ต้นยามเหม่าในวันต่อมาหลินหว่านตื่นพร้อมกับบ่าวทั้งสอง เพื่อเตรียมตัวไปเปิดแผงขายขนมครกเป็วันแรก ซึ่งหวังซินหยางที่รู้สึกตื่นเต้นไปกับการเริ่มกิจการของหลินหว่าน ก็ยังอุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อส่งนางที่หน้าประตูบ้านเช่า โดยหลินหว่านเองก็ไม่คิดว่าหวังซินหยางจะตื่นนอน เพียงแค่มายืนส่งนางไปขายของที่ตลาดใกล้ ๆ ด้วยตนเอง จึงส่งยิ้มพร้อมกล่าวขอบคุณออกไปเบา ๆ เท่านั้น
เมื่อมาถึงบริเวณตลาดเช้าที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของ ก็ยังมีคนที่มาจับจ่ายซื้อหาวัตถุดิบไปทำอาหารด้วยเช่นกัน หลินหว่านไม่รอช้าเริ่มจัดวางโต๊ะจุดเตาตรงจุดที่ตนเช่าแผงขายของไว้ทันที เผื่ออีกสองเค่อจะมีผู้คนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนมของตนจะได้พอมีไว้ขายหลินหว่านยังไม่รู้ว่าแค่สามเตาจะทำทันหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรหากเป็ของอร่อยคนย่อมรอซื้ออยู่แล้ว และก็เริ่มจะเป็อย่างที่นางคิดเอาไว้เมื่อกระทะร้อนได้ที่ ก็เริ่มหยอดแป้งขนมกลิ่นหอมของน้ำกะทิก็กระจายออกไป คนที่อยู่ใกล้ ๆ หันมาตามกลิ่นและมีคนทนไม่ไหวจึงเดินมาถาม ว่าที่หลินหว่านกำลังทำอยู่นี้คืออะไรเพราะกลิ่นของมันหอมมาก
“เอ่อ แม่หนูป้าขอถามอะไรหน่อยสิที่เ้ากำลังทำคือสิ่งใดรึ เหตุใดถึงได้มีกลิ่นหอมนักจนท้องของป้ามันร้องขึ้นมาเลยเชียว”
“อ้อ สิ่งที่พวกข้ากำลังทำอยู่คือขนมเ้าค่ะท่านป้า มันเรียกว่าขนมครกอีกประเดี๋ยวก็จะสุกแล้ว ท่านป้ารอสักนิดนะเ้าคะของอร่อยต้องใจเย็น ๆ เ้าค่ะ”
“แหม แม่หนูรับประกันความอร่อยถึงเพียงนี้ป้าต้องลองชิมหน่อยแล้ว ถ้าขนมของเ้าสุกทานได้เมื่อไหร่จัดไว้ให้ป้าหนึ่งชุดนะจ๊ะ”
“ได้เ้าค่ะท่านป้าข้าจะยกไปให้ท่านที่ร้านนะเ้าคะ”
“ขอบใจมากจ้ะ”
