เมื่อมาถึงชั้นล่างของอาคาร ผู้จัดการรู้สึกไม่พอใจกับการปรากฏตัวของหยางเฉินก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเขาลงมาพร้อมกับตำรวจและอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นทำให้ไม่มีใครสามารถเอาผิดเขาได้
หยางเฉินกำลังเดินออกมาจากอาคาร เขาเห็นรั่วซีกำลังเดินไปที่ลานจอดรถ ไฟของอาคารสาดแสงออกมาเป็สีสว่างนวลตา นั่นทำให้หลินรั่วซีดูงดงามมากขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟเช่นนี้ เมื่อหยางเฉินเห็นภรรยาของเขา จึงเดินตรงเข้าไปหาหลินรั่วซีพร้อมกับยื่นกระเป๋าแอร์เมสให้กับเธอ
“กระเป๋านี่คุณลืมมันเอาไว้ ที่สำคัญคุณคงออกไปจากที่นี่ไม่ได้หากไม่มีมัน”
“ขอบคุณ” หลินรั่วซีรับกระเป๋าเธอมาโดยไม่พูดอะไรมาก
“ดูเหมือนคุณจะโดนหนักไม่ใช่เล่น ถึงกับพูดคำว่า ''ขอบคุณ'' กับผมแบบนี้” หยางเฉินกล่าว
“ฉันบอกนายไปแล้วไม่ใช่หรือไง?” หลินรั่วซีหันหน้ามาหาเขา ที่ขอบตาของเธอชื้นเล็กน้อยและปรากฏหยดน้ำที่เกือบจะไหลออกมา
หยางเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ผมจำไม่ได้ อาจเป็เพราะคุณไม่เคยบอกผม หรือไม่ก็ผมลืมมันไปแล้ว”
“แต่ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าก่อนหน้านี้คุณบอกว่าอะไร...”
พวกเขาเดินเข้ามาที่ลานจอดรถด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นแม้แต่นิด ทั้งคู่ต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันที่ดังออกมาแ่ๆ หลินรั่วซีที่ดูลังเลเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล “ขอโทษนะที่กล่าวหานายก่อนหน้านี้”
หยางเฉินเกาหัวตนเองกล่าวอย่างระมัดระวัง “ผมไม่อยากให้คุณมาขอบคุณหรือขอโทษผม ผมไม่คุ้นเคยกับคำเ่าั้เลย"
หลินรั่วซีหยุดฝีเท้าลง เธอพูดขึ้นด้วยความเสียใจ “ฉันขอโทษ ฉันเอาแต่ตำหนินาย”
“ก่อนหน้านี้ฉันทำตัวไม่มีเหตุผลกับนายและยังใช้คำรุนแรงมาก นายไม่รู้สึกเสียหน้าบ้างเหรอ?”
“ทำไมล่ะ?” หยางเฉินเอ่ยถาม
"ยกตัวอย่างตอนที่นายอยากได้คำขอบคุณจากฉันไง ฉันมักตอบนายไปว่านายมันน่าอายหรือไม่ก็บอกว่านายเป็สามีราคาถูก"
หยางเฉินเลิกคิ้วถาม “ผมเป็แบบนั้นเหรอ?”
“ใช่ นายเป็สามีราคาถูก” หลินรั่วซีตอบ
…
หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินเงียบไป เธอจึงถามเขาด้วยความสงสัย "ตอนนายกลับมาที่บ้าน นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”
หยางเฉินยิ้มขึ้นตอบกลับด้วยอารมณ์ดี “ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงตอนผมลงจากเครื่องแล้วมุ่งหน้ามาที่บ้าน ป้าหวังบอกว่าคุณออกไปเจรจาธุรกิจก่อนหน้านี้แล้วผมรู้สึกไม่สบายใจก็เลยออกมาตามคุณ”
“แค่นี้น่ะหรือ?” หลินรั่วซีแปลกใจเล็กน้อย “นายมาเพราะเหตุผลเล็กๆ แค่นี้? จากนั้นก็ขับรถพุ่งมาที่ตึกนี่จัดการกับยามที่ดีที่สุดในเมือง แถมยังเล็ดลอดระบบการรักษาความปลอดภัยระดับโลกได้อีกด้วย แม้แต่ตำรวจยังทำไม่ได้ นายทำได้อย่างไร?”
