“ของที่ลืมเอาไว้เหรอ ญาติเธอมาขนไปเป็ปีแล้ว จะกลับมาหาอะไร แค่เธอออกจากห้องเช่าไม่แจ้งล่วงหน้า ฉันยึดมัดจำโดยไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหายก็บุญเท่าไร มาอ้างป่วยไม่ได้หรอกนะ คนเช่าอื่นเสียชีวิตก็ยังมีญาติมาจัดการ แต่เธอเข้าโรงพยาบาลไปเงียบหายไม่บอกกล่าว ถึงเวลาไม่จ่ายค่าเช่า ไม่มายกเลิกสัญญา ทำฉันเสียโอกาสหาคนเช่าใหม่ ถ้าทุกคนทำหัวหมอแบบเธอ ธุรกิจฉันไม่เจ๊งเลยรึไง”
ใบหน้างามซีดขาวอย่างคนป่วยก้มมองหน้าตัก หญิงสาวกำมือแน่นบนโซฟารับรองแขกในห้องโถงรวมของอพาร์ทเม้น หลังถูกคุณนายใหญ่เท้าเอวต่อว่ามาร่วมครึ่งชั่วโมง นางพยายามอธิบายว่าตนเป็เด็กกำพร้า ไม่มีญาติที่ไหน ยื่นใบรับรองแพทย์ให้ดูว่าไม่ได้แกล้งป่วยจริง ๆ กว่าคุณนายจะยอมใจอ่อน
“ฉันเสียใจกับเื่นี้จริง ๆ ค่ะคุณนายหลี่ ถ้าฉันมีเงินมัดจำก้อนใหม่เมื่อไร ขอโอกาสให้ฉันกลับมาเช่าห้องนะคะ ฉันจะกลับไปเรียนหนังสือต่อค่ะ ห้องพักตรงนี้เดินทางสะดวก...”
“โทรมาถามก่อนแล้วกันว่ามีห้องว่างไหม ตอนนี้ค่าเช่าก็เพิ่มขึ้นจากเมื่อสามปีที่แล้ว สัญญาเช่าขั้นต่ำสามเดือน ผิดสัญญาคราวนี้ฉันจะปรับเงินสิบเท่า”
“ค่ะ ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนนะคะคุณนายหลี่” พูดแล้วเธอก็ลุกขึ้น ก้มศีรษะประสานมือลาคุณนาย หล่อนถึงกับหัวเราะออกมา
“มาคำนับอะไรกัน ดูละครสั้นในมือถือมากไปหรือยัยเด็กนี่” คุณนายเห็นอีกคนทำตาโตใ ก้มศีรษะขอโทษเป็ใหญ่โต เรียกได้ว่าแทบจะคุกเข่าขอขมาบรรพชนแล้ว จึงกวาดสายตามองสาวน้อยแต่หัวจรดเท้า หันไปบอกพนักงานหนุ่มให้ไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาจากห้องเก็บของ
“เหลือกระเป๋าอยู่ใบ ฉันไม่คิดเงินค่าฝากของรายปี ถือว่าทำบุญให้เด็กละกัน ห้องข้าง ๆ บอกว่าเธอได้ทุนเรียนดีทุกปี เลิกเรียนก็ไปทำงานอยู่ร้านอาหารที่ซานหลี่ถุนใช่ไหม?”
“ค่ะคุณนาย ฉันเป็นักศึกษาเภสัชศาสตร์ปีสาม สอบได้อันดับหนึ่งตลอด ถึงจะเป็เ้าหญิงนิทราไปสามปี ฉันมั่นใจว่ากลับไปเรียนต่อได้ ถ้าฉันเรียนจบแล้วเปิดร้านขายยาเมื่อไร บุญคุณครั้งนี้ฉันไม่มีวันลืมแน่นอนค่ะ คุณนายหลี่และครอบครัวมาหาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”
คุณนายในชุดขนสัตว์หนาเมินมองไปทางประตูไม้บานใหญ่ มีผู้เช่าเดินเข้าออก หล่อนโบกมือไปมา “อืม ๆ ไปเถอะ ขอให้โชคดี”
“ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ของพวกนี้สำคัญกับฉันมาก ขอโทษอีกครั้งนะคะคุณนายหลี่!”
สาวอายุน้อยกว่ารับกระเป๋าไปพร้อมรอยยิ้ม ก้มศีรษะคำนับอีกรอบที่สิบได้ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางสองใบออกจากอพาร์ทเม้น เมื่อคุณนายหลี่ไม่ถือสาเอาความ
่เดือนธันวาคม อากาศหนาวเย็นลบสิบองศา ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขาดถอนหายใจเป็ไอควัน นางเดินเท้าโดยไร้จุดหมายไปสักพัก เจอม้านั่งริมทางเดิน จึงเปิดกระเป๋าเอาเสื้อคลุมกันหนาวตัวเก่าออกมาสวม พลันนึกถึงคุณนายเ้าของอพาร์ทเม้นริมชานเมือง
อย่างไรอีกฝ่ายก็น่าจะให้โอกาส คนเช่าประวัติดีเช่นนางหากไม่ป่วยไข้ ไม่คิดจะค้างค่าเช่าหรือหายไปเฉย ๆ อยู่แล้ว ห้องนางไม่เคยพาเพื่อนมามั่วสุมดื่มสุรา ไม่ใช่ผัวเมียทะเลาะกันเสียงดังเหมือนบางห้อง เื่เสียงก็เงียบเชียบ นางพักอาศัยอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวที่สุด!