จากนั้นไม่นานขนมครกของหลินหว่านก็สุกได้ที่แล้ว น่าซือจึงช่วยตักมาวางไล่ความร้อนก่อนจับเป็คู่ วางใส่ในกระทงที่ทำไว้จำนวนห้าคู่โดยหลินหว่านตั้งราคาขายไว้ที่สามอีแปะ และไม่ลืมที่จะนำขนมไปส่งให้กับแม่ค้าที่อยู่แผงใกล้ ๆ กัน ซึ่งหลินหว่านได้รับปากเอาไว้ว่าจะนำขนมมาส่งด้วยตนเอง ทั้งยังรอให้แม่ค้าคนนี้ชิมขนมเสียก่อนเป็การยืนยันว่าขนมของนางนั้นอร่อยจริง ตามที่ได้พูดเอาไว้กับแม่ค้าก่อนหน้านี้ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด และผลของมันก็เป็เช่นนั้นเพราะแค่ชิมชิ้นแรกแม่ค้าก็อยากได้เพิ่มอีกหนึ่งกระทง เพื่อนำไปฝากหลาน ๆ ที่บ้านด้วยราคาขายที่ไม่แพงจนเกินไปกับความอร่อยระดับนี้
“อื้ม แม่หนูขนมของเ้าอร่อยจริง ๆ กลิ่นหอมรสชาติหวานมันเค็มกำลังพอดี เ้าขายกระทงละเท่าไหร่หรือป้าอยากได้เพิ่มอีกสักหนึ่งกระทง จะเอาไปฝากหลานชายกับตาแก่ที่บ้านน่ะ”
“ข้าขายไม่แพงหรอกเ้าค่ะแค่กระทงละสามอีแปะเท่านั้น หากท่านป้า้าเพิ่มไปซื้อที่ร้านของข้าได้เลยนะเ้าคะ”
“ได้จ้ะเอานี่หกอีแปะป้าจ่ายให้เ้าไว้ก่อนประเดี๋ยวป้าจะตามไปที่ร้านนะ”
“เ้าค่ะเช่นนั้นข้าขอตัวไปขายขนมก่อนนะเ้าคะ”
พอหลินหว่านเดินจากไปเพื่อนแม่ค้าที่นั่งอยู่บริเวณนั้น เห็นเพื่อนแม่ค้าด้วยกันกินขนมครกดูน่าอร่อย จึงเข้าไปถามถึงรสชาติของขนมและอยากจะลองชิมบ้าง
“นี่ ๆ ขนมที่เ้าซื้อมาจากแม่หนูคนนั้นอร่อยจริงหรือไม่”
“หือ แน่นอนว่าต้องอร่อยอยู่แล้วข้าเป็คนกินยาก นี่เป็ครั้งแรกที่ซื้ออาหารจากคนอื่นนะและรสชาติของมันก็ดีจริง ๆ ที่สำคัญได้ตั้งสิบชิ้น พวกเ้าลองไปต่อแถวซื้อมาชิมดูเถิดแล้วจะไม่เสียใจอย่างแน่นอน ถ้ายังชักช้าลังเลใจอยู่ละก็ขนมนี่หมดเสียก่อนอดกินขึ้นมาอย่าหาว่าข้าไม่เตือนไม่ได้นา”
“เ้าพูดมาขนาดนี้ข้าคงรอไม่ได้แล้วล่ะฝากเ้าดูแผงผักของข้าด้วยนะ ไปเร็วพวกเราข้าเห็นมีคนเริ่มมาต่อแถวซื้อขนมแล้ว”
“จริงด้วยเร็วเข้า ๆ”
หลินหว่านที่กลับจากนำขนมไปส่งให้แม่ค้าตรงแผงผัก ก็เห็นว่ามีคนเริ่มมายืนมุงที่หน้าร้านของตนแล้ว จึงต้องพูดอย่างประนีประนอมให้ทุกคนช่วยต่อแถวอย่างเป็ระเบียบ เพื่อความรวดเร็วในการขายขนมให้กับทุกคนที่รอซื้อ
“ทุกท่านช่วยต่อแถวด้วยได้หรือไม่เ้าคะจะได้สะดวกกับการสั่งซื้อ และไม่ทำให้ร้านค้าอื่น ๆ ต้องได้รับผลกระทบไปด้วยเ้าค่ะ”
