“หลิงชวน คนที่ขวางทางน่ะ ฆ่าให้หมดไม่ต้องต่อรอง” น้ำเสียงของจี๋โม่หานแฝงจิตสังหารเอาไว้ รอบๆ ตัวปล่อยบรรยากาศรุนแรงออกมาในชั่วพริบตา
“พ่ะย่ะค่ะ นายท่าน”
เพียงคำพูดของจี๋โม่หาน พวกหลิงชวนจึงไม่สนใจอะไรอีกแล้วและลงมือทันที คนของจวนองค์ชายห้าไม่ใช่คู่มือของทหารที่เคยออกรบมาก่อน เพียงครู่เดียวก็ถูกจัดการจนนอนหมอบอยู่กับพื้น ทั้งยังลุกไม่ขึ้นแล้ว
ทหารร้อยกว่านายพุ่งเข้าไปในจวนองค์ชายห้าแล้วหาทั่วทุกซอกทุกมุมโดยไม่มีความเกรงใจเลยสักนิด เหมือนกับครั้งที่แล้วที่ฮ่องเต้ได้พาคนมาตรวจค้นจวนองค์ชายสาม ทุกที่ที่ผ่านไป แม้แต่หญ้าก็ไม่เหลือไว้
องค์ชายห้ามองภาพคุ้นเคยตรงหน้า หน้าอกก็ขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง เส้นเืตรงขมับปูดนูนขึ้น
เขาหันกลับไปมองจี๋โม่หาน ดวงตาแดงก่ำถลึงมองอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งสงบตรงนั้น แววตามีความเกลียดชังปิดเอาไว้ไม่มิด “จี๋โม่หาน เหตุใดท่านถึงได้เป็ศัตรูกับข้าไปในทุกๆ ที่”
“องค์ชายห้าต่างหากที่เป็ศัตรูกับข้าก่อน อีกอย่างข้าก็แค่คืนความจริงก็เท่านั้น”
ทุกคนยืนรออยู่ที่หน้าประตูจวน หลิงชวนพาคนเข้าไปสำรวจเพียงครู่เดียวก็ได้คำตอบ
“องค์ชาย” หลิงชวนเดินออกมา ในมือยังถือตุ๊กตาตัวเล็กเอาไว้ด้วย “หาเจอแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายห้าตอนที่เห็นตุ๊กตาตัวเล็กก็ตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
จี๋โม่หานพูดเสียงเรียบ “ข้ามองไม่เห็น เ้าเอาไปให้ใต้เท้าเจียงดู”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลิงชวนเอาตุ๊กตาตัวเล็กที่ค้นเจอส่งไปให้เจียงจ้าว
เจียงจ้าวรับมาพิจารณาดูอย่างละเอียดแล้วพูดตามความจริง “นี่เหมือนตุ๊กตาคำสาปที่พบในงานเลี้ยงวันเกิดไทเฮาเมื่อวานจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าเจียงจ้าวจริงจังขึ้นมา ดูเหมือนว่าในที่สุดเื่นี้ก็มีผลลัพธ์ออกมาแล้ว ที่งานเลี้ยงเมื่อวานมีคนไปเจอตุ๊กตาตัวเล็กที่ตำหนักของไทเฮาเป็อันดับแรก
ต่อมาก็เป็องค์ชายห้าพานักพรตออกมาชี้ตัวซูิเยว่ หลังจากนั้นฝ่าาก็ทรงกริ้ว แล้วจับซูิเยว่เข้าคุก ดูแล้วไม่จำเป็ต้องให้เขามาตรวจสอบคดีอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคดีนี้จะต้องตรวจสอบใหม่แล้ว
“องค์ชายห้า ตอนนี้ยังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?”
องค์ชายห้าไม่ได้พูดอะไรแล้วกัดฟันแน่น ตอนนี้พยานหลักฐานกับพยานวัตถุก็มีครบตรงหน้า จะพูดอะไรไปก็สิ้นเปลือง อีกอย่างเื่ในครั้งนี้ถูกเปิดเผยออกมาตรงๆ ตอนนี้คงมีคนจำนวนมากกำลังจับตามองอยู่ ถึงแม้อยากจะปิดก็ปิดเอาไว้ไม่ได้แล้ว
เสียงของจี๋โม่หานเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “ในเมื่อไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เช่นนั้นพวกเราไปที่คุกกันเลย”
องค์ชายห้าขมวดคิ้ว “ไปที่คุกทำไม?”
