ผู้าุโลองกระบี่ลอยอยู่ในอากาศเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในผ่านทางเขตต้องห้ามอย่างเงียบๆ ครั้นเห็นง้าวปีศาจิญญาอำมหิตประจักษ์ในมือจูชิง เขาประหลาดใจสุดแสน จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายามีศัสตราวุธิญญาเฉกเช่นนั้นได้อย่างไร
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าจูชิงออกมาจากเกาะหลัวโหว เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง ก่อนหน้านี้มีศิษย์ในสำนักจำนวนไม่น้อยพบศัสตราวุธิญญาดึกดำบรรพ์บนเกาะหลัวโหว ทว่าส่วนใหญ่สภาพล้วนไม่สมบูรณ์ พลานุภาพมิได้แกร่งกล้าดั่งเดิม
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็ขุมพลังอำนาจยิ่งใหญ่ พวกเขาไม่มีทางลดตัวลงไปเพื่อ่ชิงของล้ำค่าของศิษย์ หากศิษย์ยอมบริจาคของสิ่งนั้นให้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนสำนักก็ให้รางวัลตอบแทนเป็ค่าคุณูปการ แต่ถ้าพวกเขาไม่อยากบริจาค สำนักก็ไม่บังคับ
ซึ่งง้าวปีศาจิญญาอำมหิตสภาพไม่ได้สมบูรณ์ สำหรับขุนเขากระบี่เทียนหยวนแล้วมันมินับว่าเป็ของดีอะไร
“ตู้มมม!” จูชิงถูกหมูป่าคลั่งซัดกระเด็นไปอีกครั้ง สาเหตุหนึ่งเป็เพราะอานุภาพของง้าวปีศาจิญญาอำมหิตลดลงไปครึ่งหนึ่งจึงยากที่จะต่อกร
อีกอย่างก็คือหมูป่าคลั่งเร็วมากจนจูชิงป้องกันไม่ทัน ถึงจะอยู่ห่างกันหลายสิบจั้ง แต่แค่พริบตาเดียวมันก็โผล่มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แค่คิดจะหลบยังทำไม่ได้
“ฟู่วว!” จูชิงถอนหายใจยาว พยายามยับยั้งลมปราณมิให้ปั่นป่วน โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้นคงถูกหมูป่าคลั่งพุ่งชนตายไปหลายครั้งแล้ว
“หมูป่าคลั่งงั้นรึ ใครดันโชคร้ายไปเจอมันเข้า?” พวกศิษย์สามัญพอเห็นหมูป่าคลั่งพลันตัวสั่นสะท้านกันอย่างอดมิได้
ในเทือกเขานี้สัตว์อสูริญญาที่พวกเขาไม่อยากเจอที่สุดก็คือหมูป่าคลั่ง ถ้าถูกมันหมายหัวมีแต่ต้องตายสถานเดียว
“สุดยอดเลย เผชิญหน้ากับหมูป่าคลั่งแท้ๆ แต่กลับมีชีวิตรอดอยู่ได้นานขนาดนั้น!” ศิษย์สามัญคนหนึ่งอุทานด้วยความใ
แม้ว่าจูชิงจะหลบการโจมตีของหมูป่าคลั่งไม่ได้ แต่ก็ใช้ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตต่อต้านการพุ่งโจมตี รักษาชีวิตไว้ได้ทุกครั้ง
“ดูการเคลื่อนไหวของมันให้ดีๆ สิ!” เฒ่าปีศาจตักเตือน
“พูดน่ะมันง่าย ความเร็วขนาดนั้น จักไปมองทันได้อย่างไร?” จูชิงฝืนยิ้ม
“ทุกการเคลื่อนไหวย่อมทิ้งร่องรอยไว้ ข้าไม่ได้หมายถึงตา หากเป็หัวใจ” เฒ่าปีศาจพูด
“หัวใจ!” จูชิงตะลึงงัน
“โฮกกก!” หมูป่าคลั่งคำราม กีบเท้าสั่นไหวไม่หยุด คล้ายกับสามารถพุ่งทะลวงใส่ศัตรูได้ทุกเมื่อทุกเวลา
หมูป่าคลั่งสุดแค้นแสนโทสะ มันไม่คิดเลยว่าต้องมาเสียเวลากับมนุษย์ที่ต่ำต้อยนานขนาดนี้ มันอยากกินเนืุ้์ผู้นั้นแทบทนไม่ไหวแล้ว
“โฮกกก!” หมูป่าคลั่งคำราม กีบเท้าทั้งสี่โจนทะยานกลางอากาศ จากนั้นกายใหญ่ั์ก็ปรากฏเบื้องหน้า เขี้ยวอันแหลมคมแทงทะลวงร่างของจูชิง!
