หลังจากอ่านความทรงจำที่ปีศาจพิภพส่งมา หัวใจของเย่เฟิงพลันเต้นระรัว
“ปลายยอดปีศาจพิภพ นั่นเป็การดำรงอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหนกัน!”
ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ที่เย่เฟิงเคยพบเจอ สามารถบอกได้เลยว่าปลายยอดปีศาจพิภพนี้ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด แม้แต่สี่ผู้ทำพิธีแห่งวังเทพโอสถก็ยังไม่มีพลังระดับนี้ ช่างทรงพลังเกินไปแล้ว ถึงกับทำให้เย่เฟิงใจสั่นระรัว!
“ตามที่ผู้เยาว์ทราบ สัตว์อสูรทั่วไปมักจะแปลงกายเป็มนุษย์เมื่อบรรลุระดับ์ แต่เหตุใดหัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นี้จึงใช้รูปโฉมมนุษย์ได้ทั้งที่อยู่ปลายยอดระดับพิภพ?” เย่เฟิงเอ่ยถาม
เมื่อปีศาจพิภพตนนั้นได้ยินคำถามของเย่เฟิง รูม่านตาพลันหดแคบลงพร้อมมีแสงแห่งความหวาดกลัวประกายออกจากดวงตา คล้ายประสบกับเื่ที่น่ากลัวมาก่อน ร่างขนาดใหญ่ถึงกับสั่นสะท้าน จากนั้นมีปีศาจพิภพหนึ่งในนั้นส่งความทรงจำไปให้เย่เฟิง “นี่แหละคือความน่ากลัวของหัวหน้าจิ้งจอกขาว เขาฝึกเคล็ดวิชาที่ทรงพลังและชั่วร้ายมาก ตอนที่หัวหน้าจิ้งจอกขาวบรรลุระดับพิภพขั้นเจ็ดก็สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้แล้ว แต่มีราคาที่เขาต้องจ่ายในการแปลงกาย!”
เหล่าปีศาจพิภพนิ่งเงียบ ไม่ส่งความทรงจำให้เย่เฟิงต่อ เพียงก้มหน้าก้มตา พลอยทำให้บรรยากาศดูอึดอัดไปด้วย
“ราคาที่ต้องจ่ายหรือ? หวังว่าผู้าุโจะช่วยคลายความสงสัยนี้” เย่เฟิงเห็นท่าทีของเหล่าปีศาจพิภพก็เอ่ยถาม
เหล่าปีศาจพิภพเผยสีหน้าลำบากใจ เหมือนนึกถึงเื่ที่น่าหวาดกลัว แต่ครู่ต่อมามีปีศาจพิภพตนหนึ่งส่งความทรงจำไปให้เย่เฟิง “ราคาที่ต้องจ่ายก็คือแก่นโลหิตของปีศาจพิภพสี่ตน และร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์หนึ่งคน!”
“ห้ะ!” เย่เฟิงได้ยินเช่นนั้นก็อุทานด้วยความใ รู้สึกเย็นวาบที่หลัง จิติญญาราวกับสั่นคลอนเล็กน้อย
“แก่นโลหิตของปีศาจพิภพสี่ตนและร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์หนึ่งคน หัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นี้ช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว!” เย่เฟิงคิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นั้นจึงแปลงกายเป็มนุษย์ได้ทั้งที่อยู่ระดับพิภพ?
