เพล้ง!
แจกันลายครามใบงามถูกปัดตกจากโต๊ะจนแตกกระจายเกลื่อนพื้นห้องทำงานในตำหนักจินหลง
ฉินลี่หรงยืนหอบหายใจถี่ ใบหน้าที่มักประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยโทสะที่ยากจะระงับ ข่าวเื่องค์ชายจวิ้นอี่บุกไปถึงจวนตระกูลเซี่ยและประกาศปกป้องเซี่ยเหยียนอวี่ต่อหน้าธารกำนัล แพร่สะพัดไปทั่วยิ่งกว่าข่าวลือเื่ดวงกาลกิณีเสียอีก
"ข้าประเมินมันต่ำไป..." ฉินลี่หรงกัดฟันกรอด ดวงตาฉายแววอำมหิต "นึกไม่ถึงว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเซี่ยเหยียนอวี่จะมีมารยาถึงขั้นทำให้องค์ชายผู้เ็าอย่างจวิ้นอี่หลงหัวปักหัวปำได้ขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว!"
"ใต้เท้า... แล้วเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ?" จางหลานลูกสมุนคนสนิทเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น "ตอนนี้กระแสลมเปลี่ยนทิศ ขุนนางหลายคนเริ่มหันไปประจบสอพลอตระกูลเซี่ยกันแล้ว หากปล่อยไว้..."
"หุบปาก!" ฉินลี่หรงตวาด "คิดว่าข้าจะยอมแพ้แค่นี้หรือ? ในเมื่อเด็ดดอกไม้ไม่สำเร็จ ข้าก็จะขุดรากถอนโคนมันทิ้งซะ!"
ฉินลี่หรงเดินไปที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักลับและหยิบสมุดบัญชีเล่มหนึ่งออกมาโยนลงตรงหน้าจางหลาน
"อีกสามวัน ฝ่าาจะทรงแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการไปตรวจสอบงบประมาณซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำที่กรมโยธาธิการรับผิดชอบอยู่ และบิดาของเซี่ยเหยียนอวี่ ใต้เท้าเซี่ยจง ก็เป็หัวเรือใหญ่ในโครงการนี้"
จางหลานหยิบสมุดขึ้นมาดูด้วยความงุนงง "แต่ใต้เท้าเซี่ยขึ้นชื่อเื่ความซื่อสัตย์สุจริต บัญชีนี้ก็ดูปกติดี..."
"มันจะไม่ปกติก็ต่อเมื่อข้า้าให้มันเป็" ฉินลี่หรงแสยะยิ้มเย็นะเื "เ้ารีบเอาบัญชีปลอมเล่มนี้ไปสับเปลี่ยนกับของจริงในหอเก็บเอกสารซะ ทำให้ตัวเลขมันหายไปสักห้าหมื่นตำลึงทอง... เพียงเท่านี้ ต่อให้เซี่ยเหยียนอวี่จะมีปีกบินได้ ก็หนีไม่พ้นข้อหาลูกชายขุนนางกังฉิน!"
"รับทราบขอรับ!"
ฉินลี่หรงมองตามลูกน้องที่รีบออกไปทำตามคำสั่ง แววตาของเขาเป็ประกายวาวโรจน์
ในชาติก่อน เขาใช้วิธีนี้กำจัดขุนนางตงฉินมานักต่อนัก และเซี่ยจงผู้ซื่อบื้อก็เป็เพียงเหยื่ออีกรายที่เขาจะใช้เหยียบย่ำขึ้นสู่อำนาจ
"เซี่ยเหยียนอวี่... ข้าจะรอดูว่าเ้าจะทำหน้าอย่างไร เมื่อเห็นพ่อบังเกิดเกล้าถูกลากเข้าคุกหลวง!"
…
…
...