“กรี๊ดดด!” ซั่งกวานเหยียนหลานเห็นจูชิงถูกแทงก็กรีดร้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“จับเ้าได้สักที!” จูชิงกระตุกยิ้มแล้วใช้ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตแทงกะโหลกของหมูป่าคลั่ง
หมูป่าคลั่งดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป แต่จูชิงใช้มือขวาจับเขี้ยวของมันเอาไว้แน่น ไม่ว่าหมูป่าคลั่งจักพยายามดิ้นรนเพียงใดก็สลัดจูชิงไม่หลุด ส่งเสียงร้องโหยหวนทั่วทั้งป่าทึบก่อนสิ้นใจ!
จูชิงปาดเหงื่อ เลื่อนมือลงมากุมหน้าท้อง ถอนหายใจเฮือกใจ
“ถึงจะเป็ทางเลือกที่โง่เง่า แต่ก็ทำได้ไม่เลว” เฒ่าปีศาจยิ้ม
“ข้าเกือบตายแล้ว” จูชิงกลอกตา
จูชิงรู้ดี ด้วยความเร็วของเขานั้นมิอาจประมือกับหมูป่าคลั่ง ถ้าจักฆ่าหมูป่าคลั่งมีแต่ต้องหยุดมันให้ได้เท่านั้น
จูชิงคาดการณ์เคลื่อนไหวครั้งต่อไปของหมูป่าคลั่งออก ดังนั้นเขาจึงใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อ ขณะที่หมูป่าคลั่งกำลังเอาเขี้ยวแทง เขาก็ใช้มือขวาจับเขี้ยวของมันไว้ หยุดการโจมตีไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
มันเป็ทางเลือกที่อันตรายเป็อย่างมาก หากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย จูชิงจะต้องตายอย่างมิต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจูชิงจะรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เขี้ยวของหมูป่าคลั่งนั้นคมยิ่งกว่าศัสตราวุธิญญา ถึงคมแหลมจะแทงเข้ามาเพียงเล็กน้อย หากก็ทำให้เืไหลรินไม่หยุด
“หมูป่าคลั่ง ค่าคุณูปการเท่าไหร่กัน!” พวกศิษย์สามัญจับจ้องเขม็งมองร่างหมูป่าคลั่งที่ไร้ซึ่งลมหายใจ
ถ้าเป็สถานการณ์ปกติ พวกเขาหรือจักกล้าหมายตาหมูป่าคลั่ง ถึงพวกเขาร่วมมือกันก็มิวายถูกหมูป่าคลั่งฆ่าอยู่ดี
ทว่าหมูป่าคลั่งตายแล้ว จูชิงก็าเ็สาหัส เหลือผู้หญิงบอบบางเพียงคนเดียว พวกเขาหรือจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ
อีกทั้งยังมีง้าวปีศาจิญญาอำมหิตที่ทำให้พวกเขาตาร้อนผ่าว มันคือศัสตราวุธิญญาที่ทะลวงกะโหลกของหมูป่าคลั่งได้เชียว มูลค่าย่อมมิใช่สามัญ!
“ลงมือดีหรือไม่?” พวกศิษย์สามัญมองหน้ากัน
“ลงมือเลย!” พวกเขาพูดเป็เสียงเดียวกัน
ทันใดนั้น ซั่งกวานเหยียนหลานก็ปรากฏกายต่อหน้าพวกเขา แสงกระบี่ประกายวูบวาบ พวกศิษย์สามัญรู้สึกเย็นวาบกลางอก ครั้นก้มลงไปมองก็พบว่ากระบี่นั้นได้เสียบทะลวงขั้วหัวใจของพวกเขาแล้ว!
