เมื่อเดินถึงหน้าประตู ไป๋เซียงจู๋พลันถอยกลับ ไม่มีเหตุผลอื่นใด นางหมั้นหมายแล้ว แม้ว่าองค์ชายจะเสด็จมาด้วยตัวพระองค์เอง ทว่าการถอยกลับนั้นย่อมเป็การดีกว่า
แน่นอนว่าไป๋เซียงจู๋ย่อมมีความสุข ทว่านางไม่้าเห็นเหยียนอี้เลี่ย ดังนั้นจึงพาตู้เจวียนกลับไปยังห้องของตน
ระหว่างทางเดินกลับ นางมองเห็นไป๋ชิงโหรวจากระยะไกล นางสวมเสื้อผ้าใหม่ มิได้ปิดประตูทบทวนตนเองเลยสักนิด เมื่อมองดูชุดของนาง ไป๋เซียงจู๋ยิ้มกว้าง อย่างที่คิดไว้ ในชีวิตก่อนหน้านี้ ไป๋ชิงโหรวย่อมมีความรู้สึกพิเศษต่อเหยียนอี้เลี่ย ยามนี้เหยียนอี้เลี่ยเป็องค์ชายที่ไม่เป็ที่โปรดปราน และไม่มีเสด็จแม่ให้พึ่งพิง เขาเป็แค่ลูกบุญธรรมที่อาศัยอยู่ในนามของกุ้ยเฟย อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเหยียนอี้เลี่ยฉลาดกว่าองค์ชายห้าเหยียนอี้หราน อีกทั้งคุณสมบัติของเขายังเหมาะกับการเก็บตัวฝึกพลังยุทธ์และขัดเกลาความเฉลียวฉลาดของเขา
น่าเสียดายที่ชายคนนี้ถูกกำหนดให้เป็คนเ็าและโหดร้าย เขาใช้ทุกอย่างที่ทำได้เพื่อตำแหน่งนั้น ไม่ว่าเขาจะจ่ายเท่าไรก็หาได้ลังเลใจเลยแม้แต่นิด
บุรุษผู้นี้ ชาติก่อนนี้นางตาบอดได้อย่างไร หลงใหลคลั่งไคล้ เทียวไล้เทียวขื่ออย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ศีรษะก็แตกละเอียด ไม่หลงเหลือกระดูกอยู่เลย
คนที่น่าสงสารย่อมต้องมีจุดที่น่าเกลียดชัง นางกับเหยียนอี้เลี่ยเป็เช่นนี้ นางทำบาปมากเกินไปในชีวิตที่ผ่านมา และในที่สุดก็ถูกเหยียนอี้เลี่ยสังหาร นางแค่สงสารเด็กในครรภ์ของนางและญาติผู้บริสุทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับนาง
ในชีวิตนี้ นางถูกกำหนดให้ไม่อาจมีอิสระได้ เช่นนั้นก็ให้นางได้ทวงหนี้แค้นนี้เถิด ให้เขาได้ชดใช้หลายสิบชีวิตในชาติที่แล้ว!
เรือนโบตั๋น
อวี๋ซื่อพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากฟังแม่เฒ่ารายงานว่าไป๋ชิงโหรวหลับไปแล้ว
วันนี้นางเสียแม่เฒ่าไปอีกคน ตอนนี้เมื่อนาง้าจะผลักดันผู้ใด ไม่ว่าแม่เฒ่าผู้ใดเห็นนางก็ล้วนหลบสายตาหนีห่าง มีข่าวลือว่าหากเป็คนรับใช้ข้างกายนางจะได้ไปเยี่ยมแม่น้ำเหลืองในนรก
อวี๋ซื่อกัดฟันด้วยความเกลียดชัง บรรดาแม่เฒ่าเหล่านี้ล้วนแต่ไร้ประโยชน์ นางต้องลำบากตระกูลอวี๋ ไปหาแม่เฒ่าที่ดีกว่าสำหรับตัวเอง ทางที่ดีจะต้องสามารถยกระดับของตนเองได้ ละเอียดรอบคอบ และรู้ใจนาง
“อืม” อวี๋ซื่อพยักหน้าและโบกมือให้แม่เฒ่า แสดงออกว่าให้นางออกไป ทว่านางกลับไม่ขยับ
“มีอะไรอีกหรือ” น้ำเสียงของอวี๋ซื่อมีความมิอาจอดทนอยู่บ้าง
แม่เฒ่าที่หยาบกระด้างเช่นนี้มีตาหามีแววไม่ เื่แค่นี้ก็ยังมองไม่ออก สมควรแล้วที่จะใช้ชีวิตไปอย่างหยาบๆ เช่นนั้น
