ภาพบุรุษรูปร่างโดดเด่นประคองกันออกจากหอบุปผชาติมิอาจห้ามสายตาของผู้คนในหอเยว่เซียงไปได้โดยปริยาย เป็เหตุให้หลี่เหวินต้องเร่งพาผู้เป็นายรีบออกไปให้พ้นหอแห่งนี้โดยเร็ว และทันทีที่ก้าวออกพ้นชายคาของหอคณิกาขึ้นชื่อรถม้าของตำหนักฉือเหอก็มาจอดเทียบรับในทันที และด้วยเห็นท่าทางของผู้เป็นายมิสู้ดีนักหลี่เหวินจึงเปลี่ยนเป็ผู้ขับรถม้าเองด้วยความร้อนใจและเป็ห่วงผู้เป็นาย แต่กระนั้นสีหน้าก็ยังคงราบเรียบมิได้แสดงอารมณ์ออกมาแต่อย่างใด
“คุณหนูแย่แล้วเ้าค่ะ ทำเช่นไรดีเ้าคะ” เซิ่งเหม่ยรีบละล่ำละลักบอกผู้เป็นายปากคอสั่นที่แผนล้มไม่เป็ท่า
“เ้า! เร่งไปบอกท่านพ่อให้ใช้แผนสำรอง เร็วเข้า!” อี้เหยาเดินออกจากหลังม่านมุกที่ใช้กำบังตน พร้อมเอ่ยสั่งสาวใช้ของตนให้เร่งผู้เป็บิดา งานนี้นางจะพลาดมิได้หากวันนี้พลาดเกิดท่านอ๋องสืบหาที่มางานนี้นางจบแน่ ในเมื่อถอยมิได้เช่นนั้นก็เดินหน้าแผนต่อไปมิดีกว่าหรือ
“เ้าค่ะ บ่าวจะเร่งไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” เซิ่งเหม่ยรับคำก็เร่งรีบเดินออกไปในทันที สีหน้าเผยความร้อนรนในใจอย่างชัดเจน ส่วนซ่างกวนอี้เหยาผู้เป็นายนั้นก็มิได้แตกต่างกันไปมากเท่าใดนัก
[จวนหนานจวิ้นอ๋อง]
ทันทีที่รถม้าจอดเทียบประตูจวนทหารยามที่เฝ้าประตูก็รีบเปิดประตูกว้างออกอย่างรู้หน้าที่
“ท่านอ๋อง นะนี่เกิดอันใดขึ้นกันหลี่เหวิน” เสี่ยวกงกงขันทีรับใช้ประจำตำหนักที่ฝ่าาทรงประทานให้ผู้เป็พระนัดดาหลานรักเร่งเดินเข้ามาในทันทีที่เห็นท่าทางไม่ปกติของผู้เป็นายเ้าตำหนัก
“ยังไม่ต้องถาม เสี่ยวกงกงให้คนไปตามท่านหมอเร็วเข้า ท่านอ๋องถูกวางยา เอ่อ” หลี่เหวินเองมิอยากให้มีคนรู้เื่ราวมารกนักประโยคหลังจึงเลือกที่ป้องปากกระซิบเสี่ยวกงกงแทน
“ห๊ะ! ไป ๆ เ้าพยุงท่านอ๋องเข้าไป เ้า! ไปตามหมอหลวง ส่วนเ้าไปตามคนนำน้ำแข็งเข้าไปตำหนักท่านอ๋อง เร็วเข้า! ไปสิ” เสี่ยวกงกงเมื่อได้ยินก็ถึงกับใอุทานเสียงดังออกมา ก่อนจะเร่งเอ่ยสั่งงานบ่าวรับใช้และนางกำนัลด้วยเสียงดังและปากคอนั้นสั่นไปหมด เป็ผู้ใดกันช่างอาจหาญบยิ่งนัก โธ่! ท่านอ๋ฮงนะท่านอ๋องพึ่งกลับมาแท้ ๆ ไม่รู้ไปต้องตาสตรีโฉดชั่วที่ใดเข้าถึงได้กล้าวางยาพระองค์เช่นนี้
หลังจากหลี่เหวินประคองผู้เป็นายเข้ามาในตำหนักอย่างทุลักทุเล ฝนฟ้าที่ก่อนหน้านี้มิดี้ทีท่าจะตกมาก่อนก็สาดเทลงมาอย่างหนัก ยิ่งทำให้ผู้คนทั้งจวนใหญ่ต่างวิ่งเก็บข้าวของกันชุลมุน ไหนจะบรรดานางกำนัลบ่าวรับใช้ที่เร่งขนน้ำแข็งเข้าไปให้หนานจวิ้นอ๋องอย่างเร่งรีบอีก แม้จะมีเสียงสายฟ้าฟาดลงมาเป็ระยะ ๆ ก็มิอาจเมินเฉยต่อคำสั่งของเสี่ยวกงกงไปได้
อีกฟากหนึ่งของตัวตำหนักใหญ่ ตำหนักเซียนหรูตำหนักรองที่ปลูกติดสวนดอกเหม่ยที่บัดนี้ถูกสายฝนเทกระหน่ำลงใส่จนกิ่งเหม่ยโยกเอนไหวตามแรงลมอย่างน่ากลัว ด้วยเหตุนี้เว่ยฟางเฟยจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังสาวใช้คู่ใจนามซูหนิวปิดหน้าต่างที่เปิดเพื่อรับลมลง
“คุณหนูด้านนอกฝนตกหนักเลยเ้าค่ะ” ซูหนิวเดินสำรวจตำหนักพร้อมทั้งเอ่ยบอกคุณหนูของตนไปด้วย โดยมิทันได้มองว่าบัดนี้คุณหนูของนางนั้นได้ลุกเดินออกไปด้านหน้าห้องนอนเพื่อสูดดมกลิ่นหอมอายดอกเหม่ยที่เคล้ากลิ่นไอฝน กลิ่นที่นางชื่นชอบ และในขระที่กำลังมองสายฝนกระหน่ำลงใส่กิ่งเหม่ยอยู่นั้น ในใจกำลังนึกอาลัยกิ่งดอกเหม่ยอยู่มิน้อยที่ถูกสายฝนสาดกระหน่ำ พลันสายตาก็หันไปเห็นตำหนักใหญ่ที่จุดไฟสว่างทั่วทั้งตำหนัก อีกทั้งบรรดานางกำนัลและขันทีผู้ช่วยกำลังเร่งเดินในมือถือถังคนละใบทยอยเดินเข้าออกในตำหนักอย่างประหลาดใจ
“ซูหนิว ตำหนักฉือเหอเกิดเื่อันใดขึ้นกัน” ฟางเฟยเอ่ยถามสาวใช้คู้ใจอย่างใคร่รู้ แม้นางไม่อยากจะรู้ก็ตามทีด้วยเพราะนางรู้ดีว่าเ้าของตำหนักรูปงามนั้นเกลียดชังหน้านางปานใด
