กาลเวลาหมุนไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวหนึ่งชั่วโมงก็ผ่านไป หลินรั่วซีเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ไม่นานเธอก็รู้สึกตัวว่ากำลังพิงอยู่บนไหล่ของหยางเฉิน เธอรู้สึกประหลาดใจที่เวลานี้หยางเฉินกลับเป็ที่พักพิงที่อบอุ่นใจอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดูเหมือนเธอจะเหนื่อยจนเห็นภาพหลอน
หลินรั่วซีค่อยๆ ออกห่างหยางเฉินอย่างเงียบงัน พร้อมใช้มือลูบผมตัวเองอย่างสับสนวุ่นวาย
"ฉันหลับไปนานแค่ไหน?"
"ประมาณห้าชั่วโมง งานเลี้ยงจบลงไปแล้ว" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลินรั่วซีขมวดคิ้วก่อนเหลือบมองนาฬิกาไปที่ด้านหน้ารถ เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงก็หันไปถลึงตาใส่หยางเฉิน
"มุขนี้ไม่ตลกเลยนะ"
"อย่าพูดได้มั้ย ผมขำจะตายอยู่แล้ว"
หลินรั่วซีไม่สนใจหยางเฉินอีก เธอขยับไปด้านข้างก่อนจะนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก
หยางเฉินมองมาที่หลินรั่วซีครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "ได้พักบ้างก็ดีแล้ว สีหน้าคุณตอนนี้ดูดีกว่าก่อนหน้านี้มากเลยนะครับ"
หลินรั่วซียังคงนิ่งเงียบ เห็นได้ชัดว่าไม่้าตอบหยางเฉิน
หยางเฉินได้แต่ต้องยอมแพ้ จนกระทั่งถึงจุดหมาย ภายใต้บรรยากาศในยามค่ำคืน แสงไฟอันหรูหราส่องสว่าง บอดี้การ์ดตระเวนตามแต่ละจุดอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของงานในครั้งนี้
หลังจากจอดรถแล้ว หยางเฉินสังเกตเห็นหลินรั่วซีตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เธอหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตใจ จากนั้นจึงหันมากล่าวกับหยางเฉินว่า
"หลังจากนี้อย่าพูดอะไรไร้สาระ แล้วก็อย่าวิ่งเล่นตามลำพังด้วย เข้าใจหรือเปล่า?" หลินรั่วซีกลับสู่สภาพเดิมเรียบร้อยแล้ว
หยางเฉินฝืนยิ้มออกมา "ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ"
"นายมีปัญหาเยอะกว่าเด็กเสียอีก" หลินรั่วซีกล่าวโผงผางออกมา
ในขณะนั้นเองหลี่ิก็เปิดประตูจากทางข้างนอก หยางเฉินยิ้มและเหยียดแขนซ้ายมาที่ด้านหน้าของหลินรั่วซี หลินรั่วซีลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็รู้ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอคล้องแขนหยางเฉินเดินออกจากรถั้แ่ตัดสินใจพยายามยอมรับชายคนนี้ หลินรั่วซีก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้อีก
รถโรลส์รอยซ์สีดำเงาปรากฏตัวขึ้น เหล่าเศรษฐีคนดังผู้ร่ำรวยย่อมหันมามองเป็เื่ธรรมดา แต่แน่นอนว่าพวกเขาต่างต้องรอจับตามองเ้าของรถ
และเมื่อเห็นใบหน้าของหยางเฉินปรากฏตัวออกมา แขกทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ คิดไปว่านายน้อยต่างเมืองก็ถูกตระกูลหลิวเชิญมาด้วยงั้นหรือ?
แต่ทันทีที่หลินรั่วซีคล้องแขนหยางเฉินเดินออกมา ทั้งหมดก็ต่างฮือฮาเป็การใหญ่ ส่วนมากต่างมีสีหน้าสงสัยเพราะหลินรั่วซีไม่ค่อยได้ปรากฏตัวกับงานเช่นนี้นัก แถมยังเปิดตัวชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้าอีก
อากาศภายนอกค่อนข้างหนาว และชุดราตรีของผู้หญิงก็ยังบางเฉียบ ถึงแม้ใบหน้าจะแกล้งทำเป็ยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อลมหนาวพัดผ่านย่อมต้องมีสะดุ้งกันบ้าง
หลินรั่วซีก็เช่นกัน แขนของเธอที่คล้องหยางเฉินนั้นสั่นเล็กน้อย นั่นทำให้หยางเฉินคิดในใจว่าราชินีน้ำแข็งก็หนาวเป็กับเขาด้วย
หยางเฉินและหลินรั่วซีเดินตามพนักงานต้อนรับตรงไปยังประตูทางเข้าที่ประดับด้วยสไตล์บารอกหรูหรา เมื่อมาถึงหน้าประตูชายวัยกลางคนสวมชุดทักซิโด้สีดำ ผมหวีเรียบเงางามก็ตรงเข้ามาทักทายทั้งสองในทันที
"ช่างเป็เกียรติมากครับที่ได้เห็นคุณหลินมาร่วมงานในวันนี้!”
