"หนึ่งชั่วโมงแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงผู้นี้สามารถทนได้จริงๆ ด้วย แล้วยังเข้าสู่สภาวะแห่งการฝึกฝนได้อีก นี่มันจะไม่ธรรมดาเกินไปแล้ว"
ผู้าุโชุดดำยังคงกลัวว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะมีอันตรายจึงได้เฝ้าดูอยู่ด้านนอกของถ้ำแรงโน้มถ่วงเจ็ดเท่าตลอดเวลา เมื่อเขามองทะลุผ่านกระจกใสเข้าไปด้านในถ้ำแรงโน้มถ่วงก็พบกับเยี่ยเฉินเฟิงที่เปื้อนเืทั้งตัวกำลังอยู่ในสภาวะฝึกฝนราวกับภิกษุที่กำลังเข้าฌาน โดยการแบกรับพลังกดทับอันน่ากลัวเอาไว้ทำให้สีหน้าของเขาเผยความตื่นตะลึงออกมา
"ดูเหมือนสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ของเราจะเก็บสมบัติล้ำค่าได้เสียแล้ว" ผู้าุโชุดดำระบายรอยยิ้มบางบนใบหน้า เลิกเป็ห่วงความปลอดภัยของเยี่ยเฉินเฟิงและหมุนตัวเดินจากไป
ในยามนี้ แม้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะบังคับตัวเองให้เข้าสู่สภาวะฝึกฝนได้ แต่ความเ็ปทรมานที่เขาได้รับก็ไม่ได้ลดน้อยลง กล้ามเนื้อทั่วร่างถูกแรงกดดันอันน่ากลัวฉีกกระชากครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็ถูกเขาซ่อมแซมโดยการโคจรเทพดาราหกชีพจรทุกครั้ง
ใน่ที่เกิดการฉีกขาดและซ่อมแซมอยู่นั้น ความแข็งแรงทนทานของร่างกายเยี่ยเฉินเฟิงก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเชื่องช้า พลังกายปรับสูงขึ้นอีกเล็กน้อยเช่นกัน
หากเทียบกับความเ็ปทางกายแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงที่ฝืนหลอมอวัยวะด้วยเทพดาราหกชีพจรนั้นเ็ปทรมานกว่ามาก
ทุกครั้งที่เยี่ยเฉินเฟิงใช้พลังกดดันอันน่ากลัวเป็ตัวนำส่งฤทธิ์ยาให้แทรกซึมไปยังอวัยวะต่างๆ ก็จะรู้สึกเหมือนโดนธนูนับหมื่นเสียบทะลุร่างกาย เ็ปทรมานเจียนตาย สติสัมปชัญญะแทบจะพังทลาย
เมื่อฤทธิ์ยาแทรกซึมลงไปในอวัยวะภายในของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ฤทธิ์ยาที่น่าหวาดกลัวก็หล่อหลอมหัวใจและปอดของเขาอย่างบ้าคลั่ง ฉีกกระชากเส้นลมปราณ ส่งผลให้เืจำนวนมากไหลซึมออกมา
กล่าวได้ว่าการกระทำของเยี่ยเฉินเฟิงในยามนี้น่าหวาดกลัวเป็อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะเืลมทั่วร่างของเขาพวยพุ่งดุจสัญญาณควันหรือจิตใจไม่มั่นคงขึ้นมาก็อาจจะเกิดข้อผิดพลาดล้มเหลวได้ อาจต้องตายเพราะร่างะเิ
แต่เพราะเืที่ซึมไหลออกมานี้เอง สิ่งสกปรกในร่างของเยี่ยเฉินเฟิงจึงถูกชะล้างออกมาจากร่างกายที่ละเล็กทีละน้อยด้วย
“หือ เขาทนรับไหวจริงเสียด้วย”
สตรีชุดดำไม่คิดว่าพลังของเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสองเช่นเขาจะสามารถทนต่อแรงกดทับของถ้ำแรงโน้มถ่วงระดับเจ็ดได้โดยไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อน จึงเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อย
เพราะว่าต่อให้เป็ตัวนางเองตอนที่เป็แค่จอมพลอสูรโลการะดับสามก็ยังไม่กล้าจะเข้ามาฝึกฝนในที่แห่งนี้เลย แต่เยี่ยเฉินเฟิงที่เป็เพียงปรมาจารย์อสูรมายาระดับสองกลับทำได้สำเร็จ นางจึงเกิดความสนใจในตัวของเยี่ยเฉินเฟิงขึ้นมา
เมื่อเวลาแต่ละวันผ่านพ้นไป เยี่ยเฉินเฟิงที่อาศัยเจตจำนงอันแน่วแน่ในการทนฝึกฝนอย่างทุกข์ทรมานก็ค่อยๆ เคยชินกับความเ็ประดับสูงเช่นนี้และเข้าสู่สภาวะอนัตตาได้อย่างราบรื่น