“แม่ค้าพูดมีเหตุผลข้ามายืนเป็คนแรกพวกเ้าต่อแถวถัดจากข้าเลยนะ จะได้เริ่มซื้อขนมตอนที่มันยังร้อน ๆ อยู่และแม่ค้าจะได้นับจำนวนให้พวกเราได้ถูกต้องด้วย”
“ได้ ๆ ๆ พวกเาาวเมืองหยางหลิวเป็คนมีเหตุผลอยู่แล้ว ทำตามที่แม่ค้าแนะนำนั้นย่อมเป็สิ่งที่ถูกต้องใช่ไหมพวกเรา”
“ใช่ ๆ ๆ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเริ่มขายขนมแล้วนะเ้าคะ เ้าขนมชนิดนี้ของข้ามีชื่อว่าขนมครกเพราะกระทะที่ใช้เป็หลุมเล็ก ๆ คล้ายกับครกที่เอาไว้ใช้ตำข้าวข้าจึงใช้มันมาเป็ชื่อขนมเ้าค่ะ ไม่ทราบท่านน้า้ารับขนมกี่กระทงดีเ้าคะ”
“แม่ค้าจัดขนมให้ข้าสามกระทงเพราะั้แ่ได้กลิ่นหอมของมัน ข้าก็อยากจะกินมันขึ้นมาทันทีเชียวล่ะ ไม่คิดว่าขนมของเ้าจะมีกลิ่นหอมไม่เหมือนใครเช่นนี้”
“ขอบคุณท่านน้าที่ชมเ้าค่ะขนมชุดแรกนี้ขึ้นจากกระทะได้ครู่หนึ่งแล้ว จะไม่ค่อยร้อนมากสามารถทานได้ทันทีนะเ้าคะ แต่หากขนมของข้าเพิ่งออกจากกระทะมาใหม่ ๆ พวกท่านอย่าเพิ่งรีบทานเด็ดขาด มิเช่นนั้นความร้อนจากขนมจะลวกปากของพวกท่านได้นะเ้าคะ เป่าขนมเพื่อลดความร้อนเสียก่อนค่อยทานจะดีกว่า นี่ขนมครกสามกระทงของท่านน้าค่าขนมเก้าอีแปะเ้าค่ะ”
“ไอหยา ขนมชนิดใหม่ช่างน่าลิ้มลองยิ่งนักเช่นนั้นข้าขอชิมก่อนเลยนะ จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็จะได้รู้กันตรงนี้ล่ะ”
“เ้าลองชิมรสชาติและช่วยบอกพวกเราด้วยก็ดีเหมือนกัน จะได้ช่วยคนอื่น ๆ ตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อขนมชนิดใหม่นี้”
“อ้า อ้ำ ง่ำ ๆ ๆ อึก โอ้ นะ นะ นี่ถ้าข้าจะขอกลับไปต่อแถวเป็คนแรกเช่นเดิมจะได้ไหม พวกเ้าต่อแถวซื้อขนมครกนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนมันอร่อยไม่เหมือนใคร รสชาติหวานมันเค็มกำลังดีเชียวล่ะเด็กตัวเล็ก ๆ น่าจะทานได้ง่ายด้วย ข้าไม่น่าสั่งแค่สามกระทงเลยน่าเสียดายจริง ๆ”
“ไม่ได้ ๆ เ้าจ่ายเงินได้รับของไปแล้วหากจะซื้อเพิ่มต้องไปต่อท้ายแถว ตอนนี้เป็พวกข้าที่มีสิทธิ์ซื้อมากกว่าเ้า ฮ่า ๆ ๆ แม่ค้าของข้าเอาห้ากระทงนะ”
“ข้าเอาอีกสามกระทง!!”
“ข้าก็เช่นกันเอามาอีกห้ากระทง!!”
