ตอนที่เสี้ยวเหวินตี้และคนอื่นๆ เดินออกมาก็เห็นชุ่ยเอ๋อร์นอนจมกองเือยู่พอดี ในตอนนั้นมีใครบางคนคิดจะอุ้มนางขึ้นมา อวิ๋นซีรีบพูด “อย่าเพิ่งอุ้มนาง”
อวิ๋นซีรีบเดินเข้าไป จากนั้นก็ตรวจดูอาการให้ชุ่ยเอ๋อร์ นางพูดเสียงเบา “ก่อนที่จะได้รับการยืนยันว่าาแที่ศีรษะนางสาหัสหรือไม่ อย่าได้ััตัวผู้าเ็ และยิ่งห้ามเคลื่อนย้าย มิเช่นนั้น อาการอาจยิ่งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้”
หลังจากนางตรวจดูไปได้รอบหนึ่งก็พบว่า นอกจากหน้าผากจะมีาแ เืไหลออกมาไม่หยุด ส่วนอื่นๆ ที่เหลือก็ล้วนยังดีอยู่ ทางด้านฉุนเอ๋อร์ที่ติดตามอวิ๋นซีมาหลายปีย่อมรู้ดีว่านางอยากจะทำอะไร สาวใช้รีบหยิบกระเป๋าผ่าตัดเล็กขนาดพกพาที่พกติดตัวไว้ตลอดออกมา
อวิ๋นซีรีบช่วยฆ่าเชื้อให้ชุ่ยเอ๋อร์ จากนั้นก็เย็บปิดาแที่อยู่บริเวณหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ฉากนี้ ประชาชนที่มุงดูอยู่เมื่อได้เห็นเข้าต่างก็ปากอ้าตาค้าง คิดไม่ถึงว่าปากแผลสามารถจัดการเช่นนี้ได้ด้วย
ขณะเดียวกันเสี้ยวเหวินตี้ที่ได้เห็นเช่นนั้นก็อดทำสีหน้าราวกับเพิ่งค้นพบแผ่นดินใหญ่ผืนใหม่ไม่ได้ ส่วนอวิ๋นซีกลับมีท่าทีที่สงบนิ่งยิ่งนัก อย่างไรก็ตามวิธีการจัดการาแเช่นนี้ถูกนำมาใช้ในกองทัพของหานโจวตั้งนานแล้ว เพียงแต่ความคิดของนางและจวินเหยียนต่างก็เหมือนกัน ไม่อาจให้ผู้อื่นร่ำเรียนวิธีนี้ไปได้โดยเด็ดขาด เพราะต่อให้จะมีหมอคนใดอยากลองดู สุดท้ายเป็ต้องล้มเหลวอยู่ดี
หากปากแผลไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อที่ถูกวิธี จะเย็บปิดแผลไปมั่วๆ ไม่ได้
ส่วนของที่จำเป็สำหรับฆ่าเชื้อโรคนั้น เป็อวิ๋นซีและอวิ๋นซานที่ค้นคว้าและผสมออกมา ซึ่งการค้นพบนี้ ตอนนี้อยู่ในมือของอวิ๋นซาน อีกทั้ง วันหน้าเขายังคิดจะใช้สิ่งนี้ไปทำการค้าต่อรองกับราชวงศ์
หากหาเงินจากพวกราชวงศ์ได้ย่อมต้องเป็เื่น่าสนุกอย่างแน่นอน
“ตกลงว่ามันเื่อะไรกัน” เสี้ยวเหวินตี้มองผู้คนโดยรอบ ถามเสียงขรึม
ยามนี้เป็ถงไห่ที่เดินเข้ามาข้างกาย แล้วกล่าวตอบเสียงเบาที่ข้างหูของฝ่าาสองสามประโยค ทันใดนั้นสีพระพักตร์ของเสี้ยวเหวินตี้ก็เปลี่ยนไป เขาหันมองหลงฉินไปทีหนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางชุ่ยเอ๋อร์ที่ตอนนี้ถูกคนพาตัวไปยังห้องพัก
