แสงไฟในห้องส่งดับลงแล้วตอนนี้มีเพียงทีมสตาฟที่กำลังเก็บของและโยกย้ายอุปกรณ์บนเวที แต่ถ้าหากมองดีๆล่ะก็จะเห็นว่าบนที่นั่งของผู้ชมยังมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น นั่นก็คือซูอี้เฉิง
เขานั่งกุมมือถือพลางใช้ความคิดใบหน้าไม่แสดงออกถึงความรู้สึกและไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงยังไม่กลับ
แล้วก็เป็อย่างที่เขาคาดไว้ไม่นานมือถือของเขาก็ดังขึ้น บนหน้าจอโชว์ว่าลั่วเสี่ยวซีเป็คนโทรมา
เขากดรับสายก่อนจะได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นของเธอ “นายกลับไปหรือยัง”
“ถามทำไม?”ซูอี้เฉิงถาม
“ไปฉลองเป็เพื่อนฉันหน่อย!”ลั่วเสี่ยวซีไม่สามารถเก็บซ่อนความดีใจเอาไว้ได้“พี่แคนดี้อนุญาตให้ฉันไปกินดื่มได้เต็มทีหนึ่งวัน! ฉลองชดเชยคราวที่แล้วที่ไม่ได้ไปด้วยเลยเป็ไง!”
ซูอี้เฉิงนิ่งไปสักพักก่อนจะหลับตาลงท่ามกลางความมืด“.... ฉันกลับออกมาแล้ว เธอชวนคนอื่นเถอะ”
“……”คนที่อยู่ในห้องแต่งตัวอย่างลั่วเสี่ยวซีพยายามทำความเข้าใจคำพูดของซูอี้เฉิงเธอนิ่งอยู่นานกว่าจะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด ซูอี้เฉิงปฏิเสธเธออย่างไร้เยื่อใย
ให้ตายที่เมื่อกี้เขาวิ่งมาหาเธอที่นี่เพื่อบอกว่าเธอต้องเป็ของเขา เขาแค่มาล้อเธอเล่นงั้นเหรอ?
ลั่วเสี่ยวซีสูดหายใจลึกพลางบอกตัวเองว่าต้องรักษามาดเข้าไว้เธอจะต้องทำตัวให้สมกับเป็ผู้ชนะในคืนนี้!
หลังผ่อนลมหายใจออกมาลั่วเสี่ยวซีก็ฉีกยิ้มบางพลางเอ่ย
“อ้องั้นนายกลับดีๆล่ะ”
เธอสบถในใจก่อนจะวางสายไปทันทีจากนั้นจึงคว้าเสื้อผ้าและรองเท้าเพื่อไปเปลี่ยนชุด
เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแคนดี้ก็เดินมาหาก่อนจะโอบไหล่เธอพลางถาม
“เป็ไงจะไปฉลองกับผอ.ซูสุดหล่อ หรือพวกเราจะไปฉลองด้วยกัน?”
ลั่วเสี่ยวซีทำคอตกราวกับผู้แพ้“เขากลับไปแล้วล่ะค่ะ”
แคนดี้อุทานอย่างประหลาดใจก่อนจะตบไหล่ลั่วเสี่ยวซีเชิงปลอบ
“กลับไปแล้วก็เื่ของเขาเราไปกันเองก็ได้!”
ลั่วเสี่ยวซียิ้มมุมปาก“ไปกันเถอะค่ะ ไปกินให้พุงกางเลย ไม่เมาไม่กลับค่า!”
แคนดี้ยิ้มเยาะอย่างไม่ไว้หน้า“ไหนบอกว่าจะไม่แตะเหล้าแล้วไง ยังจะมาบอกว่าไม่เมาไม่กลับอีก ฉันว่าเธอจะหนีกลับั้แ่ยังไม่เมาน่ะสิ”
“ไม่มีทาง!”ลั่วเสี่ยวซีโบกมือไปมา “คืนนี้ฉันมีความสุขมาก ดื่มก็ดื่มสิคะ!”