ณ จวนตระกูลเซี่ย
แม้ภายนอกจะดูเงียบสงบ แต่ภายในใจของเซี่ยเหยียนอวี่กลับร้อนรุ่มดั่งไฟเผา
หลังจากเหตุการณ์ที่จวิ้นอี่บุกมาถึงจวน เขาก็เอาแต่ขังตัวอยู่ในห้องหนังสือ พยายามรื้อฟื้นความทรงจำในชาติก่อนอย่างละเอียด อาการเจ็บหน้าอกทุเลาลงมากแล้วด้วยยาของไป๋เหวินเจี๋ย ทำให้สมองของเขาแล่นเร็วขึ้น
่เวลานี้... มันใกล้จะถึงตอนนั้นแล้ว
ในชาติก่อน หลังจากงานคัดเลือกคู่หมั้นไม่นาน บิดาของเขาถูกจับกุมในข้อหายักยอกงบประมาณสร้างเขื่อน เหตุการณ์นั้นทำให้ตระกูลเซี่ยตกต่ำลง เหยียนอวี่ต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากฉินลี่หรง ซึ่งมันก็ทำทีเป็ยื่นมือเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ทำให้เขายิ่งซาบซึ้งใจและไว้ใจมันจนหมดใจ
"โง่เขลาสิ้นดี..." เหยียนอวี่ด่าตัวเองในอดีต "ไฟไหม้บ้านตัวเองแท้ๆ ยังนึกว่าโจรเป็คนดับไฟ"
เขาลุกขึ้นยืนทันที คว้าตะเกียงเดินตรงไปยังห้องทำงานของบิดา
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อขอรับ!"
เซี่ยจงที่กำลังนั่งตรวจเอกสารราชการอยู่เงยหน้าขึ้นมองบุตรชายด้วยความแปลกใจ "เหยียนอวี่? ดึกป่านนี้แล้ว เ้ายังไม่พักผ่อนอีกหรือ? ร่างกายเ้ายังไม่แข็งแรง..."
"เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะขอรับ" เหยียนอวี่เดินเข้าไปที่โต๊ะทำงาน กวาดตามองกองเอกสาร "ท่านพ่อ... บัญชีงบประมาณซ่อมเขื่อนของกรมโยธา ท่านเก็บไว้ที่ไหน?"
เซี่ยจงขมวดคิ้ว "อยู่ที่หอเก็บเอกสารของกรมสิ ถามทำไมรึ?"
"ท่านต้องนำมันกลับมาเดี๋ยวนี้!" เหยียนอวี่กล่าวเสียงเครียด "หรือไม่... ท่านต้องพาข้าไปที่กรมเดี๋ยวนี้!"
"เ้าพูดเื่อะไร? กฎราชสำนักห้ามนำเอกสารสำคัญออกนอกกรม และตอนนี้ยามวิกาลจะเข้าไปได้อย่างไร..."
"ท่านพ่อ!" เหยียนอวี่จ้องตาบิดาเขม็ง แววตาจริงจังจนเซี่ยจงชะงัก "ท่านเชื่อข้าหรือไม่? ตลอดชีวิตข้าไม่เคยขออะไรท่าน แต่ครั้งนี้... มันเดิมพันด้วยชีวิตของคนทั้งตระกูลเซี่ย มีคนกำลังจะใส่ร้ายท่านเื่ยักยอกเงิน!"
เซี่ยจงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาไม่เคยเห็นลูกชายมีท่าทีเด็ดเดี่ยวและน่าเกรงขามขนาดนี้มาก่อน ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าเหยียนอวี่ไม่ได้ล้อเล่น
"ก็ได้..." เซี่ยจงถอนหายใจ "ข้ามีกุญแจสำรองของหอเก็บเอกสาร แต่เราต้องระวังตัว อย่าให้ยามเห็น"
…
…
...
