1
ความสูญเสีย
“มาวิน วันนี้ไข่มุกไม่มาเรียนอีกแล้วเหรอ” อลิสถามถึงเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วง
“ไม่มาอีกแล้วล่ะมั้ง นี่ก็สายมากแล้ว เดือนนี้ทั้งเดือน เห็นไข่มุกเอาแต่เงียบ ถามอะไรก็ไม่อยากจะคุย ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าเป็อะไร ”
มาวินเริ่มรู้สึกหงุดหงิด กับการที่ไข่มุก อยู่ดีๆก็เปลี่ยนไป จากสาวน้อยสดใส พูดเก่ง กลายเป็คนเงียบ แววตาเศร้าตลอดเวลา แต่ยิ่งเงียบ ก็ยิ่งไม่มีเพื่อนคนไหนกล้าถาม
“ไข่มุกมันจะทะเลาะกับพี่ตะวันหรือเปล่าวะ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนนิ่งเงียบแบบนี้”
ไข่มุกเล่าให้เพื่อนๆของเธอฟังว่า เธอกับพี่ตะวันซึ่งเป็รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยและเป็นายแบบชื่อดัง ทั้งคู่แอบคบหากันอยู่ แต่ก็ยังไม่มีใครเคยเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน นอกจากเห็นจากภาพถ่ายในโทรศัพท์ของไข่มุก ที่เธอชอบจะเอามาให้เพื่อนได้ดูกันเสมอ
ตะวันขอร้องให้ไข่มุกเก็บเื่นี้เป็ความลับ เพราะกลัวมีผลต่อเื่าน อาจจะเป็เพราะเหตุผลนี้ เพื่อนๆถึงไม่เคยมีโอกาสเจอทั้งคู่พร้อมกัน
คำบอกเล่าเหตุผลที่ไข่มุกบอกกับมาวินและอลิส เวลาที่ทั้งคู่ถาม ว่าทำไมถึงไม่เคยเห็นตะวันมาหาไข่มุกบ้างเลย ทั้งที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน
“ทะเลาะเหรอ ไม่เคยเห็นเล่าว่าทะเลาะกันเลยนะ ทุกวันเราก็ได้ยินแต่เื่ที่พี่ตะวัน ทำนู่นนั่นนี่ให้เพื่อนเรา มีแต่หวานกันจะตายไป”
มาวินคิดว่าไม่น่าจะใช่เื่ทะเลาะกับตะวัน เพราะเพื่อนเคยแต่เล่า ว่ารุ่นพี่รักและคอยเอาใจเธอแค่ไหน
“ไลน์ไปถาม ก็อ่านแต่ไม่ยอมตอบ หรือเราจะไปหาที่บ้านกันเลยไหม”
อลิสอยากไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนกันแน่ ไม่อยากต้องมานั่งคาดเดาไปทั่วแบบนี้
“ไม่เอาหรอก จำไม่ได้หรือไงอลิส ไข่มุกเคยบอกไว้ ว่าที่บ้านของเธอไม่ชอบการที่มีเพื่อนไปหาที่บ้าน ถ้าเราไป แล้วเกิดทำให้ไข่มุกโดนดุขึ้นมา เพื่อนจะพาลมาโกรธเราเอานะ”
มาวินเตือนความจำให้เพื่อน ชายหนุ่มรู้ว่าอลิสเป็ห่วงไข่มุกมากแค่ไหน เพราะทั้งสองคนเป็เพื่อนที่รักกันมาก แต่เขาก็ไม่อยากให้ความเป็ห่วงทำให้ไข่มุกต้องเดือดร้อน
“เออ...ใช่ ถ้าเราไปมีหวัง ไข่มุกโดนดุแน่ๆ ถ้าอย่างนั้น เราก็คงทำได้แค่รอ รอให้เพื่อนเราติดต่อมาเองเท่านั้น เฮ้อ...ไม่สบายใจเลย”
อลิสเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน เธอสามารถเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยได้ เพราะความขยัน สมองดี หน้าตาเพราะเธอเป็ลูกครึ่งไทยเยอรมัน และที่สำคัญคือเธอมีเสียงที่ไพเราะ จนมีอาชีพเสริมเป็นักร้อง ตามงาน ทำให้อลิสพอมีเงินมาใช้จ่ายค่าเล่าเรียน
ความลำบากของหญิงสาว ค่อยๆน้อยลง เมื่อไข่มุกยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็การให้ยืมคอมพิวเตอร์ หางานรับจ้าง จากบริษัทของบิดามาให้ทำ หยิบยื่นเงินให้ยืมทุกครั้งที่อลิสมีปัญหา
ค่าเทอมที่เพิ่งจ่ายไป ไข่มุกก็เป็หยิบยื่นให้อลิสยืมไปจ่ายก่อน ความดี ความมีน้ำใจของไข่มุก ทำให้สำหรับอลิสแล้ว เพื่อนคนนี้เป็มากกว่าเพื่อน เพราะไข่มุกเป็คนที่มีบุญคุณกับเธอ ช่วยให้เธอสามารถมีวันนี้ได้