ที่จริงเธอยังคิดไม่ตกว่าซูอี้เฉิงทำแบบนี้มันหมายความยังไงกันแน่
เดี๋ยวก็มาหาเธอเพื่อแสดงความเป็เ้าของแต่ผ่านไปไม่นานก็บอกเธอว่ากลับไปแล้วอย่างเ็า ขนาดเธอได้เป็แชมป์ประจำสัปดาห์ซึ่งเป็เื่น่ายินดีขนาดนี้เขายังไม่ยอมไปฉลองกับเธออีก
“พี่ว่า...”ลั่วเสี่ยวซีถามแคนดี้ “ซูอี้เฉิงเป็พวกหมาหวงก้างหรือเปล่า”
พรืด...แคนดี้ถึงกับหัวเราะออกมา “เสี่ยวซี นี่เธอเปรียบตัวเองเป็ก้าง...มันจะดีเหรอ?”
ลั่วเสี่ยวซีทำหน้าไม่ถูกก่อนจะพูดแก้ตัว “หนูก็เปรียบเทียบไปเรื่อยน่ะค่ะ! อีกอย่าง ต่อให้หนูเป็ก้างจริงๆก็คงเป็ก้างที่ดูดีที่สุดในโลก!”
แคนดี้ี้เีจะต่อล้อต่อเถียงกับลั่วเสี่ยวซีเมื่อออกจากลิฟต์เธอจึงลากลั่วเสี่ยวซีไปที่ลานจอดรถ ทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มนักข่าวกับช่างภาพวิ่งเข้ามาล้อมพวกเธอเอาไว้
“ใจเย็นๆนะ”แคนดี้เอ่ย “เดี๋ยวฉันจะเรียกรปภ.ให้”
“อย่าเพิ่งค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีห้ามไว้ “ชีวิตนี้หนูเพิ่งได้ััความรู้สึกของการโดนนักข่าวล้อมขอหนูดื่มด่ำกับบรรยากาศอีกแป๊บนะคะ”
แคนดี้พูดไม่ออกจึงได้แต่ตามใจลั่วเสี่ยวซี บรรดานักข่าวและช่างภาพเข้ามาล้อมพวกเธอเอาไว้จนไม่อาจขยับไปไหนได้อีก
“คุณลั่วคะถึงเมื่อกี้จะเกิดอุบัติเหตุบนเวที แต่สุดท้ายคุณก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ” นักข่าวเริ่มยิงคำถาม
ลั่วเสี่ยวซีตอบด้วยรอยยิ้ม“สถานการณ์พลิกจากร้ายกลายเป็ดีแบบนี้ ฉันดีใจมากค่ะ”
แคนดี้พยายามกันไม่ให้กล้องจากช่างภาพมากระแทกโดนลั่วเสี่ยวซีพลางสังเกตว่าเธอจะรับมือกับพวกนักข่าวยังไง
เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการย่อมอ่อนประสบการณ์มักจะหลงกลพวกนักข่าวได้ง่ายๆ พวกนักข่าวจึงชอบทำข่าวกับพวกเด็กใหม่เป็ที่สุด
ถึงตอนนี้ลั่วเสี่ยวซีจะยังไม่ดังแต่ถ้าอนาคตเธออาจจะดังก็ได้ หากเธอกลายเป็ราชินีของวงการขึ้นมา พวกเขาก็สามารถเอาข้อมูลไปเขียนข่าวได้อีกมาก
ทว่าลั่วเสี่ยวซีกลับทำให้พวกนักข่าวบันเทิงผิดหวังกันไปตามๆกัน
ถึงแม้เธอเพิ่งเคยถูกนักข่าวสัมภาษณ์เป็ครั้งแรกแต่เธอสามารถตอบคำถามได้ดี และวางตัวอย่างเหมาะสมมีมารยาทไร้ที่ติ
แคนดี้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเธอนึกว่าด้วยนิสัยของลั่วเสี่ยวซีแล้ว อาจจะหาเื่ให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน แต่ถ้าดูจากตอนนี้ลั่วเสี่ยวซีกลายเป็ศิลปินที่เธอวางใจได้มากที่สุด