“ได้เ้าค่ะแต่พวกท่านต้องใจเย็น ๆ กันสักหน่อยนะเ้าคะ กระทะขนมของข้ามีเพียงแค่สามใบเท่านั้น เอาไว้ข้าจะสั่งกระทะเพิ่มจะได้ทำขนมได้มากขึ้นเพื่อให้พวกท่านไม่ต้องรอนานนะเ้าคะ แต่สามสี่วันนี้ต้องรบกวนพวกท่านรอสักหน่อยรับรองว่าได้ทานแน่นอนเ้าค่ะ” หลินหว่านเห็นมีลูกค้าสนใจขนมจำนวนมาก จึงมองไปที่กระทะสามใบที่มีขนมกำลังจะสุกอยู่และคิดว่าก่อนกลับบ้านเช่า ต้องไปสั่งทำกระทะขนมครกเพิ่มเสียหน่อยแล้ว
“แม่ค้าอย่าได้กังวลพวกข้าเต็มใจรอเพราะขนมของเ้าอร่อย หากใครรอไม่ไหวค่อยมาวันพรุ่งนี้ก็ยังได้ถูกหรือไม่”
“ใช่แล้วแม่หนูเ้าขายขนมไปตามปกติของเ้าเถิด ข้าคนหนึ่งที่จะรอแค่กลิ่นหอมของขนมก็ทำข้าไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ”
“ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจการค้าของพวกข้าเ้าค่ะ”
“คุณหนูขนมรอบที่สองสามกระทะมาแล้วเ้าค่ะ ท่านต้องระวังมันลวกมือตนเองด้วยนะเ้าคะ”
“เ้าค่ะท่านอาน่าซือ”
“ขนมเพิ่งออกจากกระทะร้อน ๆ กลิ่นมันยิ่งหอมน่ากินนัก แม่หนูจัดใส่กระทงให้ลุงสักสามกระทงนะ ยายแก่ที่บ้านคงจะชอบมากเป็แน่”
“นี่เ้าค่ะของท่านลุงสามกระทงเก้าอีแปะ ขอให้ท่านป้าสุขภาพแข็งแรงทานขนมให้อร่อยนะเ้าคะ”
“แม่ค้าของข้าห้ากระทงนะ”
“ข้าเองก็ขอห้ากระทงเหมือนกัน”
เช้าวันแรกของการขายขนมครกช่างเป็สิ่งที่ทำหลินหว่านมีความสุขเสียจริง เพราะลูกค้าต่างก็ชื่นชอบขนมครกที่รสชาติครบครันทานง่ายและอร่อย แป้งขนมที่เตรียมมาหนึ่งหม้อใหญ่หมดเกลี้ยงไม่เหลือสักหยด ลูกค้าเกือบทุกคนต่างบอกกับนางว่าพรุ่งนี้จะมารอซื้อขนมครกอีก ฉะนั้นระหว่างทางกลับบ้านเช่าหลินหว่านจึงให้หยุนเหลียงแวะร้านตีเหล็ก เพื่อสั่งทำกระทะขนมครกเพิ่มอีกสามใบส่วนเตาสำหรับวางกระทะขนม สามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป
หลินหว่านกลับมาถึงบ้านเช่าในต้นยามเฉิน น่าซือเห็นว่าเ้านายของตนดูเมื่อยขาอยู่ไม่น้อย เพราะต้องยืนขายขนมเป็เวลานานจึงไล่ให้นางไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน แล้วตัวของน่าซือจะนำน้ำอุ่นไปให้หลินหว่านได้แช่เท้า เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าทั้งกำชับกับหลินหว่านให้งีบหลับอีกสักเล็กน้อย เพราะร่างกายของหลินหว่านถือว่ายังไม่กลับมาแข็งแรงเท่าที่ควร หากปล่อยให้ทำงานหนักมากเกินไปอาจกลับมาล้มป่วยได้