“ผู้าุโหมายความว่าทุกครั้งที่หัวหน้าจิ้งจอกขาวแปลงกายจะต้องใช้แก่นโลหิตทั้งหมดของปีศาจพิภพทั้งสี่ตน รวมทั้งร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์ ใช่หรือไม่?” เย่เฟิงเอ่ยถาม จากนั้นเหล่าปีศาจพิภพก็พยักหน้า
“เมื่อพูดมาเช่นนี้ หัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นั้นจับข้ามาก็เพราะอยากได้เืเนื้อของข้า เพื่อให้เขาได้แปลงกายเป็มนุษย์?” เย่เฟิงเอ่ยถามอีกครั้ง เขานึกไม่ถึงว่าใต้หล้านี้จะมีเคล็ดวิชาที่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้ สังเวยชีวิตปีศาจสี่ตนและมนุษย์หนึ่งคนเพื่อสนองตนเอง แต่นี่ก็สอดคล้องกับนิสัยโเี้อำมหิตของหัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นั้นดี
เหล่าปีศาจพิภพกะพริบตาปริบ ๆ แม้พวกเขาจะเป็สัตว์อสูร แต่ก็มีหัวจิตหัวใจ ต่อให้ไม่ชอบความโหดร้ายของหัวหน้าจิ้งจอกขาว ก็ไร้กำลังต่อต้านอยู่ดี จึงต้องยอมฟังคำสั่งมาตลอด บัดนี้เห็นเย่เฟิงที่ยังเยาว์วัยถูกหัวหน้าจิ้งจอกขาวหมายหัว พวกเขาก็อดสงสารไม่ได้
จากนั้นปีศาจพิภพตนหนึ่งที่นิ่งเงียบอยู่นาน จู่ ๆ ก็ส่งความทรงจำของตนไปให้เย่เฟิง “ใช่แล้ว การแปลงกายของหัวหน้าจิ้งจอกขาวครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ครั้งนี้เขาเตรียมใช้พลังของพวกข้าเพื่อหนุนในขั้นตอนทะลวงระดับ์ของเขา ถึงเวลานั้นหัวหน้าจิ้งจอกขาวก็จะได้แปลงกายเป็มนุษย์อย่างแท้จริง เมื่อมีร่างกายของเ้า เขาก็จะแทนที่เ้าในโลกมนุษย์ กลายเป็เ้าคนต่อไป”
“โหดยิ่งนัก!” เย่เฟิงถึงกับใจสั่น เมื่อลองมาคิดดู หากเขาถูกปีศาจพิภพตนนั้นร่างจริง ๆ จะเกิดเื่อะไรขึ้น?
ถึงเวลานั้นญาติสนิทมิตรสหายที่พบเจอเย่เฟิงก็จะไม่ใช่เขาอีกต่อไป แต่เป็ปีศาจ์ที่ร่างเขา ทั้งยังเป็ปีศาจ์ที่โเี้ หากเกิดเื่นี้ขึ้นจริง ๆ เย่เฟิงก็ไม่กล้าคิดถึงผลลัพธ์เลย
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ คลื่นสัตว์อสูรเมื่อหลายวันก่อนก็คือแผนการของหัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นั้น เพื่อตามหาร่างกายมนุษย์ที่เหมาะสมกับเขาใช่หรือไม่?” เมื่อเย่เฟิงปะติดปะต่อเื่ราวได้ก็เข้าใจเื่ทั้งหมดขึ้นมาทันที
เหล่าปีศาจพิภพพยักหน้าด้วยสีหน้ากราดเกรี้ยว จากนั้นมีปีศาจพิภพตนหนึ่งส่งความทรงจำไปให้เย่เฟิง “ถูกต้อง แต่ครั้งนั้นพวกข้าถูกบีบบังคับ หัวหน้าจิ้งจอกขาวให้พวกข้ากินยาที่จะทำให้สูญเสียสติปัญญา เพราะเื่นี้จึงทำให้สหายของพวกข้าถูกมนุษย์ฆ่าตายไปหลายตน หากไม่เช่นนั้นพวกข้าก็คงอยู่ในดินแดนของตัวเองอย่างสงบสุข เหตุใดจักต้องข้ามแดนไปฝั่งพวกเ้าด้วยเล่า?”