ขณะที่พวกนักข่าวเริ่มหมดคำถามเอี๊ยด! เสียงรถเบรกแสบหูก็ดังก้องไปทั่วลานจอดรถ
ไฟหน้าของรถยนต์คันนั้นส่องตรงมาดึงดูดสายตาของทุกคนเห็นได้ชัดว่าลัมโบร์กีนีคันนี้ขับมาหาลั่วเสี่ยวซี พวกนักข่าวตาโตในทันทีในขณะที่ลั่วเสี่ยวซีสีหน้าเปลี่ยนในพริบตา
คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเ้าของรถสปอร์ตคันนี้คือใครแต่เธอรู้ดี
วินาทีต่อมาประตูรถก็เปิดออกฉินเว่ยลงจากรถมาพร้อมกับกุหลาบแดงช่อใหญ่
เงาของเขาทอดยาวไปตามทางชุดสูทสีฟ้าเข้ารูปดูดีและเป็กันเอง เขาสวมรองเท้าหนังทรงออกซ์ฟอร์ดดีไซน์ประณีตผมสีดำของเขาจัดทรงมาเป็อย่างดี สองมืออุ้มช่อดอกกุหลาบสีแดงสดมองยังไงก็เหมือนกับเ้าชายขี่ม้าขาวไม่มีผิด
เหล่าช่างภาพเบนกล้องไปหาฉินเว่ยและรัวชัตเตอร์ไม่หยุดลั่วเสี่ยวซีกำลังเจอปัญหาใหญ่อีกปัญหาเข้าให้เสียแล้ว
“คุณลั่วคะถ้าดิฉันจำไม่ผิด นี่คือคุณชายตระกูลฉินใช่ไหมคะ? พวกคุณเป็อะไรกันคะ?”
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉินเว่ยช่างซับซ้อนพ่ออยากให้เธอแต่งงานกับเขา แต่ในใจเธอมีแค่ซูอี้เฉิงเพียงคนเดียว
ลั่วเสี่ยวซีไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงค่อยขยับไปหลบด้านหลังแคนดี้แคนดี้จับมือเธอเหมือนจะให้กำลังใจว่าในเวลาแบบนี้ควรจะกล้าหาญเข้าไว้
ในตอนนั้นเองฉินเว่ยก็เดินมาหยุดตรงหน้าลั่วเสี่ยวซี ก่อนจะยื่นกุหลาบแดงช่อนั้นให้กับเธอ
“เสี่ยวซียินดีด้วยนะ”
ลั่วเสี่ยวซีจ้องหน้าฉินเว่ยอยู่สองวิพลางแย้มยิ้มบางเธอรับช่อดอกกุหลาบมาถือไว้ก่อนจะผลักอกฉินเว่ยราวกับเป็เพื่อนซี้กัน
“ขอบใจมาก”
เพราะท่าทีของเธอดูไม่มีอะไรเกินเลยนักข่าวจึงถามอย่างสงสัย
“คุณลั่วครับคุณกับคุณฉินเป็เพื่อนกันเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีโอบไหล่ฉินเว่ยอย่างเป็ธรรมชาติ “พวกเรารู้จักกันมานานเป็เพื่อนที่คุยกันถูกคอมากเลยล่ะค่ะ อ้อ ฉันกับแฟนของเขาก็สนิทกันดีนะคะ”
“อ้อ...”พวกนักข่าวลากเสียงยาวอย่างเข้าใจ ก่อนจะถามคำถามต่อซึ่งเป็คำถามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉินเว่ยเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเลิกสนใจการมาของฉินเว่ยแล้ว
