“เป็รังสีฆ่าฟันที่น่ากลัวชะมัด”
เมื่อเดินมาถึงหอศาสตราวุธซึ่งสร้างขึ้นมาจากแร่ธาตุพิเศษชนิดหนึ่ง เยี่ยเฉินเฟิงก็มองเห็นผนังกำแพงขนาดใหญ่ที่มีอาวุธนานาชนิดแขวนประดับไว้ กลิ่นอายฆ่าฟันอันรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากอาวุธิญญาเ่าั้ชวนให้เส้นขนทั่วร่างของเขาลุกชันขึ้นมา
เนื่องจากอาวุธิญญาของหอศาสตราวุธมีราคาสูงมาก ศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จึงมักจะใช้ผลึกิญญาระดับต่ำไปกับการบ่มเพาะเสียมากกว่า ดังนั้นภายในหอศาสตราวุธจึงมีเพียงผู้าุโผมขาวท่านหนึ่งที่คล้ายจะนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเก้าอี้โยก
“แล้วอาวุธแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับข้าล่ะ?”
เมื่อกวาดตามองอาวุธที่เรียงรายอยู่บนผนังขนาดใหญ่ เยี่ยเฉินเฟิงที่อาศัยพลังและมือเปล่าห้ำหั่นกับศัตรูมาโดยตลอดก็จมดิ่งสู่ห้วงความคิด
กระบี่เป็ราชันย์แห่งอาวุธนับร้อย เพลงกระบี่งดงามวิจิตร การโจมตีก็เฉียบขาดดุดัน กระบี่จึงกลายเป็ที่นิยมของคนจำนวนมาก เพียงแต่การจะฝึกฝนกระบี่ให้อยู่ในระดับฝีมือเลิศล้ำได้ไม่ใช่เื่ง่ายดายนัก
ดาบมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง เมื่อโจมตีจะทรงพลังดุดันไร้สิ่งต้านทาน แต่ยังขาดความคมกริบและจิติญญาอันแรงกล้าอยู่
พลองสมดุลทั้งการรุกและตั้งรับ แต่พลังทำลายยังไม่มากพอ พลังในการสังหารและสร้างาแยังห่างไกลกับทวนซึ่งเป็าาแห่งอาวุธนับร้อยมากนัก
ประกอบกับเยี่ยเฉินเฟิงที่ฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรทำให้มีพละกำลังแข็งแกร่งเหมาะสมกับการใช้อาวุธหนัก ดังนั้นเยี่ยเฉินเฟิงจึงคิดว่าทวนนี่แหละที่เหมาะสมจะเป็อาวุธในภายภาคหน้าของตน
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังกวาดสายตามองอาวุธที่แขวนอยู่บนผนัง เพื่อเสาะหาทวนหนักที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่นั้น สายตาก็ดันไปสะดุดเข้ากับกระบี่ที่หักครึ่งท่อน พื้นผิวหม่นหมองไร้ประกาย วางอยู่ในมุมอับที่แทบไม่มีใครมองเห็น
ที่เยี่ยเฉินเฟิงรู้สึกสนอกสนใจกระบี่หักพิกลพิการเล่มนั้นเป็เพราะในยามที่เขามองไปทางกระบี่หักเล่มนั้น สมองกลืนเทวะในห้วงความคิดก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นแปลกๆ
“หรือว่ากระบี่หักเล่มนี้จะมีจุดที่ไม่ธรรมดาอยู่?”
เยี่ยเฉินเฟิงเลิกคิ้วขึ้น เดินเข้าไปหาผู้าุโผมขาวที่เป็คนเฝ้าหอศาสตราวุธและเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่ากระบี่หักเล่มนี้ราคาเท่าไหร่หรือ ใช่ของที่สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์สร้างขึ้นหรือไม่”
“กระบี่หักเล่มนี้ราคาหนึ่งพันผลึกิญญาระดับต่ำ ส่วนที่มาที่ไปและคุณภาพของมัน ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ” ผู้าุโที่นอนพิงเก้าอี้โยกอยู่ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เอ่ยตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ผลึกิญญาระดับต่ำหนึ่งพันก้อน แพงขนาดนั้นเชียว!”