หากไม่พบฮ่องเต้ก่อน ไม่แน่ว่าเื่นี้อาจมีทางให้รอดพ้นอยู่บ้าง
“คุณหนูสกุลซูถูกใส่ร้าย ตอนนี้ก็ถูกขังอยู่ในคุก ดังนั้นจะต้องไปที่นั่นเพื่อคืนความบริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับนาง เ้าว่าอย่างไรใต้เท้าเจียง?”
“พ่ะย่ะค่ะๆ ๆ” เจียงจ้าวพยักหน้าติดต่อกัน “ในเมื่อคุณหนูซูถูกใส่ร้าย เช่นนั้นก็ต้องไปที่คุกเสียก่อน”
องค์ชายห้ากัดฟัน ไม่ได้พูดอะไร
“องค์ชาย” ในตอนนี้เองหลิงชวนก็กล่าวขึ้นมาอีก “เมื่อครู่กระหม่อมพบของพวกนี้ตรงจุดที่พบตุ๊กตาตัวเล็กพ่ะย่ะค่ะ”
เขาพูดแล้วล้วงของที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อเอาไว้หนึ่งห่อออกมา พอกางออกแล้ว ด้านในห่อไม่ใช่ของอย่างอื่น แต่เป็โอสถที่แห้งไปแล้วห่อหนึ่ง
“สิ่งนี้วางอยู่กับตุ๊กตาคนตัวเล็ก ดังนั้นกระหม่อมจึงเอาออกมาพร้อมกัน ไม่ทราบว่าเป็หลักฐานหรือไม่”
จี๋โม่หานไม่ได้พูด เจียงจ้าวที่อยู่ด้านข้างพอเห็นยานั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน เหมือนเขาจะคิดอะไรขึ้นมาได้ “เอามาให้ข้าดู”
“ขอรับ” หลิงชวนส่งกากยาให้เจียงจ้าว
เจียงจ้าวตรวจสอบอย่างละเอียด หยิบกากยาแห้งๆ หลายชิ้นขึ้นมาดมที่จมูก คิ้วก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น
หลิงชวนถาม “กากยานี้มีอะไรผิดปกติหรือขอรับ?”
เจียงจ้าวไม่ได้ตอบ ดวงตาฉายแววครุ่นคิด เื่ที่ฮองเฮาเวินเยว่วางยาพิษฝ่าาก่อนหน้านี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผลสรุป ถึงแม้ฝ่าาอยากจะเอาผิดกับฮองเฮา แต่ก็ยังหาหลักฐานไม่ได้ เื่นั้นฝ่าาได้สั่งให้ไท่ฉางซื่อชิงกับอวี๋หลินซื่อชิงของศาลต้าหลี่ตรวจสอบกันต่อ ทว่าหลายวันมานี้เื่นี้ก็ยังคงไม่มีเบาะแสใดใด ตอนนี้กลับพบกากยาที่ไม่มีที่มาที่ไปในจวนขององค์ชายห้า แน่นอนว่ามันน่าสงสัย
“องค์ชาย” เจียงจ้าวมองไปทางจี๋โม่หาน “กากยานี้อาจเป็เบาะแสสำคัญ มอบให้ข้าได้หรือไม่ แล้วรอให้ข้าตรวจสอบให้ชัดเจนอีกที?”
“แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว”
ทางด้านองค์ชายห้ายังคงจมอยู่ในความคิดของตัวเอง คำนวณว่าจะหลุดพ้นจากเื่นี้อย่างไรดี ตอนที่ได้ยินคำว่ากากยาคิ้วก็ขมวดเข้าหากัน ดวงตาก็มองไปทางนั้น “กากยาอะไร? ในจวนของเปิ่นหวังไม่เคยมีกากยาอะไร?”