ฉินเว่ยเป็เพียงทายาทเศรษฐีซึ่งไม่ใช่คนในวงการถ้าไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษกับลั่วเสี่ยวซีก็ไม่มีอะไรให้เขียนข่าวสู้เอาเวลามาขุดคุ้ยข้อมูลอื่นของลั่วเสี่ยวซีจะดีกว่า
ไม่กี่นาทีให้หลังพวกนักข่าวก็พากันกลับ รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วเสี่ยวซีเริ่มจางหาย
เธอมองกุหลาบในอ้อมแขนแต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร ฉินเว่ยก็เอ่ยขึ้น
“นักข่าวพวกนั้นอาจจะยังแอบถ่ายรูปอยู่แถวนี้ก็ได้ในเมื่อเธอบอกว่าพวกเราเป็เพื่อนซี้กัน งั้นก็ทนต่ออีกหน่อยนะ”
ลั่วเสี่ยวซีแย้มยิ้มอีกครั้ง“ก็แค่ดอกไม้ช่อหนึ่ง ช่างเถอะ”
เธอทำท่าบอกลาฉินเว่ยก่อนจะลากแคนดี้เดินไปขึ้นรถยังไม่ทันได้รัดเข็มขัดดี ลั่วเสี่ยวซีก็โยนช่อกุหลาบไปไว้ที่เบาะหลัง
“ดอกไม้นำเข้าเลยนะนั่น”แคนดี้พูดอย่างเสียดาย “ช่อใหญ่ขนาดนี้น่าจะเฉียดสองพันหยวนเธอจะทิ้งมันไว้แบบนั้นจริงๆเหรอ”
“หนูให้พี่แล้วกันค่ะพี่อยากจะเอาไปทำอะไรก็เชิญ” ลั่วเสี่ยวซีตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“เฮ้อคุณชายฉินน่าสงสารจัง” แคนดี้พูดพลางส่ายหน้า“ถ้ากุหลาบช่อนี้คนให้เป็ซูอี้เฉิงล่ะก็ เธอคงไม่ยอมให้ฉันแตะแม้แต่ปลายเล็บใช่ไหมล่ะ”
ลั่วเสี่ยวซีไม่ตอบเธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด
เื่ที่ฉินเว่ยทำให้บริษัทของซูอี้เฉิงขาดทุนมหาศาลถึงจะผ่านไปนานมากแล้ว ซึ่งถ้าเป็คนอื่นเธออาจจะไม่ใส่ใจแล้วก็ได้ แต่เพราะฉินเว่ยเคยเป็เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุดเพราะเขาเคยเป็คนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตเธอ เธอจึงไม่อาจทำใจให้อภัยได้จริงๆ
อีกอย่างเขาเอาแต่พูดเื่แต่งงานจนเธอแทบจะบ้าอยู่แล้ว!
ลั่วเสี่ยวซีมั่วแต่หงุดหงิดจนไม่ได้สังเกตว่ามือถือของแคนดี้สว่างวาบก่อนที่กล่องข้อความจะเด้งขึ้นมา
หลังอ่านข้อความที่ได้รับแคนดี้ก็หันไปมองลั่วเสี่ยวซีเล็กน้อยพลางยิ้มมุมปาก จากนั้นจึงขับรถตรงไปที่ผับแห่งหนึ่งริมแม่น้ำ
เมื่อถึงหน้าประตูทางเข้าแคนดี้ก็จดรถให้เรียบร้อย ก่อนจะสะกิดคนที่นั่งใจลอยอย่างลั่วเสี่ยวซี
“ถึงแล้ว!”
ลั่วเสี่ยวซีเพิ่งรู้ตัวว่าพวกเธอมาหยุดอยู่ตรงหน้าผับแห่งหนึ่งซึ่งเป็ที่ที่เมื่อก่อนเธอชอบมาสังสรรค์กับฉินเว่ยอยู่บ่อยๆ
เธอขมวดคิ้วพลางถาม“ทำไมต้องมาที่นี่ด้วยคะ?”