หยางเฉินเอ่ยพร้อมกับยิ้มแปลกๆ ออกมา “ทำไมคุณคิดว่าผมถึงเป็คนคาดการณ์อะไรหลายๆ อย่างได้แม่นยำนักล่ะ? ผมก็แค่เดาแล้วก็ทำเท่านั้น ไม่มีััพิเศษแบบพวกหมาป่าสักหน่อย”
“เกากัวเซียง เชื่อว่านายทำผิดและปรักปรำนายต่อไป เขาพยายามทำให้คนที่เหลือและเ้าหน้าที่คิดว่านายเป็คนผิดจริงๆ นายไม่กลัวเหรอว่าที่นายคิดมันจะไม่ถูกต้อง? ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ นายรู้ถึงผลที่จะตามมาใช่มั้ย?” หลินรั่วซีเอ่ยอย่างจริงจัง
“ผมรู้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะทำ” หยางเฉินกล่าว
เมื่อเห็นว่าหยางเฉินตอบเธอด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ หลินรั่วซีจึงรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ทำไม”
“เพราะคุณเป็ภรรยาของผม ที่ผมทำก็เพื่อปกป้องคุณ” หยางเฉินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
หลินรั่วซีรู้สึกว่าความรู้สึกบางอย่างภายในอกของเธอกำลังปะทุขึ้นมา ความรู้สึกที่อบอุ่นที่ค่อยๆ เข้ามาเติมเต็มหัวใจของเธอที่เคยสูญเสียการควบคุมตัวก่อนหน้านี้ให้กลับมาเหมือนเดิม ใบหน้าที่งดงามของเธอเผยรอยยิ้มออกมา
แต่เพราะนั่นก็ทำให้หลินรั่วซีจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอทำสิ่งที่ไม่สมควรทำกับเขา อีกทั้งยังใช้คำพูดที่ไม่ได้ดีอีก เธอหันกลับมาพูดกับหยางเฉินด้วยความเสียใจ “ก่อนหน้านี้ฉันบอกว่านายเป็พนักงานของบริษัทฉันและยังบอกว่านายเป็บ้าไปแล้วอีก... นายโกรธฉันมั้ย?”
“ที่คุณทำก่อนหน้านั้นผมเข้าใจ” หยางเฉินเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ “เท่าที่ผมเห็น ตอนนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ ผมเข้าใจว่าคนเราไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้ นั่นทำให้คุณพูดแบบนั้นออกมา”
เมื่อเห็นว่าหยางเฉินไม่ได้มีท่าทีสนใจกับสิ่งที่เธอทำก่อนหน้าหลินรั่วซีจึงรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ หลังจากนั้นเธอจึงกล่าวขึ้นว่า “หลังจากนี้ถ้ามีใครถามว่านายเป็อะไรกับฉัน ฉันจะบอกกับพวกเขาว่านายเป็สามีของฉันก็แล้วกัน”
คำพูดนี้ทำให้หยางเฉินชะงักฝีเท้าลง ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของหลินรั่วซีที่กำลังแดงขึ้นด้วยความเอียงอาย
“คุณบอกผมว่าต้องเก็บเื่การแต่งงานเอาไว้เป็ความลับไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันแค่คิดว่ามันไม่เป็ธรรมกับนายที่เป็สามีของฉันแต่ไม่อาจเอ่ยต่อหน้าคนอื่นได้” หลินรั่วซีเอ่ยอย่างอ่อนแรง
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับคำตอบของหญิงสาว “รั่วซีที่รัก สิ่งที่ผม้าไม่ใช่การที่คุณเรียกผมว่าสามีต่อหน้าผู้อื่นเป็รางวัล ที่จริงผมไม่ได้ตำหนิคุณเื่นี้ เพราะถ้าหากมีใครมาถามผมว่าผมเป็อะไรกับคุณ ผมก็ยังคงจะบอกว่าคุณเป็เ้านายของผม ไม่ใช่ภรรยาเหมือนกัน ดังนั้นหากคุณคิดจะเรียกผมเป็สามีจริงๆ ล่ะก็ คุณควรจะพูดคำอื่นๆ ออกมาก่อน”
“พูดว่าอะไร?...”
