ถังเหล่ยต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วยามกว่าจะเดินทางออกจากเมืองจิ่วหั่วได้ เขาแฝงตัวและออกเดินทางไปพร้อมกับผู้คนจำนวนมาก ในขณะนี้เขาสวมชุดคลุมและมีผ้าปกปิดใบหน้าจึงทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร
ถังเหล่ยรู้ว่าเมืองหุยฉือที่อยู่ด้านหน้าเป็สถานที่อันตราย เพราะการตายขององครักษ์ทั้งสองจะทำให้คนของอีกฝ่ายรู้ว่าเส้นทางการเดินทางของเขาจะต้องผ่านเมืองหุยฉือ
อย่างไรก็ตามถังเหล่ยจำเป็ต้องใช้เส้นทางนี้ หากเขาไม่ใช้เส้นทางนี้เขาจะต้องอ้อมไปไกลมาก มันจะทำให้เขาเสียเวลา ยิ่งเขาอยู่ในจักรวรรดิซือฉีนานเท่าไรความอันตรายก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงมีทหารเต็มไปหมด? หรือว่าอ๋องบางคนได้เริ่มทำาแล้ว?” เสียงสนทนาของผู้คนที่ร่วมขบวนเดินทาง
“ข้าว่าต้องเป็เื่ใหญ่แน่ เ้าเห็นหรือไม่ว่าทหารเหล่านี้เป็ทหารของอ๋องเลี่ย!” ชายอีกคนกระซิบ
“ไม่ต้องพูดมาก รีบๆ เดินจะดีกว่า!” ผู้นำขบวนดุพวกเขาทันที จากนั้นผู้นำขบวนก็มองไปที่ถังเหล่ยแล้วเดินเข้ามา
“ขบวนของเราจะหยุดค้าขายที่เมืองด้านหน้า หลังจากนั้นจึงจะออกเดินทาง เ้าสนใจไปกับพวกข้าหรือไม่?”
ถังเหล่ยโกหกว่าเขาหลงทางในจักรวรรดิซือฉี ผู้นำขบวนเห็นว่าถังเหล่ยมีคุณสมบัติในการเป็ผู้คุ้มกันขบวนลำเลียงสินค้าของเขาได้ ดังนั้นเขาจึงขอให้ถังเหล่ยติดตามขบวนไปด้วย
“ไม่จำเป็ หากไปถึงเมืองหุยฉือข้าจะไปตามทางของข้า ขอบคุณเถ้าแก่มาก” ถังเหล่ยทำเสียงแหบแห้งเพื่อให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็คนมีอายุ
“ตามใจเ้า อีกไม่กี่สิบลี้เราก็จะไปถึงเมืองหุยฉือแล้ว” หลังจากผู้นำขบวนสินค้ากล่าวจบ เขาหันหลังและกลับไปที่ด้านหน้าขบวนทันที
ถังเหล่ยวางแผนเอาไว้ว่าเขาจะไม่เข้าไปภายในเมืองหุยฉือ แต่ถ้าเขาเดินทางเพียงลำพังทหารจะต้องเรียกเขาไปสอบสวนอย่างแน่นอน
หลังจากเดินไปอีกครึ่งชั่วยาม ถังเหล่ยก็เข้าใกล้เมืองหุยฉือแล้ว ในขณะนี้จำนวนของทหารก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากตี้เลี่ยและตี้เหยียนต่างก็ส่งทหารออกตามหาเขาเช่นเดียวกัน
“หยุด!” ทหารกลุ่มหนึ่งยื่นมือออกมาขวางและออกคำสั่งให้ขบวนสินค้าหยุด
“มีคนแปลกหน้าอยู่ในขบวนสินค้าของพวกเ้าหรือไม่ หากข้าตรวจเจอพวกเ้าจะถูกสังหารทันที!” ผู้นำกลุ่มทหารกล่าวอย่างเคร่งขรึม
เดิมทีผู้นำขบวนสินค้าคิดจะจ่ายเงินให้กับทหารแล้วผ่านไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อเขาดูท่าทีของทหารกลุ่มนี้แล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่สามารถใช้วิธีการเดิมได้
“พวกเราคือขบวนสินค้ากำลังเดินทางไปยังเมืองหุยฉือ ระหว่างทางพวกเราเจอเพียงแค่ชายหนุ่มผู้หนึ่งเท่านั้น” ผู้นำขบวนสินค้าไม่กล้าขัดคำสั่งจึงกล่าวออกไปเช่นนั้น
“ก้าวออกมาเดี๋ยวนี้!” ผู้นำกลุ่มทหารกล่าวและเดินตามผู้นำขบวนไปท้ายขบวนสินค้าทันที
ทันทีที่ไปถึงผู้นำขบวนสินค้าก็ต้องตกตะลึง ชายคนที่เขากล่าวถึงหายตัวไปได้อย่างไร?