หลงฉินไม่รีรอกล่าวขึ้นมาก่อน “ฝ่าา ถึงแม้ชุ่ยเอ๋อร์จะเป็แค่สาวใช้เล็กๆ ข้างกายกระหม่อม แต่ว่า เื่นี้กระหม่อมก็ปรารถนาจะขอความยุติธรรมจากฝ่าา”
คำขอร้องของหลงฉิน ทำให้เสี้ยวเหวินตี้รู้สึกราวกับตัวเองกำลังกินแมลงวันเข้าไป แท้จริงแล้วรัชทายาทของเขาไปหลับนอนกับสาวใช้ชั้นต่ำผู้นี้ เขาจึงต้องสรรหาคำตอบที่เหมาะสมแก่อีกฝ่าย อย่างไรเสีย คนผู้นี้ก็เป็บุคคลหนึ่งที่ควบคุมขุมอำนาจลึกลับในยุทธภพ ความสามารถในการควบคุมเสียงสังหารคนถือว่าอยู่ในระดับสุดยอด ดังนั้น หากให้คนเช่นนี้มาเป็พวกไม่ได้ ก็ห้ามเป็ศัตรูด้วยอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้เป็บิดาเช่นเขา ตอนนี้สิ่งที่อยากทำมากที่สุดก็คือการตบเ้ารัชทายาทสารเลวนั่นให้ตายไปข้างหนึ่ง
หลงฉินยังคงพูดต่อ “หากนางเป็สาวใช้ธรรมดาก็ช่างเถอะ ทว่ามารดาผู้ให้กำเนิดนางเป็ผู้มีบุญคุณต่อหลงฉิน อีกทั้ง ตัวนางเองก็ถือเป็เืเนื้อเชื้อไขของเจิ้งอ๋อง ในสถานการณ์เช่นนี้ หากว่ากระหม่อมไม่ร้องขอความยุติธรรม ก็จะเป็การผิดต่อมารดาของชุ่ยเอ๋อร์ มิหนำซ้ำหากเจิ้งอ๋องทราบเข้า กระหม่อมเองก็ไม่รู้ว่าตนควรจะบอกเขาอย่างไร”
อวิ๋นซีมองท่าทางจริงจังของหลงฉินก็อดหัวเราะในใจไม่ได้ หลงฉินผู้นี้หากมาอยู่ในยุคปัจจุบันจักต้องเป็าาภาพยนตร์อย่างแน่นอน อันที่จริงชุ่ยเอ๋อร์ผู้นี้เมื่อสองสามวันก่อนเป็จวินเหยียนที่เพิ่งส่งคนไปอยู่ข้างกายเขา แต่เขากลับพูดถึงบุตรสาวนอกสมรสของเจิ้งอ๋องเสียสูงส่งปานนั้น สตรีที่มีบุญคุณต่อเขาได้ส่งบุตรสาวของนางมาอยู่ข้างกาย คนวางแผนอะไรอยู่แค่เพียงหลับตาลงครู่เดียวก็คงจะคิดออกแล้ว
มุมปากของเสี้ยวเหวินตี้กระตุกนิดๆ ในสายตาของเขา ชุ่ยเอ๋อร์ผู้นี้คาดว่าคงเป็สตรีที่หลงฉินอยากจะเก็บไว้เองข้างกายกระมัง แต่ตอนนี้บุตรชายตนกลับชิงคนไปเสียได้ ดังนั้น อีกฝ่ายถึงได้อยากจะขอความเป็ธรรม ดูท่า เื่ที่ว่าคนเป็บุตรสาวของเจิ้งอ๋องอะไรนี่คงไม่สำคัญเท่าไร
นอกจากนี้ เมื่อคิดถึงว่าอีกสองวันรัชทายาทก็จักต้องแต่งธิดาของเจิ้งอ๋องเข้ามาเป็ชายารองแล้ว ตอนนี้เมื่อได้รู้อีกว่าชุ่ยเอ๋อร์เองก็เป็ลูกสาวของเจิ้งอ๋องเช่นกัน ถึงคนจะเป็ลูกนอกสมรสก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไร เื่ที่ว่ารัชทายาทหลับนอนกับพี่หญิงน้องหญิงของว่าที่ชายารองตน หากพูดออกไปก็มีแต่จะทำให้อับอายทั้งสิ้น