ด้านหวังซินหยางที่ได้ยินเสียงพูดคุยของหลินหว่าน ก็รู้สึกโล่งใจที่นางยังคงสดใสร่าเริงเป็ปกติเช่นเดิม จากที่ได้ยินเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่ากิจการขายขนมของนาง คงจะเป็ไปในทิศทางที่ดีมากอย่างแน่นอน แต่เขาก็ยังตั้งตารอหลินหว่านเล่าเื่ราวของเช้าวันนี้ให้ตนได้ฟัง ขณะที่คนอื่น ๆ กำลังพักผ่อนจากการขายขนมในตอนเช้าอยู่นั้น เหวินเสียนกับซั่วเหยียนก็ตามหาบ้านเช่าของหลินหว่านเจอ และแอบเข้ามาพบเ้านายของตนอย่างเงียบ ๆ
“คารวะคุณชายใหญ่ขอรับ/คารวะคุณชายใหญ่ขอรับ”
“อืม เื่ที่ข้าให้พวกเ้าสองคนไปจัดการเป็อย่างไรบ้าง หยางอ๋องได้รับข่าวที่ข้าส่งไปให้แล้วใช่หรือไม่”
“เรียนคุณชายใหญ่ข้ากับซั่วเหยียนทำตามที่ท่านสั่ง ทุกอย่างเป็ไปตามที่ท่านได้คาดการณ์เอาไว้ทุกประการขอรับ ตอนนี้หยางอ๋องได้เตรียมแผนรับมือการถูกใส่ร้ายไว้เรียบร้อยขอรับ” เหวินเสียนรายงานผลที่ตนกับสหายต้องกลับไปทำตามคำสั่งของหวังซินหยาง
“แต่เพราะพวกข้าสองคนไม่อยู่ทำให้คุณชายใหญ่ได้รับาเ็สาหัส ได้โปรดสั่งลงโทษพวกข้าสองคนที่ไม่อาจปกป้องท่านได้ด้วยเถิดขอรับ” ซั่วเหยียนรู้สึกละอายใจที่เขาเองก็ต้องไปพบหยางอ๋อง เพื่อส่งข่าวที่เ้านายของตนได้รับมาจากเมืองหลวง สำหรับเตือนให้หยางอ๋องวางแผนรับมือขุนนางชั่ว
“ลุกขึ้นเถิดพวกเ้าอย่าได้โทษตัวเองนักเลย เพราะคำสั่งของข้าพวกเ้าจำเป็ต้องปฏิบัติตาม ถึงข้าจะมีวรยุทธ์เก่งกาจแค่ไหนแต่ในเมื่อศัตรูมีจำนวนมาก ก็ไม่สามารถรับมือพวกมันได้ทั้งหมดนับว่ายังโชคดีที่มีคนช่วยชีวิตไว้ได้ทัน”
“ใช่เ้าของบ้านเช่าหลังนี้หรือไม่ขอรับที่พาคุณชายใหญ่มารักษาที่โรงหมอ พวกเขาช่างมีจิตใจที่ดีจริง ๆ และยังแบ่งห้องให้ท่านได้พักรักษาตัวที่นี่ด้วยนะขอรับ” เหวินเสียนค่อยโล่งอกที่เห็นว่าเ้านายปลอดภัย แม้จะาเ็ทั้งภายในและภายนอกก็ตาม
“พวกเ้าคิดว่าท่านพ่อจะจัดการพวกที่ชอบยื่นมือยุ่งเื่ของคนอื่นได้หรือไม่ ไหนจะพวกนางสนมของฮ่องเต้ที่แอบซ่อนความร้ายกาจพวกนั้นอีก รัชทายาทเองยังต้องระวังตัวทุกย่างก้าวไว้ใจใครไม่ได้”
“ข้าน้อยคิดว่านายท่านต้องมีวิธีจัดการอยู่แล้วขอรับ ไหนจะข้อมูลที่คุณชายใหญ่ส่งให้กับนายท่านเกี่ยวหลักฐานการกระทำผิด หากซวี่ข่ายสามารถหาหลักฐานพวกนั้นเจอคนชั่วย่อมไม่มีทางรอดขอรับ” ซั่วเหยียนเชื่อมั่นในฝีมือการวางแผนของท่านราชครู ผู้เป็บิดาของเ้านายของตนทั้งเป็พระอาจารย์ของรัชทายาท