พวกเขาอยากถามว่าเหตุใดซั่งกวานเหยียนหลานถึงฆ่าพวกเขา แต่พวกเขาก็พูดไม่ออก ร่างไร้ิญญาล้มฟุบลงกับพื้น
จูชิงตะลึง “ทำไมเ้าถึงฆ่าพวกเขา?”
“เพราะพวกเขาจะฆ่าพวกเรา ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ” ซั่งกวานเหยียนหลานพูด นางแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำ
“แต่ว่า...” จูชิงอยากพูดอะไรกับซั่งกวานเหยียนหลานสักอย่าง แต่สุดท้ายก็มีเพียงความเงียบงัน
เส้นทางแห่งยุทธ์มิได้ราบรื่นเฉกเช่นที่เขาคิด บนเส้นทางนี้เต็มไปด้วยขวากหนามและการฆ่าฟัน การที่เป็คนใจดีเห็นอกเห็นใจผู้อื่นรังแต่จะทำร้ายตัวเองในที่สุด
“อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็ศิษย์สำนักเดียวกัน ช่วยฝังศพพวกเขาหน่อยเถอะ” จูชิงถอนหายใจ
ภายใต้การหล่อเลี้ยงของลมปราณ าแของจูชิงก็สมานตัว แต่ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างเต็มที่
หลังจากที่จัดการกับศพของหมูป่าคลั่ง จูชิงพบเน่ยตันสีเขียวมรกตอันหนึ่งในกะโหลกของหมูป่าคลั่ง
“เน่ยตันธาตุลม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงได้รวดเร็วนัก” จูชิงยิ้มเจื่อน
“กี้ๆๆ!” ัคะนองน้ำน้อยน้ำลายสอจับจ้องเขม็งมองเน่ยตัน
จูชิงเขกหัวัคะนองน้ำน้อยทีหนึ่ง “มันเป็ประโยชน์กับข้า ข้าให้เ้ากินไม่ได้!”
ัคะนองน้ำน้อยก้มหน้าสะอึกสะอื้น นอนขดอย่างหมดอาลัยตายอยาก
จูชิงกลืนเน่ยตันลงไป ทันใดนั้นพลังงานธาตุลมก็พุ่งพล่านทั่วทั้งกายา!
จูชิงมิได้ขับเคลื่อน《เคล็ดวิชา์าหลัวโหว》หล่อหลอมพลังธาตุลม หากขับเคลื่อน《หลอมกายปีศาจวายุ》แทนเพื่อให้กระดูกดูดซับพลังเ่าั้!
อักขระิญญาวายุประกายแสงอ่อนๆ พลังธาตุลมในร่างกายของจูชิงคล้ายกับถูกดึงดูดหลั่งผสานเข้าไปในอักขระิญญาวายุ
เน่ยตันของขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณที่อุดมด้วยพลังปราณ ถูกอักขระิญญาวายุกลืนกินสร้างอักขระิญญาวายุขึ้นมา!