เมื่อได้ทราบราคาของกระบี่หัก เยี่ยเฉินเฟิงก็อดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ เกิดอาการลังเลว่าจะซื้อมันกลับไปดีไหม
อย่างไรเสียผลึกิญญาระดับต่ำหนึ่งพันก้อนก็เพียงพอจะซื้ออาวุธิญญาระดับกลางหรือแลกเปลี่ยนเคล็ดิญญาระดับหลิงขั้นสูงได้ แล้วกระบี่หักเล่มนั้นก็เสียหายหนักมาก มองไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีคุณค่าราคาอะไร
“กระบี่หักเล่มนี้มีประวัติความเป็มายาวนานมาก อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้สร้างก็ไม่ธรรมดา ดังนั้นราคาถึงได้แพงอย่างไรล่ะ” ผู้าุโผมขาวกล่าวขึ้น
“ข้าขอลองจับกระบี่หักเล่มนั้นดูก่อนได้ไหม?” เยี่ยเฉินเฟิงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม
“ไม่ได้ ไม่ซื้อก็อย่ามาจับ!” ผู้าุโผมขาวส่ายหน้า กล่าวปฏิเสธเสียงแข็ง
“ก็ได้ ข้าจะซื้อกระบี่หักเล่มนั้น” หลังจากลังเลอยู่หลายรอบ ในที่สุดเยี่ยเฉินเฟิงก็ตัดสินใจยอมจ่ายผลึกิญญาระดับต่ำหนึ่งพันก้อนซื้อกระบี่หักเล่มที่สมองกลืนเทวะแสดงปฏิกิริยาตอบสนอง
“เ้าแน่ใจจริงๆ หรือ? ได้ยินมาว่ากระบี่หักเล่มนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้ายด้วยนะ” ผู้าุโผมขาวมองเยี่ยเฉินเฟิงด้วยสายตาล้ำลึกพร้อมเอ่ยเตือน
“ข้าตัดสินใจแล้ว”
ในขณะที่กล่าว เยี่ยเฉินเฟิงก็ล้วงหยิบผลึกิญญาระดับต่ำจำนวนหนึ่งพันก้อนออกมาจากถุงเอกภพยื่นให้ผู้าุโผมขาวแล้วรับกระบี่หักที่ดูธรรมดาสามัญและแหล่งที่มาเป็ปริศนามาเก็บไว้แทน
หลังจากซื้อกระบี่หักเรียบร้อย เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่คิดจะอยู่ที่นั่นต่อ เขาหันหลังเดินออกจากหอศาสตราวุธทันที แล้วย้อนกลับไปที่เรือนที่พักของตัวเองอย่างอดรนทนไม่ไหว เตรียมพร้อมจะค้นคว้าวิจัยกระบี่หักเล่มที่อยู่ในมือ
ที่เยี่ยเฉินเฟิงใจร้อนถึงเพียงนี้ เป็เพราะทุกครั้งที่มือของเขาััโดนกระบี่หัก สมองกลืนเทวะก็จะเกิดการตอบสนองขึ้นอย่างฉับพลัน เห็นได้ชัดเลยว่ากระบี่หักเล่มนี้มีจุดที่ไม่ธรรมดา
แต่เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงลองสงบจิตสงบใจแล้วศึกษากระบี่หักดู กลับพบว่านอกจากมันจะไม่ดูดซับหยดเืของตนเองแล้ว สมองกลืนเทวะก็ไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองแล้วด้วย
“หรือว่าสมองกลืนเทวะจะตอบสนองผิดพลาดเฉยๆ กระบี่หักเล่มนี้เป็แค่อาวุธพิการที่ไร้ราคามาั้แ่แรกแล้ว” เยี่ยเฉินเฟิงที่อาศัยพลังของสมองกลืนเทวะทดสอบการตอบสนองอยู่ครึ่งค่อนชั่วโมง แต่ก็ไม่พบความพิเศษใดใดในกระบี่หักเล่มนี้เลย จึงเผยสีหน้าผิดหวังออกมา
“หรือว่าข้าทำผิดวิธีกันนะ”
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เยี่ยเฉินเฟิงก็ลองเปลี่ยนวิธีการดู โดยการโคจรทักษะกลืนิญญาด้วยความเร็วสูง ควบคุมพลังดูดกลืนมหาศาลที่สมองกลืนเทวะปลดปล่อยออกมาให้แทรกซึมเข้าไปภายในกระบี่หักด้ามดังกล่าว
ผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป ในที่สุดตัวกระบี่หักก็เกิดความผิดปกติขึ้นมาเล็กน้อย ภายใต้พลังดูดกลืนมหาศาลของสมองกลืนเทวะเสียงแตกร้าวแ่เบาก็ดังขึ้นมาจากตัวกระบี่หัก
ครู่ต่อมา เยี่ยเฉินเฟิงก็ปล่อยพลังิญญาให้แทรกซึมเข้าไปภายในเล่มกระบี่หักและตรวจพบอักขระโจมตีจำนวนมากอยู่ภายในกระบี่หักเล่มนั้น
แต่เนื่องจากกระบี่หักแตกหักจนเหลือเพียงครึ่งท่อน อักขระเ่าั้จึงแตกหักตามไปด้วย
“อักขระโจมตีสามพันหกร้อยแปดสิบสาย ใครเป็คนสร้างกระบี่หักเล่มนี้ขึ้นมากันแน่นะ”
เยี่ยเฉินเฟิงจินตนาการไม่ออกเลยว่าหากกระบี่เล่มนี้ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหาย พลังโจมตีที่กระตุ้นโดยอักขระโจมตีทั้งหมดนั่นจะสามารถปลดปล่อยอานุภาพได้รุนแรงขนาดไหนกัน
คาดว่าคงสังหารเซียนอสูร์ได้ในชั่วพริบตาเลยกระมัง
“ไม่รู้เหมือนกันว่าสมองกลืนเทวะจะช่วยให้ข้าซ่อมแซมอักขระพวกนี้ได้หรือไม่”
เยี่ยเฉินเฟิงบ่นพึมพำกับตัวเอง ตัดสินใจว่าจะลองหาโอกาสใช้พลังของสมองกลืนเทวะทดลองซ่อมแซมอักขระที่อยู่ภายในกระบี่หัก ถ้าหากสามารถซ่อมจนคืนสภาพสมบูรณ์ได้ กระบี่หักเล่มนี้ก็จะกลายเป็อาวุธไม้ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา
“อ้าว ด้ามของกระบี่หักเล่มนี้มีมิติลับด้วย"
ขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังลูบคลำสำรวจกระบี่หักซึ่งมีที่มาที่ไปเป็ปริศนาอยู่นั้น สมองกลืนเทวะก็ตรวจพบข่ายอาคมป้องกันที่ซ่อนอยู่บริเวณด้ามกระบี่
"ทลาย!"
