“นับจากนี้ไป ข้าจะไม่ให้ผู้ใดรังแกเ้าอีก กับฟางเหลียนข้าจะไม่ให้นางเข้ามาวุ่นวายกับเ้า เมื่อใดที่เ้ามีโอรสให้ข้า ถึงตอนนั้นข้าจะเลื่อนฐานะให้เ้าสูงกว่านาง” เขาพูดพร้อมก้มลงหอมแก้มอีกฝ่าย ก่อนจะอุ้มเยว่ซินไปยังเตียงนอน
หญิงสาวหัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ ก่อนมือของรัชทายาทจะเอื้อมมาปลดอาภรณ์ของนางช้า ๆ พร้อมก้มลงหอมกลิ่นกายของนาง
“หม่อมฉันไม่รู้ว่าหัวใจของพระองค์ ยังเหมือนเดิมหรือไม่” อยู่ ๆ นางก็ถามสิ่งที่คาใจมาตลอดหลายปี ก่อนเขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ให้เ้าดูการกระทำของข้า”
“หม่อมฉันมองไม่ออกเพคะ” นางตอบตามความรู้สึก ก่อนเขาจะเผลอยิ้มแล้วใช้มือจิ้มไปที่จมูกน้อย ๆ ของนาง
“เ้าเคยซื่อบื้อเช่นไร ก็เป็เช่นนั้นเสมอ”
“หม่อมฉัน...” ยังไม่ทันที่เยว่ซินจะพูดต่อ เรียวปากของนางก็ถูกเขาประกบแล้วดูดดื่มรสหวานนั้น เรือนร่างอันบอบบางถูกชายหนุ่มซุกไซ้ไปตามความ้า นับจากนั้นนางก็ถูกรัชทายาท เรียกเข้าไปหาที่ตำหนักเฉียนกู่ทุกวันไม่เคยขาด
สามเดือนผ่านไป....
ขณะที่องค์ชายสามง่วนอยู่กับสมุนไพรในมือ พลางจดบันทึกสูตรยาอย่างตั้งใจ นายทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาน้อมกายลงด้วยท่าทางรีบร้อน
“ทูลองค์ชายสาม ตอนนี้พระชายามาขอพบพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวซีเหรินวางมือจากสมุนไพร แล้วหันใบหน้าหล่อเหลากลับมายังทหารคนดังกล่าว
“นางได้บอกหรือไม่ ว่าพบข้าเื่ใด”
“ไม่ได้บอกพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ให้นางกลับไป ข้าไม่มีเื่ใดจะสนทนาด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ” นายทหารคนดังกล่าวน้อมกายลงรับคำสั่ง ทว่าดูเหมือนช้าเกินไป เพราะร่างของพระชายาเสด็จเข้ามายังโรงเรือนสมุนไพรเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ถวายพระพรองค์ชายสามเพคะ” จ้าวซีเหรินหันมายังหญิงสาวสูงศักดิ์ แล้วเดินนำนางออกมายังสวนดอกไม้ด้านหน้า นางมีโอกาสเห็นพระพักตร์องค์ชายสามไม่บ่อยนัก เพราะเขาเป็คนเก็บตัวไม่สุงสิงกับผู้ใด ทว่าใบหน้าและกิริยายังคงไว้ซึ่งความสง่างามน่านับถือเป็ที่สุด
“เ้ามาพบข้า มีเื่ใดสำคัญ ข้าเองก็คิดไม่ออกว่าเราสองคน จะพบหน้ากันด้วยเหตุใด หากรัชทายาทรู้ว่าเ้าออกมาพบข้าเช่นนี้ โทษเ้าก็คงหนักหนาพอดู” เขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ทว่าหญิงสาวเพียงแค่เผยยิ้มออกมาแล้วน้อมกายลงเล็กน้อย
“หม่อมฉันมาก็เพื่อจะรายงานบางอย่างให้ทรงทราบเพคะ”
“เื่ใด”
“เวลานี้พระสนมเยว่ซินตั้งครรภ์แล้วเพคะ หากครบสามเดือนเมื่อใด รัชทายาทมีรับสั่งให้จัดเฉลิมฉลอง” คำตอบของนางทำให้องค์ชายสามชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม
“ข้าฝากแสดงความยินดีไปกับนางด้วย เห็นนางมีความสุขเช่นนี้ ข้าก็ยินดี” เขาพูดจบก็เบี่ยงตัวเดินออก ก่อนพระชายาฟางเหลียนจะเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวก่อนเพคะ”
“มีอันใดอีก”
