เย่เฉินเดินเท้ามาจนถึงเมือง "ชิงหลวน" เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยชาวยุทธและพ่อค้า เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเมือง มองดูผู้คนที่ถกเถียงกันเื่ราคาผัก เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงโรงตีเหล็ก ทุกอย่างมันช่าง "เสียงดัง" จนน่าประหลาดใจสำหรับคนที่อยู่กับความเงียบมาหมื่นปี
เย่เฉิน (คิดในใจ): "มนุษย์เหล่านี้ช่างเปราะบาง... แต่อายุขัยที่สั้นกุดของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความพยายามที่จะมีชีวิตอยู่อย่างบ้าคลั่ง"
จู่ๆ ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้อง "โครก..." เป็ครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่เขารู้สึกถึงความหิว
เย่เฉิน: "ความหิว... รสชาติของความเป็มนุษย์มันเจ็บท้องแบบนี้เองหรือเย่เฉินเดินตามกลิ่นหอมของน้ำซุปมาจนถึงโรงเตี๊ยมไม้เก่าๆ หลังหนึ่งที่มีป้ายชื่อเกือบหลุด ที่นี่ไม่มีแขกเลยแม้แต่คนเดียว ยกเว้นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีฟ้าอ่อนที่กำลังขะมักเขม้นเช็ดโต๊ะอยู่ เธอคือ 'หลินเสี่ยวเยว่'
เธอกันมาเห็นเย่เฉินที่ยืนทำหน้ามึนอยู่หน้าร้าน จึงยิ้มให้ด้วยความจริงใจ
เสี่ยวเยว่: "เชิญเลยเ้าค่ะท่านจอมยุทธพเนจร! ถึงร้านเราจะดูเก่าไปนิด แต่รับรองว่าบะหมี่ฝีมือข้าอร่อยที่สุดในย่านนี้เลยนะ!"
เย่เฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้สะดุดตาที่ความงามของเธอ (เพราะบน์มีนางอัปสรที่สวยกว่านี้หมื่นเท่า) แต่เขาสะดุดตาที่ "รอยยิ้ม" ของเธอที่มันดูอุ่นจนความหนาวเหน็บในใจเขาเริ่มขยับเย่เฉินเข้าไปนั่งและสั่งบะหมี่แบบงงๆ แต่ในขณะที่เขากำลังจะคีบเส้นบะหมี่คำแรกเข้าปาก...
ปัง!
ประตูโรงเตี๊ยมถูกถีบออกอย่างแรง กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสำนัก "พยัคฆ์ทมิฬ" เดินกร่างเข้ามา
อันธพาล: "แม่นางหลิน! พ่อเ้าติดหนี้สำนักเราไว้เมื่อเดือนก่อน วันนี้ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็เอาโรงเตี๊ยมนี้มาขัดดอกซะ! หรือจะยอมไปเป็สาวใช้ในสำนักเราดีล่ะ? ฮ่าๆๆ"
เสี่ยวเยว่หน้าซีด ตัวสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงยืนบังหน้าเย่เฉินไว้ (ทั้งที่ตัวเองก็สู้ไม่เป็)
เสี่ยวเยว่: "พวกท่านอย่ามารังแกกันเลย เงินข้ากำลังหามาคืนให้... ตอนนี้มีแขกอยู่ โปรดออกไปก่อนเถอะเ้าค่ะ"เย่เฉินยังคงจ้องมองบะหมี่ในชามด้วยสายตาเ็า เขาเริ่มรำคาญที่เสียงะโพวกนี้ทำให้น้ำซุปของเขาเริ่มเย็นชืด
เย่เฉิน: "แม่นาง... บะหมี่นี่ถ้าเย็นแล้วจะไม่อร่อยใช่ไหม?"
เสี่ยวเยว่: " ท่านจอมยุทธ รีบหนีไปเถอะเ้าค่ะ พวกนี้มันคนเลว!"
หนึ่งในอันธพาลหันมามองเย่เฉินด้วยความโมโห "แกเป็ใครวะ! อยากตายรึไง?" มันง้างดาบจะจามลงที่โต๊ะของเย่เฉิน
เย่เฉินไม่ได้ลุกขึ้น เขาแค่สะบัด "ตะเกียบไม้" ในมือเบาๆ ฟึ่บ! ตะเกียบนั้นพุ่งผ่านใบหูของอันธพาลไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะปักทะลุเสาไม้หนาๆ ด้านหลังจนมิดด้าม!
ลมที่เกิดจากความเร็วของตะเกียบทำให้พวกมันทุกคนกระเด็นล้มคว่ำไปกองกับพื้นราวกับโดนพายุพัดเย่เฉิน: "ออกไป... ก่อนที่ข้าจะใช้ตะเกียบอีกข้าง 'คีบ' หัวพวกเ้าทิ้ง"
พวกอันธพาลวิ่งหนีเตลิดไปแบบไม่คิดชีวิต เสี่ยวเยว่มองเย่เฉินด้วยสายตาที่เป็ประกายและเต็มไปด้วยคำถาม
เสี่ยวเยว่: "ท่าน... ท่านคือยอดฝีมือจากสำนักไหนกันแน่เ้าคะ?"
เย่เฉิน (คีบบะหมี่เข้าปาก): "ข้าเหรอ? ก็แค่คนพเนจรยากจนเท่านั้นเอง