“พูดว่าคุณรักผม...” หยางเฉินเอ่ยขึ้น
หลินรั่วซีใกับคำขอของหยางเฉิน เธอส่ายหน้าด้วยความเสียใจ “ฉันไม่สามารถทำได้”
“นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมผมถึงบอกว่ามันไม่จำเป็ที่คุณจะมาเรียกผมว่าสามี ในเมื่อคุณเองก็ไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับผม ในวันนี้ที่ผมทำเพื่อคุณ ทำหน้าที่ของสามีที่ดี แน่นอนว่าความรักไม่สามารถเกิดจากการบังคับได้ ผมจะไม่บังคับคุณให้ทำหรือเรียกผมว่าสามี นั่นจะทำให้คุณลำบากใจไปเปล่าๆ” หยางเฉินกล่าว
แม้ว่าหยางเฉินจะพูดเช่นนั้นออกมา แต่หลินรั่วซีก็สังเกตได้ว่าตัวของเขาเองไม่ได้เปลี่ยนชุด ผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิงขัดกับดวงตาที่จริงจังของเขา การเปลี่ยนแปลงบุคลิกของเขาเป็คนจริงจัง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา
เขากังวลเื่ของฉันมากขึ้นกว่าเดิม...
ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะไม่ได้บอกว่าเขารักเธอ แต่หลินรั่วซีก็รู้สึกได้ว่าเขาเป็ห่วงเธอ และเป็คนที่จะคอยดูแลเธอ นั่นทำให้หลินรั่วซีรู้สึกพอใจมาก เมื่อมาถึงรถเบนท์ลีย์ของหลินรั่วซี เธอพยายามควานหากุญแจในกระเป๋าแต่ก็ไม่พบมัน
“หยางเฉิน กุญแจรถของฉันมันหายไป!” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยความตระหนก
หยางเฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ก่อนจะแกว่งกุญแจรถเบนท์ลีย์ที่อยู่ในมือของเขาเล่นอย่างสบายใจ
“นาย... ทำไมนายถึงขโมยกุญแจรถฉัน?!” หลินรั่วซีรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี
“คืนนี้ผมจะเป็คนขับรถให้กับคุณเอง ผมคิดว่ามันคงเป็เื่ดีหากเราได้นั่งรถไปแล้วก็ปรับความเข้าใจของเราไปด้วย...”
“ไม่ต้อง! คืนกุญแจรถกลับมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” หลินรั่วซีกล่าวขึ้นพร้อมทั้งก้าวไปข้างหน้าเพื่อชิงกุญแจจากมือหยางเฉิน
แต่หยางเฉินก็ไม่ได้คืนมันให้กับรั่วซี เขากลับวิ่งหนีเธอไปรอบๆ รถด้วยความสนุกสนานแทน
หลินรั่วซีหยุดวิ่งอยู่ตรงข้างๆ รถอย่างเหนื่อยล้า
“ถ้าฉันอยู่นายห้ามขับรถ เอากุญแจมาให้ฉัน!” หลินรั่วซีเอ่ยเสียงแข็ง นั่นไม่ใช่เพราะว่าเธอหวงแหนรถแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าครั้งล่าสุดที่เธอนั่งรถที่หยางเฉินขับนั้น ยังคงเป็ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงทุกวันนี้
หยางเฉินไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ เขาเดินเข้าไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วนั่งลงทันที
หลินรั่วซีกำลังกัดฟันแน่นด้วยความโกรธอยู่นอกรถ บรรยากาศของความอบอุ่นก่อนหน้านี้พลันสลายหายไปทันที
ส่วนหยางเฉินได้เพียงคิดว่าหญิงสาวคนนี้คงคิดว่าเขาจะขับรถ 200 ไมล์ต่อชั่วโมงเป็เื่ปกติ นั่นอาจเป็สาเหตุที่ทำให้เธอไม่ยอมให้เขาขับรถ?