“หม่อมฉันคิดว่า พระสนมมิได้ยินดีมากมายเท่าใดนักหรอกเพคะ บางทีหัวใจของนางอาจมีเื่ใดเื่หนึ่งติดอยู่ หม่อมฉันในฐานะพี่สาวของนาง ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าใด แต่สายเืก็ย่อมตัดไม่ขาด” จ้าวซีเหรินยืนฟังอย่างเงียบ ๆ ก่อนพระชายาจะกล่าวต่อด้วยน้ำอ่อนโยน
“ข้าได้คาดคั้นกับฮั่นหยูแล้ว พบว่าสิ่งที่พระสนมคาใจ นั่นคือการได้พบพระองค์เป็ครั้งสุดท้าย”
“ไม่จำเป็ ข้ากับนางต่างรู้ ว่าเราหวังดีต่อกันเพียงใด การพบกันไม่ใช่เื่อันควรที่เกิดขึ้น เ้ากลับไปซะเถอะ”
“จะให้นางลืมท่านงั้นรึเพคะ นางจะลืมได้อย่างไร ในเมื่อสามปีที่ผ่านมา นางมีท่านคอยช่วยเหลือ คอยดูแล เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่งที่นางให้ความเคารพ วันเฉลิมฉลองการสมรส พระองค์ก็ไม่ได้ไปแสดงความยินดี ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ นางอาจอยากได้กำลังใจจากพระองค์ก็เป็ได้” เขาไม่ตอบ เพียงแต่ย่างเท้าเดินหนี
“อีกสามคืนหลังจากนี้ นางจะรอพระองค์ที่ศาลาร้างท้ายวัง หากพระองค์อยากอวยพรนาง อยากพูดคุยเจรจากับนาง ก็ให้ไปพบนางที่นั่น” องค์ชายสามฟังจบ ก็ให้ทหารส่งแขกผู้มาเยือนกลับไป พร้อมปิดประตูตำหนักอย่างมิดชิด ไม่ต้องรับผู้ใดดังเดิม
องค์ชายสามเดินมายังโรงเรือนสมุนไพร แล้วหยิบสมุนไพรที่บดไว้มาปั้นเป็เม็ดยาช้า ๆ ก่อนจะหยุดปั้นแล้วหวนระลึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา
“เ้าไม่ต้องช่วยข้าปลูกสมุนไพรพวกนี้หรอก” จ้าวซีเหรินค่อย ๆ บรรจงใส่ต้นอ่อนลงในหลุม ก่อนหญิงสาวจะเดินเข้ามาแล้วหยิบเอาต้นกล้าสมุนไพรที่อยู่ใกล้ ไปปลูกอีกหลุมหนึ่งพร้อมสายลมอ่อนพัดโชยมา
“ไม่เป็ไรเพคะ หม่อมฉันช่วยอีกแรงจะได้เสร็จไว ๆ เพราะอย่างไรซะ สมุนไพรพวกนี้ ก็ต้องได้ใช้รักษาผู้คน” นางตอบพร้อมรอยยิ้มบริสุทธิ์ จิตใจของนางอ่อนโยนจนเขาต้องยอมแพ้
“เ้าทำอันใด” เขาเดินผ่านแล้วเอ่ยถาม ขณะที่นางพยายามเขี่ยบางอย่างขึ้นจากน้ำด้วยสายตามุ่งมั่น
“ช่วยเ้ามดเพคะ” จ้าวซีเหรินขมวดคิ้ว แล้วก้าวเท้าเข้าไปหาช้า ๆ
“มดตัวนิดเดียว เสียเวลาช่วยเปล่า” เขาตอบ ก่อนนางจะหยิบมดขึ้นจากน้ำแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“รอดตายแล้วนะ” นางพูดกับมดตัวน้อย แล้วย้ายมันไปวางไว้บนต้นไม้ด้านข้าง พลันจับจ้องมดตัวนั้นเดินจากไป ก่อนจะหันมายังองค์ชายสามด้วยใบหน้าบริสุทธิ์เช่นเดิม ทั้งสองสบสายตากันครู่หนึ่ง ทว่าเป็เขาเองที่ต้องเบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาของนาง
“มดก็มีชีวิต มีจิตใจ หม่อมฉันเห็นมันพยายามแหวกว่ายเพื่อเอาชีวิต เท่านี้ก็รู้แล้วเพคะ ว่ามดก็รักชีวิตเหมือนพวกเรา” คำตอบของนางทำให้เขายอมแพ้ ไม่ต่อความใด ๆ
เื่ราวต่าง ๆ ในอดีตถูกสลัดทิ้งไป จ้าวซีเหรินหันมาปั้นยาต่อ พร้อมสายลมอ่อนพัดโชยมาเป็ระยะ
ภายในตำหนักเฉียนกู่ ทหารหลายคน นั่งเหลาไม้ไผ่ เพื่อนำมาทำเป็ดาบของเล่น จ้าวเฉินลู่หยิบดาบที่ทำเสร็จแล้วหนึ่งอันขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อย ก่อนจะยื่นกลับคืนให้ทหารคนดังกล่าว