“ฮูหยินรองเ้าคะ บ่าวได้ยินข่าวมาเื่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือไม่”
แม่เฒ่าผู้นั้นเอ่ยปากด้วยความกระตือรือร้น ทว่าดวงตาของนางฉายแววฉลาดและเยินยอ
อวี๋ซื่อขมวดคิ้ว ความรู้สึกขยะแขยงผุดขึ้นในใจ แม่เฒ่าผู้นี้มีกลิ่นเหงื่อเพราะงานหนักที่นางทำ ใบหน้าของนางขาวซีด มือของนางหนาแข็งกระด้าง ทำให้คนที่มองรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
นางเป็คนหมกมุ่นกับความสะอาด เหล่าคนรับใช้ที่สกปรกเหล่านี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องนอนใหญ่ของนางหากไม่มีเื่สำคัญ
"พูดออกมาเถิด"
อวี๋ซื่อมองแม่เฒ่าตรงหน้า ทว่าในใจนางกลับคิดว่ารีบพูดรีบไปเสีย เอาแต่รำคาญอยู่ในใจ
“ข้าก็ได้ยินคนอื่นพูดมาเ้าค่ะ… ที่บอกว่ามีคนมาจากวังหลวง คนผู้นั้นก็คือคนขององค์ชายสามเ้าค่ะ...”
คนจากราชวัง? อวี๋ซื่อขมวดคิ้ว แม้ว่าพวกเขาจะมาบ่อยเพราะความสัมพันธ์ของพวกเขากับบุตรชายสาม พวกนางยังได้เข้าเฝ้าองค์ชาย เคยเข้าไปในวัง แต่พวกเขาไม่ได้รับเกียรติขนาดที่องค์ชายจะทรงมาเยี่ยมด้วยตัวพระองค์เอง
“เ้าแน่ใจหรือว่าเป็องค์ชายสามที่มาที่นี่?” อวี๋ซื่อยังคงไม่เชื่อ
“ใช่เ้าค่ะ แม้แต่คุณหนูรองก็เห็นแล้วเช่นกัน นางเอ่ยว่าเป็องค์ชายสาม” แม่เฒ่ารีบตอบ
“เ้าคิดว่าองค์ชายสามมาที่จวนของเราทำไม?” อวี๋ซื่อขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“องค์ชายสามมาที่ตระกูลไป๋ของพวกเราโดยไม่มีเหตุผล ครั้งล่าสุดพระองค์ทรงนำขี้ผึ้งมามอบให้ หรือว่าครานี้...” นางพูดขึ้นแต่ไม่ได้พูดต่อให้จบ
“ทำไมไม่พูดต่อเล่า?”
“บ่าวโง่เขลาและทำได้เพียงแค่เดาสุ่ม ไม่รู้ว่าถูกหรือไม่ ในเมื่อฮูหยินรองสั่งให้บ่าวพูด เช่นนั้นบ่าวจึงขอคาดเดาอย่างกล้าหาญ เป็ไปได้หรือไม่เ้าคะว่าองค์ชายสามจะทรงแอบโปรดปรานคุณหนูในตระกูลของเรา...” เมื่อเห็นอวี๋ซื่อไม่เรียกให้หยุด แม่เฒ่าก็เอ่ยต่อว่า “และคนที่หน้าตาดีที่สุดในจวนของเรา ยกเว้นคุณหนูรอง ย่อมต้องเป็คุณหนูใหญ่ ในสายตาของบ่าว คุณหนูใหญ่มีหน้าตาที่งดงามพาให้คนรักใคร่ที่สุดเ้าค่ะ”
“เ้านี่นะ ช่างกล้าพูดเสียจริง ความเป็ไปได้นี้ไม่ได้ถูกตัดออก ทว่าพี่หญิงใหญ่ได้เจรจางานแต่งให้กับไป๋เซียงจู๋ แล้ว ดังนั้น... เขามาหาโหรวเอ๋อร์ของข้าหรือ? ไม่ ถึงแม้ว่าองค์ชายจะทรงมีความสามารถ ทว่าไม่เป็ที่โปรดปราน มารดาของเขาเสียชีวิตก่อนเวลา สำหรับสถานะปัจจุบันของเขา เขาเป็เพียงลูกบุญธรรมของกุ้ยเฟยเท่านั้น แม้ว่าเขาจะแต่งโหรวเอ๋อร์ให้เป็ชายาเอก ข้าก็ไม่ยอม” ประโยคสุดท้ายของอวี๋ซื่อ คำพูดนั้นดังและชัดเจน
ถ้ามารดาของเขายังคงเป็ที่โปรดปรานก็ว่าไปอย่าง หรือว่าเขาเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ก็ว่าไปอย่างเช่นกัน