“คิดในแง่ดีเข้าไว้ ไข่มุกอาจจะแค่ มีเื่เครียดแบบส่วนตัว ที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ อย่าคิดมากสิอลิส เรารู้ว่าไข่มุกเป็เพื่อนที่เธอรักที่สุด และเราก็รู้ว่าไข่มุกก็รักเธอมากเหมือนกัน แต่อย่ามองโลกในแง่ร้าย เพราะถึงเธอทั้งคู่จะสนิทกันแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ทุกเื่หรอก ที่ไข่มุกจะเล่าให้เธอฟัง คนเราก็ต้องมีคำว่าส่วนตัวบ้าง”
มาวินรับรู้เื่ราว ในชีวิตของอลิสมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็เื่ของครอบครัว ที่หญิงสาวเกิดมาในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อของเธอเป็เพียงนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวที่เมืองไทย และเกิดมีความสัมพันธ์กับแม่ของเธอ
แม่ของอลิสทำงานในสถานบันเทิง ย่านพัทยา แต่พอท้อง มณีแม่ของอลิส ก็หันหลังให้กับอาชีพเดิม และมาทำงานก่อสร้างแทน
บิดาของหญิงสาวเดินทางกลับไปยังประเทศเยอรมันโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มณีกำลังตั้งท้อง มารดาของเธอตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกสาวคนเดียวของเธอให้ดีที่สุด แต่ดีที่สุดของคนที่ทำงานเพียงแค่รับจ้างก่อสร้างไปวันๆ มณีก็ไม่สามารถทำให้อลิส มีชีวิตที่ดีเหมือนเด็กคนอื่นได้ หญิงสาวจึงออกมาหาอาชีพเสริม โดยการเป็นักร้องรับจ้าง ั้แ่มัธยมศึกษาตอนปลาย
ความขยัน ใฝ่ดีของอลิสทำให้เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ ค่าเทอมในเทอมแรก มณีขอหยิบยืมจากนายจ้าง และอลิสก็ได้ไข่มุก เพื่อนที่เธอเพิ่งจะมารู้จักที่มหาวิทยาลัย เป็คนใช้หนี้แทน เพื่อที่แม่ของอลิสจะได้ไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ย
เวลาผ่านไปเกือบปีเหมือนกัน กว่าสองคนแม่ลูกจะหาเงินมาใช้ไข่มุกได้หมด แต่ไข่มุกก็ไม่เคยทวงถามสักคำ แถมยังคอยหางานรับจ้างต่างๆ มาให้แม่และอลิสทำ เพื่อหารายได้
การช่วยเหลือ เกื้อกูลในหลายๆอย่างที่ไข่มุกมีต่ออลิส มาวินรับรู้ด้วยตลอด เขาไม่สามารถช่วยอะไรอลิสได้ เพราะครอบครัวเขาเอง ก็แค่พอมีพอกิน ชายหนุ่มจึงรู้ว่า อลิสรักและเป็ห่วงไข่มุกแค่ไหน
“เฮ้ย!..มาวิน ไข่มุกส่งข้อความมาในไลน์กลุ่มเรา” อลิส ทั้งใและดีใจ ที่มีการเคลื่อนไหวของเพื่อนสาว
‘เขาไม่รักฉันแล้ว ไม่แคล้วฉันคงต้องตาย ชีวิตขาดเขาเหมือนไร้จุดหมาย จะขอลาตายดีกว่าอยู่ให้ช้ำใจ’
อลิสอ่านข้อความ ที่จริงๆแล้วมันอ่านดูจะเป็กลอนมากกว่า หญิงสาวอ่านออกเสียงเพื่อให้มาวินได้รู้ด้วย
“เฮ้ย!”
ทั้งอลิสและมาวิน ต่างร้องอุทานพร้อมกันด้วยความใ เพราะจากข้อความ มันเหมือนเพื่อนของเธอกำลังพูดถึงความตายอยู่
“โทร มาวินลองโทรหาไข่มุกสิ เผื่อเธอจะรับ”
อลิสให้มาวินโทรศัพท์ไปหาไข่มุก เพราะหญิงสาวโทรไปหลายครั้งแล้ว ั้แ่เช้า เธอหวังว่า ไข่มุกอาจจะรับโทรศัพท์ของมาวินก็ได้
“ไม่รับ แถมตัดสายทิ้งด้วย”
มาวินหันมาบอก หลังจากเขาโทรศัพท์ไปหาไข่มุกหลายสาย
“เราไปที่บ้านไข่มุกกันเถอะ นะ...นะ ถ้าให้รอแล้วเอาแต่นั่งมองโลกในแง่ดี เราทำไม่ได้ได้แล้วมาวิน.”