หลังจากหยิบยืมพลังของสมองกลืนเทวะแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ฝึกใช้พลังิญญาแทรกซึมเข้าไปในค่ายคุมป้องกันของกระบี่หัก ทันใดนั้นน้ำเสียงโอหังกระแสหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในหูของเขา
"ฆ่า ฆ่า ฆ่า!"
น้ำเสียงน่ากลัวเ่าั้ะเิลั่นในหูของเยี่ยเฉินเฟิง พลังแสงอันแกร่งกล้าสั่นสะท้านเยี่ยเฉินเฟิงจนเืออกเจ็ดทวาร สมองมึนงงสับสน
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงคิดจะดึงพลังิญญากลับออกมาจากกระบี่หัก อำนาจกระบี่เทียมฟ้าที่อยู่ในข่ายอาคมป้องกันก็ทะลักออกมา ฟาดฟันพลังิญญาจนแตกกระจายแล้วทะลวงเข้าไปข้างในสมองของเขา ฉีกกระชากจิติญญาของเขาจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี
ในตอนที่สมองของเยี่ยเฉินเฟิงกำลังจะถูกเจาะทะลุและจบชีวิตลง สมองกลืนเทวะที่หลอมรวมเข้ากับสมองของเขาก็ขยับขยุกขยิกอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยพลังกลืนกินอันแข็งแกร่งออกมา ดูดกลืนอำนาจกระบี่เทียมฟ้าที่แสนน่ากลัวเข้าไป
ทว่าวินาทีต่อมา อำนาจกระบี่ทะยานฟ้าอีกขุมหนึ่งก็ไหลทะลักออกมาจากด้ามกระบี่หักทะลวงเข้าสู่ห้วงสมองของเยี่ยเฉินเฟิงและทำการจู่โจมจิติญญาของเขาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจกระบี่ไร้เทียมทาน เยี่ยเฉินเฟิงก็สิ้นไร้หนทางต่อต้าน เขาเหมือนกับแกะแพะที่รอการถูกเชือด จึงฝากความหวังทั้งหมดไว้กับสมองกลืนเทวะ
ถ้าสมองกลืนเทวะไม่อาจกลืนกินอำนาจกระบี่ทะยานฟ้าที่ออกมาจากกระบี่หักได้ เช่นนั้นเขาก็คงยากจะหนีจากความตาย
เมื่ออำนาจกระบี่ทะยานฟ้าขุมที่สองทะลวงเข้าไปในห้วงสมองของเยี่ยเฉินเฟิง สมองกลืนเทวะก็ตอบสนองอย่างฉับพลันทันที ปล่อยประกายแสงโลหิตแห่งการกลืนกินออกมาคล้ายกับปากขนาดใหญ่ที่ครอบทับอำนาจกระบี่และจัดการกลืนกินอำนาจกระบี่ที่แสนน่ากลัวขุมที่สองลงไป
หลังจากอำนาจกระบี่สองสายหมดไปแล้ว จิตใจของเยี่ยเฉินเฟิงเองก็ดำดิ่งสู่ความท้อถอยทันที
เพราะว่าเขาััได้อย่างชัดเจนว่ามีอำนาจกระบี่เทียมฟ้าขุมที่สามเตรียมจะออกมาจากกระบี่หัก และความแข็งแกร่งของอำนาจกระบี่ขุมนั้น ก็ทำให้เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของความตาย
ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีขาวสว่างวาบก็ทิ่มแทงดวงตาของเขาจนปวดแสบ อำนาจกระบี่ที่ราวกับดาวตกก็เจาะทะลวงเข้าไปในสมองของเขาอย่างง่ายดาย พุ่งจู่โจมสมองกลืนเทวะที่พยายามประคองจิติญญาของเขาอยู่
ไม่นานนักอานุภาพทำลายล้างของอำนาจกระบี่ก็ะเิออกภายในห้วงสมองของเยี่ยเฉินเฟิงเข้าต่อสู้โรมรันกับพลังกลืนกินที่สมองกลืนเทวะปลอดปล่อยออกมา แรงปะทะรุนแรงส่งผลให้เขาสลบเหมือด ร่างเอียงคว่ำลงบนเตียงไม้ที่มีคราบเืแห้งกรังโดยไม่รู้ความเป็ตาย