ยิ่งกว่านั้น คนตรงหน้านี้ก็พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจว่า นางคือเืเนื้อเชื้อไขของเจิ้งอ๋อง เสี้ยวเหวินตี้หันมองสายตาของเหล่าคนที่อยู่รอบกาย จากนั้นก็แค่นเสียงเ็าพูดว่า “ให้รัชทายาทมาพบเจิ้นเดี๋ยวนี้”
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวของหอเซียนเมาเมรัย และเพียงไม่นาน ที่นี่ก็ถูกกองทหารองครักษ์รักษาพระองค์คุ้มกันไว้ ซึ่งแเื่ทั้งหมดที่ยังอยู่ก็ล้วนถูกขับไล่ออกไปหมด อีกทั้ง ก่อนที่ฝ่าาจะสะสางเื่ทั้งหมดนี้จนเสร็จสิ้น ระหว่างนี้พวกเขาจะกลับมาที่แห่งนี้ไม่ได้
เสี้ยวเหวินตี้มองรัชทายาทที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าตน เขาไม่แม้แต่จะคิดก็ยกจอกชาขึ้นมาแล้วเขวี้ยงใส่ทันที ทำให้ยามนี้หน้าผากของรัชทายาทมีเืไหลหยด คิ้วของชายหนุ่มขมวดเป็ปม แต่กลับไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักประโยค
“เก่งกล้ามากแล้วสิ ถึงกับทำเื่น่าอับอายในสถานการณ์เช่นนี้” เสี้ยวเหวินตี้ไม่เคยรู้มาก่อนว่า รัชทายาทที่ตนเลือกจะเป็บุรุษที่ลุ่มหลงในอิสตรี สายพระเนตรของพระองค์หรี่ลงเล็กน้อย ถามเสียงขรึม “ได้ยินมาว่า แม่นางผู้นั้น เป็บุตรสาวนอกสมรสของเจิ้งอ๋อง”
เมื่อรัชทายาทได้ยินก็เงยหน้าทักท้วงทันที “เป็ไปไม่ได้ หากนางเป็บุตรสาวนอกสมรสของเจิ้งอ๋องจริงๆ แล้วเหตุใดถึงได้กลายมาเป็สาวใช้ของคุณชายหลงฉิน”
เสี้ยวเหวินตี้ได้แต่ยิ้มเ็า ดวงตาเ็าคู่นั้นที่จดจ้องอีกฝ่ายราวกับกำลังจ้องมองคนโง่อยู่ก็ไม่ปาน “ข้างกายเ้าไม่ใช่ว่ามีสาวใช้ที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็อนุรับใช้อยู่แล้วหรอกหรือ ด้วยเื่นี้ ตัวเ้าเองน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ อีกทั้ง หลงฉินเป็ใคร สตรีของเขา เ้าก็กล้าแตะ”
มิคาดว่าจนถึงยามนี้เ้าโง่นี่ก็ยังไม่เข้าใจว่าตนทำผิดไปที่ตรงไหน ทั้งยังมีหน้ามาพูดจาโหวกเหวกอยู่ที่นี่อีก ทำให้เขาโกรธแทบตายจริงๆ เดิมทีตัวเขายังมองว่าลูกชายคนนี้ดีมากทีเดียว เป็คนหลักแหลม แต่เหตุใดตอนนี้ยิ่งได้มองก็ยิ่งมีแต่จะโกรธเกรี้ยว