“หายไปไหนแล้ว?” ผู้นำขบวนพึมพำพร้อมกับรู้สึกประหลาดใจ แม้แต่ผู้คนที่อยู่ภายในขบวนสินค้าต่างก็ไม่รู้ว่าถังเหล่ยหายไปั้แ่เมื่อใด
“หายไปอย่างนั้นหรือ หายไปได้อย่างไร?” ผู้นำกลุ่มทหารขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามอย่างรวดเร็ว
“ข้าก็ไม่รู้ เมื่อครู่ข้ายังเห็นเขาอยู่เลย!” ผู้นำขบวนกล่าวพร้อมกับทำท่าสับสน
“แจ้งผู้บังคับบัญชาว่าเราพบผู้ต้องสงสัย”
ผู้นำกลุ่มทหารออกคำสั่งกับทหารอีกคนทันที หลังจากที่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วพวกเขาก็ปล่อยให้ขบวนสินค้าจากไป
ความจริงแล้วถังเหล่ยจากไปั้แ่ขบวนสินค้าหยุดเดิน เพราะเขาไม่มีความจำเป็ที่จะเข้าไปภายในเมืองหุยฉือ
ถังเหล่ยขี่ม้าอ้อมไปด้านข้างเมืองหุยฉือ จากนั้นเขาจำเป็จะต้องทิ้งพาหนะของตัวเองเพื่อเดินเท้า ในตอนแรกเขาแทบจะไม่สามารถหลบเลี่ยงทหารจำนวนมากได้ด้วยซ้ำ
ในขณะนี้พระอาทิตย์ก็ได้ตกดินแล้ว สิ่งนี้ถือว่าเป็เื่ดีสำหรับถังเหล่ย
เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวังและค่อยๆ กวาดสายตาไปยังภายในเมืองหุยฉือที่สว่างไสวไปด้วยคบเพลิงจำนวนมาก
“ดูเหมือนว่าตี้เลี่ยให้ความสำคัญกับตี้เทียนเซิ่งมาก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ส่งทหารจำนวนมากออกมาเช่นนี้!”
แม้ว่าถังเหล่ยจะเป็คนที่มีความเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบที่ดี หรือกระทั่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ฝึกตนธรรมดา อย่างไรก็ตามหากเขาต้องเผชิญกับทหารจำนวนมากก็ไม่มีทางหนีรอดได้อย่างแน่นอน
ในขณะนี้ถังเหล่ยพบทหารกลุ่มหนึ่งที่ด้านหน้า เขาจึงอ้อมไปด้านข้างและก้าวเท้าอย่างระมัดระวังหวังที่จะผ่านทหารกลุ่มนี้ไป
แกร่ก!
ทันใดนั้นเสียงกิ่งไม้หักก็ดังมาจากใต้เท้าของถังเหล่ย
“นั่นใคร!?” ทหารลาดตระเวนทั้งสองหันไปหาถังเหล่ยทันที พวกเขาพยายามใช้คบเพลิงส่องไปยังต้นเสียงที่อยู่ในมุมมืด ลมหายใจต่อมาร่างหนึ่งก็พุ่งออกจากความมืดมิด
ปัง!
ทหารทั้งสองไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้ พวกเขาถูกกระแทกล้มลงกับพื้นทันที ทหารลาดตระเวนทั้งสองเป็เพียงผู้ชำนาญยุทธ์เท่านั้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถเป็คู่ต่อสู้ของถังเหล่ยได้
หลังจากที่ทหารลาดตระเวนทั้งสองล้มลงกับพื้น ถังเหล่ยจึงดับไฟที่คบเพลิงและจากไปอย่างรวดเร็ว
ความจริงแล้วการตั้งด่านตรวจอยู่ทุกซอกทุกมุมเช่นนี้ จะต้องพบเจอผู้ร้ายประกาศจับของจักรวรรดิปะปนอยู่ไม่น้อย หากเป็เช่นนั้นแน่นอนว่าภายในเมืองจะต้องเกิดความวุ่นวาย
“ออกไปเงียบๆ คงจะยาก!”
ถังเหล่ยพึมพำกับตัวเองขณะซ่อนตัวอยู่ในความมืด เขากวาดสายตามองดูทหารจำนวนมากที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แต่บางพื้นที่ก็เป็เพียงจุดตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น
มีบางพื้นที่ที่จุดตรวจมีผู้นำเป็ถึงยอดยุทธ์ เขาลงมือกับผู้ร้ายประกาศจับทันทีที่ตรวจพบ
ถังเหล่ยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเอาชนะทหารหลายร้อยนายได้ หากถูกจับได้เขาจะต้องถูกทหารหลายพันนายล้อมรอบอย่างแน่นอน และที่สำคัญเขาไม่สามารถหยุดอยู่ที่ตำแหน่งเดิมได้เป็เวลานาน เขาจำเป็ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป
ลองเสี่ยงดูอาจจะรอด!
ถังเหล่ยจำเป็ต้องผ่านจุดตรวจ ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่สามารถออกจากเมืองหุยฉือได้ เขาจึงวางแผนเอาไว้ว่าทันทีที่ทหารรู้ว่าเป็เขาใคร เขาจะกลืนยาปีศาจคลั่งพร้อมกับยาคลั่งรุนแรงเพื่อฝ่าวงล้อมออกไป
ทหารเ่าั้ยังไม่รู้ว่ายาคลั่งรุนแรงนั้นร้ายกาจเพียงใด แต่ถังเหล่ยก็จำเป็ต้องทำให้พวกเขารู้ว่านรกมีจริง หากตัวตนของเขาถูกเปิดเผย
……