“คงเป็เช่นที่เ้าว่ามาเอาเป็ว่ารอฟังข่าวจากท่านพ่ออีกทีก็แล้วกัน วันนี้พวกเ้าก็รอพบกับคุณหนูโจวเสียก่อนเพราะข้าเคยบอกกับนางไปแล้ว ว่าพวกเ้าจะมาตามหาที่เมืองหยางหลิวเร็ว ๆ นี้ ข้าจะได้แนะนำให้รู้จักกันเอาไว้บางทีเ้าอาจจะต้องอยู่ที่นี่นะเหวินเสียน”
“ห๋า! เหตุใดข้าต้องอยู่ที่เมืองหยางหลิวด้วยขอรับคุณชายใหญ่ หรือว่าท่านมีปัญหาอันใดเพิ่มเติมที่ต้องจัดการอยู่ที่นี่ต่อใช่หรือไม่ขอรับ” เหวินเสียนยังไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงได้อยู่ที่นี่ต่อ
“ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ต้องให้เ้าไปจัดการแต่อย่างใด สิ่งที่จะให้เ้าทำคือการอยู่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูโจว หากมีใครกล้ามารังแกนางเ้าลงมือจัดการได้เลย ถ้าเป็พวกขุนนางที่คิดจะหาประโยชน์จากนางรีบส่งข่าวบอกข้า เื่ขุนนางในท้องที่ข้าจะให้หยางอ๋องช่วยจัดการเองเข้าใจหรือไม่เหวินเสียน” หวังซินหยางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างมาก คนสนิททั้งสองไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้จากเ้านายมาก่อน
“ขอรับคุณชายใหญ่ข้าน้อยจะดูแลคุณหนูโจวไม่ให้ใครมารังแกได้อย่างแน่นอน” เหวินเสียนรับคำสั่งอย่างหนักแน่นแต่ในใจก็อดคิดไม่ได้
‘นี่คงไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดไว้หรอกนะว่าคุณชายใหญ่กำลังมีความรักน่ะ’
“สิ่งที่เ้ากำลังคิดอยู่ยอมรับว่าเป็เื่จริง ส่วนทางด้านแม่เลี้ยงตัวดีนั่นไว้ข้าจะกลับไปจัดการเอง”
“เอ่อ คือคุณชายใหญ่ขอรับตอนนี้หวั่นฮูหยินคิดจะให้หลานสาวของนาง แต่งเข้ามาเป็ฮูหยินของท่านและนางกำลังหาทางพูดคุยกับนายท่านอยู่ขอรับ” ซั่วเหยียนรายงานเื่ของแม่เลี้ยงหวังซินหยางกำลังคิดจะทำให้เขาได้รับรู้
“หึ นางคิดว่าท่านพ่อของข้าจะโง่พอให้นางทำอะไรตามใจก็ได้รึ ถ้านางไม่รวมหัวกับพวกขุนนางชั่วใช้วิธีสกปรก สตรีเช่นนางไม่มีทางที่ท่านพ่อของข้าจะชายตาแลด้วยซ้ำไป รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเสียก่อนเถิดข้าจะจัดการนางด้วยมือของข้าอะ แค่ก ๆ ๆ”
“คุณชายใหญ่!!/คุณชายใหญ่!!”
