บทที่ 6
อ่อนแอจริงๆ
หลินซีก้มลงมอง "ที่แท้ก็คือ 'ตี้ชี่' (ิญญาแห่งพื้นดิน) ที่ก่อตัวเป็ภูตตัวจิ๋วนี่เอง"
ฟ้าคือหยาง ดินคือหยิน ทั้งฟ้าและดินต่างมีพลังิญญา ขุนเขาที่อาบแสงสุริยันจันทรามานานปี นานวันเข้าย่อมเกิดจิตสำนึกเป็ของตัวเอง จิตสำนึกนี้เรียกว่าผู้ครองแห่งพื้นดิน หรือในสมัยโบราณเรียกว่า "เทพเ้าเขา"
ในยุคเสื่อมถอยแห่งอาคมเช่นนี้ ไม่นึกเลยว่าบนูเาเล็กๆ ลูกนี้จะยังมีเทพเ้าเขาหลงเหลืออยู่
หมอกสีเหลืองดินทำท่าทางผยอง "ูเาลูกนี้ฉันเป็คนบุกเบิก เส้นทางนี้ฉันเป็คนสร้าง หากไม่มีคำสั่งจากฉัน พวกเ้ามนุษย์หน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะเข้ามาได้ หรือออกไปได้!"
จี้เหิงกลอกตาใส่ "ผมกับ... ท่านปรมาจารย์คนนี้ก็เข้ามาแล้วไง? พวกเราไม่ใช่คนหรือไงครับ?"
เขาไม่รู้จะเรียกผู้หญิงข้างๆ ว่าอะไรดี แต่เรียกว่าท่านปรมาจารย์ไว้ก่อนคงไม่ผิด คืนนี้จะได้กลับบ้านหรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว
หมอกสีเหลืองพองตัวด้วยความโมโห "จี้เหิง! เ้าคนทรยศ! เ้าคนลวงโลก!!"
"แล้วก็เ้าด้วย!"
กลุ่มหมอกพยายามแปลงร่างให้มีตาปลาตายคู่หนึ่ง จ้องเขม็งไปที่หลินซี "นังหนู ฉันโกรธแล้วนะ ผลที่ตามมามันร้ายแรงมาก หากฉันไม่สั่ง พวกเ้าอย่าหวังจะได้ก้าวเท้าออกจากูเาลูกนี้!"
มันกรอกตาไปมา "แต่ถ้าพวกเ้าอยู่เล่นเกมเป็เพื่อนฉัน ฉันอาจจะใจดีปล่อยพวกเ้าออกไป..."
ยังพูดไม่ทันจบ เสี่ยวจินก็ะโเข้าใส่ก้อนหมอกสีเหลือง แล้วรัวหมัดใส่ไปสามทีซ้อน
ก้อนหมอกร้องโอดครวญ "อ๊าก! ทำอะไรของเ้าน่ะ?"
เสี่ยวจินยิ่งต่อยหนักขึ้น "เ้านายครับ ผมขอสั่งสอนเ้านี้ให้รู้จักวิธีทำตัวเป็ 'คน' หน่อยนะครับ"
หมอกสีเหลืองพยายามหนีไปทั่ว แต่มันก็ไม่อาจหลุดพ้นจากเงื้อมมือของตุ๊กตากระดาษตัวจิ๋วได้เลย มันะโสุดเสียง "ฉันเป็เทพเ้าเขานะ เ้าจะตีฉันไม่ได้!!"
เสี่ยวจินแค่นเสียงเหอะ "เ้าเป็เทพเ้าเขา แล้วไง? ฉันนี่แหละ 'เทพเ้าเหมืองแร่'!"
นึกถึงสมัยก่อน เขามีเหมืองทองสามแห่ง เหมืองเงินห้าแห่ง เหมืองทองแดงหกแห่ง และเหมืองเหล็กอีกสิบแห่ง ูเาทั้งแถบนั้นอยู่ในความดูแลของเขาทั้งหมด น่าเสียดายที่พอตื่นขึ้นมา เหมืองเ่าั้ก็หายไปหมดแล้ว
เสี่ยวจินประเคนหมัดเข้าใส่ "เทพเ้าเขาตัวจ้อย ยังบังอาจมาทำซ่าต่อหน้าฉัน!"
หมอกสีเหลืองถูกอัดจนน่วม ไอหมอกจางลงไปถนัดตา มันรีบเอ่ยปากขอขมาทันที "พี่ทองครับ พี่ทอง ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วจริงๆ"
เสี่ยวจินถึงยอมหยุดมือ แล้วลากก้อนหมอกมาตรงหน้าหลินซี พร้อมฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวตามระเบียบ "เ้านายครับ จะจัดการกับหมอนี่ยังไงดี?"