หลินรั่วซีกระซิบหยางเฉินเบาๆ "นี่คือผู้นำตระกูลหลิวคนปัจจุบัน หลิวคังไป๋"
หยางเฉินรู้ได้ในทันทีว่าชายผู้นี้คือ พ่อของหลิวหยุนผู้นอบน้อมนั่นเอง
แต่ในขณะนั้นเอง เมื่อแขกคนอื่นๆ เห็นหลิวคังไป๋ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง แสดงว่าผู้ที่ปรากฏตัวย่อมเป็หลินรั่วซีซีอีโอบริษัทแฟชั่นั์ใหญ่จริงๆ
ในตอนนี้หยางเฉินและหลินรั่วซีกลายเป็จุดสนใจของทุกคนไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนต่างคาดเดาความเป็มาของหยางเฉินกันยกใหญ่ ทั้งหมดรู้ว่าหลินรั่วซียังไม่ได้แต่งงาน และยังไม่เคยได้ยินว่ามีหนุ่มที่คบหาอยู่
"ไม่ต้องสุภาพขนาดนี้ก็ได้ค่ะประธานหลิว" หลินรั่วซีกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
หลิวคังไป๋โบกมือกล่าวว่า "คนเฒ่าคนแก่อย่างผมตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ผมยกย่องนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอยู่เสมอ"
หลินรั่วซียิ้มเธอพยักหน้าให้อีกฝ่ายเบาๆ
"ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้คือ..." หลิวคังไป๋หันหน้าไปที่หยางเฉิน
ไม่รอให้หยางเฉินได้ตอบ หลินรั่วซีกล่าวขึ้นทันทีว่า "นี่หยางเฉินค่ะ เป็สามีของฉันเอง..."
หยางเฉินหันศีรษะไปทางหลินรั่วซีทันที เขาเหมือนหูฝาดไป สักวันความสัมพันธ์ของพวกเขาจะต้องเปิดเผย แต่หยางเฉินไม่คาดคิดว่ามันจะฉับพลันเช่นนี้
หลิวคังไป๋ตกตะลึงไปชั่วครู่ เช่นเดียวกับแขกหลายคนบริเวณนั้นที่ได้ยิน หยางเฉินในเวลานี้จึงกลายเป็ที่อิจฉาของทุกคน
หยางเฉินลูบจมูก ยิ้มกล่าวว่า "ประธานหลิวอาจไม่รู้จักผม แต่ผมรู้จักลูกชายของคุณนะครับ"
หลิวคังไป๋กลับคืนสู่ภวังค์อีกครั้ง เขาถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า "คุณหยางรู้จักหยุนเอ๋อร์ด้วยเหรอครับ หรือว่าคุณกับหยุนเอ๋อร์เป็เพื่อนกัน?"
"ไม่ใช่เพื่อนหรอกครับ แต่เรามีเื่ขัดแย้งกันนิดหน่อย" หยางเฉินกล่าวอย่างกระด้างอาย เขาไม่สามารถบอกได้ว่าอันที่จริงแล้ว เขาเนี่ยแหละเป็คนแย่งคู่หมั้นของลูกชายคุณ
"ฮ่าๆ เื่มันก็ผ่านมาแล้ว วันนี้คุณคือแขกผู้มีเกียรติต่างหากล่ะ" หลิวคังไป๋เห็นว่าเื่มันคงซับซ้อนจนเกินไป จึงเลือกที่จะตัดบทแทน
หลินรั่วซีก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน แต่ในเวลานี้ไม่เหมาะที่จะถาม
หลิวคังไป๋รอจนกว่าหยางเฉินและหลินรั่วซีจากไป แล้วจึงหันไปกระซิบข้างหูลูกน้องคนหนึ่งว่า
"ไปค้นประวัติชายคนนั้นมาให้ได้"
ลูกน้องคนนั้นรับทราบและรีบออกไปทันที ปล่อยให้หลิวคังไป๋ปั้นหน้ายิ้มแย้มรับแขกคนต่อไป
ถึงแม้ว่าสถานที่จัดงานจะมีขนาดใหญ่ แต่ผู้คนก็แ่าเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็สุภาพสตรีที่เก่งในเื่ของการสนทนา และพนักงานเสิร์ฟ
ซีอีโอสาวผู้ลึกลับควงสามีแปลกหน้าชื่อหยางเฉินมาเปิดตัวเช่นนี้ย่อมต้องเป็ข่าวใหญ่
เมื่อหยางเฉินและหลินรั่วซีปรากฏตัว ทั้งคู่ย่อมตกเป็เป้าสายตาโดยเฉพาะหลินรั่วซี ในชุดราตรีผ้าไหมสีดำและเครื่องประดับที่งดงามทำให้เธอเป็ดั่งเช่นดอกทิวลิปที่บานสะพรั่งในยามค่ำคืน ไม่เพียงแต่ผู้ชาย แม้แต่ผู้หญิงยังไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้
ในเวลานี้หยางเฉินรู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก การตกเป็เป้าสายตาเช่นนี้ไม่ใช่สไตล์ของเขาโดยสิ้นเชิง
ผิดกับหลินรั่วซีที่ดูคุ้นเคยและเฉิดฉายท่ามกลางฝูงชน เธอรับแชมเปญมาจากบริกรจากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องโถงกลางพร้อมกับหยางเฉิน
เหล่านักธุรกิจ นักการเมือง หรือลูกหลานคนมีเงินต่างจ้องมองหยางเฉินด้วยสายตาเกลียดชังระคนดูถูก ในมุมมองของพวกเขาชายไร้ที่มาผู้นี้ไม่คู่ควรกับหลินรั่วซีที่งดงามเพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน บางครั้งความอิจฉาริษยาหรืออารมณ์ด้านลบทั้งหลายก็มักจะบดบังความเป็เหตุเป็ผล หลายคนยังคิดว่าสมองของหลินรั่วซีมีปัญหา การศึกษาที่สูง พื้นหลังที่ดี กลับไม่ช่วยให้เธอเลือกคู่ครองที่ดีได้เลยหรือไง!!!