อลิสจับแขนเพื่อนชายมาเขย่า เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไปคนเดียว ถ้ามาวินไม่ไปเป็เพื่อน
“เออๆ ไปก็ไป แต่เอาแบบนี้นะ เราเรียนวิชาแรกก่อน จะได้ลาอาจารย์ให้ไข่มุกด้วย แล้วค่อยไป วิชาตอนบ่าย เดี๋ยวฝากเพื่อลาอาจารย์ให้”
หัวใจของอลิส มันรู้สึกใจคอไม่ดีเลย แต่เธอรู้ว่า มาวิน้าให้เธอใจเย็นแล้วเรียนก่อน เพราะชายหนุ่มคิดว่า ถึงจะไปตอนนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับไข่มุก พวกเขาทั้งคู่ก็ช่วยอะไรไม่ทัน เพราะบ้านของหญิงงสาวกับมหาวิทยาลัยอยู่ไกลกันมาก และทั้งคู่ต้องขึ้นรถโดยสารประจำทางไป
“เฮ้ย! มาวิน ไข่มุกส่งอะไรมาอีกแล้ว” อลิสเสียงดังด้วยความใ
“ทุกเื่ที่เราเล่า ให้เธอสองคนฟัง มันคือความลับ ที่จะเป็ความลับตลอดไป สัญญานะ อลิส มาวิน”
ทั้งสองคนอ่านข้อความที่ไข่มุกส่งมาพร้อมกัน พร้อมกับส่งสติกเกอร์ตอบกับไปว่าตกลง และไข่มุกก็ส่งสติกเกอร์รอยยิ้มสดใส เพื่อแสดงว่าเธอพอใจในคำตอบของเพื่อนๆ
“เห็นไหมอลิส ไข่มุกมันส่งสติกเกอร์มาแบบนี้ แปลว่าไม่มีอะไรหรอก ดูแล้วน่าจะทะเลาะกับพี่ตะวัน และก็กังวลว่าเราจะเอาเื่ของพี่ตะวันกับตัวเองไปพูดให้ใครฟัง ”
มาวินคิดว่า คนที่ยังสาวมารถส่งสติกเกอร์ได้ แปลว่าต้องไม่ได้กำลังทุกข์มาก อย่างที่อลิสคิดหรอก
“แต่เรายังจะไปบ้านไข่มุกกันอยู่ใช่ไหม” อลิสยังไม่สบายใจ
“ไปแน่นอน เรียนแค่ไม่กี่ชั่วโมง ไปเรียน! …คิดมากไปได้”
ชายหนุ่มเดินจับมืออลิสเข้าห้องเรียน เพราะกลัวหญิงสาวจะยืนเป็ห่วงไข่มุกไปไหนอยู่ตรงหน้าห้องอย่างนั้น
“มาวิน พวกข้างหน้าเรา ตื่นเต้นข่าวอะไรกัน เห็นกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่”
อลิสชี้ไปที่กลุ่มของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหน้า แต่อยู่ห่างจากเธอสองคน ที่นั่งอยู่เกือบท้ายห้อง
“นก มีข่าวอะไรกัน เห็นตื่นเต้นกันน่าดู”
ยังไม่ทันที่มาวินหรืออลิสจะลุกขึ้นไปถาม ทามหนุ่มสวยประจำห้อง ก็ถามเสียงดังแทน เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่กลุ่มใหญ่ของห้องกำลังฮือฮากัน คือเื่อะไร
“ก็โยเกิร์ตนางเอกหน้าใหม่ ที่เพิ่งแสดงได้เื่เดียว ก็ปังเหว่อ นางออกมาบอกว่ากำลังคบหากับพระเอกรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเรา และอาจจะมีข่าวดีทันที ที่พี่ตะวันเรียนจบ”
หัวหน้าห้อง ผู้รู้เื่ทุกอย่างของของบรรดาดารานักร้องทุกคน รายงานด้วยสีหน้าที่เหมือนกำลังหมั่นไส้นางเอกที่เป็ข่าวอยู่
“ผู้หญิงอะไรออกมาพูดเอง ผู้ชายเขายังไม่เคยพูดถึงนางสักคำ”
ทามนางเป็ผู้ชาย ที่สวยจนผู้หญิงยังอาย และรู้จักบรรดาช่างแต่งหน้า ที่อยู่ใวงการบันเทิงหลายคนพูดด้วยความหมั่นไส่ เช่นเดียวกับนก ผู้เป็หัวหน้าห้อง
“ทาม แกมาฟังนี่ นางบอกพี่ตะวันเรียนจบ อาจจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ นางกล้าพูดเนาะ นี่ออกมาเปิดตัวเองแถมประกาศจะมีข่าวดี หน้าด้านที่สุด”