หลินซีก้มมองเ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยบนพื้น
การที่ิญญาแห่งพื้นดินจะก่อตัวเป็รูปร่างได้นั้นไม่ใช่เื่ง่าย ูเาเล็กๆ ข้างสุสานแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้ครองิญญาแห่งพื้นดินอยู่ ทว่าที่แห่งนี้ไม่เหมาะจะให้เขาอาศัยอยู่อีกต่อไป หากไร้ซึ่งธูปเทียนหรือแต้มบุญมาหล่อเลี้ยง ไม่ช้าเขาก็จะสลายไปตามกาลเวลา
ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน... หลินซีขาดตุ๊กตากระดาษธาตุดินพอดี
เธอแตะที่ก้อนหมอกเบาๆ "ในเมื่อเ้ามีจิติญญาแล้ว สนใจจะมาอยู่กับฉันไหม?"
หมอกสีเหลืองโพล่งออกมาทันที "ฉันเป็ถึงเทพเ้าเขานะ จะให้ไปเป็ผู้ติดตามมนุษย์น่ะ ไม่มีทางเด็ดขาด!"
เสี่ยวจินปรายตามามองแวบเดียว ก้อนหมอกสีเหลืองก็รีบบีบเสียงหวาน กลายเป็เสียงโลลิต้าผู้น่ารักขึ้นมาทันควัน "เ้านายขา หนูยินดีจะตามเ้านายกับพี่ทองไปทุกที่เลยค่า~"
มนุษย์มีคำกล่าวว่า ยอดบุรุษคือผู้ที่รู้จักผ่อนปรนตามสถานการณ์ เ้านายของพี่ทองมีไอม่วงแผ่ออกมาจางๆ ติดตามเธอไปไม่มีผิดหวังแน่นอน
หลินซีหยิบกระดาษเหลืองออกจากกระเป๋า ตัดเป็รูปตุ๊กตากระดาษตัวจิ๋ว เธอเป่าลมใส่เพียงครั้งเดียว ตุ๊กตากระดาษก็ลุกขึ้นยืนบนพื้น
หมอกสีเหลืองมองดูครู่หนึ่ง ตุ๊กตากระดาษตัวนี้สวมชุดกระโปรงสีเหลือง มัดผมแกละสองข้าง ดูมีชีวิตชีวามาก ขาดเพียงแค่อย่างเดียวคือยังไม่มีดวงตา
ก้อนหมอกรู้ความ มุดเข้าไปในร่างตุ๊กตากระดาษทันที มันะโไปมาสองสามทีแล้วเอ่ยเรียกเสียงหวาน "ขอบคุณค่ะเ้านาย~"
หลินซีลูบหัวมันเบาๆ "ต่อจากนี้ เ้าชื่อว่า 'เสี่ยวถู่' (ดิน) นะ"
"รับทราบค่ะเ้านาย" เสี่ยวถู่ทิ้งความจองหองในอดีตไปจนหมดสิ้น และอยู่อย่างเรียบร้อยข้างกายเธอ
หลินซีเหลือบมองจี้เหิง "เื่ของคุณกับเขา มันเป็ยังไงกันแน่?"
เสี่ยวถู่ตอบตามจริง "เ้านายคะ หนูเหงามากเลยอยากหาคนมาเล่นด้วย จี้เหิงตกลงจะเล่นเกมกับหนู หนูเลยพาเขาเข้ามาในเขาค่ะ"
จี้เหิงเถียงขาดใจ "ผมไปตกลงเล่นเกมตอนไหนกัน!"
เสี่ยวถู่ทำหน้าเศร้าสร้อย "ในฝันวันนั้นไงคะ คุณตกลงแล้ว แถมยังรับดอกไม้ของหนูไปด้วย"
จี้เหิงนึกถึงฝันประหลาดนั่นขึ้นมาได้ "ที่แท้ก็เป็ฝีมือเธอนี่เอง"
หลินซีมองทั้งคู่ "เล่ามาให้ละเอียด"
จี้เหิงเริ่มคร่ำครวญเล่าเื่ราวทั้งหมด หลินซีรับฟังข้อมูลจากทั้งเขาและเสี่ยวถู่จนปะติดปะต่อเื่ได้
สามวันก่อน จี้เหิงพาเพื่อนมาเซ่นไหว้ที่สุสาน พอกลับไปเขาก็ฝัน ในฝันมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนนลำพัง ในมือถือดอกไม้ไว้หนึ่งช่อ ดูน่าสงสารมาก จี้เหิงจึงถามว่า "หนูจ๊ะ พ่อแม่ไปไหนเสียล่ะ?"
เด็กน้อยตอบว่า "หนูไม่มีพ่อแม่ค่ะ"
จี้เหิงคิดในใจว่าเด็กคนนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ เด็กน้อยยื่นดอกไม้ให้แล้วบอกว่า "หนูเหงาจังเลย พี่ชายยอมเล่นเกมเป็เพื่อนหนูไหมคะ?"