‘คงต้องไปรบกวนพี่จือจือแล้วล่ะ ค่อยกลับไปทำงานกับเถ้าแก่ ขอเบิกเงินล่วงหน้ามาจ่ายค่ามัดจำห้อง หารกับรูมเมทที่ร้านอาหารก็น่าจะประหยัดไปได้อีก คุณนายหลี่คงไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจร้าย’
ตอนนี้ไม่มีที่ซุกหัวนอน นางตั้งใจจะกลับไปบ้านเด็กกำพร้าขอพึ่งใบบุญสักสองสามวัน คงต้องถามพี่จือจือโดยตรง
พี่จือจืออายุสามสิบห้าปี เป็พี่เลี้ยงของเด็ก ๆ เป็ลูกสาวเ้าของสถานสงเคราะห์ ครอบครัวก็มีฐานะ ใครมีเื่เดือดร้อน มีพี่สาวคนนี้ให้ความช่วยเหลือ
แต่ไม่มีมือถือนี่สิ!
หญิงสาวตรวจดูของในกระเป๋าเดินทาง เหลือเสื้อผ้าไม่กี่ชุด คาดว่าพวกปลิงสูบเืคงไปอาละวาดที่โรงพยาบาล ข่มขู่เอาของใช้ส่วนตัวของนางไปจากสถานสงเคราะห์เด็กซึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยไร้ญาติ อยู่ดี ๆ ดันมีญาติขึ้นมา
ทว่าพวกของมีค่าอย่างแท็บเล็ตในห้องพัก ของที่พอจะขายเป็เงินได้ ทุนการศึกษาที่ใส่ซองไว้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง คนพวกนั้นเอาไปหมด!
เหม่ยฉีคิดแค้นใจนัก หลังญาติชั่วโยนนางเข้าเด็กกำพร้าโดยไร้มนุษยธรรม คนรอบกายรู้ว่านางเขียนพินัยกรรมยกสมบัติให้สถานสงเคราะห์เด็กจือซวาน บริจาคร่างกายให้สภากาชาดจีนในกรณีเสียชีวิต
ไม่แปลกที่พวกนั้นจะไม่ยอมให้นางตายง่าย ๆ ยิ่งนางพอจะมีสมบัติติดตัวอยู่บ้าง ยังมีพินัยกรรมของบิดาซึ่งจะมอบที่ดินส่วนหนึ่งให้บุตรสาวหลังจากที่นางเรียนหนังสือจบแล้ว เอกสารเหล่านี้อยู่กับทนายคนสนิท เื่ค่ารักษาพยาบาล คุณอาทนายกับเถ้าแก่ร้านอาหารให้ความช่วยเหลือนาง ยังมีสวัสดิการของผู้เสียภาษีที่ดีมาโดยตลอด นางได้ยินว่าพวกเขาเซ็นรับสภาพผู้ป่วย เพื่อเป็กรณีศึกษาของนักศึกษาแพทย์อีกด้วย
“มือถือก็ไม่มี เฮ้อ... คงต้องซื้อใหม่ พวกชั่วนั่นไม่ยอมให้ของฉันคืนแน่ ป่านนี้คงขายกินไปแล้ว”
ด้วยความรอบคอบของคนถูกเอาเปรียบมาทั้งชีวิต นางซ่อนเงินไว้ใต้รองเท้า ในหนังสือบางเล่ม นางรื้อกระเป๋า พบว่าเงินยังอยู่ที่เดิม พวกโง่นั่นไม่เอาหนังสือเรียนของนางไป ทิ้งไว้ที่อพาร์ทเม้นคุณนายหลี่
หญิงสาวยิ้มกริ่ม หยิบเงินยัดใส่กระเป๋ากางเกง รูดซิปปิดกระเป๋าใหญ่
ครู่นั้นแว่นตาเก่าเป็ฝ้าในอากาศหนาว นางถอดออกมาเช็ดด้วยเสื้อ เงยหน้ามองเหมันต์ร่วงหล่นเป็ละอองสาย ทันใดนั้นเอง เสียงประหลาดใต้น้ำแข็งเยียบเย็นบนพื้นทำให้นางผงะถอย
กรอกแกรก...
เกล็ดขาวสะอาดโผล่พ้นออกมาจากกองหิมะ นางเบิกตากว้างมองั์ตาสีชาด เ้างูน่ารักสะบัดหางแรง เกล็ดน้ำแข็งกระเซ็นมาโดนขากางเกง นางหัวเราะเบา ๆ
“หนาวหรือ? ฉันว่าแกคงหลงทาง ไร้ที่ซุกหัวนอนเหมือนฉันสินะ”
อสรพิษใต้ผืนพรมสีขาวโพลน สำหรับผู้อื่นดูอย่างไรก็น่ากลัว มิใช่กับเหม่ยฉี นางคิดว่ามันไม่มีปัญญากัดใคร ในอินเทอร์เน็ตมีให้ศึกษาว่ามันเป็งูสวยงามทั่วไป มือเรียวพลันคว้าคองู มือซ้ายจับลำตัวอย่างช่ำชอง
ลาภลอย!
เ้างูน้อยหน้าตาี้เีไม่สนใจ เมื่อนางมองมันด้วยแววตาเป็ประกาย “ตอนนี้ฉันยังพอเหลือเงินติดตัวอยู่บ้าง แต่ถ้าเงินหมดเมื่อไร งูสวย ๆ แบบแกรับรองว่าหายากในกลุ่มคนรักงู น่าจะขายได้เป็หมื่นหยวน!”