เมื่อปีศาจพิภพตนนั้นเล่าจบก็ส่งเสียงคำรามต่ำ ดูเหมือนจะโกรธเป็อย่างมาก
“เป็เช่นนี้นี่เอง!” เย่เฟิงพยักหน้าด้วยดวงตาเผยประกายคมกริบ แม้สัตว์อสูรจะกระหายเืและโหดร้าย แต่ก็มีนิสัยตรงไปตรงมา ไม่เ้าเล่ห์มากแผนการเหมือนมนุษย์ ดังนั้นเย่เฟิงจึงเชื่อคำพูดของปีศาจพิภพเหล่านี้ อีกอย่างอีกฝ่ายก็ไม่มีทางโกหกเขาที่กำลังจะตายอยู่รอมร่อ
“หัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นี้เป็ถึงเ้าเขาเทียนเสวียน แต่เหตุใดจึงมีนิสัยโหดร้ายเยี่ยงนี้? เห็นชีวิตของพวกท่านประหนึ่งของไร้ค่า” เย่เฟิงเอ่ยถามต่อ เขาไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดหัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นี้จึงเืเย็นกับลูกน้องได้มากเพียงนี้
“เดิมทีตำแหน่งหัวหน้าไม่ใช่ของเขา เพราะเขามาทีหลัง!” ปีศาจพิภพตนหนึ่งส่งความทรงจำมาให้เย่เฟิง
“มาทีหลังหรือ?” เย่เฟิงพึมพำและค่อย ๆ คาดเดาเื่บางอย่างได้
“ใช่ เขามาที่นี่เมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นเขายังอยู่ระดับพิภพขั้นหก แต่พลังแกร่งกล้ามาก เมื่อมาถึงได้ไม่นานก็แหกกฎของเขาเทียนเสวียนทันที ซ้ำยังมีเื่กับหัวหน้าคนก่อนอีก จนสุดท้ายหัวหน้าคนก่อนก็ถูกลอบสังหาร นับแต่นั้นมาก็ไม่มีสัตว์อสูรตนใดในเขาเทียนเสวียนต่อกรกับเขาได้เลย เขามีนิสัยโเี้อำมหิต ไม่เคยเห็นพวกข้าอยู่ในสายตา เขาสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเขา!” มีอีกความทรงจำเข้ามาในหัวของเย่เฟิง เย่เฟิงดูออกเลยว่าปีศาจพิภพเหล่านี้เคียดแค้นหัวหน้าจิ้งจอกขาวมากเพียงใด เพียงแต่พวกเขามีพลังไม่มากพอ จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน
“พวกท่านไม่คิดจะลากหัวหน้าจิ้งจอกขาวลงจากตำแหน่งบ้างหรือ?” เย่เฟิงกล่าว แต่ปีศาจพิภพเ่าั้ได้ยินก็ชะงักนิ่ง ทั้งยังเผยความหวาดผวาบนสีหน้าของพวกเขา
“เ้าหนู พูดเบา ๆ หน่อย ถ้าหัวหน้าจิ้งจอกขาวได้ยินเข้า จะไม่ได้มีแค่เ้าที่ต้องตาย แต่พวกข้าก็จะพลอยโดนไปด้วย!” สัตว์อสูรตนหนึ่งสื่อสารผ่านความทรงจำด้วยความร้อนใจ ราวกับกลัวว่าคำพูดของเย่เฟิงจะแพร่งพรายออกไป
“ผู้าุโทุกท่าน พวกท่านควรจะตื่นได้แล้วกระมัง!” ทว่าเย่เฟิงเห็นท่าทีของเหล่าปีศาจพิภพ กลับไม่เงียบเสียงแม้แต่น้อย แต่พูดด้วยเสียงดังกว่าเดิม
“เป็ถึงปีศาจพิภพ พวกท่านยังมีศักดิ์ศรีอยู่บ้างไหม ถูกหัวหน้าจิ้งจอกขาวทรมานเยี่ยงนี้แต่ก็ยอมทำงานถวายชีวิตให้เขา ข้ารับประกันเลยว่าต่อให้พวกท่านกล้ำกลืนฝืนทนเพียงใด สุดท้ายสักวันหนึ่งก็จะกลายเป็เครื่องมือของหัวหน้าจิ้งจอกขาวนั่น!” เย่เฟิงะโเสียงดัง แม้ถ้อยคำของเขาจะเฉียบคม แต่กลับเป็ความจริงที่ทิ่มแทงจิตใจของเหล่าปีศาจพิภพ
ใช่แล้ว พวกเขาคือสัตว์อสูรระดับพิภพ รักอิสรเสรี แต่หลังจากหัวหน้าจิ้งจอกขาวมาที่นี่ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความน่าเกรงขามและศักดิ์ศรีของพวกเขาถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็ปีศาจพิภพที่มีสภาพดูไม่ได้ ทั้งยังต้องเป็ทาสของผู้อื่น
คำพูดของเย่เฟิงทำให้เหล่าปีศาจพิภพใจเต้นระส่ำ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงเื่เลวร้ายเช่นนี้