ณ หอเก็บเอกสาร กรมโยธาธิการ
บรรยากาศวังเวงและมืดมิด เหยียนอวี่และเซี่ยจงลอบเข้ามาทางประตูหลังโดยใช้เส้นทางลับที่เซี่ยจงรู้ แสงตะเกียงส่องกระทบชั้นวางเอกสารสูงตระหง่าน
"บัญชีปีนี้อยู่ที่ชั้นสาม" เซี่ยจงกระซิบพลางนำทาง
เหยียนอวี่รีบเดินตามไป ใจเต้นระทึก เขาภาวนาขอให้มาทันเวลา
เมื่อถึงชั้นวาง เซี่ยจงหยิบสมุดบัญชีปกสีน้ำเงินเข้มออกมา "นี่ไง... บัญชีฉบับจริง ข้าเพิ่งตรวจทานไปเมื่อวาน ตัวเลขครบถ้วนทุกแดงเดียว"
เหยียนอวี่รีบคว้าสมุดมาเปิดดู เขากวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ตัวเลขทุกอย่างดูปกติดี ลายมือก็เป็ของบิดาเขา
"ดูสิ ไม่มีอะไรผิดปกติ" เซี่ยจงกล่าว
"ยังวางใจไม่ได้" เหยียนอวี่พึมพำ เขาพลิกดูสันปกสมุด แล้วสังเกตเห็นรอยเย็บด้ายที่ดูใหม่ผิดปกติ "ท่านพ่อ ท่านเย็บเล่มใหม่หรือ?"
"เปล่า ข้าใช้เล่มเดิมมาตลอด"
เหยียนอวี่ใจหายวาบ เขาหยิบมีดพกออกมา กรีดด้ายที่สันปกออก แล้วดึงกระดาษหน้ากลางออกมาส่องกับแสงไฟ
"กระดาษนี้..." เหยียนอวี่ลูบเนื้อกระดาษ "มันบางกว่ากระดาษหลวงที่กรมใช้เล็กน้อย และกลิ่นหมึก... มันมีกลิ่นหอมของยางสนดำซึ่งเป็ของหายาก ราคาแพง กรมโยธาไม่มีงบซื้อหมึกแพงขนาดนี้ใช้แน่"
เซี่ยจงเบิกตากว้าง รับกระดาษไปดู "จริงด้วย! นี่ไม่ใช่กระดาษที่ข้าใช้... มีคนสับเปลี่ยนไส้ใน!"
"พวกมันลงมือแล้ว..." เหยียนอวี่กัดฟัน "พวกมันคงแอบเข้ามาเปลี่ยนไส้บัญชี เพื่อให้ตัวเลขดูเหมือนท่านยักยอกเงินไป แต่ยังเก็บปกเดิมไว้ตบตา"
"สารเลว! ใครกันที่กล้าทำเื่ต่ำช้าเช่นนี้!" เซี่ยจงโกรธจนมือสั่น
"ข้ารู้ว่าเป็ใคร... แต่ตอนนี้เราต้องแก้เกมก่อน" เหยียนอวี่สมองแล่นเร็วรี่ "ท่านพ่อ ท่านจำตัวเลขจริงได้หรือไม่?"
"ข้าจำได้แม่นยำทุกตัวอักษร!"
"ดี" เหยียนอวี่หยิบพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ขึ้นมา "เราจะใช้หมึกของพวกมัน เล่นงานพวกมันกลับ... ท่านพ่อ ท่านช่วยเขียนบัญชีฉบับจริงขึ้นมาใหม่เดี๋ยวนี้ ส่วนข้า... จะปรุงแต่งบัญชีปลอมเล่มนี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น"
เหยียนอวี่ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบขวดกระเบื้องใบเล็กออกมา นี่คือผงลบเลือนที่เขาขอให้ไป๋เหวินเจี๋ยปรุงให้เมื่อวันก่อน มันมีคุณสมบัติทำให้หมึกจางหายไปเมื่อโดนความร้อน
เขาทาผงนั้นบางๆ ลงบนตัวเลขที่ถูกปลอมแปลง
"เ้าทำอะไร?" เซี่ยจงถามอย่างงุนงง
"วางกับดักขอรับ" เหยียนอวี่แสยะยิ้มเย็น "เมื่อผู้ตรวจการเปิดบัญชีนี้อ่านในท้องพระโรงที่มีแสงแดดส่องถึง... ตัวเลขความผิดที่พวกมันสร้างขึ้น จะหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่จะประจานความโง่เขลาของพวกมันเอง"
เซี่ยจงมองลูกชายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กหนุ่มที่เคยวิ่งเล่นในสวน บัดนี้กลายเป็นักวางแผนที่สุขุมลุ่มลึกและน่าหวาดหวั่น
"เหยียนอวี่... เ้าไปเรียนรู้วิธีการเหล่านี้มาจากไหน?"