จี้เหิงทนเห็นความน่าสงสารไม่ไหวจึงรับดอกไม้นั้นมาแล้วตอบว่า "พี่ตกลงครับ"
พอลืมตาขึ้นมาอีกที จี้เหิงก็เห็นก้อนอะไรเหลืองๆ เหมือนอึอยู่ตรงหน้า ทำเอาเขาเกือบช็อก
เสี่ยวถู่เบะปาก "เ้านายคะ หนูเป็เด็กดีนะ เขาตกลงก่อนหนูถึงค่อยลงมือ"
จี้เหิงโวยวายไม่เลิก "นั่นมันหลอกลวงชัดๆ เอาเด็กน้อยมาหลอกเรียกความสงสารจากผม"
เสี่ยวถู่: "หนูเปล่านะ"
จี้เหิง: "เธอทำ!"
หลินซีตัดบทการเถียงกันที่ไร้สาระ "เสี่ยวจิน เสี่ยวถู่ พวกเธอเข้าไปพักผ่อนก่อน"
เธอหมุนกำไลห้าสี เสี่ยวจินและเสี่ยวถู่ก็กลายเป็แสงสองสายหายวับไปทันที
จี้เหิงยืนอ้าปากค้าง โลกนี้มันช่างแฟนตาซีเกินไปแล้ว แต่เขาก็ฉุกใจคิดได้อย่างหนึ่งว่า ผู้หญิงข้างๆ เขาเนี่ยคือ "ระดับเทพ" ของจริง ต้องเกาะขาไว้ให้แน่น
จี้เหิงลองถามหยั่งเชิง "ท่านปรมาจารย์ครับ ผมขออนุญาตกลับไปดูที่บ้านหน่อยได้ไหม ก่อนที่จะไปเกิดใหม่น่ะครับ"
หลินซีเอ่ย "คุณยังไม่ตายหรอกค่ะ ที่ฉันมาคืนนี้ก็เพื่อส่งคุณกลับบ้าน"
เสี่ยวถู่อยากให้จี้เหิงอยู่เล่นด้วย เพราะิญญาของหมอนี่สะอาดมาก หรือพูดง่ายๆ ก็คือ จี้เหิงน่ะ "ซื่อบื้อ" สุดๆ นั่นเอง
"จริงเหรอครับ?" ความดีใจครั้งใหญ่โถมเข้าใส่จนจี้เหิงมึนตึ้บ
เขาพึมพำออกมาว่า "ท่านปรมาจารย์ ท่านยอมมาที่เฮี้ยนๆ แบบนี้เพื่อช่วยผมโดยเฉพาะเลยเหรอครับ?"
หลินซีพยักหน้า "จะพูดแบบนั้นก็ได้ค่ะ" จริงๆ คือเห็นแก่เงินของคุณน่ะ
อาจารย์บอกว่าการพูดเื่เงินตรงๆ มันดูไม่ดี หลินซีจึงบอกอ้อมๆ ว่า "ฉันช่วยคุณไว้ คุณต้องตอบแทนฉันด้วยนะคะ"
จี้เหิงพยักหน้าหงึกๆ "แน่นอนครับ แน่นอนที่สุด..."
อะไรกันนะที่ทำให้ระดับเทพยอมอดหลับอดนอนปีนเขามาช่วยเขาตอนตีสาม? เงินก็ธรรมดาไป อัญมณีก็ดูจะตลาดเกินไป หรือว่า... ท่านปรมาจารย์จะแอบชอบเขา?!
จี้เหิงแอบชำเลืองมองหลินซี พอพิจารณาดูดีๆ ท่านปรมาจารย์หน้าตาสวยหมดจด รูปร่างกำลังดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง... ถ้าเป็แบบนั้นจริงๆ มันก็ไม่ได้แย่นะ
"ยิ้มบ้าอะไรอยู่? รีบเดินสิ!"
หลินซีผลักเขาเบาๆ แต่จี้เหิงกลับล้มหน้าคะมำกลิ้งไปกับพื้นหญ้าสามตลบจนฝุ่นเต็มปาก
เขาปาดน้ำตาพึมพำ "ท่านปรมาจารย์ คราวหน้าเบามือหน่อยนะครับ"
"อ่อนแอจริงๆ รีบตามมา"
หลินซีชักมือกลับแล้วเดินนำไปก่อน
จี้เหิงลูบแผลที่หน้าพลางสลัดความคิดเมื่อครู่ทิ้งไปทันที หวังว่าท่านปรมาจารย์คงไม่ได้ชอบเขาจริงๆ หรอกนะ ปุถุชนคนธรรมดาอย่างเขาคงไม่คู่ควรกับระดับเทพหรอก... ท่านน่ะเหมาะจะมองอยู่ห่างๆ อย่าได้บังอาจคิดเกินเลย
เมื่อเห็นหลินซีเดินห่างออกไปเรื่อยๆ จี้เหิงก็เค้นแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งตามไป
"ท่านปรมาจารย์ รอผมด้วยคร้าบบบบ—"