หลังจากเย่เฟิงพูดจบ เขาก็เดินออกไปจากตรงนี้โดยไร้ความอาลัยอาวรณ์ เขาได้พูดสิ่งที่ควรพูดไปแล้ว แต่จะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวปีศาจพิภพเหล่านี้
เย่เฟิงกลับมาถึงที่ฝึก จากนั้นกินยาเม็ดที่หัวหน้าจิ้งจอกขาวให้เขามา และเริ่มบ่มเพาะพลัง หัวหน้าจิ้งจอกขาวผู้นั้นจะมาหาในอีกสามวัน เวลานั้นคือตัวกำหนดความเป็ตายของเย่เฟิง แม้จะรู้ว่าตัวเองยังอ่อนหัด แต่เขาก็ต้องลุกขึ้นสู้
ยาเม็ดแปรเปลี่ยนเป็ฤทธิ์ยาในพริบตา มันไหลเวียนไปทั่วเส้นชีพจรของเขา ทันใดนั้นเย่เฟิงรู้สึกว่าการบ่มเพาะของตนก้าวหน้าไปไม่น้อย นี่ทำให้เย่เฟิงอดถอนใจไม่ได้ หัวหน้าจิ้งจอกขาวถึงกับให้เขาใช้ยาเม็ดที่ทรงพลังเช่นนี้ก็เพื่อให้ร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เย่เฟิงโคจรวิชาเพื่อดูดซับฤทธิ์ยาที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดูดซับนี้กินเวลาเกือบสามวัน ทันใดนั้นเองร่างกายของเย่เฟิงก็เปล่งแสงจ้า ลมปราณพวยพุ่ง ทำให้ระดับการบ่มเพาะทะลวงขั้นรวมชี่ที่ 2 ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเย่เฟิงลืมตาขึ้นก็เห็นหลายเงาร่างขนาดใหญ่ยืนอยู่ด้านหน้า และกำลังมองมาที่เขา ซึ่งก็คือปีศาจพิภพเ่าั้ที่รับผิดชอบในการดูแลเขา
“ผู้าุโมีอะไรหรือ?” เย่เฟิงเอ่ยถาม
“พวกข้าคิดทบทวนถึงเื่ที่เ้าพูดมาแล้ว ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ลุกขึ้นสู้สักครั้งก็ไม่เสียเปล่า พวกข้าจะเชื่อฟังเ้า เมื่อหัวหน้าจิ้งจอกขาวมาถึง พวกข้าจะแสดงไพ่ทั้งหมดที่มีอยู่ออกมา!”
ปีศาจพิภพตนหนึ่งสื่อสารกับเย่เฟิงผ่านความทรงจำ เป็น้ำเสียงที่มุ่งมั่นอย่างมาก คำพูดของเย่เฟิงเมื่อสามวันก่อน ทำให้ปีศาจพิภพหลายตนฮึกเหิมขึ้นมา และพวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับเย่เฟิง
“ดี!” เย่เฟิงระบายยิ้มอย่างพึงพอใจ ด้วยระดับการบ่มเพาะในตอนนี้ เป็ไปไม่ได้ที่จะรอดจากเงื้อมมือของหัวหน้าจิ้งจอกขาว ดังนั้นต้องพึ่งพิงพลังของปีศาจพิภพเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ปีศาจพิภพเหล่านี้ถูกหัวหน้าจิ้งจอกขาวกดขี่ข่มเหงมาเป็เวลานาน จึง้าออกจากการควบคุมของอีกฝ่าย ดังนั้นทั้งเย่เฟิงและเหล่าปีศาจพิภพมีจุดประสงค์เดียวกัน และย่อมยืนอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน
“เมื่อหัวหน้าจิ้งจอกขาวมาถึง ทุกท่านจงฟังคำสั่งจากข้า แค่ถ่วงเวลาเขาไว้ ส่วนเื่อื่นข้าจะจัดการเอง” เย่เฟิงกล่าวขณะมองเหล่าปีศาจพิภพตรงหน้า
แม้จะมีปีศาจพิภพช่วยหนุนอยู่ไม่กี่ตน เย่เฟิงก็รู้ว่าครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ถึงขั้นเป็อันตรายถึงชีวิต หัวหน้าจิ้งจอกคือสัตว์อสูรปลายยอดระดับพิภพ พลังย่อมไม่ธรรมดา หาไม่แล้วจะกำราบสัตว์อสูรในเขาเทียนเสวียนได้อย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นเย่เฟิงต้องลุกขึ้นสู้ หากไม่สู้เขาก็จะกลายเป็แผ่นหินที่ให้หัวหน้าจิ้งจอกขาวเหยียบย่ำเพื่อขึ้นเป็ปีศาจ์ แต่หากลุกขึ้นสู้ก็ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง
เหล่าปีศาจพิภพพยักหน้าเห็นด้วยกับเย่เฟิง ลำดับต่อไปก็รอหัวหน้าจิ้งจอกขาวมาเยือน