เหยียนอวี่ชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบโดยไม่เงยหน้า
"จากความตายขอรับท่านพ่อ... จากความตาย"
…
…
...
เช้าวันต่อมา
ข่าวใหญ่ะเืราชสำนัก เมื่อมีบัตรสนเท่ห์ปริศนาร้องเรียนถึงการทุจริตในกรมโยธาธิการ องค์ชายจวิ้นอี่สั่งเรียกประชุมขุนนางด่วน พร้อมตั้งคณะผู้ตรวจการสอบสวนทันที
ในท้องพระโรง บรรยากาศตึงเครียด ฉินลี่หรงยืนยิ้มกริ่มอยู่แถวหน้า มั่นใจในแผนการของตนเต็มที่ สายตาของเขาจ้องมองไปยังเซี่ยจงที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง
"ใต้เท้าเซี่ย" ฉินลี่หรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง "ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าท่านจะทำเื่เช่นนี้... เงินซ่อมเขื่อนเป็เงินต่อชีวิตชาวบ้าน ท่านกล้าแตะต้องมันได้อย่างไร?"
เซี่ยจงปรายตามองอีกฝ่าย "ข้าทำหรือไม่ ฟ้าดินย่อมรู้เห็น... และบัญชีย่อมบอกความจริง"
"นำบัญชีมา!" จวิ้นอี่สั่งเสียงเข้ม บนบัลลังก์ พระองค์ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ สายตาเหลือบมองเหยียนอวี่ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังบิดาด้วยความเป็ห่วง
ขันทีนำสมุดบัญชีที่ถูกสับเปลี่ยนแล้วมาวางต่อหน้าพระพักตร์
ฉินลี่หรงลอบยิ้ม
เสร็จข้าล่ะ!
จวิ้นอี่เปิดสมุดบัญชีออก แสงแดดยามสายส่องลอดหน้าต่างลงมากระทบหน้ากระดาษพอดี
"ไหนล่ะความผิดปกติ?" จวิ้นอี่ถาม คิ้วขมวดมุ่น
"จะไม่มีได้อย่างไรพะย่ะค่ะ ก็ในเมื่อ..." ฉินลี่หรงรีบก้าวเข้าไปชะโงกหน้าดู แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตาโพลงจนแทบถลน
หน้ากระดาษที่ควรจะมีตัวเลขยักยอกเงินห้าหมื่นตำลึง... บัดนี้ว่างเปล่า!
ตัวเลขหายไปหมดเกลี้ยง เหลือเพียงรอยคราบจางๆ และกลิ่นหอมของยางสนดำที่ลอยคลุ้งออกมาเมื่อโดนความร้อน
"นี่มัน..." ฉินลี่หรงหน้าซีดเผือด
เหยียนอวี่ก้าวออกมาข้างหน้า ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"ดูเหมือนจะมีคนหวังดีประสงค์ร้าย พยายามปลอมแปลงบัญชีแต่ใช้หมึกผิดประเภทนะพะย่ะค่ะ... หมึกยางสนดำนี้ เมื่อโดนความร้อนจะจางหายไป ซึ่งกรมโยธาไม่เคยใช้หมึกชนิดนี้"
เหยียนอวี่หันไปสบตาฉินลี่หรง ั์ตาฉายแววเชือดเฉือน
"ใต้เท้าฉิน... ท่านดูในะ หรือว่าท่าน... รู้จักหมึกชนิดนี้ดี?"