หยางเฉินแสร้งทำตัวเป็สุภาพบุรุษที่ดี เขาเอื้อมมือมาเปิดประตูรถให้กับหลินรั่วซี เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้กำลังโกรธจนหน้าแดง เขาก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“ที่รัก รีบเข้ามาเถอะ ดมกลิ่นน้ำมันต่อไปมันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”
“นายออกมาก่อน แล้วฉันจะเข้าไป!” หลินรั่วซีไม่คิดที่จะประนีประนอมกับเขา
หยางเฉินมองเวลาในรถก่อนจะเอ่ยขึ้น “คุณดูสิ เลยเที่ยงคืนมาแล้ว แต่ยังคงมีคู่สามีภรรยาทะเลาะกันอยู่ที่ลานจอดรถ ทางที่ดีเราควรจะรีบกลับบ้านเสียดีกว่า คุณจะทำให้สามีของคุณต้องโมโหอีกไปทำไม? เร็วเข้ารีบๆ ขึ้นรถได้แล้ว”
หลินรั่วซีคิดว่าสิ่งที่หยางเฉินพูดกับเธอนั้นสื่อความหมายแปลกๆ ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาด้วยความอาย เธอจึงพยายามที่จะโกรธเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ของเธอไว้ “หยุดล้อเล่นได้เเล้ว ส่งกุญแจมาให้ฉันซะ!”
“ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณยังไม่ขึ้นมา ผมจะขับรถออกไป!” หยางเฉินขู่เธอ
หลินรั่วซียังคงยืนนิ่ง จ้องมองเขาไม่พูดจา
หยางเฉินขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะเริ่มนับออกมา “หนึ่ง... สอง... สองครึ่ง... สองครึ่งของครึ่ง... สองครึ่งของครึ่งของครึ่งอีกที...”
“หึ...” หลินรั่วซีอดอมยิ้มออกมาไม่ได้
ชัดเจนว่าชายคนนี้ไม่มีทางปล่อยให้เธอต้องนั่งรถกลับบ้านคนเดียวเป็อันขาด
“เฮ้ คุณ หัดมีความสุขกับเื่ง่ายๆ บ้างสิ ทำตัวเบื่อโลกไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา อีกอย่างคุณคงไม่ใจร้ายถึงขนาดให้ผมนับสองครึ่งไปร้อยกว่าครั้งหรอกใช่มั้ย?” หยางเฉินกล่าว
หลินรั่วซีหลับตาลงพลางถอนหายใจ ถึงแม้ว่าในใจจะยังคงระแวงอยู่แต่เธอก็เข้ามานั่งข้างๆ เขา พร้อมกับเตือนหยางเฉิน “ฉันไม่อนุญาตให้นายขับเร็ว ไปช้าๆ ไม่ต้องรีบ ไม่งั้นครั้งหน้าฉันจะไม่นั่งรถกับนายอีก”
“ผ่อนคลายเข้าไว้” หยางเฉินรู้ว่าหลินรั่วซีนั้นรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาก็ไม่ใช่คนที่จะขี้เล่นไปตลอดเขารู้ว่าตอนไหนควรจะเล่นและตอนไหนควรจะจริงจัง
หลังจากที่ทั้งคู่นั่งรถกันมาได้สักพัก หยางเฉินก็หันหน้าไปคุยกับหลินรั่วซีอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ผมจะไปงานวันเกิดของเพื่อนผม ผมคงไม่ได้เข้าที่ทำงาน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมี้เีล่ะครับ”
“ปาร์ตี้วันเกิด?” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยสีหน้าเ็า “นายจะไปฉลองกับผู้หญิงของนายก็บอกฉันมาตรงๆ ไม่จำเป็ที่จะต้องซ่อนความจริงจากฉันก็ได้”
หยางเฉินถอนหายใจก่อนจะเอ่ยขึ้น “สำหรับผมนั้นไม่จำเป็จะต้องมีผู้หญิงในงานวันเกิด ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้บอกคุณว่าผมได้เพื่อนใหม่มาคนหนึ่ง เขาชื่อว่าหยวนเย่ คุณรู้จักรึเปล่า? ผมคิดว่าตระกูลของเขาค่อนข้างที่จะรวยนะ”
“อะไรนะ? หยวนเย่!?” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยความฉงน “หยวนเย่จากตระกูลหยวน?”