หวังซินหยางกำลังอารมณ์แปรปรวนเพราะเื่ของแม่เลี้ยง ทำให้เขาเืลมติดขัดขึ้นมาเล็กน้อยแต่ด้วยเสียงที่ดังของคนสนิททั้งสอง ทำให้หลินหว่านที่ถือถ้วยยาบำรุงมาส่งให้กับหวังซินหยาง ถึงกับใไปด้วยเช่นกันนางจึงรีบเดินมาเปิดประตูอย่างถือวิสาสะ เพื่อเข้ามาดูอาการของคนป่วยที่ตนเองรับผิดชอบดูแลอย่างรวดเร็ว
“ปึง!! คุณชายหวังเกิดอะไรขึ้นเหตุใดถึงได้ไอหนักเช่นนี้เ้าคะ ท่านรีบดื่มยาบำรุงนี่ก่อนเถิดเ้าค่ะแล้วปรับอารมณ์ของท่านด้วย”
“ข้าไม่เป็อะ..” หวังซินหยางยังพูดไม่ทันจบก็ถูกหลินหว่านอบรมอีกครั้ง
“จะไม่เป็อะไรได้อย่างไรกันเ้าคะก็เห็นอยู่ว่าเป็ ท่านไอจนหน้าแดงไปหมดแล้วยังจะปฏิเสธอีกหรือเ้าคะ หากท่านอาการกำเริบจนต้องกลับไปโรงหมออีก จะให้ตอบท่านหมอที่รักษาท่านอย่างไรดีข้าบอกให้ท่านพักผ่อนมิใช่รึ แล้วนี่กำลังคิดเื่หนักอกหนักใจอันใดจนมีอาการเช่นนี้ได้ ท่านปล่อยวางมันลงก่อนสักพักเถิดนะถ้าหายดีเมื่อไหร่จะไปจัดการศัตรู หรือตามล่าล้างแค้นใครก็ตามใจท่านข้าจะไม่ห้ามเด็ดขาดตกลงไหมเ้าคะ” หลินหว่านไม่เปิดโอกาสให้หวังซินหยาง
ได้พูดจนจบประโยค แต่ตนเองพูดซะยาวเหยียดจนเหนื่อยหายใจแทบไม่ทันเสียเอง
“เอ่อ ข้าจะบอกกับคุณหนูโจวว่าไม่เป็อะไรมากเพราะคนที่าเ็ภายใน มักจะมีอาการเช่นนี้แค่ประเดี๋ยวก็หายไปถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณความห่วงใยของคุณหนูโจวด้วยเช่นกัน” หวังซินหยางมองหน้าหลินหว่านที่ดูเป็กังวล เกี่ยวกับอาการาเ็ของตนพร้อมอธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าปกติ
เหวินเสียนกับซั่วเหยียนหันไปมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย คล้ายพูดคุยกันผ่านทางสายตาที่เข้าใจกันแค่สองคนเท่านั้น
‘ซั่วเหยียนเ้าเห็นและได้ยินเหมือนข้าไหม’
‘ข้าไม่ได้หูหนวกตาบอดถึงจะไม่เห็นและไม่ได้ยิน’
‘ข้าเกรงว่าสหายวัยเด็กที่คิดกับคุณชายใหญ่มากกว่าสหาย หากนางรู้เื่นี้เข้าคงไม่ปล่อยคุณหนูโจวไว้แน่’
‘เื่นั้นปล่อยให้คุณชายใหญ่เป็คนตัดสินใจเอง เ้ามีหน้าที่ดูแลคุณหนูโจวให้ปลอดภัยเท่านั้น’
“เอ่อ เอ๊ะ!! แล้วสองคนนี้คือใครหรือเ้าคะเข้ามาที่ห้องของท่านั้แ่เมื่อไหร่กัน” หลินหว่านกำลังคิดหาคำพูดแก้เก้อแต่บังเอิญหันไปเห็นคนของหวังซินหยางเสียก่อน
“ทั้งสองที่คุณหนูโจวเห็นคือคนของข้าที่เคยบอกกับท่านไว้ ว่าจะตามมาพบที่เมืองหยางหลิวแห่งนี้อย่างไรเล่า
เหวินเสียน ซั่วเหยียนนี่คือคุณหนูโจวหลินหว่านเ้าของบ้านเช่า และนางยังเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าเอาไว้”
“คารวะคุณหนูโจวข้าเหวินเสียน/คารวะคุณหนูโจวข้าซั่วเหยียน”