บรรดาเพื่อนที่กำลังวิจารณ์เื่นี้กันอยู่ ต่างพากันรู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่โยเกิร์ตนักแสดงหน้าใหม่ให้สัมภาษณ์
มาวินกับอลิสต่างมองหน้ากัน เหมือนทั้งสองคนจะได้คำตอบ ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไข่มุกเป็แบบนี้
“มาวิน นายว่าจริงไหมวะข่าวเื่พี่ตะวัน” อลิสถาม
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทามก็อยู่ในแวดวงนี้ นางยังไม่เชื่อเลย อาจเป็แค่การสร้างกระแสก็ได้”
มาวินไม่อยากให้อลิสว้าวุ่นใจไปมากกว่านี้ เขาจึงพยายามพูดให้เธอสบายใจ ถึงแม้จะไม่ได้คิดแบบที่พูดก็ตาม
เลิกเรียนวิชาใน่เช้าแล้ว ทั้งสองคนเดินออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อไปนั่งโดยสารรถประจำทาง ไปบ้านของไข่มุกตามที่ตกลงกันไว้
“อลิส เราไม่ต้องไปบ้านไข่มุกแล้ว”
มาวินหยุดเดิน สายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่เขาเดินเขี่ยไปเขี่ยมาระหว่างเดินมาหน้ามหาวิทยาลัย
“ทำไม เกิดอะไรขึ้น เฮ้ย!พูดสิ”
อลิสทนไม่ไหว เมื่อถามแต่มาวินไม่ตอบ กลับแสดงสีหน้า ที่เหมือนคนกำลังใสุดขีด
“อย่าเป็อะไรนะน้องสาวพี่ ทำไมทำแบบนี้”
อลิสอ่านทุกตัวอักษรที่พี่สาวของไข่มุกโพสและแท็กชื่อไข่มุกในเฟซบุ๊กพร้อมกับบอกว่าเธอกำลังอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน
“มาวิน ไหนนายบอกว่า มันจะไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับไข่มุก ทำไมเป็แบบนี้”
อลิสโวยวายเสียงดัง ตีมือเล็กของเธอไปที่ตัวของมาวิน อย่างลืมตัว
ชายหนุ่มเองก็ยืนนิ่ง ตัวแข็ง ทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้จะเป็ผู้ชายแต่มาวินก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้
“อลิส เราไปโรงพยาบาลกัน”
พอเริ่มตั้งสติได้ มาวินก็คว้ามือของเพื่อสาว มาจับไว้แน่น มองหน้าและส่งสายตาที่เข้มแข้งไปสู่ ตากลมคู่สวยที่ตอยนี้เต็มไปด้วยน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาอย่างเกินจะหยุดมันได้
กว่าจะถึงโรงพยายาบาลใช้เวลาเกือบชั่วโมง ทั้งคู่ต่างวิ่งกันไปที่ห้องฉุกเฉิน หลังจากสอบถามเ้าหน้าที่ ว่าเพื่อนของเธอตอนนี้อยู่ที่ไหน
“มาวิน อลิส ไข่มุกไม่อยู่แล้ว เขาทิ้งพี่ไปแล้ว”
ลูกแก้วพี่สาวคนเดียวของไข่มุก บอกข่าวร้ายให้กับทั้งคู่ที่เพิ่งมาถึงให้รู้
“พี่ลูกแก้ว”
อลิสะโสุดเสียงเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า ที่เพิ่งแจ้งข่าวร้ายให้เธอฟัง เธอทรุดตัวลงเกือบกองลงกับพื้น ถ้ามาวินวิ่งเข้ามารับไว้ไม่ทัน
เสียงร้องไห้จนแทบจะขาดใจ ของพ่อกับแม่ของไข่มุก ดังมาจากเก้าอี้ด้านหน้าของห้องฉุกเฉิน อลิสมองภาพทุกอย่างด้วยความรู้สึกที่บอกกับตัวเอง ว่ามันไม่จริง ทุกอย่างที่เธอกำลังมองเห็น ทุกสิ่งที่เพิ่งได้ยิน มันเป็แค่ความฝันเท่านั้น
“ตื่นสิอลิส แกแค่ฝันไป”
หญิงสาวพูดกับตัวเอง ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ ที่อยู่ตรงข้ามกับห้องฉุกเฉิน และยังคงพูดกับตัวเอง เหมือนคนที่เสียสติไปแล้ว