เมื่อฝึกโหดมาจนถึงวันที่แปด เยี่ยเฉินเฟิงก็สามารถใช้ฤทธิ์ยาของเม็ดยาเก้าลำนำหล่อหลอมอวัยวะภายในจนหมดสิ้นและขับของเสียออกมาเป็จำนวนมาก ทำให้อวัยวะภายในได้รับการแก้ไขปรับปรุงไปประมาณสองส่วนแล้ว
ถ้าหากเยี่ยเฉินเฟิงใช้ฤทธิ์ยาทั้งหมดของเม็ดยาเก้าลำนำไปกับการบ่มเพาะระดับพลัง เช่นนั้นเขาก็คงมีโอกาสสูงที่จะทะลวงผ่านเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามได้ แต่พอนำมาใช้กับเทพดาราหกชีพจร กลับสามารถฝึกฝนขั้นหลอมอวัยวะไปได้เพียงสองส่วนเท่านั้น เห็นชัดเลยว่าการหลอมกลั่นร่างกายเป็เื่ที่ยากลำบากเพียงใด
“พละกำลังสองหมื่นจิน”
เยี่ยเฉินเฟิงรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างเงียบๆ ก่อนจะยินดีปรีดาเป็อย่างมากที่พบว่าพลังกายเพิ่มขึ้นจากหนึ่งหมื่นห้าพันจินเป็สองหมื่นจินแล้ว พลังรบเองก็สูงขึ้นอีกหลายระดับ
เมื่อเวลาในการฝึกฝนเหลืออยู่อีกแค่สองวัน เยี่ยเฉินเฟิงก็ออกจากการฝึกฝนชั่วคราว เขาะเิพละกำลังอันแข็งแกร่งออกมาต้านทานแรงกดทับอันมหาศาลภายในมิติก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากและเดินออกไปจากถ้ำแรงโน้มถ่วงเจ็ดเท่า
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงออกไปแล้ว สตรีชุดดำที่นั่งฝึกฝนอยู่ตรงมุมมืดก็ลืมตาขึ้น ปรายตามองตามอีกฝ่ายเล็กน้อยแล้วหลับตาลงเพื่อเข้าสู่สภาวะฝึกฝนต่อ
หลังจากออกจากถ้ำแรงโน้มถ่วง เยี่ยเฉินเฟิงก็ััได้ถึงกล้ามเนื้อทั่วร่างที่มีพลังอยู่เต็มเปี่ยม พลังิญญาที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดและไหลเวียนอย่างรวดเร็วภายในร่างก็เพิ่มขึ้นอยู่เล็กน้อย ทำให้เขาได้ทราบถึงข้อดีของการฝึกฝนในถ้ำแรงโน้มถ่วงเป็อย่างดีและมีความคิดที่จะฝึกฝนต่ออีกสัก่ระยะหนึ่ง
“เยี่ยเฉินเฟิง ทำไมเ้าถึงรีบออกมานักล่ะ ทนรับต่อไปไม่ไหวแล้วหรือ?”
ผู้าุโชุดดำเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบางๆ หลังจากเห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงออกมาจากถ้ำแรงโน้มถ่วงก่อนเวลาที่จองไว้สองวัน
แม้จะเอ่ยถามไปอย่างนั้น แต่ผู้าุโชุดดำก็ทราบดีว่าการที่เขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสองสามารถฝึกฝนอยู่ในถ้ำแรงโน้มถ่วงเจ็ดเท่าได้ถึงแปดวันเป็การสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์อย่างแท้จริง
“ไม่ใช่หรอก ข้าตั้งใจจะฝึกต่ออีกสักสิบห้าวัน”
เยี่ยเฉินเฟิงส่ายหน้าปฏิเสธ ล้วงหยิบผลึกิญญาระดับต่ำออกมาอีกเจ็ดร้อยห้าสิบก้อนและยื่นผลึกทั้งหมดให้แก่ผู้าุโชุดดำ
“ฝึกต่อจนครบสิบห้าวัน เ้าทนรับแรงกดทับภายในถ้ำแรงโน้มถ่วงเจ็ดเท่าได้จริงหรือ?” ผู้าุโชุดดำเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าตกตะลึงพรึงเพริศ ราวกับมองเห็นสัตว์ประหลาดอย่างไรอย่างนั้น
เขาคิดไม่ออกเลยสักนิด ว่าเยี่ยเฉินเฟิงที่อยู่เพียงเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสอง มีร่างกายที่แข็งแรงทนทานจนน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้อย่างไร
“อื้อ ข้าพอจะปรับตัวเข้ากับแรงกดทับของถ้ำแรงโน้มถ่วงชั้นที่แรงกดดันสูงกว่าเจ็ดเท่าได้บ้างแล้ว” เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้าหงึกหงักพลางกล่าว
“เอาล่ะ เ้ากลับไปฝึกฝนต่อเถอะ”