จูชิงถอนหายใจ เหมือนกับที่เขาคาดเดาไม่มีผิด พลังในเน่ยตันของอสูริญญาเป็ประโยชน์ต่อ《หลอมกายปีศาจวายุ》
ทว่าสัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณใช่ว่าคิดจะฆ่าก็ทำได้ อีกทั้งยังต้องเป็สัตว์อสูริญญาธาตุลมเท่านั้น ปกติแล้วสัตว์อสูรประเภทนี้รวดเร็วยิ่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไป
“จากนี้ข้าคงต้องพึ่งพาสำนักแล้ว” จูชิงฝืนยิ้ม
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะต้องมีเน่ยตันสัตว์อสูรธาตุลมอยู่ไม่น้อย ขอแค่เขาหาค่าคุณูปการได้มากพอก็น่าจักแลกเปลี่ยนเน่ยตันธาตุลมได้ไม่ยาก
เขายังไม่อยากใช้ของล้ำค่าที่ได้มาจากเกาะหลัวโหวเท่าไหร่ ด้วยขั้นบำเพ็ญเพียรของเขายังไม่เพียงพอที่จะดึงประสิทธิภาพสูงสุดของของล้ำค่าฟ้าดินออกมาใช้ แม้ว่าเขาจะกินมันก็ใช่ว่าจักได้ผลลัพธ์ที่ดี
“นายท่าน ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว” ซั่งกวานเหยียนหลานยิ้มให้กับจูชิงหลังนางจัดการฝังศพพวกนั้นเสร็จตามคำสั่ง
จูชิงพยักหน้า “ออกเดินทางกันเถอะ พวกเรายังต้องอยู่ในเทือกเขาอีกสักพัก”
ในการทดสอบนี้จะจัดอันดับตามค่าคุณูปการที่ได้รับ ทุกคนจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อ่ชิงอันดับหนึ่ง
“ว่ากันว่ารางวัลของอันดับที่หนึ่งปีนี้เป็วรยุทธ์ขั้นลึกลับ ล้ำค่ายิ่งกว่าปีก่อน” ซั่งกวานเหยียนหลานพูด
“วรยุทธ์ขั้นลึกลับ ขุนเขากระบี่เทียนหยวนใจกว้างขนาดนั้นเชียว?” จูชิงแปลกใจ
“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ของรางวัลปีนี้ดีกว่าสองปีก่อนหลายเท่า” ซั่งกวานเหยียนหลานส่ายหัว
ตามขนบธรรมเนียม หลังจากที่ทดสอบเสร็จสิ้น พวกเขาจะต้องเป็ตัวแทนของขุนเขากระบี่เทียนหยวนเข้าร่วมการแข่งขันกับสำนักอื่นๆ ในทวีปเฉียนหยวน
ในครั้งนี้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนสูญเสียศิษย์ไปเป็จำนวนมากบนเกาะหลัวโหว จึงเกิดช่องว่างเล็กน้อยระหว่างศิษย์ที่อยู่ในขั้นหลอมกายากับขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ
ซึ่งการแข่งขันนี้สำคัญมาก มีน้ำหนักมากถึงสี่ในสิบส่วน ถ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนพ่ายแพ้ สิ่งที่พวกเขาสูญเสียมิใช่เล็กน้อยแล้ว
ดังนั้น ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจึงทุ่มเททรัพยากรที่ถูกจัดเอาไว้อย่างเหมาะสมให้กับศิษย์สามัญและศิษย์นอกสำนัก หวังว่าจะพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเขาให้ได้มากที่สุดใน่เวลาที่เหลือ
“โสมสามใบ ของล้ำค่าขั้นมนุษย์ระดับกลาง มูลค่าหนึ่งร้อยค่าคุณูปการ!” ซั่งกวานเหยียนหลานมองโสมที่ขึ้นอยู่บนต้นไม้แห้งด้วยความประหลาดใจ
โสมสามใบมีนิสัยที่แปลกมาก มันไม่โตในดิน หากจะเป็กาฝากเกาะกินลำต้นอื่นทีละเล็กทีละน้อย เมื่อลำต้นนั้นตาย โสมสามใบก็จะเติบโตอย่างงดงาม
ทว่าจอมยุทธ์น้อยคนนักที่จะพบเจอโสมสามใบที่โตเต็มที่ เพราะบริเวณรอบๆ โสมสามใบมักมีงูลายครามเฝ้าอยู่เสมอ เมื่อใดที่โสมสามใบโตเต็มที่แล้วร่วงตกลงมา งูลายครามก็จักกลืนกินโสมสามใบในทันที
งูลายครามมีลักษณะเหมือนกับใบไม้ ซ่อนตัวได้อย่างแยบยล ยากที่จะหาพบ
ทั้งงูลายครามนั้นยังมีพิษร้าย หากถูกมันฉกเข้า ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือภายในหนึ่งชั่วยาม กระทั่งจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณยังเืออกทั้งเจ็ดทวารจนตาย
“อย่าขยับ!” จูชิงจับมือซั่งกวานเหยียนหลานเอาไว้ก่อนจากนั้นจึงสะบัดมือขวา ัคะนองน้ำน้อยพุ่งทะยานออกไปดุจดั่งแสงทองคำ