แคนดี้ยิ้มอย่างลึกลับ“เข้าไปเดี๋ยวเธอก็รู้เอง”
เมื่อเดินเข้าไปด้านในอย่างแรกที่เธอเห็นก็คือฉินเว่ยกับบรรดากลุ่มเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา
เธอคิดจะหันหลับกลับแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เธอก็ควรไว้หน้าฉินเว่ยบ้างจึงได้แต่ถลึงตาใส่แคนดี้อย่างไม่พอใจ
แคนดี้กระแอมเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนีทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
บรรดากลุ่ม‘เพื่อนกินเพื่อนดื่ม’เ่าั้พากันเฮเข้ามาจุดพลุสายรุ้งให้เธอเพื่อแสดงความยินดี
“ยินดีด้วยนะเสี่ยวซี!”
“เสี่ยวซีฉันก็นึกว่าเธอหายไปไหน ที่ไหนได้หายไปคว้าที่ 1 มานี่เอง”
“แชมป์ประจำสัปดาห์ยังไม่พอหรอกนะเอาแชมป์ของรายการมาให้พวกเราชื่นชมด้วยล่ะ!”
ทุกคนส่งเสียงคึกครื้นเฮฮาลั่วเสี่ยวซีไม่อาจปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่าย เธอจึงต้องรับแก้วค็อกเทลมาดื่มจนหมดแก้ว
“ฮู้วววว...”ทุกคนพากันโห่ร้องดังขึ้นกว่าเดิม
“เสี่ยวซีปาร์ตี้เลี้ยงฉลองครั้งนี้ฉินเว่ยเป็คนจัดให้เธอเลยนะ”มีคนผลักฉินเว่ยมายืนข้างหน้าลั่วเสี่ยวซี “พวกเราคุยกันแล้วว่าถ้าเธอโชคร้ายโดนคัดออกล่ะก็ งานนี้ก็ถือเป็ปาร์ตี้ปลอบใจ ถ้าเธอเข้ารอบแต่ได้อับดับไม่ค่อยดีงานนี้ก็คิดซะว่าเป็ปาร์ตี้ให้กำลังใจ แต่ตอนนี้ฉันขอกล่าวแทนฉินเว่ยเลยก็แล้วกันว่านี่คือปาร์ตี้เลี้ยงฉลอง!”
เสียงโห่ร้องของบรรดาหนุ่มสาวดังสนั่นไปทั่วทั้งผับไม่รู้ว่าใครเอาแก้วเหล้ามายัดใส่มือลั่วเสี่ยวซี โดยที่อีกหลายคนที่กำลังใช้มือถือถ่ายรูปเธอไม่ยั้ง
ลั่วเสี่ยวซีในตอนนี้พยายามหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าโดยเฉพาะการดื่มเหล้ากับฉินเว่ย
แต่ถ้าซูอี้เฉิงเห็นว่าเธอกำลังดื่มอยู่กับฉินเว่ยเขาจะหึงเธอบ้างหรือเปล่านะ?
คิดแล้วลั่วเสี่ยวซีก็แย้มยิ้มก่อนจะชนแก้วของฉินเว่ย
“ขอบคุณนะฉินเว่ย”
ฉินเว่ยยิ้มพลางตอบ“ไม่เป็ไร”
ลั่วเสี่ยวซีกระดกค็อกเทลในมือลงคอไปอีกหนึ่งแก้วโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อเหล้าแก้วนี้ลงคอเธอไปแล้วกลุ่มเพื่อนที่ยืนอยู่รอบข้างได้สบตากันไปมาอย่างมีเลศนัยพลางมองไปที่ฉินเว่ย
ลั่วเสี่ยวซีไม่รู้สักนิดว่าแท้ที่จริงแล้วมีคนแอบใส่อะไรบางอย่างลงไปในเหล้าแก้วนั้น