ผู้าุโชุดดำกวาดสายตามองเยี่ยเฉินเฟิงหัวจรดเท้าอยู่สองสามครั้ง และพบว่าแม้เขตแดนจะไม่ได้พัฒนาสูงขึ้น แต่กลิ่นอายจากร่างกายกลับแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ในใจจึงยิ่งตกตะลึงไปกันใหญ่
“ขอบคุณผู้าุโ”
กล่าวจบเยี่ยเฉินเฟิงก็เดินกลับเข้าไปภายในถ้ำแรงโน้มถ่วงมิติชั้นที่แรงกดดันสูงกว่าเจ็ดเท่าอีกครั้ง
“เอ๊ะ ทำไมเขาถึงกลับมาอีกล่ะ”
สตรีชุดดำที่เพิ่งจะเข้าสู่ภาวะฝึกฝนไปได้ไม่นาน ก็พลันััได้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงกลับเข้ามาภายในถ้ำอีกรอบ ความแปลกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เยี่ยเฉินเฟิงที่จับััได้ว่าสตรีชุดดำลอบมองตนเองอยู่เงียบๆ จึงหันไปส่งยิ้มให้ หยิบเม็ดยาเก้าลำนำเม็ดที่สองออกมาจากถุงเอกภพแล้วกลืนลงท้องไป อดทนรับความเ็ปในการหล่อหลอมและฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรต่อ
เวลาไหลผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตามการดูดซับฤทธิ์ยาเก้าลำนำของอวัยวะภายในที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยเฉินเฟิงก็เริ่มหายใจได้ลึกและนานมากขึ้น พลังเืลมในร่างก็แข็งแกร่งขึ้น ลมปราณชั้นบางๆ ปรากฏขึ้นบนชั้นผิวของเขาและช่วยต้านทานแรงกดทับของแรงโน้มถ่วงเจ็ดเท่า
ประมาณสิบสองวันผ่านไป เยี่ยเฉินเฟิงก็ยืมแรงกดทับอันแข็งแกร่งเป็ตัวช่วยส่งฤทธิ์ยาไปหลอมอวัยวะภายในร่างกายได้ทั้งหมดและฝึกฝนขั้นหลอมอวัยวะได้ถึงสี่ส่วน พลังกายเพียงอย่างเดียวเพิ่มสูงถึงสองหมื่นห้าพันจินอย่างน่าตื่นตะลึง
ระดับเขตแดนของเขาก็เพิ่มขึ้นสูงตามไปด้วยเช่นกัน ระดับพลังของเขาอยู่ใกล้กำแพงระหว่างเขตแดนโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ฟู่!”
เยี่ยเฉินเฟิงเปิดเปลือกตาที่เคยปิดสนิทขึ้น พ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ลมหายใจเข้าออกได้ราบรื่นไม่ติดขัด รู้สึกสดชื่นเต็มอิ่ม เป็สัญลักษณ์ของการหลอมอวัยวะในระดับขั้นแยกย่อย
ถ้าหากสามารถฝึกฝนขั้นหลอมอวัยวะได้จนถึงขั้นสมบูรณ์ จะสามารถปลดปล่อยอานุภาพอันน่าตื่นตะลึงออกมาผ่านการหายใจได้อย่างเงียบงัน ชวนให้ตื่นใเป็อย่างมาก
“ดูเหมือนการจะฝึกฝนขั้นหลอมอวัยวะให้ได้มากกว่าห้าส่วนขึ้นไปคงจะไม่สามารถทำได้ใน่ระยะเวลาอันสั้น”
แม้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะยังเหลือเม็ดยาเก้าลำนำอยู่อีกหนึ่งเม็ด แต่การดูดซับพลังจากเม็ดยาติดต่อกันร่างกายของเขาก็เกิดการต่อต้านฤทธิ์ยาขึ้นมาอย่างรุนแรง เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้เขาจึงต้องนำเม็ดยาปฐีระดับแปดออกมาแทนเพื่อเตรียมตัวทะลวงผ่านเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสาม
เยี่ยเฉินเฟิงทานอาหารรองท้องเล็กน้อย แล้วหยิบเม็ดยาปฐีออกมาจากถุงเอกภพและกลืนเม็ดยาลงท้องไป โคจรทักษะกลืนิญญาเพื่อทำการบ่มเพาะพลัง
เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง เยี่ยเฉินเฟิงที่ระดับพลังอยู่ใกล้กำแพงระหว่างเขตแดนแล้วก็ไม่ได้รีบร้อนทะลวงขึ้นไป แต่กดทับเขตแดนเอาไว้เพื่อรอให้พลังิญญาภายในร่างกายเต็มเปี่ยมเสียก่อน
ในที่สุด หลังจากที่เยี่ยเฉินเฟิงฝึกฝนอยู่ในถ้ำแรงโน้มถ่วงเจ็ดเท่ามาจนถึงวันที่สิบหกนั้น เม็ดยาปฐีที่ถูกดูดซับจนหมดก็เติมเต็มพลังิญญาในห้วงสมองของเขาจนเปี่ยมล้นและทะลวงผ่านเขตแดนได้ด้วยตัวของมันเอง บรรลุสู่เขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามได้สำเร็จ