แต่เหยียนอี้เลี่ยไม่มีอะไรเลยนอกจากหน้าตาดีและเฉลียวฉลาด ผู้ที่ฮ่องเต้ให้ความสำคัญที่สุดคือเฟิ่งเจาเกอ กุ้ยเฟยเองก็มีโอรสของนางเองคือองค์ชายห้า เหยียนอี้เลี่ยนี้ไม่ดีเท่าองค์ชายเจ็ดเหยียนอี้เฉิน เขาคนนั้นแม้ว่าจะเป็เพียงโอรสของสนมตัวเล็กๆ ทว่าเขาก็มีความสามารถ อย่างน้อยหากมิอาจตำแหน่งภายในได้ แต่ก็เป็ทางเลือกที่ดีที่จะแต่งงานกับองค์ชายเจ็ด อีกทั้งคนคนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์ชายองค์อื่น ไม่ว่าใครจะนั่งบนบัลลังก์ ย่อมไม่ฆ่าครอบครัวขององค์ชายเจ็ดแน่นอน
เมื่อได้ยินคำตำหนิของอวี๋ซื่อ แม่เฒ่าก็ใมากจึงคุกเข่าลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว "บ่าวทราบแล้ว เป็บ่าวที่สอดรู้เกินไปเ้าค่ะ”
“ไม่จำเป็ เ้าไม่ได้พูดอะไรผิด ตรงกันข้าม การวิเคราะห์ของเ้าดีมาก แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้โหรวเอ๋อร์เป็อนุแน่”
เสียงของอวี๋ซื่อมั่นคง นี่เป็ความคิดเห็นของอวี๋ซื่อ แต่น่าเสียดายที่ไป๋ชิงโหรวไม่เต็มใจที่จะเป็เพียงคนธรรมดา
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อทุกคนในจวนตระกูลไป๋ลุกขึ้น พวกเขาได้รับคำสั่งจากผู้เฒ่าไป๋และฮูหยินเฒ่าให้รีบไปที่ห้องโถง หลังจากที่ทุกคนจัดการตัวเองแล้ว ทุกคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องโถงใหญ่โดยเร็วที่สุด
ผู้เฒ่าไป๋แต่ไหนแต่ไรไม่เคยสนใจเื่พวกนี้ เขาคุ้นเคยกับการทำธุรกิจข้างนอก เป็เื่ยากสำหรับเขาที่จะจัดการเื่ต่างๆ ดังนั้นเขาจึงขอให้ฮูหยินเฒ่าไป๋เป็ผู้จัดการ ส่วนชายชราอย่างเขาก็นั่งลงอยู่ข้างสนามและฟังก็พอ
หลังจากเห็นฝูงชน ฮูหยินเฒ่าไป๋ก็เปิดปากพูดว่านาง้าอธิษฐานให้ผู้เฒ่าไป๋และขอบคุณที่เขากลับมาอย่างปลอดภัยจากชายแดน เพื่อทำตามความปรารถนา จวนตระกูลไป๋จะปิดสองสามวัน ส่วนเมื่อไรจะเปิดอีกครั้งนั้น หญิงชราไม่ได้กล่าวถึง
ไป๋เซียงจู๋รู้อยู่ในใจ ท่านยายของนางฉลาดนัก ตอนนี้ข่าวลือมากมายถูกแพร่สะพัดออกไป คนเ่าั้ต้องแอบสืบว่าใครคือบุคคลลึกลับคนนั้น ดังนั้นการปิดจวนใน่เวลาสั้นๆ จึงสมเหตุสมผลที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกว่าเมื่อตระกูลไป๋ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ พวกเราก็แทบจะอยากป่าวประกาศให้ทั่วหล้าได้รู้เื่นี้
ฮ่องเต้เป็ผู้ปกครองที่เฉลียวฉลาด ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงจุดยืนของเขา แต่เสียงคำรามที่อยากแสดงตัวอย่างเร่งรีบของพวกเขาตระกูลไป๋จะทิ้งความประทับใจให้พระองค์แทน
ทุกคนยอมรับ แต่ไป๋ชิงโหรวมีสีหน้ามิอาจอดทน นางรู้สึกว่าพวกเขาปิดจวนเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของนางแพร่กระจาย ในใจของนางเกลียดชังไป๋เซียงจู๋เป็อย่างยิ่ง