เมื่อฟังถึงตรงนี้ โอวหยางเทียนหัวก็นับว่าเข้าใจแล้ว ชุ่ยเอ๋อร์ผู้นี้ย่อมต้องเป็สตรีที่คุณชายหลงฉินถูกใจ ทำเอาสมองของเขาถึงกับงุนงง “เสด็จพ่อ ลูกถูกจัดฉาก เดิมทีลูกคิดจะไปจากหอเซียนเมาเมรัยแล้ว แต่ใครจะรู้ เพียงได้เห็นชุ่ยเอ๋อร์ ลูกก็ไม่รู้เื่รู้ราวเดินตามนางเข้าไปในห้อง ท้ายที่สุดก็เกิดเื่อย่างที่ท่านทราบ เสด็จพ่อ มิใช่ว่าเื่ราวของหลงฉินผู้นี้ยังเป็ปริศนา กระทำการใดไร้ร่องรอยมาหลายปีแล้วหรอกหรือ การปรากฏตัวครั้งนี้ของเขา น่าสงสัยนักพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากที่โอวหยางเทียนหัวดึงสติตนกลับมาได้ ก็เอาแต่บอกกับตนเองในใจไม่หยุดว่า จะให้เสด็จพ่อสงสัยเื่อะไรไม่ได้ทั้งนั้น อีกประการที่สำคัญยิ่ง จะให้เสด็จพ่อรังเกียจตนไม่ได้ เพราะกว่าเขาจะมีวันนี้ ทุกสิ่งล้วนได้มาไม่ง่ายดาย ดังนั้น จะให้มาพังทลายไปเพราะชุ่ยเอ๋อร์คนเดียวไม่ได้เด็ดขาด
คำพูดของเทียนหัวทำให้เสี้ยวเหวินตี้เข้าสู่ห้วงความคิด แท้จริงแล้วการปรากฏตัวของหลงฉินก็นับว่าน่าแปลกจริงๆ ก่อนหน้านี้แม้แต่เขาที่เป็ฮ่องเต้แห่งหนานเย่าก็ยังไม่ได้ข่าวคราวเลยสักนิด อีกทั้ง จู่ๆ คนก็เสนอว่าอยากจะรับอวิ๋นซีเป็ศิษย์ เื่นี้ั้แ่แรกตัวเขาเองก็รู้สึกประหลาด แต่เมื่อคิดได้ว่านั่นคือลูกสะใภ้ของตน หากว่าวันหน้าโอวหยางเทียนหัวได้ขึ้นครองราชย์เป็ฮ่องเต้จริงๆ อย่างน้อยมีหลงฉินอยู่ย่อมต้องสามารถปกป้องสองสามีภรรยานี้ได้บ้าง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ได้สงสัยอะไรมากมาย แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินคำของโอวหยางเทียนหัว เขาถึงได้รู้สึกว่า เื่นี้ไม่ชอบมาพากล คนที่ไม่ได้ปรากฏตัวในหนานเย่ามาหลายปี จู่ๆ กลับปรากฏตัวขึ้น
เสี้ยวเหวินตี้มองโอวหยางเทียนหัวด้วยสายตาเ็า “ชุ่ยเอ๋อร์ผู้นี้เป็คนข้างกายของหลงฉิน ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ต้องมีคำอธิบายให้เขา ส่วนเป้าหมายที่หลงฉินมาที่นี่ เจิ้นจะสืบให้รู้ชัดเอง ดังนั้น ระหว่างนี้เ้าจะเป็ปฏิปักษ์ต่อหลงฉินไม่ได้เด็ดขาด”
บุรุษที่มีขุมกำลังของยุทธภพอยู่ในมือ หากสามารถไม่ไปล่วงเกินได้ ก็อย่าได้ล่วงเกินเลยจะดีกว่า