สีหน้าของเจียงจ้าวจริงจังขึ้นมา รับรู้ถึงความร้ายแรงของเื่นี้ เขายกกากยาในมือขึ้นแล้วพูดเสียงเข้ม “กากยานี้รอกระหม่อมตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน แล้วความจริงของเื่นี้ก็จะปรากฏออกมา”
องค์ชายห้ามึนไปแล้วจริงๆ จากนั้นเขาก็หันแววตาแหลมคมมองไปทางจี๋โม่หาน “นี่ไม่ใช่ของที่อยู่ในจวนของข้า ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีกากยาด้วย จะต้องเป็องค์ชายสามที่ใส่ร้ายข้าแน่นอน”
ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้ว่ากากยานี้เอามาใช้อะไร แต่ลางสังหรณ์บอกว่ามันจะต้องไม่ดีแน่
จี๋โม่หานไม่ได้พูด หลิงชวนที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้ว “กากยานี้กระหม่อมตรวจค้นเจอในจวนขององค์ชายห้าจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
“พูดจาเลอะเทอะ พวกเ้ากำลังใส่ร้ายข้าอยู่ชัดๆ”
หลิงชวนยังอยากจะอธิบาย แต่จี๋โม่หานกลับยกมือขึ้นห้ามเขาเอาไว้ “เอาล่ะ พยานหลักฐาน พยานวัตถุมีครบแล้ว ไม่จำเป็ต้องพูดไร้สาระกับเขาอีก พวกเราไปที่คุกกันเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ” พอหลิงชวนโบกมือ ทหารร้อยนายที่อยู่ด้านหลังก็มารวมตัวอย่างรวดเร็ว องครักษ์หลายคนเดินบีบเข้าไปหาองค์ชายห้า “องค์ชายห้า รบกวนท่านไปกับพวกเราตอนนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายห้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตามองไปทางหลิงชวนที่เดินเข้ามาใกล้ “พวกเ้าจะทำอะไร? รังแกราชวงศ์นั้นมีความผิดร้ายแรง พวกเ้าจะรับความผิดนั้นไหวหรือ?”
หลิงชวนไม่พูดไร้สาระกับเขาแล้วพุ่งเข้าไปลงมือทันที แต่องค์ชายห้านั้นได้ฝึกต่อสู้ทุกวันจึงพอมีความสามารถและหลบมือที่จะเข้ามาจับของหลิงชวนได้ แล้วโจมตีเข้าไปที่อกของเขา ในตอนนั้นหลิงชวนไม่ได้ป้องกันจึงถูกโจมตีจนถอยไปสองก้าว
สายตาเย็นเยียบขององค์ชายห้ากวาดมองไปรอบๆ แล้วพูดเสียงดุ “ข้าเป็องค์ชายห้าของเมืองหลวง ดูสิว่าใครจะกล้าแตะต้องข้าอีก”
จื๋อหลันเดินเข้าไปพยุงหลิงชวน สีหน้าเ็าขึ้นไปอีก “ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”
“ไม่เป็ไร” หลิงชวนส่ายหน้า เป็เขาที่เลินเล่อเอง
“ข้าไปเอง” จื๋อหลันพูดจบก็เดินไปด้านหน้า
“รอก่อน” จี๋โม่หานพลันเอ่ยปากขึ้นมา ฝีเท้าที่เดินไปด้านหน้าของจี๋อหลันหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ “มีอะไรจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”
จี๋โม่หานไม่ได้อธิบาย ภายในชั่วพริบตาทั้งตัวก็ปล่อยจิตสังหารออกมา เขาหลับตาอยู่ แต่กลับเดินไปด้านหน้าเหมือนมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างปกติ องค์ชายห้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที กลิ่นอายจากตัวของจี๋โม่หานนั้นทำให้หัวใจของเขาสั่นอย่างแรงไปครู่หนึ่ง
จี๋โม่หานเดินมาหยุดตรงตำแหน่งที่ห่างจากองค์ชายห้าก้าวหนึ่ง
“เ้าจะทำอะไร?”
องค์ชายห้าระวังตัวขึ้นมาทันที องค์ชายคนนี้หลังจากพิการไปแล้ว นิสัยก็เปลี่ยนเป็คนเ็า แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกถึงจิตสังหารอำมหิตจากตัวของอีกฝ่าย