข้างนอกคงเข้าใจผิดไปไหนต่อไหน”
ูเี่อันหน้าร้อนขึ้นมาในพริบตาเธอกัดแขนเขาไปหนึ่งทีอย่างโมโห
คำว่าโรคจิตคงใช้กับลู่เป๋าเหยียนไม่ได้อีกแล้วเพราะเขาไม่ใช่แค่ตาบ้าโรคจิตธรรมดาอีกต่อไป!
วันเวลาผ่านไปรอยช้ำเขียวจ้ำบนเอวของูเี่อันก็เลือนหาย เฝือกที่ขาก็ถูกถอดออกหมอบอกให้รอดูอาการอีกไม่กี่วันก็สามารถกลับบ้านได้
่ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลูเี่อันติดตามข่าวสารของคดีที่ซานชิงโดยตลอด วันที่เธอถอดเฝือกเจียงเส้าข่ายได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่าคดีคลี่คลายลงแล้วฆาตกรถูกจับตัวเป็ที่เรียบร้อย หลักฐานที่ได้จากการที่เธอรีบขึ้นเขาไปชันสูตรศพเหยื่อในวันนั้นมีประโยชน์ต่อรูปคดีมาก
“ปิดคดีได้ก็ดีแล้วล่ะ”
ูเี่อันถอนหายใจอย่างโล่งอกเธอรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง รายการ Top Model ที่ลั่วเสี่ยวซีจะเข้าร่วมแข่งขันก็ใกล้ออกอากาศเข้าไปทุกทีถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เพื่อนของเธอจะต้องกลายเป็คนดังในเร็ววันนี้แน่ๆ
ส่วนเธอกับลู่เป๋าเหยียนน่ะเหรอ...
อีกไม่นานก็คงกลายเป็สามีภรรยากันจริงๆล่ะมั้ง?