“ยินดีที่ได้รู้จักพี่ชายทั้งสองนะเ้าคะข้าโจวหลินหว่าน หรือจะเรียกตามที่พวกท่านถนัดก็ได้เช่นกันเ้าค่ะ ในเมื่อพวกท่านสองคนมาพบคุณชายหวังแล้วข้าก็สบายใจ ยามที่ต้องออกไปขายขนมแต่เช้ามืดจะได้มีคนคอยดูแลเื่การต้มยาด้วย หากยังไม่มีที่พักห้องข้าง ๆ ยังว่างอยู่พวกท่านพักด้วยกันได้หรือไม่เ้าคะ ข้าจะให้ท่านอาน่าซือจัดหาฟูกนอนหมอนและผ้าห่มมาพร้อมกันสองชุดเ้าค่ะ” หลินหว่านคิดว่าหวังซินหยางมีคนของตนเองคอยดูแล น่าจะสะดวกในบางเื่ที่จะรบกวนนาง
“พวกข้าขอบคุณหนูโจวมากขอรับที่ยินดีให้ที่พัก เพราะข้าสองคนเพิ่งมาถึงเมืองหยางหลิวเมื่อปลายยามเหม่านี่เองขอรับ” เหวินเสียนเริ่มคิดว่าสตรีที่เ้านายพึงใจสวยทั้งหน้าตาและจิตใจ แต่นิสัยอาจจะต้องสังเกตไปอีกสักพัก
“เช่นนั้นไม่รอบกวนพวกท่านหารือกันจะดีกว่า อีกหนึ่งเค่อจะถึงเวลาอาหารกลางวันรบกวนพวกท่านสองคน ประคองคุณชายหวังไปที่ห้องทานอาหารด้วยนะเ้าคะ เพราะท่านอาน่าซือทำอาหารใกล้จะเสร็จทุกอย่างแล้ว ถือว่าเป็การต้อนรับคนของคุณชายหวังไปในตัวก็แล้วกันเ้าค่ะ”
“รบกวนคุณหนูโจวแล้วขอรับ”
“ไว้เจอกันที่ห้องทานอาหารนะเ้าคะข้าจะไปช่วยท่านอาน่าซือ ท่านก็อย่าลืมทำตามที่บอกด้วยล่ะถ้าอยากหายดีไว ๆ ฮึ” หลินหว่านเตือนหวังซินหยางอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“ไอหยา จากที่ข้าน้อยพิจารณาดูแล้วคุณชายใหญ่ท่านคงจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของคุณหนูโจว จนไม่อาจหลีกหนีนางไปที่แห่งใดได้พ้นอย่างแน่นอนขอรับ” เหวินเสียนทำทีวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าให้เ้านายของตนฟัง
“เ้าคงอยากรับโทษโบยมากกระมังเหวินเสียน เพราะห่างหายจากการถูกลงโทษมานานคงจะคิดถึงไม้พลองสินะ”
“มะ มะ ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับคุณชายใหญ่ข้าน้อยแค่พูดตามที่เห็นเท่านั้น มิได้มีเจตนาจะทำให้ท่านรู้สึกขุ่นเคืองแต่อย่างใดเลยจริง ๆ นะสาบานได้ ฮื่อ ๆ ๆ”
“ช่างเถิดครั้งนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปก่อนก็แล้วกัน นำสัมภาระไปเก็บแล้วเตรียมตัวไปห้องทานอาหาร อย่าให้คุณหนูโจวและคนติดตามของนางต้องรอนาน”
“ขอรับ/ขอรับ”
เมื่อมาถึงห้องครัวหลินหว่านได้บอกเล่าเื่ราวเกี่ยวกับคนติดตาม ที่มาพบหวังซินหยางยังเรือนพักแก่หยุนเหลียงกับน่าซือ เผื่อยามที่เจอหน้ากันในห้องทานอาหารจะได้ไม่ต้องสงสัย บ่าวทั้งสองอาจจะซักถามเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับพวกเขาเท่านั้น และมิคิดที่จะก้าวก่ายเื่ของเ้านายแต่อย่างใด ยามได้พบหน้ากันด้วยความช่างพูดของเหวินเสียน จึงทำให้หยุนเหลียงกับน่าซือรู้สึกสนุกสนานกับพวกเขาเช่นกัน ซึ่งเหวินเสียนเองได้เสนอตนเองจะไปเป็ผู้ช่วยของหลินหว่าน สำหรับการขายขนมในวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปอีกด้วย
