ในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงของหมู่ดาวและความเงียบสงัดที่ปกคลุมท้องฟ้า ท่านแม่ทัพพบว่าค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความ้าอย่างรุนแรง ในขณะที่ทหารของเขานอนหลับอยู่ในค่าย ท่านแม่ทัพและหญิงสาวจากย่านโคมแดงยังคงมี่เวลาที่เป็ส่วนตัวอย่างเต็มที่ภายในกระโจมของตน
หญิงสาวจากย่านโคมแดงมีความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายและความเชี่ยวชาญในการตอบสนองความ้าของท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงความร้อนแรงและความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเธอทำให้เขาหลุดพ้นจากความรู้สึกอันเงียบสงบในยามค่ำคืน
เธอเริ่มต้นด้วยการััและกระตุ้นท่านแม่ทัพอย่างร้อนแรง ด้วยลีลาที่เต็มไปด้วยความชำนาญและความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงความพอใจอย่างมากจากการตอบสนองของเธอ ความร้อนแรงที่มอบให้ราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เขารู้สึกถึงความหื่นกระหายที่ไม่มีวันเติมเต็มได้ง่าย ๆ
ตลอดค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความมืดมนและเสียงลมหวิว ท่านแม่ทัพได้ััถึงความรู้สึกที่ท้าทายและไม่อาจควบคุมได้ การมี่เวลาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความ้าทำให้เขาต้องสูญเสียน้ำของตนไปหลายน้ำ ความรู้สึกนี้เต็มไปด้วยความพอใจและความตื่นเต้นที่ยากจะบรรยายออกมา
หญิงสาวตอบสนองความ้าของท่านแม่ทัพอย่างเต็มที่ และท่านแม่ทัพก็รู้สึกถึงการเติมเต็มที่รุนแรง แม้ว่าความหื่นกระหายของเขาจะไม่เคยรู้สึกถึงความพอใจอย่างแท้จริง แต่ความเชื่อมโยงที่พวกเขามีร่วมกันในค่ำคืนนี้ทำให้ทุกความ้าของเขาได้รับการตอบสนองอย่างลึกซึ้ง
ในที่สุด เมื่อลมเย็นของค่ำคืนเริ่มพัดผ่านและดาวบนฟ้าส่องแสงให้แสงสว่างออกมา ท่านแม่ทัพและหญิงสาวต่างรู้สึกถึงความผ่อนคลายหลังจากค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความตื่นเต้น ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงความพอใจ
การบรรยายถึงความรู้สึกและสถานการณ์ใน่เช้าหลังคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนสามารถจัดทำให้มีความละเอียดและเคารพ ดังนี้:
แสงของยามเช้าพระอาทิตย์เริ่มส่องเข้ามาภายในกระโจมที่ตั้งอยู่ในสนามรบ ความสว่างที่ค่อย ๆ แทรกผ่านผ้าคลุมของกระโจมทำให้บรรยากาศภายในเป็ที่สว่างขึ้น ท่านแม่ทัพยังคงอยู่ในตำแหน่งที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่อนเนื้อของเขายังคงติดค้างอยู่ในเรือนร่างของหญิงสาวที่อยู่ข้างเคียง
หญิงสาวที่มีเรือนร่างเย้ายวนและเต็มไปด้วยร้อนแรงหลับใหลอยู่ในสภาพที่เหนื่อยล้าหลังจากการเผชิญหน้ากับ่เวลาที่เข้มข้นตลอดทั้งคืน การต่อสู้ทางร่างกายและอารมณ์ทำให้เธอหลับลึกและไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวรอบตัว
ท่านแม่ทัพค่อย ๆ ลุกขึ้นจากการนอนอย่างช้า ๆ ท่ามกลางแสงเช้าที่เริ่มส่องสว่าง เขารู้สึกถึงความอ่อนแรงที่เกิดจากการสูญเสียน้ำและความเหน็ดเหนื่อยจากการมี่เวลาที่เร่าร้อนเมื่อคืน แขนและขาของเขาสั่นไหวจากความเหนื่อยล้า การสูญเสียน้ำไปมากทำให้เขารู้สึกถึงความอ่อนเพลียอย่างชัดเจน
เขาต้องใช้ความพยายามในการลุกขึ้นและทำให้ตัวเองฟื้นฟูจากความรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากการมี่เวลาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเร่าร้อน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตระหนักถึงความ้าในการพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่
หลังจาก่เวลาของการพักผ่อนในค่ำคืนอันร้อนแรง ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีฟ้าของยามเช้า แต่ไม่นานนัก เสียงที่กึกก้องของกองทัพศัตรูเริ่มดังขึ้นไปทั่วบริเวณค่าย เสียงของทหารที่ยืนประจำการหน้าค่ายส่งสัญญาณเตือนว่า ข้าศึกกำลังบุก!