“ผมไม่แน่ใจว่าเขามาจากตระกูลที่คุณรู้จักหรือไม่ เพียงแต่ผมเจอเขาก่อนหน้านี้แล้วพากันไปเล่นเกม นั่นทำให้ผมสนิทกับเขามาจนถึงทุกวันนี้” หยางเฉินตอบเธอด้วยความไม่แน่ใจ
หลินรั่วซีรู้สึกทึ่งกับสามีของเธอคนนี้เป็อย่างยิ่ง กี่ครั้งแล้วที่เขาทำให้เธอประหลาดใจได้ จากการที่เขาเป็เพื่อนกับหยวนเย่ นั่นทำให้หลินรั่วซีคิดว่าหยางเฉินนั้นเป็คนที่มีเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน
“นายรู้ไหมว่าตระกูลหยวนนั้นได้รับการนับหน้าถือตามากในเมืองจงไห่”
หากจะพูดถึงตระกูลที่แข็งแกร่งและมีอิทธิพลที่สุดในเมืองก็หนีไม่พ้นตระกูลหยวนเป็อันดับแรก หยวนเย่เป็ลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล ซึ่งแม้แต่ตระกูลซูของซูจื้อหงยังต้องเอาใจตระกูลหยวน
“มันคงไม่ดีสำหรับเราแน่หากเขา้าที่จะรวมตระกูลซูเข้าด้วยกันกับตระกูลหยวน”
“ใช่” หยางเฉินตอบหลินรั่วซี “เด็กคนนั้นควรจะหลีกเลี่ยงซูจื้อหงเอาไว้จะดีกว่า การพบเจอเขานั้นก็มีแต่จะเกิดปัญหา”
หลินรั่วซีพยักหน้าเห็นด้วยกับหยางเฉิน “นายพูดถูกเกี่ยวกับนายน้อยตระกูลหยวน ซูจื้อหง้าที่จะตีสนิทตระกูลหยวน นายควรลงมือก่อนเขา ตระกูลหยวนนั้นมีทั้งเงินและอำนาจ นั่นจะเป็ประโยชน์ต่อความก้าวหน้าของนายในอนาคต สำหรับพรุ่งนี้ฉันจะส่งของขวัญไปให้หยวนเย่ โดยให้นายเป็คนรับไป ซึ่งเมื่อไปถึงที่นั่นนายควรจะรู้ไว้ว่าตระกูลหยวนยึดถือความาุโไว้เป็ใหญ่อย่าไปแสดงมารยาทไม่ดีต่อหน้าพวกนั้น โดยเฉพาะกับแม่ของหยวนเย่ ฉันได้ยินว่าเธอกำลังกลับมาจากปักกิ่ง มีคนหลายคน้าเข้าหาเธอเพราะ้าอำนาจและเงินทองของตระกูล โดยการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อตระกูลหยวน แต่เธอก็ไม่เคยหลงกลสักครั้งเดียว”
เมื่อหยางเฉินได้ยินหลินรั่วซีวางแผนอนาคตของเขาเอาไว้ ด้วยการที่เขาต้องไปเชื่อมสัมพันธ์กับหยวนเย่และตระกูลหยวนก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เหมือนกับว่าเธอกำหนดหนทางในอนาคตของเขาเอาไว้ให้หมดแล้ว ทั้งที่หยางเฉินเพียงแค่้าหาเพื่อนเล่นเกมเท่านั้น ให้ตายเถอะ...
ฉันแค่อยากจะเล่นเกมเท่านั้น... ทำไมต้องทำอะไรให้กลายเป็เื่ยากไปทุกเื่ด้วย!?