เสียงระฆังที่ดังกึกก้องส่งสัญญาณเตือนภัยไปทั่วทั้งค่าย ทำให้ท่านแม่ทัพซูเหวินต้องรีบเร่งสวมเครื่องแต่งกายอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะรู้สึกถึงความอ่อนแรงจากการสูญเสียน้ำไปมากในคืนที่ผ่านมา แต่ในฐานะผู้นำทัพ ท่านแม่ทัพรู้ดีว่าตนต้องอยู่ที่แนวหน้าและเป็ขวัญกำลังใจให้กับทหาร
ท่านแม่ทัพพยายามรวบรวมพลังและยืนขึ้น แม้ขาของเขาจะสั่นไหวจากความเหนื่อยล้า แต่ความมุ่งมั่นในการเป็ผู้นำที่ดีทำให้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เขารีบสวมชุดเกราะและอาวุธ พร้อมกับจัดระเบียบทหารในค่ายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า
"พลธนู!!!" แม่ทัพซูเหวินะโออกคำสั่งด้วยเสียงที่เด็ดขาดและหนักแน่น "เปิดฉากยิง! สกัดการโจมตีของศัตรูทันที!"
ทหารพลธนูเตรียมพร้อมและจัดตั้งแถวในตำแหน่งที่เหมาะสม พวกเขายิงธนูออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ธนูที่พุ่งไปในทิศทางของฝ่ายศัตรูทำให้เกิดความยุ่งเหยิงและทำให้พวกเขาต้องชะลอการเคลื่อนไหว ส่วนแม่ทัพซูเหวินจับตามองสถานการณ์ด้วยความเฉียบขาด ข้อมูลที่เขามีเกี่ยวกับศัตรูบ่งบอกว่าพวกเขามีกำลังพลมากกว่าที่คาดคิดอย่างน้อยก็หนึ่งเท่าตัว
แม้ศัตรูจะมีกำลังมากมายและทำให้สถานการณ์ดูน่ากลัว แม่ทัพซูเหวินกลับไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัว แม่ทัพที่มีประสบการณ์และเคยผ่านสมรภูมิามามากมายรู้ดีว่าความกล้าหาญและการเตรียมพร้อมที่ดีเป็สิ่งสำคัญในการจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อเห็นว่ากองทัพฝ่ายศัตรูเริ่มบุกเข้ามาถึงหน้าค่าย แม่ทัพซูเหวินตัดสินใจที่จะนำทัพของเขาฝ่าฝนหมอกศัตรูเพื่อทำการโจมตีแบบตรงไปที่ศัตรูด้วยตัวของเขาเอง
"เตรียมตัว! เราจะบุกเข้าต่อสู้กับศัตรู!" แม่ทัพประกาศคำสั่งด้วยเสียงที่ดังกังวานและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
แม่ทัพซูเหวินนำทัพฝ่าหมอกของศัตรูอย่างกล้าหาญ ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดและสับสน
ในสนามรบที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและความดุเดือด การปะทะกันระหว่างดาบและโล่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วง ท่านแม่ทัพซูเหวินแม้จะยังคงพยายามต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ แต่รู้สึกถึงความอ่อนล้าอย่างหนักหน่วง แขนและขาของเขาอ่อนแรงจากการสูญเสียน้ำไปมากในคืนที่ผ่านมา แต่เขายังยืนหยัดและไม่คิดจะถอย
อย่างไรก็ตาม เมื่อความรุนแรงของการต่อสู้ดำเนินไป ท่านแม่ทัพซูเหวินพบกับโชคร้าย ดาบและโล่ของเขาหลุดจากมืออย่างไม่คาดคิด เขาได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงจากศัตรู จนร่างของเขาล้มลงและสติของเขาก็ดับหายไปใน่เวลานั้น
การต่อสู้อย่างกล้าหาญของท่านแม่ทัพซูเหวินและทหารของเขาไม่สูญเปล่า แม้ท่านแม่ทัพจะได้รับาเ็สาหัส การนำทัพที่กล้าหาญของเขาทำให้กองทัพศัตรูเหลือกำลังพลจนน้อยนิดในที่สุด ท่านแม่ทัพซูเหวินได้รับชัยชนะในการศึกครั้งนี้
นายทหารคู่กายของท่านแม่ทัพเห็นสภาพของเ้านายที่ได้รับาเ็อย่างรุนแรง รีบเข้ามาช่วยเหลือทันที เขาและทหารอีกกลุ่มหนึ่งร่วมกันพยุงและดึงร่างของท่านแม่ทัพซูเหวินกลับไปยังค่ายพักอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ได้รับการรักษาและพักฟื้นอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าท่านแม่ทัพจะได้รับชัยชนะ แต่การาเ็ของเขายังคงเป็ปัญหาที่ใหญ่หลวง ร่างกายที่าเ็สาหัสและการหมดสติทำให้สถานการณ์ของเขายังไม่แน่นอน ขณะที่ชัยชนะในสนามรบทำให้ท่านแม่ทัพซูเหวินเป็ที่ยกย่องในฐานะผู้นำที่กล้าหาญ
